บทที่ 16
โลกที่กว้างขึ้น
บางครั้ง... สนามรบที่เงียบสงบที่สุด... ก็คือตลาดที่จอแจที่สุด...
บทเพลงที่ไพเราะที่สุด... ก็คือเสียงหัวเราะของสหาย...
และชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด... ก็คือการได้กลับไปเป็เพียง เด็กธรรมดา อีกหนึ่งวัน
— จาก "อนุทินของทหารผ่านศึก"
(่อายุ 8-9 ขวบ)
หลังจากเหตุการณ์ "เงามรณะ" ในวันนั้น... วัลแคนและไคเอนก็มีคำสั่งเด็ดขาด... "พัก"
"พร์ของเ้ามันอันตรายเกินไปที่จะเร่งรัด" วัลแคนพูดกับผมและพ่อแม่ในวันต่อมา "การสร้างวงเวทป้องกัน... ให้พักไว้ก่อน... ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่เ้าต้องเรียนรู้ 'ขีดจำกัด' ของตัวเอง"
"ร่างกายของเขามีปฏิกิริยาต่อต้านพลังงานจากภายนอก... มันเหมือนกับตอนนั้นที่เขาไม่สามารถรับมานาจากโพชั่นได้... การฟื้นฟูของเขาต้องมาจากภายในเท่านั้น ซึ่งต้องใช้เวลา" วัลแคนเสริมต่อ
และแล้ว... ชีวิตของผมก็กลับสู่ความเรียบง่ายอีกครั้ง... แต่มันไม่เหมือนเดิม... มันไม่ได้กลับไปสู่ความโดดเดี่ยวอีกต่อไป
ผมกับลูนาเรียใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการ "ใช้ชีวิต" แบบที่เด็กอายุแปดขวบควรจะเป็ พ่อกับแม่สนับสนุนเื่นี้อย่างเต็มที่ พวกเขาอยากให้เราได้ััโลกที่อยู่นอกเหนือกองหนังสือและลานฝึกซ้อม
เช้าวันหนึ่ง... หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ แม่... เอเลน่า... ก็หันมาพูดกับผมและลูนาเรียด้วยรอยยิ้มที่มีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่
"เอาล่ะ... วันนี้เราไปที่ตลาดเช้ากันดีกว่านะจ๊ะ" เธอพูด "พ่อเขาบอกว่า 'ครอบครัวเอสตราด้า' ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ท้ายหมู่บ้านเรา เปิดร้านขนมปังวันแรกพอดี... เราควรจะไป 'ทำความรู้จัก' ในฐานะเพื่อนบ้านที่ดีเสียหน่อย"
คำว่า "ทำความรู้จัก" ถูกเน้นเสียงเป็พิเศษ... ผมกับลูนาเรียมองหน้ากันก็เข้าใจได้ทันที
ครอบครัวเอสตราด้า... หรือก็คือองครักษ์เงาสองคนที่ปลอมตัวมา...
นี่คือการเผชิญหน้ากันในที่สาธารณะครั้งแรก... เป็การเริ่มต้น "ชีวิตสองหน้า" ของเราอย่างเป็ทางการ
ร้านขนมปังของพวกเขาอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่น "คุณเอลาร่า" (องครักษ์หญิง) ยิ้มต้อนรับเราอย่างเป็ธรรมชาติ ขณะที่ "คุณโรนัน" (องครักษ์ชาย) กำลังจัดเรียงขนมปังอยู่หลังร้าน
"อ้าว คุณเอเลน่า! สวัสดีค่ะ" เธอกล่าวทักทายเหมือนเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยกันดี "มาเที่ยวตลาดเหรอคะ? วันนี้อากาศดีจังเลยนะ"
"ค่ะ... เลยพาลูกๆ ออกมาเดินเล่นเสียหน่อย" แม่ตอบกลับอย่างลื่นไหล "แล้วก็อยากจะมาอุดหนุนร้านใหม่ด้วยค่ะ... ได้กลิ่นหอมไปถึงบ้านเลย"
บทสนทนาของพวกเขาดูผิวเผินและปกติสุข... แต่ผมััได้ถึง "ข้อมูล" ที่ถูกส่งผ่านทางสายตาและการขยับตัวเล็กๆ น้อยๆ... มันคือการสื่อสารของเหล่าผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเงา
"นี่ขนมปังน้ำผึ้งรอบใหม่ค่ะ" คุณเอลาร่าพูดพลางห่อขนมปังให้แม่ "...ส่วนสองชิ้นนี้... ให้เป็ของขวัญสำหรับเด็กๆ นะคะ ถือเป็ 'คำทักทาย' จากเรา"
เธอยื่นขนมปังอุ่นๆ สองชิ้นให้ผมกับลูนาเรีย พร้อมกับขยิบตาให้เบาๆ โดยไม่มีใครสังเกต
ขณะที่เรากำลังเดินออกจากตลาด... เสียงอึกทึกครึกโครมก็ดังมาจากลานกว้างกลางเมือง
กลุ่มเด็กๆ ในวัยไล่เลี่ยกับผมกำลังรวมตัวกันอยู่... บางคนกำลังเตะลูกหนังที่ทำจากหนังสัตว์, บางคนกำลังเล่นไล่จับ, และบางคนกำลังปีนป่ายรูปปั้นหินใจกลางจัตุรัส
"ไปเล่นกับพวกเขาสิ" แม่พูดขึ้นเบาๆ
ผมกำลังจะส่ายหน้า... แต่ลูนาเรียกลับเดินตรงไปยังกลุ่มเด็กพวกนั้น
"นี่... พวกเ้ากำลังทำอะไรกัน?" เธอถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่เต็มไปด้วยความอยากรู้
"เล่น 'พิชิตธง' น่ะสิ! เ้าอยากเล่นด้วยรึ?" เด็กหัวโจกคนหนึ่งหันมามอง
ลูนาเรียพยักหน้า... ก่อนจะหันมาดึงแขนเสื้อของผม
"เฟลิกซ์... มาเล่นด้วยกัน"
ผมถูกลากเข้าไปร่วมวงอย่างงงๆ... และนั่นคือครั้งแรกที่ผมได้รู้จักกับ "เด็กคนอื่นๆ" ในเมืองนี้
มีทั้ง "ลีโอ" เด็กหัวโจก ลูกชายของช่างตีเหล็ก, "มายา" เด็กหญิงผมเปีย ในชุดแขนยาว ลูกสาวเ้าของร้านขายของชำที่ช่างพูด, และอีกหลายๆ คน
ผมยังคงเงียบขรึมและตามเกมไม่ค่อยทัน... แต่ผมก็ไม่ได้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง... เพราะมีลูนาเรียคอยดึงผมเข้าไปมีส่วนร่วมเสมอ
และแล้ว... ในบ่ายวันหนึ่ง... ขณะที่เรากำลังนั่งพักเหนื่อยจากการวิ่งเล่น...
เสียงดนตรีก็ดังขึ้น...
มันมาจาก "วงดุริยางค์ของเมือง" ที่กำลังซ้อมกันอยู่ที่ศาลากลาง
เสียงกลองที่หนักแน่น... เสียงทรัมเป็ตที่ทรงพลัง... เสียงฟลุตที่พลิ้วไหว...
มันประสานกันเป็ท่วงทำนองที่ปลุกบางสิ่งบางอย่างในตัวผมให้ตื่นขึ้น...
[...คุณได้ยิน 'เสียงประสานแห่งวงดุริยางค์'...]
[...ความทรงจำจากจิติญญาดั้งเดิมถูกกระตุ้น...]
[...ความรู้สึก 'หลงใหล' ก่อตัวขึ้น...]
[...MP ฟื้นฟู 15 หน่วย!]
ผมยืนนิ่ง... ฟังเสียงดนตรีนั้นอย่างลืมตัว...
ภาพของ "วงโยธวาทิต" ในชาติก่อน... ความรู้สึกของการได้เป็ส่วนหนึ่งของเสียงดนตรีที่ยิ่งใหญ่... ความสุขที่แท้จริงที่ผมเคยมี... มันย้อนกลับมาชัดเจน
ลูนาเรียสังเกตเห็นแววตาของผม
"ชอบเหรอ?"
ผมพยักหน้าช้าๆ... โดยไม่ละสายตาไปจากวงดนตรี
"...มันคือ... การสร้างสิ่งที่สวยงามขึ้นมา... ด้วย 'ความเป็หนึ่งเดียวกัน'"
"ถ้าชอบ... ทำไมไม่ลองไปเล่นกับพวกเขาดูล่ะ?"
คำพูดของเธอทำให้ผมชะงัก...
ผม... จะทำได้จริงๆ เหรอ?
การกลับไปทำในสิ่งที่ตัวเองเคยรักที่สุด... และเคยทิ้งมันไป...
มันน่ากลัว... แต่ในขณะเดียวกัน... หัวใจของผมมันก็เต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ประกายไฟ... ที่ผมคิดว่ามันมอดดับไปนานแล้ว...
ดูเหมือนว่า... มันจะยังคงหลงเหลืออยู่... รอวันที่จะถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง