เนื้อหาต่อไปนี้ล้วนเกิดจากจินตนาการของผู้แต่งทั้งสิ้น
ทั้งสถานที่ และพิธีกรรม ล้วนไม่ใช่ความจริง
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
หลายวันมานี้เ้าจอมของคุณยายจันทร์ค้นพบสิ่งตื่นตาตื่นใจแห่งใหม่ นั่นก็คือเรือนไม้ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้ทางโค้งแรกของหมู่บ้าน เขาแอบมาด้อม ๆ มอง ๆ โดยอาศัยความตัวเล็กตัวน้อยของตนอยู่หลายเพลา ไม่ได้ไปปีนต้นไม้หรือเล่นซนที่ใดอีก ก็กลัวจะเจอกับพี่เปรมที่อยู่เรือนข้าง ๆ ดุเอาอีกน่ะซี เพราะงั้นตอนนี้ดวงตากลมโตชั้นเดียวใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงไปทางฝั่งลูกเจ๊กลูกจีนดั่งที่คุณยายเคยว่าก็แอบมองผู้คนบนเรือนใหญ่ หากแต่เขายังไม่กล้าที่จะเข้าไปใกล้ เพราะไม่รู้จักมักคุ้นกับเด็ก ๆ บนเรือน เรือนแห่งนี้มีเด็ก ๆ อยู่มาก แต่ไม่ใช่ลูกหลานของคนบนเรือนใหญ่หรอกนะ เ้าจอมแอบเดินตามเด็กผู้ชายคนหนึ่งไปด้วยในตอนที่อีกฝ่ายเดินลงจากเรือนกลับไปยังเรือนของตน จึ่งเข้าใจได้ว่าสถานที่แห่นี้เรียกว่า “เรือนพ่อครูปลั่ง” และเพราะเสียงดนตรีไทยทั้งหลายทำให้เ้าเด็กลูกครึ่งจีนและสยามสนอกสนใจอย่างหนักถึงขั้นมาด้อม ๆ มอง ๆ อยู่หลายวันถ้วน วันนี้ก็อยากจะทำใจกล้าเดินออกไปให้เด็ก ๆ เ่าั้เห็นแต่ขาเล็กป้อมกลับไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
“ทำกระไรน่ะ”
เสียงที่ทักดังมาจากด้านหลังส่งผลให้ร่างน้อยสะดุ้งสุดตัว จอมหันขวับไปยังต้นเสียง เห็นเป็เด็กชายที่โตกว่าสามคนมายืนอยู่เื้ัก็ขยับเท้าเล็กก้าวถอยคล้ายไปตั้งหลัก
“ขโมยหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“ม..ไม่ได้มาขโมยนะขอรับ”
มือขาวป้อมโบกไปมาตรงหน้าให้วุ่น หากแต่เด็กชายทั้งสามยังไม่มีทีท่าจะไว้วางใจเขา
“เหมือนไม่ใช่เด็กในละแวกนี้ เป็คนสยามหรือเปล่า”
เด็กชายผมจุกใส่เสื้อผ้าฝ้ายสีครีมเอ่ยขึ้น เ้าจอมอ้าปากพะงาบ ๆ มองคนนั้นทีคนนี้ที
“เปนคนสยามน่ะซี ไม่อย่างงั้นจะฟังพวกคุณเข้าใจหรือ”
“งั้นมาด้อม ๆ มอง ๆ อะไรเสียหลายเพลาหือ”
เด็กชายในชุดผ้าฝ้ายสีแดงดูจะโตสุดในนี้เอ่ยถามไม่หยุด และเ้าจอมที่ยังไม่ทันเอ่ยตอบก็ต้องอ้ำอึ้งอีกครา
“....”
“ไล่ไปดีไหมเ้าจุก”
“นั่นซี ข้าว่าไล่ไปเถอะนะ ประเดี๋ยวจะได้ขึ้นเรือนไปซ้อมต่อ”
“จุก จ้อย เงียบประเดี๋ยวเถิด พี่ว่าฟังเขาก่อนเถิดหนา”
เด็กชายชุดเสื้อแดงว่าคงไว้ซึ่งความอาทรในน้ำเสียง
“จอมไม่ได้เปนขโมยจริง ๆ นะขอรับ เพียงแค่อยากมาดูพวกคุณซ้อมดนตรีไทยเพียงเท่านั้นขอรับ”
“เรือนอยู่ไหนหรือ”
“เรือนยายจันทร์ขอรับ จอมเป็หลานยายจันทร์”
เพียงเท่านั้นทุกคนก็จ้องมองเด็กชายด้วยสีหน้าหลากหลายก่อนเด็กชายที่โตสุดจะดันไหล่ของจอมให้เดินไปทางกระไดเรือน
“เปนหลานของคุณยายจันทร์เองหรอกหรือ คุณยายท่านใจดี พวกข้าแวะไปขอปันผลไม้เสียบ่อย แต่ไม่เคยเห็นเอ็งเลย”
คำพูดห่าม ๆ ของเด็กที่โตกว่าทำให้จอมกะพริบตาปริบด้วยยังไม่คุ้นชิน
“อย่างไรดูทำหน้าเข้า หรือจะให้พวกข้าเรียกว่ากระไร คุณหนูหรือ”
เด็กชายที่น่าจะชื่อจ้อยเอ่ยถามคงไว้ด้วยความกวนในน้ำเสียง
“ม...ไม่ใช่นะขอรับ เรียกว่าจอมก็ได้ขอรับ พวกคุณ... เอ่อ.. “
“ข้าชื่อจ้อย นั่นไอ้จุกน้องข้า คงอายุเท่าเอ็ง เอ๊ย จอม ส่วนคนโตสุดนั่นพี่กล้า เปนญาติของเ้าของเรือน”
“งั้นจอมเรียกพี่กล้ากับพี่จ้อยได้แล้วซี”
“ได้ซี แล้วนี่ทำไมถึงมาแอบดูไม่ยอมเดินมาที่กระไดเรือนทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เสียจริง”
จ้อยยังคงไว้ซึ่งการครองบทสนทนากับเด็กแปลกหน้า แต่ใบหน้าติดจะเอื้ออารีย์ขึ้นเมื่อได้ยินว่าเด็กตรงหน้าเปนหลานของคุณยายจันทร์ผู้โอบอ้อมอารีย์ผู้นั้น
“สนใจเครื่องดนตรีไทยหรือจอม”
คนโตสุดเอื้อนเอ่ยถามขึ้นมาบ้างเมื่อเด็กตัวเล็กเดินตามเขามาต้อย ๆ ไม่ห่าง
“ขอรับพี่กล้า”
เด็กชายวัยสิบสามพินิจดูลักษณะของเด็กน้อยตรงหน้าที่น่าจะมีเชื้อสายลูกเจ๊กลูกจีนปะปนอยู่บ้างก่อนจะพยักหน้ารับคำเด็กน้อย
“จะหัดเรียนดนตรีไทยหรือ ก็คงพอทำเนาอยู่บ้าง ปะขึ้นเรือนกัน”
“ประเดี๋ยวขอรับ”
“มีอะไรอีก”
จอมขืนตัวไว้ แม้ว่าพี่ชายตรงหน้าจะดูพึ่งพาได้ แต่เขากลับรู้สึกไม่คุ้นชินแลยังกริ่งเกรงอยู่พอตัว
“หากจอมอยากเล่น พี่จะไปขอพ่อครูปลั่งให้ อยากฝึกเล่นไหมหือ”
ดวงตากลมโตชั้นเดียวเงยมองพี่ชายตรงหน้าอยู่ตรงกระไดขั้นแรกพลางขบคิดก่อนจะพยักหน้า เมื่อล้างเท้าเรียบร้อยก็เหยียบกระไดขึ้นเรือนตามติดเด็กชายกล้ารั้งท้ายด้วยจุกแล้วจ้อย เพราะพี่กล้านั้นจูงมือเขาไม่ยอมปล่อย
“ไปเก็บเด็กมาจากไหนอีกล่ะขอรับพี่กล้า”
เด็กบนเรือนเอ่ยเย้า เพราะพี่ชายคนนี้อายุมากสุดในเรือน จึ่งได้เปนหัวหน้าวงคอยดูแลน้อง ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากพ่อครูปลั่ง และอีกฝ่ายก็ชอบชักชวนเด็กในละแวกมาเล่นดนตรีไทยที่นี่ด้วยไม่อยากให้เด็ก ๆ ไปเล่นซุกซนตกน้ำตกท่า เป็เด็กชายที่รู้ความพึ่งพาได้จนพ่อครูปลั่งไว้วางใจให้ช่วยสอนและดูแลเครื่องดนตรีไทยทั้งหมดบนเรือน
“หน้าเรือนนี่แหละ มาแอบดูเสียหลายเพลา เปนหลานชายของคุณยายจันทร์ ชื่อกระไรก็ถามกันเองเถิด”
“ชื่อจอมขอรับ อยู่เรือนโน้นน” เจื้อยแจ้วออกไปส่งให้บรรดาเด็ก ๆ บนเรือนพยักหน้ารับพลางยิ้มรับ เห็นทีคงมีเพื่อนใหม่ไว้วิ่งเล่นแล้วล่ะ
เด็กชายกล้าหลังจากปล่อยมือของจอม เขาก็เดินไปนั่งลงเล่นระนาดเอกเสียงดังกังวานจนคนที่สนใจอย่างเ้าจอมยืนมองตาแป๋ว
“สงสัยหลงเสน่ห์การตีระนาดของพี่กล้าไปเสียแล้ว”
เ้าจ้อยเอ่ยเย้า ให้ดวงตากลมโตชั้นเดียวของเ้าจอมหยีลงรับกับรอยยิ้มกว้าง
“พี่กล้าตีเพราะดีขอรับ”
เสียงระนาดหยุดลงพร้อม ๆ กับที่พี่กล้าลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยสั่งให้ทุกคนไปพัก ส่วนเขาก็เดินมาหาเ้าตัวเล็ก
“พี่ขอถามอีกสักครา อยากฝึกเรียนแน่หรือไม่”
“แน่ขอรับ จอมอยากฝึกขอรับพี่กล้า”
“งั้นตามมาทางนี้ ไปให้พ่อครูปลั่งเห็นหน้าค่าตาเสียก่อน”
มือใหญ่จับจูงร่างป้อมเดิน เมื่อเข้ามาถึงห้องหับก็เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าพ่อครูยังสนทนาพาทีกับญาติอีกฝ่ายของตนอยู่
“พ่อครูปลั่งขอรับ กล้าขอเข้าไปได้ไหมขอรับ”
“มีอะไรพ่อกล้า ก็เข้ามาซี”
เมื่อกล้าเดินเข้ามายังห้องพักผ่อนของพ่อครู ร่างสูงที่บังเ้าเด็กเล็กจนมิดเม้นก็เผยร่างเล็กป้อมสู่สายตาของบุคคลทั้งสอง สายตาคู่หนึ่งดูสนใจใคร่รู้ ส่วนอีกคู่ดูใไม่น้อยที่เห็นเด็กเล็กอยู่ที่นี่
“หลานยายจันทร์คนนี้จะมาขอฝึกดนตรีไทยที่เรือนเราขอรับพ่อครู”
"มาซนถึงเรือนนี้เชียวหรือเ้าจอมแสบ"
น้ำเสียงหยอกเย้าเต็มไปด้วยความเอ็นดูจากคุณชายเปรมบดินทร์ที่นั่งสนทนาพาทีกับคุณลุงของเขาเอ่ยถามหลานคุณยายจันทร์
จอมทำตาโต
“จอมไม่ได้มาเล่นซนนะขอรับพี่เปรม จอมอยากมาเรียนที่นี่”
เอ่ยแก้ความเข้าใจผิดของคนพี่พร้อม ๆ กับที่ครุ่นคิดว่าเหตุใดพี่เปรมถึงมาอยู่เรือนนี้ได้
นี่ตามหลอกหลอนเขาถึงเพียงนี้เชียวหรือ เด็กมีชนัฎติดหลังหน้างอเมื่อคนพี่เจอหน้ากันก็เอาแต่ปรามาสเขาว่าเล่นซนไปทั่ว
“นี่รู้จักกันกับพ่อเปรมหรอกเหรอ แล้วจะมาฝึกเล่นดนตรีไทยจริง ๆ ใช่หรือไม่ มาใกล้ ๆ พ่อครูนี่มาเ้าตัวเล็ก”
น้ำเสียงเอื้อเอ็นดูของพ่อครูปลั่งและการกวักมือเรียกทำให้เ้าจอมคุกเข่าลงแล้วค่อย ๆ คลานเข่าเข้าไปหาตามที่คุณยายจันทร์เคยสอนเมื่อยามเข้าหาผู้ใหญ่ ยิ่งทำให้พ่อครูปลั่งหัวเราะน้อย ๆ
“มารยาทดีสมเป็ลูกหลานยายจันทร์จริง ๆ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเ้าจอมก็ยิ้มรับแต้ส่วนร่างสูงอีกคนก็กลั้นหัวเราะ
นี่คุณลุงของเขาดูไม่ออกเชียวหรือว่าเ้าเด็กเบื้องหน้ามีทีท่าว่าจะเป็เด็กซุกซนน่ะ
“พ่อครูขอรับ จอมสนใจเครื่องดนตรีไทยพวกนั้น จอมขอมาเรียนกับพ่อครูได้หรือไม่ขอรับ”
“ฮ่า ๆ ได้ซี ถ้าอยากมาเรียนก็ทำให้ถูกต้องตามธรรมเนียมปฏิบัติของที่นี่ พ่อกล้าพาน้องไปเตรียมของหน่อยเถิด”
เอ่ยบอกหลานชายที่พ่วงตำแหน่งลูกศิษย์เอกของเรือนด้วยใบหน้าใจดี กล้าพยักหน้ารับแล้วสะกิดเ้าตัวเล็กให้ออกไปเตรียมสิ่งของดังพ่อครูเอ่ยบอก
“ให้หลานไปช่วยดีหรือไม่ขอรับคุณลุง”
“ไม่เป็ไรหรอก พ่อกล้าก็เปนงานเปนการอยู่ พ่อเปรมนั่งโขกหมากรุกเปนเพื่อนลุงอยู่นี่แหละ”
“ขอรับคุณลุง”
เปรมบดินทร์ที่คิดจะลงไปช่วยน้องก็ทำได้เพียงแต่โขกหมากรุกกับคุณลุงดังเดิม รอคอยเ้าจอมแสบให้ยกพานธูปเทียนขึ้นมาไหว้ขอเป็ศิษย์ของคุณลุงปลั่ง
“พี่กล้าขอรับ เราต้องเตรียมสิ่งใดบ้างหรือขอรับ”
เมื่อเดินลงกระไดเรือนมาแล้วจอมก็เอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยใคร่รู้ เปนผลให้พี่กล้าส่งยิ้มเอื้อเอ็นดูมาให้อีกหน
“ช่างสงสัยเสียจริงนะพ่อจอม ตามมาทางนี้ พี่จะพาไปตัดดอกไม้”
“มีแค่ดอกไม้หรือขอรับ”
“เปล่า ตัดดอกไม้เสร็จก็ต้องเตรียมธูป ดอกไม้นี่แทนพวงมาลัย ปกติต้องมีพวงมาลัยด้วย แต่ไม่เปนไรหรอกพ่อครูปลั่งท่านใจดี ก็รับแค่ดอกไม้ธูปเทียนนี่แหละ”
“ปรกติมีของที่ต้องเตรียมเพียงเท่านี้หรือขอรับ”
ยังคงถามต่อในขณะที่รับดอกไม้ที่พี่กล้าตัดมาถือไว้ แล้วเดินตามขึ้นกระไดเรือนไปรับธูปและนำทั้งดอกไม้และธูปวางไว้บนพานก่อนให้จอมถือไว้
“หากเปนเรือนอื่นที่รับสอนเช่นนี้ก็คงมีอัฐกำนลด้วย แต่พ่อครูปลั่งรับสอนเด็ก ๆ ในละแวกนี้ บางเรือนไม่มีอัฐเฟื้องจะมาจ่ายค่าครูหรอกนะ เพราะอย่างนั้นพ่อครูจึ่งรับเพียงพานดอกไม้ธูปเทียนเท่านั้น”
เมื่อฟังพี่กล้าขยายความจนจบ จอมก็ยิ้มกว้างออกมาทันทีเนื่องจากเขานั้นไม่ได้พกอัฐติดตัวมาด้วย การณ์เปนเช่นนี้ดีเสียจริง
“ขอรับพี่กล้า พ่อครูปลั่งท่านดูใจดีมากเลยนะขอรับ”
“เปนเช่นนั้นก็จงตั้งใจเรียนด้วยล่ะพ่อจอม”
“ขอร้าบบบ”
เสียงเจื้อยแจ้วดังมาก่อนตัว แต่ผู้ใหญ่บนเรือนก็ไม่ได้นึกว่ากระไร กลับนึกเอ็นดูเสียด้วยซ้ำเมื่อเด็กชายตัวเล็กคลานเข่าเข้ามาใกล้ซึ่งพ่อครูปลั่งและหลานชายได้ย้ายจากในห้องพักมายังพื้นที่ใช้สำหรับฝึกซ้อมดนตรีไทย ทั้งคู่นั่งอยู่บนตั่งไม้ มีเ้าจอมคลานเข่าถือพานดอกไม้ธูปเทียนมาใกล้ เขายื่นพานให้พ่อครูเมื่อเห็นท่านรับไว้ก็กระพุ่มพนมมือไหว้ลงกับขอบตั่ง อากัปกิริยาเช่นนี้ยิ่งส่งให้เ้าตัวดูน่ารักน่าเอ็นดูมากโข
“จอมขอฝากตัวเปนศิษย์ของพ่อครูปลั่งนะขอรับ”
“นับจากนี้ก็ตั้งใจเรียนนะจอม”
มือใหญ่วางลงบนศีรษะเล็กลูบไปมาแ่เบาด้วยความยินดีกับการฝากตัวเข้าเปนศิษย์ของเด็กตรงหน้า
“ขอบพระคุณขอรับพ่อครู”
เปนอันว่าการฝากตัวเข้าเปนศิษย์ในเรือนของพ่อครูปลั่งผ่านพ้นไปด้วยดี แต่จอมต้องเริ่มเรียนจากการตีฆ้องเพลงปฐมบทให้เปนเสียก่อนแล้วจึ่งค่อยเปลี่ยนไปหัดตีเครื่องดนตรีชิ้นอื่นกว่าจะเล่ารายละเอียดครบก็เย็นย่ำค่ำมืดพอดี ซึ่งเปรมบดินทร์ก็เปนฝ่ายขันอาสาไปส่งเ้าจอมแสบดังเช่นคราวก่อนที่พบเจอกัน
“พี่เปรมเป็หลานของพ่อครูหรือขอรับ”
“ใช่ แล้วทำไมถึงอยากเรียนดนตรีไทย”
“จอมชอบเสียงของดนตรีไทยขอรับ มันไพเราะดี”
“งั้นก็ตั้งใจฝึกซ้อม”
วางมือใหญ่ลงบนศีรษะน้องแล้วโยกไปมาเบา ๆ เ้าตัวส่งยิ้มน่ารัก ๆ มาให้อีกแล้ว
“ขอรับ มีแต่คนย้ำกับจอมแบบนี้”
“ก็คงอยากให้เรียนรู้ได้ไว”
“จอมจะตั้งใจเรียนรู้นะขอรับ”
“ไว้ว่าง ๆ จากการฝึกซ้อมดนตรีไทยแวะไปเรือนพี่หน่อยสิ”
“ทำไมหรือขอรับ”
คราวนี้เด็กช่างสงสัยเงยหน้ามองพี่ชายตัวสูงตาแป๋ว
“จะพาไปกินขนมอร่อย ๆ คุณแม่พี่ชอบทำขนมน่ะ”
“จริงหรือขอรับ”
“จริงซี พี่จะปดไปทำไม”
“งั้นวันพรุ่งเลยได้ไหมขอรับ”
ดวงตาเปล่งประกายของความดีใจทำเอาคนมองต้องยิ้มตาม จนเปรมบดินทร์รู้สึกว่าเขายิ้มจนเมื่อยแก้ม
“ได้ จะบอกคุณแม่เตรียมขนมไว้ให้ แล้วเดี๋ยวพี่จะไปรับจากเรือนลุงปลั่ง”
“เย้ พี่เปรมใจดีที่สุดเลยขอรับ”
จอมที่ได้ยินคำตอบของคนพี่ก็ดีใจจนสะบัดมือพี่ออกแล้ววิ่งตื่อไปยังเรือนของตนเคล้าไปด้วยเสียงหัวเราะ
“เ้าจอมแสบอย่าวิ่ง!”
ถึงกระนั้นก็รีบก้าวเท้าฉับ ๆ วิ่งตามคนน้องไปเพราะเ้าเด็กจอมแสบไม่ยอมชะงักฝีเท้า
โขกหมากรุก คือ การเล่นหมากรุก
อัฐกำนล หรือ เงินกำนล = “กำนล” หมายถึง เงินค่าคำนับครู หรือ เงินบูชาครู ถือจารีตการมอบเงินกำนลไว้ในพาน หรือขันบูชาครูดนตรีไทย
ที่มา: พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. พ.ศ. 2554. [ออนไลน์] . เข้าถึงได้จาก: http://www.royin.go.th/ dictionary/lookup_domain.php. (วันที่สืบค้นข้อมูล 16 เมษายน 2566)
................................................................................................................................
Talk : มาแล้วค่า ่นี้กำลังปั่นอย่างรวดเร็ว เพราะน้องจอมน่ารัก 555 หยอก ๆ ค่ะ ่นี้ก็จะเป็เื่ราวของน้องจอมกับพี่เปรมตอนเด็กนะคะ มาดูความน่ารักของน้องกันก่อนน๊า น้องยังไม่โตง่าย ๆ ฮาาา ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ด้วยนะคะ พยายามจะแต่งพีเรียดเื่แรกให้ดีที่สุด ยังไงก็ฝากแท็ก #นิรันดร์กาลจารใจ ไว้ด้วยนะคะ
ด้วยรัก ครู่ยามหนึ่ง