บทที่ 5
การปรากฏตัวของนางเอกแสนสวย
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหอชินอ๋องก็กะพริบตาปริบๆ งงเป็ไก่ตาแตกที่เห็นว่าหลานสาวสุดที่รักแสดงนอกบทที่เตรียมไว้
นางจะมาไม้ไหนกันแน่ จู่ ๆ ก็ทำเป็เข้าข้างผัว ทำให้เื่นี้มันดูน่าสนใจด้วยวิธีอันซับซ้อนงั้นสินะ...
“ว่าต่อไปซิองค์หญิง...”
“เพคะฝ่าา คดีลักลอบค้าอาวุธให้กับศัตรูนี้ถือเป็คดีร้ายแรง ศีรษะเดียวที่ตั้งเด่ของแม่ทัพเสิ่นผู้นี้ก็มิอาจชดใช้ความผิดมหันต์นี้ได้... ฉะนั้น... หากท่านจะกล่าวโทษเขาก็จงนำหลักฐานมาแสดงเถิด มิใช่กล่าวเลื่อนลอยเพียงลมปากให้เป็ที่วิพากษ์วิจารณ์เพื่อหวังผลทางการเมือง”
“น่ะนี่เ้า...! เจินเอ๋อร์! เ้ากำลังพูดสิ่งใด?” ผู้เป็น้าพยายามปรามหลาน เมื่อยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่านางไม่ได้แสดงบทบาทให้ซับซ้อนดังที่คาด แต่กำลังต่อสู้กับเขาด้วยตัวเองต่างหาก
ซึ่งไม่ต่างกับเสิ่นอี้เฉิง เขาเหลือบมองและรับฟังสิ่งที่ภริยาแสนชังออกตัวแทนอย่างอื้ออึง บังเกิดความสับสนในความรู้สึกของเขายิ่งนัก
“หาไม่แล้ว... การทำลายชื่อเสียงของแม่ทัพโดยไม่มีสิ่งใดมาพิสูจน์ได้อาจทำให้กองทัพเสื่อมเสียความศรัทธาและนำพาประเทศชาติไปสู่ความอ่อนแอลงได้” หูฟางเหมยเริ่มเครื่องติด เพราะครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นักโต้วาทีมือหนึ่งของโรงเรียนมาก่อน
ขณะที่เหวินเฉิงฮ่องเต้ ว่านซูเฟย บรรดาขุนนางและเชื้อพระวงศ์ในท้องพระโรงอีกนับร้อยชีวิตต่างก็รอฟังสิ่งที่หูฟางเหมยในร่างองค์หญิงฟางเหม่ยเจินกำลังแก้ต่างแทนสวามีอย่างสนอกสนใจ
“สำหรับข้านั้นการค้าขายอาวุธให้แก่ศัตรูมิใช่เื่ที่จะทำได้โดยง่าย เพราะหนึ่ง...!”
“...!”
“ระบบการเก็บรักษาและส่งเสบียงของกองทัพมีขั้นตอนและการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ไม่ใช่ว่ามีอำนาจล้นฟ้าแล้วจะฝ่าฝืนกฏข้อบังคับไปได้ แม้แต่ฝ่าาก็ยังต้องทำตามกติกา...”
“อืม...” มีเสียงครางในลำคอของผู้มีอำนาจสูงสุดอย่างคล้อยตาม
“สอง... ผลประโยชน์ของกองทัพนั้นขึ้นอยู่กับความมั่นคงตามชายแดน การช่วยศัตรูด้านอาวุธคือการทำลายผลงานและความชอบธรรมให้กับตนเอง หากแม่ทัพเสิ่นมีเจตนาไม่ดี ข้าคงไม่เห็นความพยายามและความเสียสละของเขาที่ช่วยปกป้องแผ่นดินและประชาชนในทุกยุทธภูมิ ที่สำคัญ... คงไม่คิดปรารถนาที่จะได้เขามาเป็สวามีอย่างเปิดเผยดังที่ทุกท่านทราบ...”
“...”
“ดังนั้น! หากไม่มีหลักฐานชัดเจนข้าขอเรียกร้องให้ทุกท่านอย่าได้ตกเป็เหยื่อความขัดแย้ง และอย่าเพิ่งตัดสินใครให้บังเกิดความเสียหาย เพราะนอกจากจะทำลายชีวิตทั้งวงศ์ตระกูลของคนผู้นั้นแล้ว ยังจะเป็การสร้างความแตกแยกและทำลายความมั่นคงของประเทศเราเองอีกด้วย!”
“...!”
หลังจากที่หูฟางเหมยพูดจบตามที่ใจ้าท้องพระโรงก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจ
ตายล่ะ คงไม่ได้พูดอะไรโอเวอร์หรือทำให้คนยุคนี้ตีความผิดไปใช่ไหมเนี่ย!
เธออดไม่ได้ที่จะยืนเลิ่กลั่กหลังกล่าวปราศัยด้วยถ้อยคำเสียงดังฟังชัดอย่างมั่นใจเมื่อวินาทีก่อนหน้า
“พูดได้ดี!” จนกระทั่งเสียงของผู้นำประเทศตรัสชมเชยกึกก้อง ทุกคนจึงคุกเข่าและหมอบลงไปกับพื้น
“องค์หญิงทรงพระปรีชายิ่งแล้ว!” เสียงสรรเสริญเซ็งแซ่สนั่นหวั่นไหวจึงทำให้หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลายและใจฟูขึ้นมาได้
“บรรยากาศอันน่าอึดอัดได้ถูกองค์หญิงฟางเหม่ยเจินทำลายลงแล้ว ขอทุกท่านในที่นี้สนุกสนานและเปรมปรีดิ์เสพสุขกันให้เต็มที่!”
“เป็พระมหากรุณาธิคุณยิ่งแล้วพะย่ะค่ะฝ่าา!”
คนอื่น ๆต่างพากันโล่งใจที่สถานการณ์ถูกคลี่คลาย มีก็แต่เพียงเหอชินอ๋องผู้เดียวเท่านั้นที่เก็บความคับแค้นใจเอาไว้
ฮ่องเต้ดูจะโล่งใจจนออกนอกหน้าเชียวนะ!
หากไม่มีเสิ่นอี้เฉิงสักคนพระองค์ก็คงจะไร้หลักให้พึ่งพิง
ทั้งยังนึกไม่ถึงว่าหลานสาวตัวดีคนนี้จะมาหักหลังกันดื้อๆ เสียได้ ทั้งที่นางจะได้รับประโยชน์มหาศาลหลังจากภารกิจนี้สำเร็จ เมื่อเขาได้กองทัพของต้าสุ่ยไว้ในกำมือสิ่งที่ตามมาคือชิงบัลลังก์มาเป็ของตนเอง นางก็จะได้เอาเสิ่นอี้หรงลูกเลี้ยงซึ่งกำพร้าทั้งบิดาและมารดาขึ้นมาเป็รัชทายาทเพื่อเตรียมเป็ไทเฮาแห่งต้าสุ่ยในอนาคตและเสวยสุขบนความยิ่งใหญ่ต่อไปตราบนานเท่านาน
“เจินเอ๋อร์นะเจินเอ๋อร์! อย่าให้ข้ารู้ว่าเ้าคิดจะตลบหลังน้าของเ้าเชียว!” เหอชินอ๋องกำหมัดอย่างโกรธแค้นแล้วก้าวออกจากท้องพระโรงพร้อมพรรคพวกร่วมอุดมการณ์ไปอย่างหมดอารมณ์
ไม่นานนักกลางโถงท้องพระโรงก็ถูกเนรมิตให้เป็เวทีฟ้อนรำจากกรมดุริยางค์และกองระบำวังหลวง ทำให้บังเกิดเป็สีสันให้ผู้ร่วมงานได้เพลิดเพลิน ขณะที่กองสำรับก็ถูกยกเข้ามาจัดเตรียมไว้บนโต๊ะให้แก่ผู้ร่วมงานทุกคนให้ได้อิ่มหนำสำราญ
“ขอบพระทัยองค์หญิงที่ทรงช่วยออกตัวแทนกระหม่อม”
หูฟางเหมยเหลือบค้อนใส่เ้าของเสียงกระซิบขณะนั่งประจำโต๊ะสำรับของตัวเอง
ขนาดขอบคุณยังทำเป็เก๊กอีก ไอ้ทึ่มเอ๊ย!
“หากยังประชดประชันข้าด้วยการพูดคำาาศัพท์อีกก็ไม่ต้องขอบคุณให้เสื่อมเสียเกียรติหรอกเ้าค่ะท่านแม่ทัพใหญ่!”
เ้าของใบหน้าคมหันมาหาคนที่ประชดประชันกลับแล้วยกมือขึ้นคารวะอย่างนอบน้อมโดยไม่พูดอะไรอีก
ประหลาด!
หญิงสาวยกมือคำนับตอบอย่างหงุดหงิดแล้วจึงหันไปคว้าอาหารหน้าตาสวยงามเข้าปากด้วยความหิวโหย
หากใช่ว่าเสิ่นอี้เฉิงจะไม่รู้สึกอะไร เพราะสิ่งที่นางได้แสดงความกล้าหาญโดยการต่อกรกับญาติคนสนิทของตัวเองในวันนี้ทำให้เขาต้องหันกลับมาพิจารณานางใหม่อีกครั้ง
เพราะเขารับรู้มาโดยตลอดว่านางสมรู้ร่วมคิดกับคนตระกูลหูเพื่อกำจัดตนเอง จึงเป็หนึ่งในสาเหตุที่นางได้กลายเป็ภริยาแสนชังของเขาอย่างไม่มีวันจะแปรเปลี่ยนได้อีก
คราแรกก็ตกเป็ผู้ต้องสงสัยในการตายของเหยียนเจียวอันอดีตภรรยา ครานี้ยังจะกลายมาเป็ผู้สังหารเขาเสียเองอีก จะให้รักเมียที่มีจิตใจโเี้อำมหิตนางนี้ได้ลงเช่นไร
“นางเปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคน ซึ่งข้าน้อยก็คิดเช่นนั้น เพราะสีหน้า แววตา และรอยยิ้มของนางเปลี่ยนไป อีกทั้งคนในจวนก็พากันมีใบหน้าเบิกบานมากขึ้น ผิดกับเมื่อก่อนที่มีแต่สายตาหวาดกลัวเต็มไปด้วยความหวาดระแวง”
เสียงของเ้าอวิ๋นเฟิงลอยมาประกอบความคิดของเขาอีกครั้ง ก็ให้นึกประหลาดใจจนเก็บเป็ความสงสัยติดค้างในใจเอาไว้
ขณะที่หูฟางเหมยกำลังเคี้ยวตุ้ยอย่างเอร็ดอร่อย ใครบางคนก็มาย่อตัวทำความเคารพอยู่เบื้องหน้าด้วยท่วงท่าและกิริยาอันอ่อนช้อยงดงาม
“หม่อมฉันหนิงจิงหลานขอถวายพระพรองค์หญิงเพคะ”
‘หนิงจิงหลาน...’ ธิดาของอัครมหาเสนาบดีซึ่งเป็นางเอกของเื่นี้นี่นา มิน่านางถึงได้เป็สตรีที่โดดเด่นและมีออร่าสว่างวาบ ความงดงามคงไม่ต้องพูดถึง ใบหน้าที่ฟางเหม่ยเจินริษยามาโดยตลอด
“หม่อมฉันประทับที่พระองค์ทรงออกตัวปกป้องแม่ทัพเสิ่นยิ่งนัก จึงปรารถนามากล่าวคำชมเชยด้วยตัวเองเพคะ”
“ที่จริงข้าก็พูดตามหน้าที่ไปอย่างนั้นเอง สวามีกำลังถูกโจมตีทั้งคนจะมัวนิ่งเฉยได้เยี่ยงไร” ตอบกลับพลางชำเลืองไปยังสามีตัวดีที่นั่งอยู่ข้าง ๆก็เห็นว่าเขากำลังมองมายังแม่นางเอกผู้นี้อย่างสนใจเช่นกัน
แล้วดูสิ นางกำลังยิ้มเขินเมื่อถูกบุรุษจับจ้องอยู่ใช่รึไม่?
ก็ถูกแล้ว... พระเอกก็ต้องย่อมคู่กับนางเอก
เอ้า! แล้วฉันล่ะ?
ถ้าพวกเขาสองคนได้คู่กันขึ้นมาจริงๆ เธอจะไปอยู่ที่ไหนในโลกคู่ขนานแห่งนี้ หรือว่าจะต้องตายเหมือนอย่างที่มีคนมาคอมเมนต์สปอยล์ไว้!
ไม่ได้เด็ดขาด! จะตายซ้ำตายซากแบบนี้ไม่ได้!