เข้าสู่ยามโฉ่ว (01.00-02.59) ร่างเดรัจฉานขนปุยก็สลับกลับเป็ร่างมนุษย์ดังเดิม ดวงตาคมกล้าเปิดเปลือกตาขึ้นมาเหลือบมองสตรีข้างกาย อ๋องหนุ่มใช้สายตาเ็าไล่สำรวจดวงหน้างามล่มเมืองของบุตรีราชครูหลิวไป๋ลู่แห่งเมืองฉางซา ผู้คนต่างสรรเสริญว่านางงดงามราวกับเซียนบุปผาตก์ เพราะใบหน้าเรียวไข่ได้รูป ดวงตากลมโตั์ตาแวววาวยามค่ำคืนชวนให้หลงใหล ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดราวกับหยกมันแพะ คิ้วเรียวโก่งโค้งราวกับใช้ปลายพู่กันวาดเขียนรับกันกับจมูกเล็กแต่โด่งเป็สัน ริมฝีปากกระจับสีอิงเถาช่างน่าบดจูบ
น่าบดขยี้ด้วยปากจริงๆ นั่นแหละ...
ไวเท่าความคิดจนเขาไม่อาจหักห้ามใจตนเองได้ กว่าจะรู้ว่าการกระทำของตนนั้นราวกับโจรชั่วเด็ดบุปผาก็ต่อเมื่อปากบางเฉียบัักับริมฝีปากของนางไปเสียแล้ว ทั้งยังเผลอดูดดึงเนื้อนุ่มอีกด้วย
หยางเฟยหลงเ้าทำอะไรกับนางลงไปกันแน่! ราวกับว่าเพิ่งได้สติ ร่างสูงกำยำรีบถอนริมฝีปากออกมา
ปากของสตรีนุ่มนิ่มขนาดนี้เชียวหรือ?
“ไหนว่าเกลียดชังสตรีจากตระกูลหลิวอย่างไรเล่า”
อ๋องหนุ่มส่งเสียงจิ๊จ๊ะไม่พอใจในลำคอ ‘ไอ้จิ้งจอกเ้าเล่ห์เฝ้าดูเขาอยู่ทุกฝีก้าวหรืออย่างไร เหตุไฉนต้องเสนอหน้ามาในเวลาแบบนี้ทุกครั้ง’ ทั้งยังพยายามมองหาเ้าของเสียงตัวป่วน
“ถึงขนาดแอบกินเต้าหู้หลิวซิ่วอิงตอนหลับ นับว่าท่านร้ายกาจยิ่งนัก” ถ้อยคำเจือน้ำเสียงขบขันไปด้วย
“เ้าช่างปากมากนักเฟิงเหอ!” หยางเฟยหลงพูดกดเสียงต่ำให้ได้ยินแค่คู่สนทนา ด้วยกลัวว่าหลิวซิ่วอิงจะตื่นขึ้นมากลางคันเหมือนก่อนหน้านี้
“ข้าแค่พูดความจริงเท่านั้นท่านอ๋อง”
“เก็บความจริงเอาไว้บ้างก็ดีเฟิงเหอ เพราะความจริงบางอย่างอาจจะทำให้เ้าไม่อาจสถิตในกำไลโบราณคร่ำครึนั้นอีกก็ได้”
“ท่านช่างเป็บุรุษที่ชอบข่มขู่ผู้อื่นยิ่งนัก” ทั้งยังเว้นจังหวะไปเล็กน้อย “ข้าจะรอดูว่าซิวอิ่งจะขัดเกลาท่านให้เป็ผู้เป็คนได้อย่างไร ฮ่าฮ่า” มาแบบไม่มีตัวตน เวลากลับก็ไร้ร่องรอยเช่นกัน
เรียกได้ว่ามาไวไปไวยิ่งกว่าผีเสียอีก!!!
“หลิวซิวอิ่งจงจำเอาไว้ เมื่อไหร่ที่ข้าเจอเ้านอกจวน ข้าจะเล่นงานเ้าให้ยับ” พอคาดโทษสตรีที่หลับไม่รู้เื่รู้ราวเสร็จก็รีบลุกจากเตียงกว้าง
**
เอ้าอิอ๋อง ไม่ชอบน้องคือได้มาแอบจูบเขาบักอันนี้
น่าทุบให้หลังหักเนาะ 555
ไรต์หายไปหลายวันจะมีใครคิดถึงไหมน้อ ใครคิดถึงจะมาอัปต่อค่ะ >..<