ไอเย็นจากขอบเขตทะเลิญญาของหานเซียวเปลี่ยนห้องพักให้กลายเป็นรกเยือกแข็ง ผู้าุโชราสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ปราณน้ำแข็งก็กลายเป็โซ่ตรวนพุ่งเข้าหาเฉินอี้หมายจะพันธนาการนางไว้
"อย่าหวังเลยตาแก่! เฉินอี้! ใช้ปราณเย็นของเ้าย้อนศรมันซะ!" หนิงจูเชว่ะโสั่ง
เฉินอี้กัดฟันกรอด นางวาดมือตามที่เคยเห็นหนิงจูเชว่ทำ กายาพร์โดยกำเนิดของนางที่เพิ่งตื่นขึ้นะเิออกดุจเขื่อนแตก พลังความเย็นบริสุทธิ์ของกายาเหมันต์สร้างกำแพงน้ำแข็งหนาทึบขึ้นขวางโซ่ตรวนนั้นไว้ได้ทันท่วงที
เคร้ง! เคร้ง!
"โอหังนัก! เ้าจะต้านทะเลิญญาได้นานแค่ไหน!" หานเซียวคำราม พลางสั่งลูกน้องอีกสี่คน "ฆ่าไอ้เบ๊นั่นกับนังเด็กชุดแดงซะ!"
ผู้ติดตามสี่คนพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง อาโกวที่บัดนี้ร่างอาบเืแต่ดวงตากลับแดงก่ำด้วยฤทธิ์ของ 'กายาทรราช' คำรามลั่น เขาไม่ถอยแต่กลับพุ่งเอาไหล่กระแทกเข้าใส่ดาบน้ำแข็งอย่างบ้าคลั่ง
"เข้ามาเลยไอ้พวกหมาหมู่! ยิ่งเจ็บข้ายิ่งมีแรงโว้ยยย!" อาโกวคว้าแขนผู้ติดตามคนหนึ่งไว้แล้วใช้หัวโหม่งจนอีกฝ่ายหน้าหัก แม้ตัวเองจะโดนฟันจนแผลเหวอะ แต่อาโกวกลับไม่ล้มลงง่ายๆ ราวกับปีศาจกระหายเื
ทว่า หนิงจูเชว่รู้ดีว่าสถานการณ์นี้ตึงมือเกินไป เฉินอี้เริ่มหอบหายใจแรง กำแพงน้ำแข็งเริ่มร้าว ส่วนอาโกวก็ใกล้จะถึงขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์ธรรมดา
"ในเมื่อพวกเ้าอยากเห็น 'ขยะ' แผลงฤทธิ์... ข้าก็จะจัดให้!"
หนิงจูเชว่กัดปลายนิ้วตัวเองจนเืสีชาดไหลซึม เืของนางไม่ใช่เืมนุษย์ทั่วไป แต่มันคือ โลหิตหงส์์ แม้ตอนนี้จะเจือจางแต่ก็มีพลังอำนาจมหาศาล นางวาดอักขระโบราณลงบนยันต์กระดาษเปล่าที่พกติดตัวไว้อย่างรวดเร็ว
"อักขระโลหิต : ผนึกอัคคี!"
วูบบบบ!
ยันต์โลหิตะเิแสงสีทองแดงออกมา สร้างม่านพลังเพลิงห่อหุ้มพวกนางสามคนไว้ ม่านพลังนี้ต้านทานความเย็นจากหานเซียวได้อย่างชะงัก แต่มันก็กินพลังกายและพลังิญญาของหนิงจูเชว่จนใบหน้าของนางขาวซีด
"อาโกว! เตรียมตัว! ทันทีที่ข้าสั่ง ให้เ้าคว้าตัวเฉินอี้กับข้าไว้แล้วเปิดใช้งานยันต์เคลื่อนย้ายที่ข้าให้ไว้!"
"แต่ยันต์นั่นมันไปได้แค่สิบลี้นะขอรับอาจารย์!" อาโกวะโบอกขณะยื้อยุดกับผู้ติดตามสองคน
"สิบลี้ก็เกินพอที่จะหายไปจากสายตาไอ้พวกตาถั่วพวกนี้! ตอนนี้... เงียบปากแล้วดูไม้ตายอาจารย์!"
หนิงจูเชว่หลับตาลง รีดเค้นปราณเพลิงจากทุกรูขุมขน พลังงานในจุดตันเถียนหมุนวนจนร้อนจัดราวกะดวงอาทิตย์ขนาดย่อส่วน นี่คือการโจมตีที่รุนแรงที่สุดที่ร่างขอบเขตแรกเริ่มจะรับไหว
"วิชาเพลิงเทวะอสูร : หงส์อัคคีทลายบรรพต!"
นางใช้เืป้ายฝ่ามือทั้งสองข้างรวบรวมพลังไว้ที่ฝ่ามือก่อนจะกระแทกลงพื้นห้องอย่างสุดกำลัง พลังงานธาตุไฟที่อัดแน่นจนเป็ของเหลวะเิออกเป็รูปปักษาสีชาดขนาดมหึมา พุ่งเข้าใส่หานเซียวและพวกพ้องดุจลาวาูเาไฟะเิ!
ตูมมมมมมมมมมม!
แรงะเิมหาศาลทำลายโรงเตี๊ยมจนปลิวหายไป ไอความร้อนลบเอาความหนาวเย็นสลายในพริบตา หานเซียวต้องยกมือขึ้นป้องหน้าพลางถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความใ "พลังระดับนี้... ขอบเขตแรกเริ่มทำได้อย่างไรกัน!?"
"อาโกว! ตอนนี้แหละ! ไป๊!" หนิงจูเชว่ะโสั่งเสียงแหบแห้ง ก่อนที่นางจะหมดสติไปจากการใช้พลังเกินขีดจำกัด
อาโกวไม่รอช้า เขาฝืนความเ็ปคว้าคอเสื้อหนิงจูเชว่และอุ้มเฉินอี้ไว้แนบอก ก่อนจะใช้ฟันกัดยันต์เคลื่อนย้ายที่ห้อยคออยู่จนขาด
วิ้ง!
ร่างของทั้งสามเลือนหายไปในม่านอากาศ ทิ้งไว้เพียงซากโรงเตี๊ยมที่กำลังลุกไหม้และกลุ่มคนจากสำนักเหมันต์ที่ยืนงงท่ามกลางควันไฟ
ร่างของคนสามคนร่วงหล่นลงบนกองใบไม้แห้งอย่างแรงจนฝุ่นตลบ ยันต์เคลื่อนย้ายสิบลี้ของหนิงจูเชว่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ แต่นั่นเป็เพียงจุดเริ่มต้นของความทารุณบทใหม่
อาโกวสลบเหมือดไปทันทีที่หลังแตะพื้น ร่างกายที่โชกเืจากวิชา 'กายาทรราช' เริ่มเข้าสู่โหมดพักฟื้นที่แสนจะทรมาน ส่วนหนิงจูเชว่นั้นใบหน้าขาวซีดไร้สีเื ดวงตาพริ้มหลับ ลมหายใจแ่เบาจนน่าใจหายจากการรีดเค้นโลหิตหงส์และใช้กระบวนท่าใหญ่เกินตัว
"อาจารย์! อาจารย์เ้าคะ! อย่าเป็อะไรนะเ้าคะ!" เฉินอี้ร้องไห้โฮ พลางใช้พลังเย็นของนางช่วยปรับอุณหภูมิในร่างที่ร้อนจัดของหนิงจูเชว่
หนิงจูเชว่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก นางเห็นหน้าศิษย์ทั้งสองที่สะบักสะบอมพอกันก็นึกขำในใจ "หุบปาก... ยัยตู้เย็น... ข้ายังไม่ตาย... แค่ขอพัก... สักสามชั่วยาม..."
"อาจารย์... ศิษย์พี่..."
เฉินอี้ลุกขึ้นยืนด้วยขาสั่นเทา นางเองก็แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงจากการต้านทานขอบเขตทะเลิญญา แต่เมื่อเห็นสภาพของคนทั้งสองที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องนาง หัวใจของเด็กสาวที่เคยขี้ขลาดก็กลับแข็งแกร่งขึ้นอย่างประหลาด
"ข้าจะปล่อยให้พวกท่านตายที่นี่ไม่ได้..."
เฉินอี้กัดฟันกรอด นางใช้พลังที่เหลือเพียงน้อยนิดสร้างด้ายน้ำแข็งบางๆ มัดร่างของอาโกวและหนิงจูเชว่ไว้บนหลังของนางเองด้วยท่าทางที่แสนทุลักทุเล ร่างเล็กๆ ของเด็กสาววัยสิบสี่ต้องแบกคนสองคนมุ่งหน้ากลับไปยังทิศทางของเมืองชิงซาน
"ต้องไปหา... คุณชายหน้ากากเงิน... เขาเป็คนเดียวที่จะช่วยเราได้..."
ณ ตรอกลับสู่ตลาดมืด
เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม เฉินอี้เดินกะเผลกผ่านเงามืดของตรอกซอกซอย เสื้อผ้าที่เคยสวยงามบัดนี้ขาดวิ่นและเปื้อนไปด้วยคราบเืและหยาดเหงื่อ นางพยายามหลบเลี่ยงสายตาผู้คน จนกระทั่งมาถึงประตูเหล็กบานั์ที่มีตราดวงตาโลหิต
"หยุด! ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับเด็ก..." ผู้คุมประตูชะงักเมื่อเห็นสภาพของแขกผู้มาเยือน
"ไปบอก... มู่หย่ง..." เฉินอี้เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสีฟ้าครามของนางวาวโรจน์ด้วยไอเย็นที่น่าเกรงขามจนผู้คุมประตูต้องถอยหลัง "บอกเขาว่า... หงส์แดงของเขากำลังจะตาย... ถ้าเขาไม่ช่วย... ข้าจะแช่แข็งที่นี่ให้ราบ!"
เพียงไม่ถึงอึดใจ ประตูั์ก็เปิดออก พร้อมกับร่างของมู่หย่งในหน้ากากเงินที่พุ่งออกมาด้วยความเร็วสูง เขาสำรวจสภาพของทั้งสามคนด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
"พวกเ้าไปทำอะไรมา... ถึงได้สภาพดูไม่ได้ขนาดนี้?"
"สำนักเหมันต์นิรันดร์..." เฉินอี้พูดได้เพียงเท่านั้นก่อนที่สติของนางจะดับวูบลงเช่นกัน ร่างของทั้งสามคนล้มลงสู่อ้อมแขนของคนสนิทของมู่หย่งที่เข้ามาพยุงได้ทันเวลา