นิสัยข้าเปลี่ยนยาก

    บทที่ ๑๘ รักแรกของเด็กสาว (3)

             

            สิ่งที่หลินหลานหรูเรียกร้องไม่ใช่เรื่องยากอะไรแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่สมควรกระทำการเดินเคียงคู่กันออกมาจากโรงเตี๊ยมเช่นนี้ช่างดึงดูดสายตาชาวเมืองยิ่งนางแทบไม่ได้ใช้ความพยายามใดมากมายให้เหน็ดเหนื่อยก็สามารถลากบุรุษตัวโตออกมาด้วยได้แล้วแค่ผลที่ออกมาไม่น่านำมาปฏิบัติใช้ในครั้งต่อไปก็เท่านั้น

            หลินหลานหรูเดินเคียงคู่ไปกับบุรุษแปลกหน้าที่นางไม่ทราบแม้แต่ชื่อแซ่และเหมือนทั้งสองฝ่ายจะพึงพอใจให้เป็นเช่นนั้น ดังนั้นจึงไม่มีใครเปิดปากเอ่ยถาม

            ศัตรูที่แม้นไม่นำเรื่องแค้นเคืองมาเป็นกำแพงขวางก็ยังสามารถร่วมดื่มสุราพูดคุยปรับทุกข์กันได้

            เวลานี้หลินหลานหรูไม่ใช่คุณหนูเล็กสกุลหลินแต่เป็นนักฆ่าที่ถูกฝึกไว้ใช้งานของพรรคมารจะสนใจสายตาผู้อื่นไปไย ในสายตานางนอกจากเป้าหมายที่ต้องการแล้วอย่างอื่นต้องนำมาขบคิดให้หนักศีรษะด้วยหรือ

            แต่เหมือนบุรุษข้างกายนางจะไม่คิดเช่นนั้น

            เสวี่ยเฟิ่งผ่อนฝีเท้าให้ช้าลงถึงจะรู้สึกว่าสตรีข้างกายเขาแม้เดินไกลกว่านี้เป็นสิบลี้นางก็ยังไม่เหนื่อยหอบจังหวะการหายใจเข้าออกของนางสม่ำเสมอและช้ากว่าเด็กสาวทั่วไป ซึ่งผู้ที่ฝึกวรยุทธ์และมีกำลังภายในล้ำลึกจังหวะการหายใจจะช้ากว่าคนปกติอย่างชัดเจนลมหายใจของนางสงบเยือกเย็นเช่นนี้คงไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาแล้ว"เดินเคียงคู่มากับข้าเจ้าไม่ห่วงชื่อเสียงจะถูกผู้อื่นนินทาจนมัวหมองหรือ"

            "ข้าเป็นเพียงสาวใช้อัปลักษณ์เช่นนี้แม้นเดินคนเดียวก็ถูกมองว่าเป็นปีศาจท่านเอ่ยเช่นนี้ในใจนึกรังเกียจข้าหรือไรเจ้าคะ"

            คนละเรื่องกันเลย เสวี่ยเฟิ่งอึ้ง

            แววตานางวูบไหวเศร้าๆดูอ่อนแอแต่น่าทะนุถนอมแผลเป็นบนใบหน้าคงกลายเป็นตราบาปที่เกาะติดในใจนางไปแล้วกระมัง

            "เจ้าเข้าใจผิดใหญ่แล้วข้าไม่ได้หมายความว่าเช่นนั้น"เสวี่ยเฟิ่งรีบเอ่ยแก้ประโยคก่อนหน้าอย่างอ่อนโยนน้ำเสียงประหนึ่งแสงอาทิตย์ในยามเหมันต์สาดส่องจิตใจให้อบอุ่น"ข้าไม่เคยนึกรังเกียจเจ้า แต่กลับชื่นชมที่เจ้าเข้มแข็งได้ถึงเพียงนี้"

            "ข้าไม่ได้อัปลักษณ์แค่วันสองวันต้องผ่านเรื่องทุกข์ระทมมาไม่น้อย วันนี้เข้มแข็งได้ไม่ใช่เรื่องที่ท่านเอ่ยเพียงประโยคเดียวแล้วข้าจะรู้สึกขอบคุณ"

            ไปกันใหญ่แล้ว เสวี่ยเฟิ่งยิ้มบางรู้สึกว่านางเป็นเด็กสาวใสซื่อที่คิดอย่างไรก็พูดออกมาอย่างนั้นไม่หลงไปกับคำชมยกยอของคน

            ใต้หล้านี้มีสตรีนางใดไม่อ่อนไหวกับเรื่องใบหน้าเพียงเห็นว่านางไม่ถือสาสายตาผู้คน ทว่าหลายครั้งนางเอาแต่ยกเรื่องหน้าตาขึ้นมาพูดก็เห็นได้ชัดแล้วว่านางกำลังกังวลเรื่องใดอยู่ไม่ใช่เพราะนางกลัวว่าในใจเขาจะรู้สึกเช่นไรหรอกหรือแต่เขากลับยังมองความคิดของนางไม่ออกเห็นความทุกข์ของนางเป็นเรื่องน่าชื่นชมเสียได้

            เสวี่ยเฟิ่งเผลอขมวดคิ้ว

            หลินหลานหรูเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่ซ่อนหลังผ้าโปร่งก่อนสะกิดแขนเสื้อของเขาเล็กน้อย "คุณชาย? ถึงกิจการเช่ารถม้าแล้วเจ้าค่ะ"

            ดวงตาสดใสมีประกายดึงดูดใจคนอย่างน่าประหลาดเสวี่ยเฟิ่งมองสบตานางแล้วนิ่งงัน ก่อนได้สติกลับมา เผยยิ้มอบอุ่นส่งให้นาง

            แม้นรอยยิ้มจะถูกซ่อนไว้เบื้องหลังผ้าโปร่งบางๆแต่คนได้รับรอยยิ้มนั้นกลับอุ่นวาบขึ้นมาในใจ ใจเต้นผิดจังหวะอีกจนได้หลินหลานหรูทนรับรอยยิ้มอันตรายเช่นนี้ไม่ไหวจึงม้วนหน้านี้อย่างเขินอายหากแต่ลับสายตาเขาไปแล้ว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นนางกำลังเสแสร้ง"เข้าไปกันเถิดเจ้าค่ะ"

            หลินหลานหรูก้าวเท้าขึ้นบันไดด้านหน้าประตูทว่ามือใหญ่ของเสวี่ยเฟิ่งกลับรั้งข้อมือนางไว้เท้าที่ควรเหยียบลงบนขั้นบันไดจึงเหยียบได้แค่ความว่างเปล่าหากเป็นสตรีอื่นคงล้มฟุบซบอกบุรุษไปแล้ว หลินหลานหรูทรงตัวได้อย่างรวดเร็วยกข้อมือข้างที่กำลังถูกรั้งไว้ขึ้นถามว่าเขาต้องการสิ่งใด?

            เมื่อครู่ที่นางเกือบล้มเสวี่ยเฟิ่งตกใจอยู่บ้าง และรู้สึกหงุดหงิดที่ตัวเองคล้ายเสียการควบคุมมีความคิดตื้นเขินหลายครั้งและหุนหันตามอารมณ์ชั่ววูบตั้งแต่ได้พบนางจึงปล่อยข้อมือนางอย่างไม่เสียมารยาท พลางเอ่ยขออภัยไปสองครั้ง

            หลินหลานหรูแย้มยิ้มบางๆคล้ายต้องการบอกชายหนุ่มให้รู้ว่านางไม่ถือสา จะเสียมารยาทบ้างจะเป็นไรไปการกระทำเมื่อครู่แม้จะดูเสียมารยาทจริงๆแต่เขาคงมีเรื่องจะพูดกระมังถึงได้ตัดสินใจทำเรื่องเสียมารยาทเช่นนี้"ท่านมีสิ่งใดจะพูดกับข้าหรือเจ้าคะ"

            เสวี่ยเฟิ่งสะอึกไปกลางอากาศเหลือบมองเสื้อคลุมหนอนไหมปีศาจบนไหล่นางแล้วให้รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาในใจเขาหวังให้นางไม่ใช่เด็กน้อยคนนั้นในกองเพลิงเมื่อสามปีก่อน

            นางเห็นเขาเงียบไปเป็นนานจึงเลิกคิ้วถาม"คุณชาย?"

            "จากนี้เจ้าเรียกข้าว่า 'อาลิ่ว' เถอะเรียกว่าคุณชายฟังดูห่างเหินเกินไป"

            หลินหลานหรูคิ้วขมวดในใจปิดกั้นระคนหวาดระแวง และตีตัวถอยห่างออกมาแล้วเกินครึ่งไม่ใกล้ชิดเกินไปนั้นดีแล้ว

            แววตาหลินหลานหรูมีแต่คำถามลอยวนเวียนแม้นางจะเหมือนกำลังยิ้ม แต่ออกจะบึ้งตึงมากกว่า เสวี่ยเฟิ่งพบเจอคนมามากความระแวงในใจนางมีหรือจะปิดบังสายตาของเขาได้"ข้าบังเอิญได้ยินเรื่องที่เจ้าคุยกับเสี่ยวเอ้อเมื่อเช้าหากอยากให้ข้าช่วยเจรจาว่าจ้างคนนำทางควรเรียกชื่อให้ดูสนิทสนมเข้าไว้ไม่ดีกว่าหรือเช่นนั้นจึงจะดูน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น"

            "อ่อ..."หลินหลานหรูยิ้มเจื่อน แต่ไม่ใช่เพราะคิดว่าตนเองระแวงมากเกินไป "เช่นนั้นท่านก็เรียกข้าว่าเสี่ยวหลันก็ได้เจ้าค่ะคุณหนูก็เรียกข้าด้วยชื่อนี้ ท่าน...?"

            "อาลิ่ว ลิ่ว ที่หมายถึงเลขหก"

            "ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ"นางอ้อมแอ้มเอ่ยเสียงเบา ยังคงแสร้งเขินอาย ก้มหน้างุดวิ่งหายเข้าไปในอาคาร

            หลินหลานหรูมีเงินติดตัวเหลืออยู่แค่สามตำลึงจะเช่ารถม้าไปไกลถึงเป่ยชางย่อมต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่ายี่สิบตำลึงสามตำลึงของนางคงเช่าได้แค่โครงไม้กับลาเท่านั้น

            ใบหน้าเถ้าแก่กิจการรถม้าวางมาดเย่อหยิ่งข่มลูกค้าแท้จริงแล้วเจ้าของกิจการเป็นสตรีแต่เหยียดสตรีด้วยกันจนตอนนี้นางนึกเสียใจที่หลอกพาอาลิ่วมาด้วย

            เสวี่ยเฟิ่งอึ้งไปเล็กน้อยเขาก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าจะเป็นเถ้าแก่...เนี้ย?

            เถ้าแก่เนี้ยมองเหยียดหลินหลานหรูที่หน้าตาอัปลักษณ์มีเงินน้อยแล้วยังกล้าขอพบนาง ช่างไม่รู้จักเจียมตัวหากลูกจ้างไม่บอกว่ามีบุรุษตามมาด้วยนางคงไม่ออกมา

            ใบหน้าหลินหลานหรูบึ้งตึงแกมดำมืดขึ้นทุกขณะนางไม่ชอบสายตาทอดสะพายให้บุรุษเช่นนั้นของเถ้าแก่เนี้ยหนังเหี่ยวจนลูกของนางเรียกป้าได้แล้วกระมัง แต่ยังส่งสายตาหยาดเยิ้มให้อาลิ่วอีกเหตุใดไม่เปลื้องผ้าเสียเลยล่ะ

            เสวี่ยเฟิ่งกระแอมออกมาเบาๆปราณเย็นยะเยือกแผ่ซ่านรอบตัว เถ้าแก่เนี้ยถูกไอเย็นปะทะถึงกับกลืนน้ำลายหนืดคอเก็บสายตาหยาดเยิ้มกลับแล้วเอ่ย "แม่นางท่านนี้เงินสามตำลึงของเจ้าเช่าได้แค่ลาขาหักของข้าเท่านั้นแหละ หากคิดจะไปไกลถึงเป่ยชางมีเงินร้อยตำลึงมาให้ข้าได้ ข้าจะส่งพวกเจ้าด้วยรถม้าชั้นดีจนถึงที่หมายเชียวละหากมากไป รู้ว่าไม่สามารถก็รีบออกไปให้พ้นหน้าร้านข้าอย่าให้ใบหน้าอัปลักษณ์ของเจ้านำความโชคร้ายมาสู่กิจการเช่ารถม้าข้าได้"

            เถ้าแก่เนี้ยพ่นคำพูดเสียดสีดูแคลนผู้อื่นออกมาแล้วก็คิดเคลื่อนย้ายสะโพกเยื้องย่างเดินกลับเข้าไปในโถงชั้นใน

            เจตนาจงใจพูดกระทบหลินหลานหรูแต่กลับกระแทกความรู้สึกของเสวี่ยเฟิ่งแทนคล้ายว่าหลังจากนี้เขาจะหยิบกระบี่ขึ้นมาแล้วสังหารคนทุกคนที่กล้าวิจารณ์ใบหน้าของหลินหลานหรู

            "เดี๋ยว"เสวี่ยเฟิ่งกดเสียงต่ำแต่แฝงคมมีดในน้ำเสียง เอ่ยรั้งคนไว้อย่างเย็นชา

            หลินหลานหรูชินกับน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลอ่อนโยนมาตลอดช่วงเช้าที่ได้สนทนากับเขามาตอนนี้นางจึงสะดุ้งเล็กน้อยขณะที่เถ้าแก่เนี้ยรับรู้ได้ถึงคมมีดในเสียงนั้นก็ก้าวขาไม่ออกราวกับมีปลายมีดเย็บเฉียบจ่อแทงอยู่ที่ต้นขอด้านหลัง ยิ่งไม่กล้าขยับส่งเดช

            "เถ้าแก่เนี้ยลมปากของเจ้าคงเชื่อถือได้กระมังเช่นนั้นตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงนี้คงรวมรถม้าที่ดีที่สุดหนึ่งคันคนนำทางที่ชำนาญที่สุดหนึ่งคน พร้อมม้าฝีเท้าดี วิ่งได้พันลี้อีกสามตัวเสบียงอาหารสำหรับห้าคนหนึ่งเดือน ช่วยจัดการให้ตามนี้ด้วย"กระแสเสียงแฝงพลังอำนาจของเสวี่ยเฟิ่งเอ่ยมาประดุจราชโองการฮ่องเต้ที่มิอาจขัดแต่กลับยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่าลงกลางศีรษะของเถ้าแก่เนี้ย

            ชั่วพริบตาเถ้าแก่เนี้ยถึงกับแข้งขาอ่อนยวบทั้งหมดคือดีที่สุด รวมแล้วต้องจ่ายมากว่าหนึ่งร้อยตำลึงเสียอีกจะดีจะร้ายก็ไกลถึงเป่ยชาง ไปกลับก็เสียเวลาและทรัพยากรมากมายแล้วคิดเอ่ยปฏิเสธกลับคำยามนี้คมกระบี่ก็จ่อเข้าที่ต้นคอเสียแล้ว

            หลินหลานหรูกะพริบตาปริบๆอ้าปากหวอมองหน้าเสวี่ยเฟิ่งสลับกับติงเกาที่ไปมาเงียบเชียบปรากฏตัวทั้งทีก็ชักกระบี่จ่อคอข่มขู่คนโดยที่นางไม่ทันรู้ตัว ยุทธภพกว้างใหญ่เหนือคนวรยุทธ์ล้ำเลิศยังมีคนวรยุทธ์ล้ำเลิศกว่าเห็นทีเกาะลึกลับของอู่เทียนไฉ่คงกลายเป็นปลาซิวปลาสร้อยในหนองไปแล้ว

            หลังกลับออกจากกิจการเช่ารถม้าหลินหลานหรูข้องใจเรื่องหนึ่งตั้งแต่ที่นางได้ยินเขาเอ่ยกับเถ้าแก่เนี้ยเรื่อง 'ม้าสามตัว'

            "ท่านผ่านทางไปเป่ยชางหรือเจ้าคะ"

            การที่เสวี่ยเฟิ่งออกหน้าจ่ายเงินให้ทั้งคนทั้งรถหลินหลานหรูไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธเขาในสภาวะที่นางขาดแคลนเงินถึงขั้นไส้ขาดและจะดีมากหากเขาร่วมเดินทางไปด้วย ดังนั้นก็ถือว่าหนึ่งร้อยตำลึงหารกันคนละครึ่งหนี้ของนางก็จะเหลือเพียงห้าสิบตำลึง ระหว่างทางเก็บสมุนไพรขาย ช่วยรักษาคนย่อมคืนเงินให้เขาก่อนถึงเป่ยชางได้

            เพียงแต่นางรู้สึกว่าตัวอักษรบนตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงนั้นคุ้นตามาก

            "ไม่ได้ผ่านทางแต่ข้าจะไปเป่ยชางอยู่แล้ว"เดิมทีเสวี่ยเฟิ่งตั้งใจจะไปเป่ยชางตั้งแต่ต้นเดือนที่แล้วแต่เขาอยากไปที่ที่หนึ่งก่อน จึงอ้อมลงใต้มายังเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซูเนื่องจากมีบางอย่างที่เขาต้องค้นหาที่นั่น หลังได้พบอาจารย์เฉาอันที่จวนเฉาก็ทำเขาประหลาดใจไปหลายเรื่องเลยทีเดียวต่อมาจึงขึ้นเรือมาเทียบท่าที่เมืองกว่างโจวเพื่อไปเป่ยชาง

            "เมื่อครู่เสียมารยาทออกหน้าแทนเจ้าโดยไม่ได้ถามความเห็นขออภัยด้วย เดิมทีตั๋วเงินใบนั้นไม่ใช่ของข้าแต่แรกบังเอิญเก็บได้แต่หาเจ้าของไม่พบ ตอนที่อยู่ข้างในเหตุการณ์จวนตัวจึงหยิบออกมาใช้ก่อน"

            เก็บได้? นั่นไม่ใช่เงินที่จื่อเหวินทำหายหรือไรหลินหลานหรูชักไม่อยากคืนเงินห้าสิบตำลึงให้เขาแล้วแต่จะเก็บเงินห้าสิบตำลึงจากเขาแทน

             

             

            คืนนั้นหลังกลับมาจากกิจการเช่ารถม้าหลินหลานหรูชี้แจงเรื่องการเดินทางทั้งหมดให้จื่อเหวินฟังโดยเตรียมเรื่องราวแต่งขึ้นให้ตรงกันว่า...จื่อเหวินเป็นคุณหนูสามจากตระกูลพ่อค้าในฟูโจวออกเดินทางไปเป่ยชางเพื่อนำป้ายวิญญาณของมารดากลับบ้านเกิด โชคร้ายระหว่างทางขึ้นเรือมากว่างโจวทำเงินค่าเดินทางทั้งหมดหายจึงใช้ของมีค่าที่ติดตัวมาแลกเป็นเงินได้เล็กน้อยพอประทังชีวิตและค่าเดินทางไปให้ถึงเป่ยชาง

            ชีวิตอาภัพของหญิงงามมีใครบ้างได้ฟังแล้วไม่อยากยื่นมือเข้าช่วยเหลือ

            จื่อเหวินเป็นคนฉลาดเรื่องเล่นละครเป็นเรื่องที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีเมื่อถึงเช้าวันออกเดินทางจึงไม่เป็นปัญหา หญิงงามไม่สร้างปัญหาจึงน่ายกย่องชื่นชมหลินหลานหรูให้จื่อเหวินปิดบังใบหน้าด้วยผ้าโปร่งสีขาวนวลขับให้ใบหน้างดงามชวนค้นหาและมีเสน่ห์เป็นสตรียังไม่ออกเรือนควรสงวนชื่อเสียงไว้สักหน่อย มิควรเปิดเผยหน้าตาให้มากนัก

            อันที่จริงเป็นสายลับมิควรเปิดเผยตัวตนมากกว่า

            หลินหลานหรูไม่สนว่าอาลิ่วจะถูกใจหญิงงามจนถึงขั้นหลงใหลหรือไม่หากไม่กระทบต่อภารกิจของนาง เขาก็จะมีชีวิตได้นานมากขึ้นเท่านั้นแต่หากเขาชมชอบถึงขั้นคบหาเป็นหญิงคนรัก การเดินทางครั้งนี้ก็จะยิ่งราบรื่นขึ้น

            แต่ไฉนเขายังคงรักษาระยะห่างสวมหมวกดำระบายผ้าโปร่งเช่นเดิม และให้ติงเกาถ่ายทอดคำพูดของเขาไปให้หญิงงามฟังแทนหลินหลานหรูอึ้งอยู่บ้างเข้าใจว่าเขาไม่อยากให้ขนบธรรมเนียมระหว่างหญิงชายมาเป็นภาระผูกมัดในภายหลังยังดีที่นางเป็นแค่สาวใช้ หากเขาให้ติงเกามาถ่ายทอดคำพูดให้นางฟังละก็ได้ฟาดเท้าเตะลงจากหลังม้าแน่

            หลินหลานหรูขยับสายคาดศีรษะเล็กน้อยก่อนผละห่างจากจื่อเหวินในรถม้าแล้วเดินไปหาเสวี่ยเฟิ่งเพื่อแจ้งเขาว่าพวกนางพร้อมออกเดินทางแล้ว

            คนเดินทางสี่คนและผู้นำทางที่พ่วงตำแหน่งสารถีบังคับม้าด้วยก็รวมเป็นห้าคน

            เสวี่ยเฟิ่งเอ่ยถามหลินหลานหรูว่านางต้องการจ้างคนคุ้มกันระหว่างทางหรือไม่ทว่าหลินหลานหรูมีวรยุทธ์นางจึงบอกปฏิเสธไปโดยให้เหตุผลไปว่าคุณหนูไม่ต้องการสิ้นเปลืองไปมากกว่านี้ดังนั้นจึงรวมเป็นชายสามหญิงสอง

            แล้วเหตุใดมีม้าสามตัว?

            "อาลิ่วท่านจะให้ข้าขี่ม้าหรือ" หลินหลานหรูตัวแข็งทื่อ

            "มิผิด"พูดไปแล้วเสวี่ยเฟิ่งพลันจับความผิดปกติในอากัปกิริยาของหลินหลานหรูได้เขาเห็นว่านางน่าจะมีวรยุทธ์ติดตัวอยู่บ้าง เรื่องขี่ม้าไม่น่าเป็นปัญหา"เหตุใด? เจ้าขี่ม้าไม่เป็นหรือ"

            "ไม่เชิงเจ้าค่ะเพียงแต่ข้ารู้สึกเวียนศีรษะทุกครั้งที่ขี่ม้า"เป็นผลกระทบทางจิตใจที่ซูเจี๋ยทิ้งไว้ให้นางก่อนตายทุกครั้งที่ขี่ม้าฝึกวรยุทธ์บนเกาะ นางไม่เคยควบม้าไปถึงที่หมายได้สักครั้งภาพหลินหลงอู่ตกเหวจนวันนี้ยังเสียดแทงใจนางไม่หายกลายเป็นว่าให้นางขี่ม้าทีไรจึงเวียนศีรษะหน้ามืดทุกครั้งไป

            เสวี่ยเฟิ่งไม่บังคับหลินหลานหรูคืนม้าหนึ่งตัวให้เถ้าแก่เนี้ย ได้ม้าคืนมาหนึ่งตัวเถ้าแก่เนี้ยยิ้มกว้างจนแก้มฉีกมีความรู้สึกอยากอาหารขึ้นมาสามส่วน จากที่กินอะไรมาไม่ได้ตั้งแต่เมื่อวาน

            เมื่อถึงเวลาออกเดินทางหลินหลานหรูนั่งห้อยขาด้านข้างท่านลุงสวี สารถีบังคับรถม้าขณะที่เสวี่ยเฟิ่งควบม้าเดินช้าๆเคียงข้าง แล้วปล่อยให้ติงเกาผู้ติดตามของเขาควบม้าปิดท้าย

            ใครผ่านไปมาเห็นภาพบุรุษองอาจผ่าเผยบนหลังม้าควบคู่ไปกับหญิงงามบนรถชวนให้คนรู้สึกอิจฉาการแสดงออกที่แสนเอาใจใส่และห่วงใยของบุรุษที่มีให้ต่อหญิงคนรักในรถม้าแต่หารู้ไม่ว่าหญิงงามที่บุรุษหมายตาคือนางห้อยขาบนที่นั่งข้างคนบังคับม้าต่างหาก

            ระหว่างหนุ่มสาวเหมือนจะมีเรื่องให้พูดคุยกันมากมายยิ่งพูดความสัมพันธ์ยิ่งขยับใกล้ชิดกันมากขึ้นเสวี่ยเฟิ่งที่ไม่เคยหัวเราะออกมาจากใจกลับหัวเราะเพราะคำพูดแปร่งหูของหลินหลานหรูหญิงงามในรถม้าได้ยินดังนั้นกลับรู้สึกสะอิดสะเอียน ขี้คร้านจะฟังจนหลับไป

            คืนแรกของการเดินทางแวะพักที่โรงเตี๊ยมเล็กๆในตำบลฝูไห่ รุ่งเช้าก็ออกเดินทางต่อ ภาพหนุ่มสาวพูดคุยกันยังปรากฏให้เห็นเช่นเดิมหลินหลานหรูก็ไม่ค้านที่จะพูดคุยกับเข้า นางชอบฟังเสียงของเขาอีกทั้งนางยังรู้สึกว่าเขาเหมือนจะรู้ใจนางไปเสียหลายเรื่องจนเผลอคิดไปว่าเขามีส่วนที่คล้ายเสวี่ยเฟิ่งหลายอย่างแต่ด้วยรับรู้ว่าฐานะของเสวี่ยเฟิ่งที่เป็นถึงองค์ชายคงไม่บังเอิญมาปรากฏตัวที่กว่างโจวได้กระมัง

            พูดไปคุยมาชักลามมาถึงเรื่องส่วนตัวเป็นหลินหลานหรูรู้สึกข้องใจก่อน จึงคิดโยนหินหยั่งเชิงแต่ไม่ได้อะไรที่เป็นประโยชน์มากนัก เรื่องที่เขาเอ่ยไม่มีเค้าว่าแต่งขึ้นแต่เอ่ยได้หลีกเลี่ยงปัดประเด็นให้พ้นตัวได้ตลอดเป็นธรรมชาติเสียจนหลินหลานหรูไม่นึกแคลงใจ

            ภายหลังวกกลับมาที่เรื่องของนางบ้างนางก็ทำเหมือนที่เขาทำ เล่าเพียงบางส่วน ที่เหลือก็ปิดให้มิดและขยายความให้น้อยเน้นให้ความหมายคลุมเครือชิงเล่าเรื่องส่วนตัวที่เปิดเผยได้มาปิดประเด็นสุ่มเสี่ยงนั้นเสียการสนทนาจึงจบลงด้วยความประทับใจ

            แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดหลินหลานหรูรู้สึกว่าเขามีบางเรื่องที่ไม่กล้าถามนางที่เข้าไกลมากสุดคือถามว่านางติดตามคุณหนูมาตั้งแต่เกิดหรือไม่นางก็ตอบว่าเพิ่งถูกขายเข้าจวนคหบดีจื่อเมื่อสามปีก่อนส่วนเรื่องราวก่อนหน้าสามปีนั้น ล้วนจำสิ่งใดไม่ได้จากนั้นเขาก็ไม่ซักไซ้ถามสิ่งใดอีกทุกเรื่องที่คุยหลังจากนี้ก็ล้วนแล้วแต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว

            ล่วงเข้าวันที่สิบของการเดินทางหลินหลานหรูเริ่มรู้สึกว่าเขามีเจตนาแอบแฝง แต่ผ่านไปอีกหลายวันก็ยังไม่เผยพิรุธนางเองก็จนใจ เพราะความไม่แน่นอนในสิ่งใดของเขากำลังส่งผลกระทบต่อการควบคุมจิตใจของนาง

            ร่อเข้าวันที่สิบห้าเค้าลางความแตกแยกจึงเริ่มขยายใหญ่ชัดเจน

            จุดพักม้าแห่งสุดท้ายห่างจากเขตเป่ยชางราวสองร้อยลี้จากนี้ต่อไปถนนหนทางจะยิ่งลำบาก เส้นทางทุรกันดารแร้นแค้นอย่างแท้จริงอันตรายดักซุ่มรอมีทุกย่างก้าว

            เนื่องจากเข้าไกลเขตชายแดนแม้ราชสำนักทำสัญญาสงบศึกกับแคว้นตู๋ฝางมาแล้วกว่ายี่สิบปีแต่ผลจากสงครามครั้งนั้นยังคงอยู่ ทหารหนีทัพส่วนมากผันตัวเป็นโจรประชาชนแถบชายแดนได้รับผลกระทบ อดอยากปากแห้งมาเนิ่นนานพลอยให้มีพฤติกรรมรุนแรงถ่ายทอดสู่รุ่นหลาน บ้างถึงขั้นไร้ศีลธรรมก็มีไม่น้อย

            เรื่องการเดินทางนับว่าลำบากมากแล้วคนยังมาแตกแยกไม่สนิทใจต่อกันอีก ...จงใจหรือไม่? หากหลินหลานหรูจงใจก็คงขุดหลุมฝังตัวเองแล้วละ

            "อาลิ่วท่านทำให้สตรีต่ำต้อยเช่นข้ารู้สึกรังเกียจตัวเองนัก"หลินหลานหรูเปิดปากในที่สุด ตอนที่รถม้าถึงจุดพักม้าแห่งสุดท้ายจุดพักม้าแห่งนี้เงียบเชียบไม่ค่อยมีคนผ่าน กิจการที่เปิดเป็นโรงเตี๊ยมเล็กๆจึงมีห้องพักว่างให้ชี้นิ้วเลือกได้อย่างสบาย

            เสวี่ยเฟิ่งพลันหน้าซีด ยืนหลังตึงสองคิ้วเข้มขมวดแน่น พลางใช้สายตาอ้อนวอนมองหลินหลานหรูทว่าสิ่งที่เขาต้องการสื่อผ่านดวงตากลับไปไม่ถึง เมื่อมีผ้าโปร่งบดบังไปกว่าครึ่งทุกอย่างก็กลายเป็นสูญเปล่า

            เขาที่ฝันถึงสตรีนางหนึ่งซ้ำๆเมื่อพบนางที่ใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกอปรกับความบังเอิญที่เจอกันครั้งที่สองในโรงเตี๊ยมความกล้าของนางที่เป็นฝ่ายเดินเข้ามาทักทำให้เขาถูกใจนางอย่างมากไม่เว้นแม้กระทั่งความสนุกที่แฝงทั้งความอยากรู้อยากลองจนชักนำไปสู่ผลประโยชน์ของนาง

            ต่อให้นางปิดบังผู้อื่นจนมิดชิดเก็บงำให้พ้นสายตาคนเท่าไรก็ไม่อาจหลุดรอดสายตาเขาได้เมื่อได้พูดคุยและใกล้ชิดกันตลอดสิบกว่าวันมานี้ยิ่งทำให้เขารู้สึกชื่นชอบกลายเป็นหลงรักนางไปเสียแล้ว แต่เหตุใดเขาถึงไม่สามารถผ่านม่านบางๆ ในใจนางไปได้

            หลินหลานหรูสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับข่มกลั้นอารมณ์บางอย่าง นางไม่ขอให้เขาเปิดเผยใบหน้าเพราะตั้งแต่วันแรกที่นางพบเขาก็ปล่อยให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นประหนึ่งแค่ฝันหนึ่งตื่นเมื่อลืมตาแล้วก็ไม่อาจจดจำอะไรได้อีกแม้กระทั่งใบหน้าเช่นนั้นจึงจะตัดใจได้ง่ายกว่า

            เสวี่ยเฟิ่งคว้าข้อมือหลินหลานหรูไว้แม้ในใจร้อนรุ่มจวนจะขาดก็ยังคงความอ่อนโยนต่อนางไม่เปลี่ยน"เสี่ยวหลัน..." น้ำเสียงเขาฟังดูเจ็บปวดยิ่ง"ข้าทำสิ่งใดให้เจ้าไม่พอใจหรือ? เจ้าพูด แค่เจ้าพูดมาประโยคเดียว..."

            "ข้าต่ำต้อยนัก"หลินหลานหรูเอ่ยเสียงหนักแต่ไม่แข็งกระด้างนางคิดใช้ฐานะมาตัดรอนความสัมพันธ์บ้าบอนี้

            หลินหลานหรูเพิ่งตระหนักเมื่อไม่กี่วันก่อนแม้นางจะไม่ค่อยมั่นใจนักว่าใช่อารมณ์รักใคร่ระหว่างชายหญิงหรือไม่แต่ที่รู้คือมันกำลังทำให้จิตใจของนางไม่สงบ บัดซบนัก! จิตมารค่อยๆหลุดจากการควบคุมด้วยพลังทิพย์ของอู่เทียนไฉ่ทีละน้อยหากนางขาดสติพลั้งมือฆ่าบุรุษตรงหน้า เกรงว่าผลกระทบหลังจากนี้คงไม่สวยนักแล้วชีวิตของนางก็กลับมาอยู่ในความเสี่ยงเช่นเดิม"ขออภัยที่สาวใช้ต่ำต้อยเยี่ยงข้า ทั้งยังอัปลักษณ์ไม่คู่ควรกับหัวใจของท่าน"

            คำพูดของหลินหลานหรูมีแต่ความห่างเหินยังดีที่แววตาของนางไม่ได้ว่างเปล่าจนดูไร้เยื่อใย นางยังคงเหลือเยื่อใยเส้นบางๆไว้ให้เขาสำหรับสหายที่ดีต่อกัน ถ้าเขาไม่ต้องการก็ตัดมันทิ้งเสียแต่กลับพลาดอย่างถนัดเมื่อเสวี่ยเฟิ่งไม่ได้มองดวงตาของนางแล้วเห็นว่านางต้องการแค่ความสัมพันธ์เฉกเช่นสหาย

            เสวี่ยเฟิ่งจับกระแสบางอย่างในน้ำเสียงของนางได้"เจ้าไม่ได้ต้องการเช่นนั้น"

            หลินหลานหรูรู้สึกตระหนก นางก้มหน้ากัดริมฝีปากอย่างข่มกลั้นโทสะที่กำลังคุกรุ่น"อย่าให้เรื่องนี้ไร้ทางออกจะดีกว่า"

            เสวี่ยเฟิ่งจำใจต้องปล่อยมือเป็นเขาที่เผยความรู้สึกเร็วเกินไปจึงถูกปฏิเสธ หรือไม่นางอาจมีคนรักในใจแล้วได้แต่เก็บงำความรู้สึกปวดร้าวลงก้นเหวลึก สีหน้าและแววตาเย็นชาขึ้นจนคนที่ยืนหันหลังให้สัมผัสได้ถึงความหนาวสะท้านทว่าน้ำเสียงกลับคงความนุ่มละมุนแฝงความอ่อนโยนคงเดิม "วันนี้พักผ่อนเถิดพรุ่งนี้ต้องเร่งเดินทางทางแต่เช้ามืด"

            หลินหลานหรูสะท้านไปทั้งร่างกับด้านมืดของเสวี่ยเฟิ่งที่ยังไม่เคยเผชิญ... นางกำลังขุดหลุมฝังตัวเองอยู่หรือไม่

             

    คล้ายกับเรื่องนิสัยข้าเปลี่ยนยาก ที่คุณอ่าน

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043