ค่ำคืนของมอเดนได้ผ่านไป แต่ไม่ทันที่แสงอาทิตย์จะส่งมาถึง กลับมีแสงสว่าง วูบวาบขึ้นอยู่ที่ลานกว้างหลังบ้านหลังหนึ่ง เมื่อมองใกล้เขาไปก็พบว่าที่มาของแสงสว่างวาบนั้นมาจากอุ้งมือของเด็กหนุ่ม ที่กำลังฝึกฝนตัวเองอยู่
เด็กหนุ่มเรียกแสงสีขาวก่อนหนึ่งออกมาจากอุ้งมือทั้งสองของเขาและปล่อยมันให้พุ่งไปชนกับหุ่นไม้ที่ตั้งอยู่ใจกลางลานกว้างหลังบ้านของเขา และเมื่อพลังของเด็กหนุ่มปะทะเขากลับหุ่นไม้ ก็ทำให้หุ่นไม้นั้นสั่นไปมาแต่กลับไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นเลย เสมือนมันมีฟิล์มบางๆ เคลือบหุ่นไม้นั้นไว้เพื่อไม่ให้มันแตกออก
เด็กหนุ่มยังคงปล่อยแสงโจมตีไปที่หุ่นไม้นั้นไปมาอยู่อย่างนั้นเลยเรื่อยๆ จนกระทั่งแสงสว่างจากพระอาทิตย์ส่งมาถึง เด็กหนุ่มถึงหยุดการฝึกฝนลง พร้อมกับเดินเข้าไปในบ้านเพื่อชำระร่างกายของตัวเอง
เมื่อเด็กหนุ่มอาบน้ำเสร็จแล้วก็เป็เวลาเดียวกลับที่แม่ของเขาเตรียมอาหารไว้ให้ แต่ก่อนที่จะเริ่มทานอาหารนั้น ซินซินได้เดินไปทักทายและรูปหัวทารกที่อยู่บนเก้าอี้ทานข้าวเด็ก ซึ่งเป็น้องของเขาด้วยความเอ็นดู แล้วจึงนั้งกินอาหารร่วมกับครอบครัวของเขาเชกเช่นเช้าของทุกวัน
“ไปก่อนนะครับพ่อ ไปก่อนนะครับแม่ ผมไปโรงเรียนก่อนนะครับคุณปู่”
หลังจากที่ซินซินทำกิจวัตรประจำวันในตอนเช้าเสร็จและ ซินซินก็หยิบกระเป๋าของเขาขึ้นมาสะพายไว้ และรีบวิ่งออกจากบ้านไป โดยที่มีเสียงของแม่เขาไล่หลังไปด้วยความเป็ห่วง
“เดินทางระวังระวังนะลูก”
“ซินซินไปโรงเรียนแล้วใช่ไหม”
คุณปู่ที่เพิ่งเดินลงมาจากบันไดของฉันบนหลังจากได้ยินเสียงบอกลาของเด็กหนุ่ม ก็พูดขึ้นกับลูกสะใภ้ของเขา
“ใช่ค่ะซินซินไปโรงเรียนแล้ว”
“อืมๆ เดียวเหล่าสมาชิกของอาดูล กำลังจะมาแล้วพวกเขาจะมาปรึกษาเื่แผนทวงคืนดินแดน เตรียมของไว้ต้อนรับพวกเขาด้วยละ”
“เราจะไม่บอกเื่นี้กับซินซินไว้ก่อนหรือครับ เพราะแผนการของเราอาจจะไปกระทบกับลูกก็ได้”
พ่อของซินซินที่ได้ยินคำพูดของพ่อตัวเองก็พูดขึ้นมาด้วยความเป็ห่วง พร้อมกับสีหน้าไม่สบายใจของเขา
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เมื่อแผนการเริ่มขึ้นฉันจะพาซินซินและแอคโค่ไปที่อื่นก่อนเอง อย่าลืมซิว่าซินซินอาจจะเป็เด็กในคำทำนายก็ได้ อาดูลไม่มีทางทำให้เขาอยู่ในอันตรายหรอก ที่เหลือก็คงต้องฝากให้พวกเธอจัดการ”
เมื่อมองไปยังบ้านเมืองของรัฐฟิฟตี้ที่มีขนาดใหญ่นั้น บ้านเรือนทุกหลังต่างมีความสูงไม่เกิน20เมตรเพื่อรองรับยานพาหนะต่างๆ ที่ลอยไปมา และเต็มไปด้วยต้นไม้มากมายที่ถูกปลูกแทรกไปตามทางเดินและลานว่างต่างๆ มีเพียงสถานที่ขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางเมืองเท่านั้นที่อนุญาตให้สร้างสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดได้ จนอาคารเ่าั้ตั้งเด่นเป็สง่าอยู่กลางเมือง ด้วยข้อจำกัดของความสูงอาคารที่รัฐกำหนด ทำให้โรงเรียนเพียงไม่กี่แห่งของรัฐฟิฟตี้เป็โรงเรียนขนาดใหญ่ที่กินเนื่อที่มหาศาล เด็กเล็กและวัยรุ่นมากมายต่างเดินกันไปมา พร้อมกับนักเรียนอีกส่วนหนึ่งที่กำลังลงมาจากรถประจำทางคันใหญ่ที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมลอยอยู่เหนือพื้นเล็กน้อย ซินซินเองก็พึ่งเดินลงมาจากรถประจำทางเ่าั้ด้วย
การมาโรงเรียนของเด็กหนุ่มซินซินนั้นดูเหมือนจะไม่ได้สร้างความสุขให้เขาเลย ผิดกับนักเรียนคนอื่นๆ ที่มีใบหน้ายิ้มแย้มและคุยกันไปมาอย่างสนุกสนาน แต่ซินซินนั้นกลับมีสีหน้าที่นิ่งเฉย เมื่อซินซินลงจากรถประจะทางเขารีบเดินไปยังอาคารเรียนของเขา เพื่อตรงขึ้นไปยังห้องเรียนและเข้าไปนั่งที่โต๊ะเรียนของเขา พร้อมกับรอให้การเรียนการสอนเริ่มขึ้น ซึ่งก็เป็เวลาอีกนานพอสมควรกว่าจะถึงเวลาเริ่มเรียน ซินซินจึงเป็คนเดียวที่นั่งอยู่ในห้อง ไม่นานหลังจากนั้นเด็กนักเรียนจึงเริ่มเดินตามเข้าห้องมา และเมื่อถึงเวลาเรียนของคาบแรกคุณครูก็ได้มาถึง
“สวัสดีค่ะนักเรียน ฉันเป็ครูประจำชั้นของพวกเธอนะ เรายังต้องเจอหน้ากันอย่างนี้ไปอีกหนึ่งปียังไงครูต้องขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
ครูสาวที่พึ่งมาถึงได้กล่าวทักทายแก่นักเรียนของตนที่นั้งรอกันอยู่ภายในห้อง และเริ่มแนะนำตัวออกมา
“ก่อนอื่นเลยเราต้องแนะนำตัวกันก่อนนะคะ ครูมีชื่อว่าเอ็มมามิอา เรียกว่าเอ็มม่าเฉยๆ ก็ได้นะ ครูอยากให้พวกเธอแนะนำตัวเองทีละคนโดยการบอกชื่อของตัวเอง และความฝันให้ครูฟังเพื่อเป็การทำความรู้จักกันก่อนหน่อยนะ”
เมื่อเธอพูดจบก็เริ่มให้นักเรียนแต่ละคนแนะนำตัวเองออกมา ซึ่งนักเรียนแต่ละคนนั้นก็ให้ความร่วมมือกับเธอเป็อย่างดี จนมาถึงคิวของซินซินที่ต้องแนะนำตัว ซินซินจึงลุกยืนขึ้นและเริ่มแนะนำตัวออกมา
“สวัสดีครับผมชื่อซินซิน”
เมื่อเสร็จสิ้นการแนะนำตัว ซินซินก็ได้โค้งหัวทักทายให้กับนักเรียนภายในห้อง และเลือกที่จะไม่บอกความฝันของเขาออกไป ถึงแม้ครูเอ็มม่าจะยืนรอให้เขาพูดต่อก็ตาม จนครูเอ็มม่าแน่ใจว่าซินซินจบประโยคของเขาแล้วถึงเริ่มพูดออกมา
“ไม่เป็ไรจ้ะ ซินซินอาจมีความจำเป็ที่ไม่สามารถบอกความฝันของตัวเองได้ เชิญคนต่อไปแนะนำตัวได้เลย”
เมื่อซินซินเห็นว่าครูไม่ได้ติดใจอะไรกับความฝันของเขา จึงได้นั่งลงและเป็เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาที่ลุกขึ้นยืนและแนะนำตัวเองออกมา
ตลอดเวลาที่ซินซินนั่งอยู่ในห้องนั้นเขาไม่แม้แต่จะชายตามองเพื่อนร่วมห้องของเขาเลย นี้เป็ครั้งแรกที่เขาหันไปมองเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ เขาที่กำลังลุกขึ้นเพื่อแนะนำตัว เมื่อซินซินหันไปเห็นเด็กคนนั้นตาของเขาก็เบิกกว้างออกมาเล็กน้อย ก่อนจะตกอยู่ในภวังค์ด้วยความหลงใหลต่อใบหน้าที่สวยงาม และหูที่เด็นสง่ากับผมยาวประบ่าสีขาวทองที่หาได้ยากของเด็กหนุ่มที่ลุกขึ้นแนะนำตัว
“สวยจัง”
ซินซินที่ไม่อาจระงับความในใจของตัวเองได้ ก็เผลอพูดความในใจของตัวเองออกมา ถึงแม้เสียงที่เขาพูดนั้นจะเบาจนนักเรียนคนอื่นไม่ได้ยิน แต่เด็กหนุ่มที่ใกล้เขาที่สุดและกำลังจะเริ่มแนะนำตัวนั้นได้ยินมันชัดเจน จนหันหน้ามามองที่ซินซินเพราะคำที่ซินซินพึงพูดออกมา
“ข..ขอโทษครับ”
ซินซินที่เห็นเด็กหนุ่มหันมามองเขา ก็รีบพูดขอโทษออกไปทันที แต่ความในใจของซินซินที่เพิ่งพูดไปนั้น ไม่ได้สร้างความโกรธเคืองให้กับเด็กหนุ่มเลย เขาพยักหน้ารับคำขอโทษของซินซินก่อนที่จะส่งยิ้มให้กับเขา โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่ารอยยิ้มของเด็กหนุ่มคนนั้นที่ถึงแม้จะโผล่ออกมาแค่เพียงแป๊บเดียว แต่ก็ทำให้ซินซินนั้นใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“สวัสดีครับผมชื่อคาฟินน่าหรือเรียกสั่นๆ ว่าฟินน์ก็ได้ครับ ความฝันของผมคืออนาคตผมอยากช่วยดูแลสถานรับเลี้ยงเด็กที่ผมอาศัยอยู่ครับ”
เมื่อได้ยินความฝันของฟินน์เด็กนักเรียนในห้องบางคนก็เริ่มปรบมือให้เขาอย่างชื่นชม ร่วมถึงครูเอ็มม่าด้วย ที่ปรบมือออกมาพร้อมกับสีหน้าชื่นชมที่มีต่อฟินน์
“ดูแลสถานรับเลี้ยงเด็กงั้นหรอ เป็เด็กดีจังเลยนะฟินน์ ครูเอาใจช่วยด้วยนะ”
ฟินน์ที่แนะนำตัวเสร็จแล้วก็รีบนั่งลงด้วยความเขิลอายจากเสียงปรบมือและคำชมของครูเอ็มม่า แต่ถึงแม้ฟินน์จะนั่งลงไปแล้วแต่เด็กสาวและเด็กหนุ่มภายในห้องก็ยังหันมามองฟินน์ด้วยความสนใจกันอยู่ สีหน้าที่หลงใหลในตัวของฟินน์ต่างแสดงออกมาจากเด็กสาวและเด็กหนุ่มภายในห้องอยู่หลายคน จนซินซินที่เห็นท่าทีของเด็กสาวเ่าั้ก็รู้สึกประหลาดใจ จนเผลอพึมพำความคิดของเขาออกมา
“ไม่มีใครมองออกเลยหรอว่าฟินน์เป็ผู้หญิง”
ซินซินที่เห็นอย่างนั้นก็ได้หันไปมองที่ฟินน์พร้อมกับมองสำรวจไปที่ตัวของฟินน์อย่างละเอียด เมื่อเขาพิจารณาจากการแต่งตัวของฟินน์แล้วก็ทำให้เขาเข้าใจได้ว่าอาจจะเป็ไปได้ที่มีคนมองไม่ออกว่าฟินน์เป็ผู้หญิง แต่ยิ่งซินซินมองไปที่ฟินน์มากเท่าไร เขาก็ยิงหลงใหลและชื่นชมในรูปลักษณ์ของฟินน์มากขึ้นเท่านั้น…จนกระทั่งสีหน้าของเขาเปลี่ยนไป เป็สีหน้าที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังทันทีที่ได้ยินเสียงแนะนำตัวของเด็กหนุ่มสูงใหญ่ที่หนังถัดจากฟินน์ไป
“ผมชื่อลีออนครับ ความฝันยังไม่มีเลย”
รูปลักษณ์ของลีออนนั้นสร้างความตื่นตะลึ่งให้คนในห้องอย่างมาก ถึงแม้บางคนจะเคยเห็นลีออนตั่งแต่วันที่มาสมัครเรียนกันแล้วก็ตาม เพียงแค่อายุ13 ส่วนสูงของเขาก็มากกว่า170ซม. และด้วยความที่เป็ลูกครึ่งระหว่างมนุษย์และฮิวมอนสิงโต ทำให้เขามีขนและทรงผมที่ดกหนากว่าคนทั่วไป แต่ด้วยสีทองอ่อนๆ ของเส้นผมเ่าั้กลับทำให้เขานั้นดูสง่างามมากกว่าน่ากลัวเหมือนกับฮิวมอนสิงโตคนอื่นๆ แต่ก็ยังสร้างความหวาดกลัวไม่น้อยให้กับเพื่อนร่วมห้อง
ลีออนที่แนะนำตัวเสร็จแล้วก็ได้นั่งลงทันที โดยไม่ได้รอให้ครูเอ็มม่าพูดกับเขาก่อน ท่าทีของลีออนนั้นดูจะไม่ได้สนใจเพื่อนร่วมห้องของเขาเลย แถมยังมีสีหน้าที่ดูอารมณ์ไม่ดีด้วย แต่ครูเอ็มม่านั้นกลับไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจแต่อย่างใดกลับกันเธอแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่ามีความเกรงใจลีออนเสียมากกว่า และด้วยความที่ไม่สนใจผู้อื่นของลีออนทำให้เขาไม่ได้สังเกตุเห็นแววตาของซินซินที่กำลังมองเขาอยู่เลย
เมื่อลีออนนั้งลงโต๊ะเรียนของซินซินก็สั่นจนส่งเสียงออกมาเล็กน้อย แรงสั่นนั้นก็เกิดจากแรงของซินซินที่กำลังใช้มือของตัวเองกำไปที่ขาโต๊ะด้วยความโกรธแค้น พร้อมกับหันหน้าฟรุบไปที่โต๊ะของตัวเองเพื่อปิดบังอารมณ์ของเขา
“ลีออน ลีออน ลีออน เลออน เลออน ลีออน เลออน”
ซินซินที่พยายาบเก็บอารมณ์โกรธแค้นของตัวเองที่มีต่อลีออนแต่ก็ไม่สามารถเก็บมันไว้ได้ ถึงแม้จะพยายามระงับอารมณ์ของตัวเองเพื่อไม่ให้เป็ที่สังเกตก็ตาม แต่ก็ยังมีเสียงที่เอ่ยชื่อของลีออนและเลออนดังขึ้นมาในหัวอยู่ตลอด จนความเกลียดชังที่พวยพุ่งออกมาจากภายในอย่างห้ามไม่ได้นั้นทำให้ฟินน์ที่นั่งอยู่ข้างเขาสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น
“เป็อะไรหรือเปล่าครับ”
“มะ…ไม่เป็ไรครับ”
ซินซินที่พยายามระงับความโกรธอย่างยากลำบากก็พยายามข่มอารมณ์ของตัวเองและหันมาตอบฟินน์ พร้อมกับฝืนยิ้มออกมาจนฟินน์ที่เห็นว่าซินซินไม่ได้เป็อะไรและส่งยิ้มมาให้เขาได้ ก็พยักหน้าตอบรับออกไปก่อนที่จะหันไปฟังครูเอ็มม่าพูดต่อ
“การแนะนำตัวคงจบแต่เพียงเท่านี้นะนักเรียน ครูต้องขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือมากๆ เลยนะคะ”
ครูเอ็มม่าที่เห็นว่านักเรียนทุกคนแนะนำตัวกันเสร็จแล้วก็กำลังจะพูดจบการแนะนำตัว แต่อยู่ดีๆ ก็มีมือของเด็กหนุ่มคนหนึ่งชูขึ้นมาเหมือนจะถามอะไรบางอย่าง
“ฟินน์มีอะไรจะพูดอย่างงั้นหรอ”
“ครูเอ็มม่าครับ ยังมีโต๊ะว่างอยู่โต๊ะหนึ่งนิครับเด็กคนนั้นยังไม่มาโรงเรียนเลยจะไม่เป็อะไรหรอครับ”
ฟินน์พูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปทางโต๊ะเรียนข้างๆ ลีออนที่ว่างอยู่เพียงโต๊ะเดียวภายในห้อง
“ใส่ใจเพื่อนรอบข้างจังเลยนะ ครูว่าเราน่าจะได้คนเป็หัวหน้าห้องแล้วละ แต่ครูก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไมเด็กคนนั้นยังไม่มา อาจจะติดธุระอะไรก็ได้เดียวครูค่อยโทรไปถามผู้ปกครองของเขาอีกทีนะ”
ฟินน์ที่ได้ยินอย่างงั้นก็พยักหน้าเป็การเข้าใจ ก่อนที่จะนั่งลงและปล่อยให้ครูเอ็มม่าพูดต่อ
“ต่อไปครูจะอธิบายเื่ การเรียนการสอนของระดับการศึกษาปีที่13 ของพวกเราก่อนนะ ก่อนอื่นเลยอีกหนึ่งอาทิตย์ต่อจากนี้ ทางโรงเรียนจะให้นักเรียนเลือกทำกิจกรรมชมรม โดยทางโรงเรียนจะจัดการเรียนการสอนเพียง่ครึ่งแรกของวันและหลังพักเที่ยงจะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมชมรมต่างๆ ซึ่งจะต่างจากระดับการศึกษาชั้นประถมหรือระดับการศึกษาระดับปีที่6ถึงระดับการศึกษาระดับปีที่12 ที่พวกเธอผ่านมาก่อนหน้านี้ และวิชาที่สอนนั้นก็จะเจาะจงไปที่วิชาคณิตศาสตร์เพื่อฝึกวิธีคิด วิชาสังคมสุขศึกษา และวิทยาศาสตร์ โดยนักเรียนสามารถศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในสิ่งที่ตัวเองสนใจจากชมรมต่างๆ ในโรงเรียนได้ และเพื่อให้นักเรียนได้ปรับตัววันนี้จะยังไม่มีการเรียนการสอน ระหว่างนี้นักเรียนก็ลองไปศึกษาดูชมรมต่างๆ และสำรวจโรงเรียนไปก่อนได้เลยนะคะ เหล่ารุ่นพี่ได้จัดกิจกรรมชมรมไว้รอแล้ว”