บทที่ 11 บรรลุระดับผู้ฝึกปราณ
ยามรุ่งสางหลังจากเสวี่ยซานฝึกวิชาอย่างบ้าคลั่ง เพื่อหวังจะบรรลุระดับผู้ฝึกปราณ ทว่าตอนนี้เขาไปถึงแค่มนุษย์ขั้นเก้า
"อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น"
เสวี่ยซานพูดพลางตรวจดูร่างกาย หลังจากบรรลุขั้นเก้าแล้ว เขารู้สึกถึงร่างกายที่เปี่ยมไปด้วยพลัง
เขาก้มมองเห็นมือตนเอง ที่ยามนี้ดูเหมือนผิวจะกระจ่างขึ้น ดูคล้ายกับผลึกน้ำแข็ง นั่นทำให้เสวี่ยซานค่อยข้างแปลกใจ เหตุใจร่างกายเขาถึงเป็เช่นนี้ หรือเป็เพราะวิชากายาเทพเหมันต์กัน
แต่ก็ตามชื่อ 'กายา' วิชานี้เป็การฝึกร่างกาย ใน่ที่ผ่านมาที่เสวี่ยซานศึกษาวิชานี้ เขาก็มีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น วิชานี้เป็วิชาที่ทำให้ผู้ที่ฝึกฝนสามารถมีกายาเทพเหมันต์ได้
แต่เสวี่ยซานที่มีความรู้เท่าหางอึ่ง เขาเพียงแค่อ่านหนังสือจากหอตำราในตระกูลมู่เท่านั้น แน่นอนว่าห้องหนังสือในตระกูลเล็กๆ ไม่สามารถครอบคลุมทั่วทั้งแผ่นดินได้
ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่ากายาเทพเหมันต์มันเป็กายาระดับไหน
หลังจากเสวี่ยซานครุ่นคิดเื่นี้สักพักก็ได้สติคืนมา สิ่งที่เขาควรเพ่งความสนใจในตอนนี้คือการฝึกพลัง เพราะการที่จะไปปล้นแผนที่ของเหมันต์ต้นกำเนิดนั้นไม่ใช่เื่ง่าย
คิดได้ดังนั้นเสวี่ยซานจึงรีบทำการบ่มเพาะ เพื่อที่จะบรรลุระดับผู้ฝึกปราณได้โดยเร็ว
ยามกลางดึกคืนนั้น ณ ใจกลางป่าลึก ได้มีปรากฏการณ์แปลกประหลาดเกิด มีพลังปราณแปลกประหลาดที่ไม่เสถียรปะทุขึ้น เหตุที่พลังปราณปะทุนั้นเกิดที่ริมฝั่งทะเลสาบ
ที่ตรงนั้นมีชายหนุ่มผู้นึงกำลังนั่งสมาธิด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย รอบๆร่างมีพลังปราณแผ่กระจายออกมาอย่างบ้าคลั่งราวกับคลื่นน้ำซัดสาดไปทั่วบริเวณ ต้นไม้ใบหญ้าต่างก็เอนไหวไปมาตามแรงลมที่กระหน่ำพัด แม้สัตว์ตัวเล็กๆที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็หนีกันจ้าละหวั่น ต่างตื่นใกับเหตุการแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกระทันหัน
ฟู้วว!!
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้แน่นอนว่าคือการบรรลุระดับไปยังผู้ฝึกปราณ หากเหล่าผู้เยาว์จากตระกูลมู่ในเมืองตงฝูเข้ามาเห็นฉากนี้ คงจะตื่นใจนอ้าปากค้าง เพราะผู้ที่บรรลุระดับผู้ฝึกปราณ ส่วนใหญ่จะอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปี ทว่าเสวี่ยซานมีอายุเพียงแค่สิบหกปีกลับสามารถบรรลุไปยังระดับผู้ฝึกปราณได้
ผ่านไปไม่นาน ปรากฏการณ์แปลกประหลาดก็ค่อยๆเงียบลง เสวี่ยซานที่ลืมตาขึ้นมา เขาตรวจสอบภายในร่างกาย ภายในจุดตันเถียร เขามองเห็นสระน้ำขนาดย่อม
ยามสายลมพัดผ่าน คลื่นน้ำภายในสระน้ำต่างไหวกระเพื่อมตามสายลม แน่นอนว่าน้ำในสระน้ำเ่าั้ก็คือพลังปราณในจุดตันเถียรของเสวี่ยซานนั่นเอง ในตอนที่อยู่ระดับมนุษย์ ภายในจุดตันเถียรนั้นมีพลังปราณเพียงน้อยนิด แต่ยามนี้ เขาบรรลุระดับผู้ฝึกปราณ แน่นอนว่าพลังปราณของระดับมนุษย์นั้นไม่สามารถเทียบเทียมได้
เสวี่ยซานลืมตาขึ้น รู้สึกถึงพลังปราณในร่างและพลังกายที่เปี่ยมล้น เขาหันฝ่ามือไปที่ทะเลสาบ หลับตาลงส่งจิตััถึงพลังธาตุน้ำ
ที่ทะเลสาปในตอนแรกยังนิ่งสงบ ทว่าหลังจากเสวี่ยซานกำมือ ทันใดนั้นก็ปรากฏคลื่นน้ำในทะเลสาปที่ก่อตัวเป็พายุวารีขนาดใหญ่สูงราวๆหกเมตร
นี่คือความสามารถของระดับผู้ฝึกปราณ 'การควบคุมพลังธาตุ' เป็การควบคุมพลังธาตุจากภายนอก ทว่าผู้ฝึกปราณสามารถควบคุมได้เฉพาะธาตุแค่ที่ตนเองสังกัดเท่านั้น
"ข้าจะสามารถใช้พลังก่อรูปร่างเป็อาวุธได้มั้ยนะ" พูดจบเสวี่ยซานก็พยายามใช้น้ำในทะเลสาบก่อรูปร่างเป็ดาบ แต่มันก็ไม่ใช่เื่ง่าย หลังจากเสวี่ยซานพยายามอยู่นานถอดใจ
"เห้อ มันยากเกินไปจริงๆนั่นแหละ" หากผู้ฝึกตน อยากจะใช้พลังก่อเป็รูปลักษณ์ จะต้องบรรลุไปถึงระดับ 'ผู้เชี่ยวชาญปราณ' ที่จะสามารถควบคุมพลังปราณและพลังธาตุควบคู่กัน ก่อรูปร่างเป็สิ่งต่างๆ ซึ่งข้อนี่เสวี่ยซานก็รู้ดี เพราะมันคือความสามารถหลักของระดับผู้เชี่ยวชาญ ทว่าที่เสวี่ยซานลองทำเมื่อครู่นี้ก็เพียงเพราะแค่อยากลองเท่านั้น เผื่อเขาจะฟลุ๊คทำได้
หากสามารถควบพลังเป็อาวุธได้คงจะมีประโยชน์ในการต่อสู้มากแน่ๆ จากนั้นเสวี่ยซานก็หลับตาลง ฝึกฝนเคล็ดวิชากายาเทพเหมันต์ต่อไป
ในยามเช้าเหล่านกกาต่างส่งเสียงร้องกับเจื้อยแจ้ว เสวี่ยซานที่ออกมาจากการบ่มเพาะ หลังจากที่ทำกิจวัตรประจำวันเสร็จก็เดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองต้าจี๋ต่อทันที หลังผ่านประตูเมืองเขาก็มองเห็นผู้คนมากมายเดินกันขวักไขว่ไม่ต่างจากวันแรกที่เขามาที่นี่
"สมแล้วที่เป็เมืองแห่งการค้า" เสวี่ยซานพูดพึมพำ จากนั้นเดินทางไปที่หอการค้าของตระกูฮุ่ยอีกครั้ง เสวี่ยซานเดินทางไปที่หอการค้าครั้งนี้ หลักๆก็เพื่อที่จะหาอาวุธ และเผื่อว่าอาจจะเจอวิชาบ่มเพาะของผู้ฝึกปราณธาตุน้ำ
เพราะวิชากายาเทพเหมันต์นั้นเป็วิชาฝึกร่างกาย ที่ทำให้ผู้ฝึกฝนให้มีกายาเทพเหมันต์ จะว่าไปก็แปลกเพราะกายาประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะกายาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ หรือกายาวัฒนะ กายาเหล่านี้ล้วนมีติดตัวมาั้แ่กำเนิด ยกเว้นกายาเทพเหมันต์ เป็วิชาเดียวที่เขารู้ว่าได้มาจากการฝึกฝน
ในตอนแรกเป็เพราะเขามีระดับที่ต่ำ เลยสามารถใช้วิชานี้ยกระดับการบ่มเพาะได้อยากรวดเร็ว แต่ยามน้ำเขาอยู่ที่ระดับผู้ฝึกปราณแล้ว วิชากายาเทพเหมันต์ในขั้นแรกนั้นแทบไม่มีผลกับเขาอีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงต้องหาซื้อเวลาบ่มเพาะธาตุน้ำที่เหมาะกับเขา
"ข้าอยากสู้อาวุธ" หลังจากเข้ามาเสวี่ยซานก็เดินไปพูดกับคนที่ดูเหมือนจะเป็พนักงานทันที
"เชิญทางนี้ขอรับ"
"อื้ม"
หลังจากเดินมาสักพัก ก็มาถึงหน้าห้องๆหนึ่ง ที่ทางเข้าเขียนว่า 'อาวุธ' เสวี่ยซานเห็นดังนั้นก็เดินเข้าไปในทันที
หลังจากเดินเข้ามาเสวี่ยซานจึงมองออกว่าพื้นที่ตรงนี้มีไว้สำหรับจัดแสดง พื้นที่ด้านในค่อนข้างกว้าง ตามกำแพงนั้นมีอาวุธคิดอยู่มากมายหลากหลายประเภท และมีอาวุธที่วางโชว์อยู่บนพื้นอีกมากมายเช่นกัน
เขาเดินสำรวจอยู่สักพักก็ไม่พบกับอาวุธที่ถูกใจ แม้รูปร่างของอาวุธส่วนใหญ่นั้นภายนอกจะสวยงาม แต่กลิ่นอายกลับดูธรรมดาเป็อย่างมาก
เนื่องจากเสวี่ยซานมองหาอยู่เป็เวลานานก็ยังไม่เจออาวุธที่ถูกใจจึงมีชายชราท่าทางใจดีเดินเข้ามาหาเขา "คุณชายท่านนี้ ข้าเห็นท่านเดินมองอยู่นาน ไม่ทราบว่าอยากได้อาวุธประเภทไหนหรือ?"
"ข้าอยากได้อาวุธที่ น่าเกรงขาม ซื่อตรง และดุดัน" หลังจากที่ยืนนิ่งคิดอยู่สักพัก เสวี่ยซานก็พูดออกมา ด้วยแววตาที่หนักแน่น
แน่นอนว่าคำพูดแบบนี้เขาดัดแปลงมาจากหนังเื่นึงที่เขาเคยดูในชาติก่อนนั่นเอง ส่วนสาเหตุที่เขาพูดออกมานั้นก็เพียงเพราะมันเท่เฉยๆ
ชายชรามองเขาด้วยแววตาชื่อชม ไม่คิดว่าคุณชายผู้นี้แม้จะยังเยาว์ แต่กลับพูดด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่น่าเกรงขาม ท่
าทางแบบนี้คงจะเป็ผู้มีพร์จากตระกูลใหญ่ที่ออกมาเก็บประสบการณ์อย่างแน่นอน
หากเสวี่ยซานได้ยินคำพูดเหล่านี้คงกระอักเืออกมาเป็แน่
"เช่นนั้น โปรดตามมา" พูดจบก็เดินนำเสวี่ยซานไป