บทที่ 21 เธออยากกินเนื้อไหม
หลังจากป้อนนมผงให้ทารกน้อยทั้งสองจนอิ่ม เหลียนเซวียนอุ้มพวกเขาขึ้นมาทีละคนเพื่อตบหลังให้เรอ จากนั้นเธอยกอ่างน้ำขนาดใหญ่มาแล้วค่อยๆ วางเด็กทั้งสองลงไปเพื่อลดความร้อน
แม้จะเรียกว่าน้ำเย็น แต่ในสภาพอากาศที่ร้อนจัดเช่นนี้ น้ำในอ่างยังอุ่นจนน่าแปลกใจเมื่อัั
่สองวันที่ผ่านมา เธอสังเกตวิธีที่แม่เหลียนดูแลทารกคู่แฝดอย่างละเอียด ค่อยๆ เรียนรู้ขั้นตอนต่างๆ จนเริ่มชำนาญ
เหลียนเซวียนดูแลเด็กๆ อย่างพิถีพิถัน ทำตามขั้นตอนอย่างรอบคอบไม่มีการข้ามขั้นตอนใด ราวกับกำลังทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่้าความแม่นยำสูง
ขณะที่เธอกำลังวุ่นวายอยู่กับงาน เธอรู้สึกถึงสายตาของฉีซวี่ที่จ้องมองอยู่ ทำให้รู้สึกอึดอัดจนต้องสั่งงานให้เขาไปทำอย่างอื่น
"อาหารเสร็จแล้ว ช่วยไปตักมาให้หน่อยสิ"
ฉีซวี่ลุกขึ้นทันทีโดยไม่แสดงอาการขัดข้อง
เขาพึมพำเบาๆ
"จิ๊ๆ ตอนนี้ถึงกับออกคำสั่งให้ฉันทำงานแล้วหรือ น้องสาวโง่ๆ โตขึ้นแล้วสินะ"
น้ำเสียงของเขาแฝงความผิดหวัง แต่เหลียนเซวียนไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มมุมปากเล็กๆ ของเขา
คนในดินแดนรกร้างกินอาหารเรียบง่าย ไม่จำเป็ต้องมีโต๊ะอาหารหรูหรา คนละชามโจ๊กกับแป้งข้าวโพดนึ่งก้อนเล็กๆ แล้วนั่งยองๆ ที่ขอบเตียงแคร่ก็กินอย่างเอร็ดอร่อยได้
นี่เป็ครั้งแรกั้แ่เธอมาอยู่ในร่างนี้ที่บ้านทำอาหารแห้ง ก่อนหน้านี้มีแค่โจ๊กชามเดียวประทังชีวิตไปวันๆ
ฉีซวี่กินจนเหงื่อชุ่มหน้าผาก
"เซวียนน้อย ฝีมือไม่เลวนี่ แป้งนึ่งนี่หนุบหนับกำลังดี อร่อยมาก"
คำชมธรรมดาๆ นี้ เหมือนก้อนหินเล็กๆ ที่ถูกโยนลงทะเลสาบอันเงียบสงบ ก่อคลื่นระลอกเล็กๆ ที่แผ่ขยายออกไปไม่หยุด
เหลียนเซวียนหยุดเคี้ยวชั่วขณะ ราวกับเพิ่งค้นพบรสชาติเฉพาะตัวในแป้งนึ่งผักแว่นธรรมดาๆ ก้อนนี้
เื่การนึ่งแป้งข้าวโพด เธอมีประสบการณ์พอสมควร ในชาติก่อนเพื่อลดน้ำหนัก เธอมักนึ่งแป้งข้าวโพดทานเองที่บ้าน ไม่คิดว่าทักษะเล็กๆ น้อยๆ นี้จะได้ใช้ประโยชน์ในโลกใหม่
ฉีซวี่ถามขึ้นอย่างกะทันหัน
"เซวียนน้อย เธออยากกินเนื้อไหม?"
เหลียนเซวียนมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"อยากสิ ในโลกนี้มีคนที่ไม่อยากกินเนื้อด้วยหรือ?"
"บ่ายนี้ฉันพาเธอไปล่าสัตว์กันไหม พอดีจะได้ลองธนูเล็กของเธอด้วยว่าใช้ได้ดีแค่ไหน"
ดวงตาของเหลียนเซวียนเปล่งประกายวาววับทันที
แต่แล้วความกระตือรือร้นนั้นก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว ในโลกนี้ทุกอย่างปนเปื้อนกัมมันตรังสีสูง การหาอาหารที่มีกัมมันตรังสีระดับกลางล้วนต้องอาศัยโชคช่วย พืชยังพอหาได้ง่ายเพราะอยู่กับที่ไม่เคลื่อนไหว หาเจอแล้วก็ตรวจวัดได้ง่าย
แต่สัตว์นั้นต่างกัน ยังไม่รวมถึงสัตว์กลายพันธุ์ที่มีกัมมันตรังสีสูงถึงร้อยเปอร์เซ็นต์และไม่มีคุณค่าทางอาหารเลย แม้แต่สัตว์ธรรมดาที่ไม่กลายพันธุ์ ก็มีโอกาสมากกว่า 95% ที่จะปนเปื้อนกัมมันตรังสีสูง
จะไปหาสัตว์จำนวนมากที่ไหนกัน เพื่อเสี่ยงโชคกับโอกาสน้อยนิดแค่ 5% นั้น?
เมื่อเห็นเหลียนเซวียนท้อใจ ฉีซวี่รีบพูด
"ตอนที่เราปฏิบัติภารกิจครั้งก่อน ฉันพบลาดเขาแห่งหนึ่ง ที่นั่นเต็มไปด้วยรูกระต่าย เป็กระต่ายป่าธรรมดาที่ไม่ได้กลายพันธุ์ มีอย่างน้อยสามสี่สิบตัว เราอาจจะมีโอกาสพบตัวที่กินได้สักตัวหนึ่ง เป็ไง ไปไหม?"
เหลียนเซวียนไม่ลังเลแม้แต่น้อย
"ไปแน่นอน!"
เื่อื่นเธออาจไม่สนใจ แต่เื่หาอาหารและหาเงินแบบนี้ เธอไม่มีทางปฏิเสธ
บ่ายสองโมง อุณหภูมิลดลงเล็กน้อย แม่เหลียนกับเหลียนอี้กลับจากคลินิก เหลียนเซวียนเตรียมกระเป๋าเข้าป่าไว้เรียบร้อยแล้ว
ฉีซวี่บอกให้เธอรออยู่ที่บ้านสักครู่ ส่วนเขาวิ่งออกไปทำธุระบางอย่าง
แม่เหลียนเห็นลูกสาวจะออกไป จึงรีบถาม
"เซวียน ตอนนี้บ่ายแล้ว ลูกยังจะเข้าป่าอีกหรือ?"
เหลียนเซวียนเล่าเื่ที่จะไปล่ากระต่ายป่ากับฉีซวี่ แม่เหลียนไม่ได้คัดค้าน เพียงแต่บอกให้เธอระวังตัว
ไม่นานนัก เธอได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ประตูรั้ว แม้จะเป็รถไฟฟ้า แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รถไฟฟ้าที่นี่มีแรงม้าสูง สามารถเทียบกับมอเตอร์ไซค์ในชาติก่อนของเธอได้
เหลียนเซวียนไม่คิดว่าฉีซวี่จะหารถแบบนี้มาได้ จึงวิ่งออกไปด้วยความตื่นเต้น
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว ลมพัดผ่านข้างหูอย่างแรง ช่วยปัดเป่าความร้อนทั่วร่างกายให้คลายลง ทำให้ทั้งคู่ดูเหมือนเด็กหนุ่มเกเรที่พาน้องสาวจิติญญาอิสระออกมาขี่รถซิ่ง
ความเร็วของรถไฟฟ้าเหนือกว่าการเดินมาก เส้นทางเข้าป่าที่ปกติต้องใช้เวลาเดินกว่าชั่วโมง เมื่อขี่รถกลับใช้เวลาเพียง 10 กว่านาทีเท่านั้น
รถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ ทำให้การเดินทางสั่นะเือย่างมาก บางครั้งเพื่อหลบแอ่งน้ำ ฉีซวี่ถึงกับขับรถเข้าไปในพุ่มหญ้าข้างทาง
บางจังหวะรถกระเด้งขึ้นสูงเกือบครึ่งเมตร ทำให้เหลียนเซวียนกลัวจนต้องจับราวเหล็กหลังเบาะแน่น
ฉีซวี่หันมาะโบอก
"ถ้ารู้สึกกลัว กอดฉันไว้สิ!"
เหลียนเซวียนทำเป็ไม่ได้ยิน
มุมปากของฉีซวี่ยกขึ้นเป็รอยยิ้ม เขาเร่งความเร็ว รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพุ่งขึ้นที่ทางลาดชัน ข้ามแอ่งน้ำใหญ่ แล้วตกลงกระแทกพื้นอย่างแรง
เหลียนเซวียนใจนหน้าซีด ร้อง "อ๊า" ออกมาพร้อมกับโอบกอดเอวแข็งแรงของฉีซวี่
พอสติกลับคืนมา เธอรีบปล่อยมือ แล้วจับราวหลังเบาะแทน
ตอนนี้ ความรู้สึกคลื่นไส้เริ่มก่อตัวขึ้น เธอเมารถแล้ว!
ฉีซวี่ ไอ้คนไร้ความปรานีนี่ ถึงกับทำให้เธอเมารถบนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันเล็กๆ!
ฉีซวี่ถาม
"แต่ก่อนไม่เคยเห็นเธอขี้ขลาดขนาดนี้นี่"
เหลียนเซวียนหน้าเขียวไม่ตอบอะไร ในกระเพาะเหมือนมีคลื่นซัดไปมา
แต่่ต่อมาของการเดินทางราบรื่นขึ้นมาก ไม่รู้ว่าเพราะฉีซวี่รู้สึกผิด หรือสภาพถนนดีขึ้น
ทั้งสองขี่รถนานเต็มหนึ่งชั่วโมง จึงมาถึงจุดหมาย
ทันทีที่ลงจากรถ ฉีซวี่ใกับสีหน้าซีดเผือดของเหลียนเซวียน เขายื่นมือมาแตะหน้าผากเธอ
"เป็อะไรไหมเซวียนน้อย ทำไมสีหน้าแย่ขนาดนี้?"
เหลียนเซวียนจ้องเขา
"เมารถ"
ในใจบ่นไม่หยุด ฉันหน้าแย่ขนาดนี้ ก็เพราะนายนั่นแหละ!
ฉีซวี่รีบหยิบขวดน้ำให้เหลียนเซวียน
"ฉันก็ไม่คิดว่าเธอจะเมารถนี่นา แต่ก่อนเธอไม่เคยเป็แบบนี้เลย"
เหลียนเซวียนดื่มน้ำเข้าไปหลายอึกใหญ่ๆ จึงกดความรู้สึกคลื่นไส้ลงไปได้ เื่นี้จริงๆ แล้วไม่ใช่ความผิดของฉีซวี่ เป็เพราะเธอยืมร่างของเ้าของร่างเดิม แต่ไม่มีความสามารถในการปรับตัวเท่าเ้าของร่างเดิม
เธอต้องเพิ่มการฝึกฝน ให้ตัวเองปรับตัวกับชีวิตใหม่ได้เร็วขึ้น
หลังจากพักสักครู่ ฉีซวี่เห็นสีหน้าเธอดีขึ้น จึงหยิบธนูเล็กออกมาสอนวิธียิง
"เปิดสวิตช์นี้ ธนูจะยิงเลเซอร์ตรวจจับออกมาโดยอัตโนมัติ เมื่อแสงเลเซอร์ตกลงบนตัวสัตว์ เธอจะรู้ได้ว่ากระต่ายตัวไหนกินได้ เมื่อพบเป้าหมายแล้ว ก็กดไก และลูกธนูจะถูกยิงออกไป เข้าใจไหม?"
เหลียนเซวียนพยักหน้า ยกธนูเล็กขึ้นเพื่อลองความรู้สึก
ร่างสูงใหญ่ของฉีซวี่โน้มมาจากด้านหลัง โอบล้อมเธอไว้ครึ่งวงกลม จัดท่าทางการถือธนูให้ถูกต้อง
เหลียนเซวียนรู้สึกว่าตัวเองถูกอ้อมกอดล้อมไว้ ร่างกายเกร็งโดยอัตโนมัติชั่วขณะ
ทั้งสีหน้าและท่าทางของฉีซวี่เป็ธรรมชาติมาก เขาโอบกอดเพียงชั่วครู่แล้วปล่อย เหลียนเซวียนเตือนตัวเอง อย่าให้อารมณ์ไม่จำเป็มารบกวน อย่าสนใจชายหนุ่มหล่อเ้าเสน่ห์ที่ชอบยั่วอารมณ์คนนี้
เธอจึงจ้องไปยังทิศทางที่ฉีซวี่ชี้อย่างมุ่งมั่น
"รักษาท่านี้ไว้ เห็นต้นเฮมล็อคตรงหน้าไหม ลองยิงดูสิ"
"ฟิ้ว!"
ลูกธนูเล็กพุ่งออกไป ปักตรงลำต้นเฮมล็อค ซึ่งเป็ต้นไม้เล็กๆ ขนาดเท่าข้อมือ ห่างออกไปกว่าสิบเมตร เหลียนเซวียนยิงโดนในครั้งแรก
เธอมองธนูเล็กด้วยความประหลาดใจ ในใจชื่นชอบมาก
สิ่งนี้ช่างทรงพลังเหลือเกิน เธอใช้เป็ครั้งแรกก็สามารถยิงถูกเป้าหมายได้
ฉีซวี่เปล่งเสียง "ว้าว" ชื่นชม
"เซวียนน้อยเก่งจัง!"
เหลียนเซวียนได้รับคำชม รู้สึกเขินเล็กน้อย จึงถ่อมตัว
"ธนูนี้เล็งอัตโนมัติ ใครใช้ก็ยิงถูกได้"
ฉีซวี่ส่ายหน้า
"ไม่ใช่หรอก ในกองทหารรับจ้างของเรามีทหารหลายคน ยิงธนูครั้งแรกไม่มีใครทำได้ถึงระดับนี้ สำคัญคือมือเธอนิ่งพอ ไปกันเถอะ ไปล่ากระต่ายกัน"