" องค์หญิงขอรับ ข้านำน้ำต้มอุ่นๆ มาแล้วขอรับ
แล้วก็นี่ผ้าสะอาด ไว้เช็ดทำความสะอาดาแให้ชายคนนี้ องค์หญิงถอยห่างออกไปก่อนเถอะขอรับเดี๋ยวกระหม่อมจะทำเอง"
"อะ..เอ่ออ..เอิ่มม "
เสิ่นหวังเห็นสีหน้าของเจน่าไม่ค่อยดีจึงเอ่ยถาม
"เป็อะไรรึขอรับ สีหน้าไม่ค่อยดี.."
" ข้าแค่รู้สึกหนาว ข้างนอกหิมะตกอากาศมันเย็นเกินไปเลย รู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไร "
เจน่าตอบปัดๆ ไป เลี่ยงที่จะบอกกับเสิ่นหวังว่าได้ยินอะไรมา
" อย่างงั้นเองรึ องค์หญิงใยไม่กลับไปตำหนักก่อนละขอรับ เดี๋ยวชายคนนี้กระหม่อมดูแลต่อเอง หากมีใครมาเห็น แล้วไปทูลชินอ๋องเข้า จะแย่เอานะขอรับ "
"เสิ่นหวัง " เจน่าเรียกชื่อเสิ่นหวังเสียงเรียบ
" ขอรับองค์หญิง "
" เ้าบอกเองมิใช่รึ ว่าเ้าไม่มียา จะดูแลชายคนนี้ได้อย่างไร "
" เอ่ออคือองค์หญิง..หากเขาตายข้าจะนำร่างเขาไปฝังให้เองขอรับ เขาคงไม่น่ารอดผ่านคืนนี้ไปได้ ถ้าเกิดไม่ได้รับการรักษาจากหมอหลวง "
" งั้นก็ไปตามหมอหลวงมาให้รักษาเขาสิ "
" ไม่ได้หรอกขอรับ เขาเป็แค่ทาสไม่มีสิทธิ์ได้รับการรักษา หรือดูแลแบบนี้ แค่องค์หญิงมีเมตตามาช่วยเขา แค่นี้ก็ถือว่าเป็บุญของเขาแล้วขอรับ"
"แล้วจะปล่อยให้เขาตายงั้นหรอ ข้าอุตส่าห์ช่วยถึงขนาดนี้ ข้าไม่ปล่อยให้เขาตายหรอก เ้าไปเรียกทหารมาสองสามคน ข้าจะให้หามเขากลับไปตำหนักของข้า และเ้าก็ไปตามหมอหลวงมาซะถ้าทำดีข้าจะตบรางวัลให้ "
" อ..องค์หญิงทำแบบนี้ มันเป็เยี่ยงอย่างที่ไม่ดีจะโดนว่าเอาได้นะขอรับ "
" ช่างหัวสิข้าจะช่วยคนหาสนใจคำด่าว่าไม่ เ้ารีบไปได้แล้วก่อนที่ข้าจะเตะตูดเ้า "
"...ป..ไปขอรับบ..ไปเดี๋ยวนี้ละขอรับ...."
" สุดท้ายฉันก็ต้องกลับไปเพราะนายสินะ นายเป็ใครกัน เพราะอะไรถึงอยากจะฆ่าลี่จางิ่ขนาดนั้น เมืองนี้มันไม่ปกติอย่างเห็นได้ชัด "
เสิ่นหวังตามทหารมาหามชายคนนั้นไปตำหนักของลี่จางิ่ตามคำสั่งของเจน่า แล้วต่อมาก็พาหมอหลวงที่เคยตรวจอาการของเจน่ามาทำการรักษา..และเื่ก็ไปถึงหูของเฟยจินฟู่ องครักษ์ของลี่จางิ่เข้า จนเขาต้องรีบตรงดิ่งมาหาเธอ
“องค์หญิง ท่านเฟยจินฟู่ มาขอเข้าพบขอรับ”
เสิ่นหวังกล่าว
" นี่เื่ไปถึงเขาไวขนาดที่ไวรัสโควิดยังชิดซ้ายไปเลย "
"ใครโดนโคขวิดรึขอรับ??"
" พี่เ้ามั้ง!!"
" กระหม่อมลูกคนเดียวขอรับไม่มีพี่น้อง "
//ซื่อบื่อจนอยากถีบจริงๆ //เจน่าคิดในใจ
" ข้าถามเ้ารึไง ไป..ไปบอกเฟยจินฟู่เข้ามาพบข้าได้ นอกนั้นห้ามให้ใครเข้ามาเด็ดขาด "
" ขอรับองค์หญิง "
//ทำไมอยู่ๆ องค์หญิงก็บอกว่าพี่ข้าโดนโคขวิดกันนะ แปลกคนจริง องค์หญิงที่ไม่แม้แต่จะมองเงาของข้ากลับใจดีผิดคน ตอนแรกข้าก็กลัวจนแทบหยุดหายใจที่เห็นนาง แต่ตอนนี้กับรู้สึกดีกับนาง ท่านเปลี่ยนไปนะองค์หญิง...
//เสิ่นหวังคิดในใจ
" ท่านเฟยจินฟู่เชิญด้านใน องค์หญิงให้เข้าเฝ้าแล้วขอรับ"
" เข้าใจแล้ว เ้าอยู่นี่แหละข้าจะคุยกับพระองค์ตามลำพัง "
" เอิ่มม..ข..ขอรับ"
//อยู่ๆ ก็ใช้อยู่ๆ ก็ไล่ ข้ากลับดีกว่าอยู่นานไปกลัวโดนชักถามเื่ไม่เป็เื่เสี่ยงหัวหาย//
เฟยจินฟู่เดินเข้ามาในตำหนักและปิดประตูไว้อย่างสนิทแล้วกล่าวกับหมอหลวงที่กำลังเช็ดตัวใส่ยารักษาให้ชายคนนั้นอยู่
" เ้าออกไปก่อนเถอะหมอหลวง ข้ามีเื่สำคัญจะคุยกับองค์หญิงสักครู่ "
" อย่าานะ..อยู่นี่แหละถ้าเ้าไปใครจะช่วยเขา..
มีอะไรก็คุยมาเลยเฟยจินฟู่ ข้าอนุญาตเ้าให้เข้ามาแต่ไม่ได้อนุญาต ให้เ้ามาไล่คนของข้า"
เจน่าทำหน้าดุใส่เฟยจินฟู่ด้วยอารมณ์ที่ไม่พอใจ
" ขออภัยองค์หญิง..."
เฟยจินฟู่ก้มหน้าเพื่อสำนึก
"มันเกิดอะไรขึ้นกันขอรับ เหตุใดท่านถึงพาคนๆ นี้เข้ามาในตำหนักของท่าน แล้วยังให้ไปตามหมอหลวงมาอีก ไหนจะไปแถวที่พวกทาสอยู่ได้โดยที่ทหารเฝ้ายามไม่เห็นว่าท่านออกจากตำหนักยามใด องค์หญิงท่านกำลังจะทำอะไรรึขอรับ"
เฟยจินฟู่ไม่พูดพร่ำทำเพลงยิงคำถามใส่เจน่าจนเธอเรียงลำดับคำตอบไม่ถูก
" โอ้ะ..พ..พอ!!! พอก่อน จะถามคำถามชิงทุนหรือไง สมองข้ารับไม่ไหว แรมข้าน้อย "
" ท่านพูดกะไรรึขอรับ ข้าไม่ยักจะเคยได้ยิน ท่านไปเอาคำพวกนี้มาจากที่ใดกัน
ภาษาต่างแดนรึขอรับ? "
เขาทำหน้าเป็ไก่ตาแตก..กับคำพูดประหลาดของเจน่า
" เอ่ออๆ ..ช่างงเถอะ ข้าถามจริงนะ มันเื่ใหญ่ขนาดนั้นเลยหรอ กะอีแค่พาคนมาตำหนัก
เพื่อจะช่วยชีวิตเนี่ย พากันเอะอะไปได้ ทีจะฆ่าจะแกงกัน ข้าไม่เห็นจะมีใครมาสนใจขนาดนี้เลย นอกจากจะไม่สนใจแล้ว ยังปล่อยให้ตายอีก ที่นี่เขาทำกันแบบนี้หมดเลยรึไงกัน.."
" องค์หญิง "
เฟยจินฟู่เดินผ่านเจน่าและมาหยุดใกล้ชายที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง
" ท่านจำไม่ได้จริงๆ หรอขอรับ แม้กระทั่งเื่ของเขาหรือเมืองถังซง "
" ก็ข้าบอกไปแล้วว่าข้าจำอะไรไม่ได้ แล้วที่ข้าไปโผล่ที่นู่นที่นี้ก็เพราะว่าข้า..ห..หลงทาง...
เลยไปบังเอิญเจอเขาเข้าแค่นั้นเอง เ้าจะให้ข้าพูดยังไงถึงจะเชื่อว่าข้าจำอะไรไม่ได้อ่ะห้ะ"
" ถ้าอย่างงั้นข้าจะเล่าให้ท่านฟังเองเผื่อท่านจะได้เข้าใจอะไรขึ้น " เฟยจินฟู่พูดอย่างจริงจัง
" ก็เอาสิ..ข้าฟังอยู่ " เจน่ายืนกอดอกแน่น
" ชายที่นอนอยู่ตรงนี้เขา...คือ
ย้อนไปก่อนหน้านี้สองเดือน
[มีพระบรมราชโองการจากฮ่องเต้ ถึงองค์หญิง ลี่จางิ่ ให้เข้าร่วมพิธีอภิเษกสมรสกับ
องค์ชายป๋อหวัง บุตรชายคนที่สอง
ของฮ่องเต้ฟู่ซือถ่ง แห่งเมืองถังซงอันยิ่งใหญ่
เพื่อเชื่อมสัมพันธ์เป็ทองแผ่นเดียวกัน ระหว่างเมืองไป๋เฟ่ย กับ เมืองถังซงให้แน่นแฟ้น
ในอีกสองเดือนข้างหน้า จึงขอประกาศออกไปทั่วทุกสารทิศ ให้ร่วมปิติยินดีและเฉลิมฉลอง
การรวมแผ่นดินให้เป็หนึ่งเดียวกัน....ขอฮ่องเต้จงเจริญหมื่นหมื่นปี....]
" ข้าไม่แต่งนะ ท่านอา..ข้าจะไม่แต่งเพื่อผลประโยชน์ของเสด็จพ่อเป็อันขาด จะไล่ข้าไปจากเมืองงั้นรึ อย่างน้อยก็เลือกทางที่สมศักดิ์ศรีกว่านี้หน่อยสิท่านพ่อ.."
ลี่จางิ่ทำลายข้าวของในตำหนักบรรทมกระจัดกระจายเต็มพื้นเพราะไม่พอใจที่องค์ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้นางไปอภิเษกกับเมืองอื่นเพื่อจะไล่ให้นางออกไปพ้นหูพ้นตา
" อืมม..ข้ารู้ว่าเ้ารู้สึกยังไง หลานข้า พ่อของเ้ามันเห็นแก่ตัว ทอดทิ้งเ้ากับน้อง ทิ้งไว้ให้ข้าเลี้ยงดูอย่างไม่เหลียวแล แล้วยังจะมาทำอะไรตามใจชอบโดยไม่ไว้หน้าข้าอีก
ถ้าหากแม่ของเ้าให้กำเนิดบุตรชายได้
เ้าคงจะขึ้นเป็ไท่จื่อไปแล้ว แต่กับได้เป็บุตรสาวคนแรก คนสองที่คลอดออกมาก็เป็บุตรสาวตามกัน และไม่สามารถมีบุตรได้อีกเพราะร่างกายนางอ่อนแอ "
ชายสูงวัยท่านนึงใส่ชุดยาวสีดำตัดกับสีน้ำตาลกำลังนั่งจิบชาอยู่ข้างๆ นาง
รูปร่างสูงใหญ่เหมาะเป็นักรบที่เคยแข็งแรง องอาจและสง่างาม ดวงตาที่ดุดันแต่กลับมองลี่จางิ่ด้วยความอ่อนโยนเปรียบดั่งลูก
" เหอะ ท่านแม่นะอ่อนแอเป็ได้แค่สนมเอกทั้งๆ ที่มาก่อน แต่กลับไม่ได้ขึ้นเป็ฮองเฮา..ท่านพ่อทอดทิ้งข้า แล้วยังจะมาใช้ข้าเป็หมากเพื่อรวมแผ่นดินอีก ถึงตายข้าก็ไม่แต่ง "
" แล้วเ้าจะทำยังไรรึ หากเ้าจะหนีข้าจะช่วย "
" ไม่..ข้ามีความคิดที่ดีกว่า ท่านเลี้ยงข้ามาด้วยดาบกับเื เหตุใดข้าต้องเป็แค่ส่วยไว้ให้ท่านพ่อใช้กันเล่า....
ข้า..ลี่จางิ่ ที่เติบโตมาพร้อมกันกับจักรวรรดิไป๋เฟ่ย ดินแดนที่ท่านอาไปรบเพื่อยึดมาเป็ของแคว้นนี้ ก็ต่างมีข้าร่วมไปด้วยแต่วัยเยาว์ ข้าและท่านไม่จำเป็ต้องอยู่ใต้อำนาจฮ่องเต้ ขี้ขลาดอีกต่อไปแล้ว เราไม่ใช่เงาของท่านพ่อ..
...ข้าจะขึ้นเป็จักรพรรดินี แห่งไป๋เฟ่ยเอง
ท่านอาข้าขอยืมมือท่าน และกำลังทหารของท่านได้รึไม่เ้าค่ะ"
" ถ้าเ้า้าสิ่งใด ข้าจะหามาให้ไม่ว่าจะผู้คนหรืออำนาจ พ่อเ้าคิดผิดจริงๆ ที่ทำร้ายเ้ากับข้าเยี่ยงนั้น "
" หึ..ท่านพ่อสิ้นคิดต่างหาก เพื่ออำนาจมันต้องแลกด้วยเื ต้องแย่งชิงมา มันถึงจะมีค่าให้..."
" เ้าจะทำอย่างไรรึ หลานข้า "
" ข้าจะตีเมืองไป๋เฟ่ยให้แตก ด้วยวิธีของข้าเอง และ ประกาศกล่าวว่าข้า สมควรจะเป็จักรพรรดินี แสดงให้เห็นว่าใครหน้าไหน ก็อย่าได้มิอาจต่อต้านข้า "