คําถามที่ถึงอลขึ้นในใจทําให้เธอต้องเหลือบมองไปทางแจ๊คเก็ตหนังที่พาดอยู่ข้างตัวเห็นเครื่องหมายการค้าของห้องเสื้อแห่งนั้น แต่คนอื่นไม่น่าจะรู้ได้นอกจากเขาจะมีสายตาแหลมคมเหมือนตาเหยี่ยว
เขาสังเกตเห็นแววพิศวงที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าจึงเอ่ยออกมาว่า
“ผมอาจจะไม่ใช่สุภาพบุรุษแห่งวงสังคมตามสายตาของคุณแต่ถึงยังไงผมก็เคยได้ยินชื่อเสียงของออสการ์ เดอ ลา เรนต้าแน่นอนแล้วก็พอจะรู้ว่าค่าเสื้อชุดที่คุณสวมอยู่นี่เท่ากับเงินเดือนผมหนึ่งอาทิตย์ทีเดียวคุณหาเงินได้ด้วยวิธีไหนนะมิสโอ’ เชีย”
“อ้าว...ฉันก็ได้มาจากการทํางานน่ะสิ” เธอตะเบ็งเสียงใส่หน้าให้ “แล้วฉันก็ไม่ใช่แค่ลูกจ้างธรรมดาอย่างที่คุณคิดด้วยมิสเตอร์บาเรทท์ ฉันเป็เ้าของบริษัท มีพนักงานที่ทํางานอยู่กับฉันถึงสิบสองคนซึ่งทุกคนล้วนแต่มีฝีมือด้วยกันทั้งนั้น และธุรกิจของฉันก็เป็ธุรกิจที่ประสบความสําเร็จอย่างมากด้วย”
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะ” เขาประชดให้“แล้วคุณหาเงินหาทองมาจากไหนถึงตั้งบริษัทใหญ่โตได้ขนาดนั้น”
“จากสามีของฉันน่ะสิ”
คําตอบของเธอจะสร้างความแปลกใจให้กับเขาอย่างมากดวงตาคู่นั้นหลงอย่างประสงค์ร้าย
“ก่อนหน้านี้ดูเหมือนคุณจะบอกผมว่าคุณยังไม่ได้แต่งงานนะ”
“มันก็เป็ความจริงอีกนั่นแหละ” เมื่อเห็นเขาขยับสืบเท้าเข้ามาใกล้ เธอก็ยกมือทั้งสองขึ้นยับยั้งเขาไว้ “ฉันเป็แม่หม้าย”
ปฏิกิริยาที่เขาแสดงออกในตอนนี้เป็สิ่งที่เธอมิได้คาดคิดเพราะเขาแหงนหน้าะเิเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
“แหม...ให้ตายสิ...คุณนี่เหลี่ยมพราวไปทั้งตัวเลยนะเอ้า...ว่าต่อไป ผมชักสนุกกับเื่เล่าของคุณแล้ว นะนี่”
“แต่มันเป็เื่จริงนะ” เธอร้องเสียงดังลั่น
“กรุณาเล่าต่อเถอะ ผมจะอยากฟังแทบขาดใจแล้ว”เขาเลิกคิ้วเยาะหยัน
“มันก็ไม่เห็นจะมีอะไรมากเลยพอฉันเรียนจบฉันก็เดินทางไปนิวยอร์ค ทํางานเป็นางแบบอยู่ที่นั่นสองปีแต่ไม่ประสบความสําเร็จกับอาชีพนั้นเท่าไหร่นักเมื่อฉันเห็นว่ามันไม่มีทางสร้างชื่อเสียงให้กับฉันได้ฉันก็ไปทํางานกับบริษัทที่ผลิตเสื้อผ้า สําหรับแสดงแฟชั่นโชว์โดยเฉพาะแห่งหนึ่ง”
จากสีหน้าของเขาในยามนี้ทําให้เธอพอจะรู้อยู่ว่าเขาไม่ได้เชื่อถือในเื่ที่เธอกําลังเล่าให้ฟังแม้แต่น้อย
“คุณคงจะไม่เข้าใจเื่นี้เท่าไหร่นักหรอกแต่ห้องเสื้อที่เขาตัดเย็บเสื้อผ้าสําหรับการแสดงแฟชั่นโชว์น่ะเขาจะต้องมีนางแบบเพื่อใช้วัดขนาดเสื้อผ้าที่จะตัดออกมาด้วยและฉันก็มีรูปร่างตรงกับความ้าของเขาพอดีคือ ไซส์แปดทางห้องเสื้อก็จะตัดเย็บเสื้อผ้าเ่าั้ออกมาให้เท่ากับขนาดตัวของฉัน...ตราบเท่าที่ฉันยังรักษารูปร่างไว้ได้”
เธอเลียริมฝีปากด้วยความรู้สึกอึดอัดกระวนกระวายใจเพราะเขากําลังใช้สายตาตรวจไปทั่วเรือนร่างราวกับว่ารูปร่างของเธอจะเหมาะกับอาชีพที่กําลังเล่าให้เขาฟังอยู่ในขณะนี้หรือไม่
“มันเป็งานที่ดีมาก...เพราะถ้าฉันไม่ต้องยุ่งกับการให้ช่างวัดตัวเพื่อตัดเสื้อผ้าฉันก็มีโอกาสที่จะศึกษาธุรกิจด้านนั้น ซึ่งก็มีทั้งเื่ของการออกแบบการเลือกสีสัน เลือกผ้าที่จะใช้ในการตัดเย็บ เลือกเครื่องประดับให้เข้าชุดกันแม้แต่เื่ของการส่งสินค้าหรือการออกบิลเก็บเงิน”
“ผมเคยรู้มาว่าคนที่จะเป็นางแบบมักจะมีรูปร่างสูงโปร่ง ค่อนข้างผอม หน้าอกค่อนข้างเล็ก” รอยยิ้มกริ่มฉาบขึ้นทั้งใบหน้าและแววตา “แต่สําหรับคุณนะครับมิสโอ’ เชีย แม้จะมีรูปร่างอย่างที่ว่าแต่รู้สึกว่าหน้าอกไม่ได้แฟบอย่างที่ควรจะเป็เลยนี่”
ความร้อนลวกลามไปทั่วทั้งใบหน้า
“ฉันก็บอกคุณั้แ่แรกแล้วว่าฉันไม่ใช่นางแบบที่ประสบความสําเร็จอะไรนัก”
ภายหลังจากความเงียบอันน่าอึดอัดตกลงปกคลุมห้องนั้นไว้เป็ครู่เขาก็เอ่ยถามต่อว่า
“แล้วมันเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่คุณทํางานตามนิยายที่แต่งขึ้นนี่แล้ว”
“ฉันแต่งงาน”
“เออ...นั่นสินะ ผมก็ลืมเื่สามีไปเสียสนิท”
เอรินพยายามกล้ำกลืนความแค้นใจลงไว้อย่างสุดความสามารถตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า
“เ้าของบริษัทนั่นแหละที่แต่งงานกับฉันแต่หลังจากที่เราแต่งงานกันได้ไม่กี่เดือนหมอก็ยืนยันว่าเขาเป็มะเร็ง...ในที่สุดเขาก็ตาย ทิ้งมรดกไว้ให้ฉันก้อนหนึ่งหลังจากนั้นฉันก็เดินทางกลับไปอยู่ฮิวสตันแล้วก็ตั้งบริษัทสปอตไล้ท์ขึ้น”
“เขาแก่กว่าคุณมากไหม”
“มากทีเดียว”
“ก็หมายความว่าคุณทิ้งมรดกทั้งหมดไว้ที่นั่นแล้วก็เช่ารถเบนซ์มาใช้”
“ฉันไม่ค่อยเข้าใจคําถามยอกย้อนของคุณหรอกนะแต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอก...สามีฉันเขามีลูกที่เกิดจากภรรยาคนก่อนอยู่สองคนซึ่งก็โตกันหมดแล้ว เพราะฉะนั้นทรัพย์สินส่วนหนึ่งเขายกให้ลูกสองคนนั้นฉันไม่เคยขออะไรจากเขาและเขาก็ทิ้งเงินไว้ให้ก้อนใหญ่พอที่ฉันจะเอามาตั้งบริษัทได้”
“คุณเป็คนใจคอกว้างขวางดีจริง ๆ” ขณะนี้เขากําลังรื้อค้นกระเป๋าเดินทางใบเล็กของเธออยู่ทุกสิ่งที่อยู่ในนั้นล้วนเป็สมบัติของผู้หญิงโดยเฉพาะเอรินไม่พอใจอย่างที่สุดที่เขาล่วงล้ำเข้ามาในความเป็ส่วนตัวของเธอแบบนี้แต่ก็ไม่รู้จะทําอย่างไรได้เมื่อมาถึงเวลานี้ดูเหมือนเธอจะไม่มีความลับอะไรสําหรับผู้ชายที่หยาบคายคนนี้อีก
เขาชูยาแผงหนึ่งขึ้นตรงหน้า เอ่ยถามออกมาว่า
“ยาคุมกําเนิดหรือนี่”
คําถามนั้นทําให้เธอร้อนผ่าวขึ้นมาทั้งตัวอยากจะฆ่าเขาให้ตายคามือเสียนัก
“เปล่า...ยาระงับการอักเสบฉันเจ็บคอมาั้แ่อาทิตย์ก่อน”
“ไม่เห็นบอกวิธีการใช้ไว้เลยนี่”
“ฉันไปหาหมอแล้วเขาก็ให้ยาตัวอย่างมาไม่ต้องไปหาซื้อตามร้านขายยา”
ท่าทางเขาดูจะพอใจกับคําตอบของเธออยู่ขณะหยิบสบู่อาบน้ำขึ้นมาดมก็ถามว่า
“คุณอาจจะคิดว่าผมโง่นะมิสโอ’ เชีย ทุกวันนี้คุณยังใช้ชื่อสกุลเดิมอยู่ใช่ไหม” เมื่อเธอพยักหน้าเขาก็ถามต่อว่า“ทําไมล่ะ หรือว่าคุณขายหน้าที่ต้องแต่งงานกับคนแก่ที่มีโรคมะเร็งติดตัวเพียงเพื่อจะหาเงินมาสร้างฐานะของตัวเองเมื่อเขาตายลง”
เอรินเย็นเชือดไปทั้งตัวแล้วความร้อนก็แล่นขึ้นมาแทนที่ในนาที่เดียวกันเธอถลันลุกขึ้นจากโซฟา เงื้อมือจะฟาดใส่ใบหน้าที่ยิ้มหยันนั้นให้สะใจและสมแค้นแต่ถูกคว้าแขนจับบิดไพล่ไปข้างหลังเสียก่อน
พร้อมกันนั้นเขาก็กระชากตัวเธอเข้ามาตรึงไว้กับแผงอก
“ถ้าผมเป็คุณ จะไม่พยายามทําอย่างนั้นอีก”น้ำเสียงคุกคามของเขาน่าเชื่อถือยิ่งนัก “เอาละตอบผมมาสิว่าทําไมคุณถึงไม่ใช้ชื่อแต่งงาน ถ้ามีการแต่งงานอย่างที่คุณว่าจริง”
“ชื่อแต่งงานของฉันคือกรีนฉันแต่งงานกับมิสเตอร์ โจเซฟ กรีนชื่อเสียงของเขาเป็ที่รู้จักกันในวงการอุตสาหกรรมเสื้อผ้าอยู่จนทุกวันนี้แต่คนใจต่ำอย่างคุณนั่นแหละที่คิดว่าการที่ฉันตั้งตัวได้เพราะสมบัติของเขาที่ทิ้งไว้ให้ไม่ใช่เพราะการทุ่มเททั้งใจกายและแรงงานของฉันที่ทําให้ฉันประสบความสําเร็จอย่างทุกวันนี้...”
แขนทรงพลังที่รวบรัดเธอไว้บีบแน่นเข้าจนเธอต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บแต่เอรินก็ประสานสายตากับเขาอย่างไม่พรั่น
มันมีความรู้สึกสับสนบังเกิดขึ้นราวจะครอบงําความโกรธแค้นของเธอไว้ความเ็ปที่แขนถูกรวบรัดไว้นั้นไม่อาจเปรียบเทียบได้กับการที่ได้ตระหนักด้วยความปวดร้าวเมื่อร่างกายของเขาแนบชิดอยู่กับเธอในลักษณะนี้แผงอกที่แนบอยู่กับเนินทรวงของเธอราวหินผา ต้นขาที่แนบสนิทขยับเบา ๆจนถึงตําแหน่งที่มันเข้ากันได้พอดี
ดวงตาคู่สีฟ้าเข้มที่เมื่อครู่เป็ประกายวาวด้วยความโกรธเหมือนจะแฝงไว้ด้วยแววบางอย่างที่น่ากลัวกว่านั้นทั่วทุกองค์ประกอบบนใบหน้าราวถูกลวกร้อนด้วยเปลวไฟสีน้ำเงิน ไม่ว่าจะเป็ดวงตาขมับ นวลแก้มและเรียวปากที่ได้ถูกโลมไล้ด้วยปลายลิ้นที่แรงร้อนราวเปลวไฟมาแล้ว
กับความรู้ที่ได้รับในยามนี้ มันทําให้เอรินต้องหลบตาลงและทันใดนั้นเขาก็ปล่อยมือที่จับตัวเธอไว้
เธอรีบหันหลังให้ พยายามตั้งสติไว้ให้มั่นและเนื่องจากไม่มีทางที่จะทําอะไรได้ดีไปกว่านั้นเธอจึงทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาตามเดิม