บทที่ 54 เปิดเผยความสัมพันธ์
ในโรงอาหารเกิดความโกลาหลขึ้นเมื่อจางหมิงเยี่ยนและจ้าวหย่วนขุยเดินมาด้วยกัน
ในวันงานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์ทุกคนต่างเห็นว่าจางหมิงเยี่ยนบนเวทีสวยเหมือนนางฟ้าขนาดไหน ในสายตายุวชนชายจึงพามุ่งตรงมาที่เธอ แต่ใช้เวลาแค่วันสองวันช่างไม้จ้าวกลับพาเธอมาที่โรงอาหารเพื่อกินข้าวด้วยกัน เกิดขึ้นได้อย่างไร?
พวกเขารู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูไม่ปกติ ซึ่งทำให้ยุวชนชายที่กำลังทานข้าวบางคนถึงกับต้องถอนหายใจด้วยความเสียใจ ที่ดอกไม้แสนสวยของไร่เลือกช่างไม้จ้าว โชคดีเกินไปแล้ว! น่าอิจฉา! น่าอิจฉาจริงๆ!
ดังนั้นบางคนจึงเริ่มนินทาภูมิหลังบ้านของช่างไม้จ้าว
หลังจากที่รู้แล้วบางคนก็รู้สึกเสียใจกับผู้ชายคนนี้ เพราะครอบครัวของจางหมิงเยี่ยนไม่ค่อยดีเท่าไหร่
บางคนจึงโต้กลับอย่างไม่มั่นใจ ครอบครัวของจางหมิงเยี่ยนเป็นแบบไหนไม่สำคัญแต่เธอสวยมาก นั่นก็มากพอแล้วที่จะเทียบได้กับช่างไม้จ้าว
เมื่อเห็นผู้คนนี้เริ่มซุบซิบกัน จางหมิงเยี่ยนก็รู้สึกประหม่าเพราะนี่คือสิ่งที่เธอกังวลมากที่สุด หญิงสาวกลัวว่าจะมีคนอื่นกล่าวหาว่าเธอมีฐานะยากจนตั้งใจที่จะใช้จ้าวหย่วนขุยเพื่อปีนบันได
อย่างไรก็ตามครอบครัวของจ้าวหย่วนขุยมีฐานะดี หน้าตาก็ไม่เลว นอกจากนี้มียุวชนหญิงหลายคนชอบจ้าวหย่วนขุย
ชายหนุ่มมองหญิงสาวซึ่งนั่งอยู่ตรงข้าม เธอกำมือแน่น ร่างกายสั่นสะท้าน เขาเอื้อมไปจับมือของหญิงสาวเอาไว้ มือของเธอเย็นเฉียบ
ด้วยกำลังใจที่สื่อออกมาจากดวงตาของเขาและรอยยิ้มอันอบอุ่น
จางหมิงเยี่ยนจึงรู้สึกสบายใจขึ้น เธออาจจะประหม่าและกังวล แต่เธอไม่เสียใจเลยที่ตัดสินใจแบบนี้
เมื่อก่อนก็เป็นเพราะรอยยิ้มแสนอบอุ่นแบบนี้ที่ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงดวงอาทิตย์ ทำให้หัวใจที่โดดเดี่ยวและหนาวเหน็บของเธอละลายได้ในที่สุด
วันนี้เธอจึงก้าวออกมาอย่างกล้าหาญเพราะไม่อยากให้ตัวเองเสียใจทีหลัง เธอจะต้องเข้มแข็งและแข็งแกร่งให้มากกว่านี้
ถ้าคนอื่นมาบอกว่าเธอไม่ดีพอสำหรับจ้าวหย่วนขุย เธอก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อทำให้พวกเขาสงบปากสงบคำลง
ดังนั้นจางหมิงเยี่ยนจึงเงยหน้าขึ้นและตอบจ้าวหย่วนขุยด้วยรอยยิ้มที่มั่นคงและมั่นใจ
หยินเหวินกั๋วซึ่งนั่งอยู่ตรงมุมโรงอาหารเห็นฉากนี้เข้าพอดี มุมปากของเขาอดไม่ได้ที่จะยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
ในที่สุดทั้งคู่ก็เปิดเผยต่อสาธารณะสักที ในที่สุดจ้าวหย่วนขุยก็ได้มองเห็นดวงจันทร์เมื่อเมฆเคลื่อนคล้อยไป
แต่ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังหายไปไหนเสียแล้ว?
เธอไม่น่าจะพลาดการแสดงดีๆ แบบนี้เลยนี่?
เมื่อนึกขึ้นมาได้หยินเหวินกั๋วก็อดไม่ได้ที่จะมองไปรอบๆ แต่เขาไม่เห็นร่างที่คุ้นเคยเลย
“พี่หยินกำลังมองหาใครหรือ?”
ซุนเจียงกั๋วซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามเห็นเข้าจึงถามอย่างสงสัย
“ฉันไม่ได้มองหาใคร กินข้าวของนายไปเถอะ!”
เด็กคนนี้ขี้สงสัยและชอบอยากรู้อยากเห็นเกินไปแล้ว
“พี่หยิน ฟังนะฉันคิดว่าพี่แปลกเกินไปแล้ว! ทำไมถึงชอบทำตัวแปลกๆ อยู่ตลอด นี่… พี่หยินบอกความจริงมาเถอะ มีใครในใจแล้วใช่ไหม?”
หยินเหวินกั๋วมองซุนเจียงกั๋วที่กำลังกระสับกระส่ายตอนพูดว่า ‘บอกความลับให้ฉันฟังหน่อยสิ’ แล้วคิดว่าถ้าคนๆ นี้เป็นผู้หญิงคงเป็นผู้หญิงที่มีนิสัยสอดรู้สอดเห็นมากเป็นแน่
เมื่อเห็นว่าหยินเหวินกั๋วเมินคำถามของตัวเองซุนเจียงกั๋วก็ยังไม่ท้อแท้ นินทาพี่หยินไม่ได้ก็มานินทาจ้าวหย่วนขุยดีกว่า
“นี่พี่หยิน ไม่คิดว่าจ้าวหย่วนขุยจะซ่อนคมไว้ลึกมากหรอหรือ? มากินข้าวกับเราทุกวันแต่ไม่เคยพูดเลยว่ามีคนรัก ครั้งสุดท้ายที่ฉันพูดเขาก็บอกว่าไร้สาระ แต่ดูการเปิดตัวนี้สิจางหมิงเยี่ยนยิ้มจนแทบปากจะฉีกถึงหูอยู่แล้ว!”
หยินเหวินกั๋วมองไปที่จ้าวหย่วนขุยและจางหมิงเยี่ยนตรงนั้น พวกเขานั่งมองหน้ากัน ทานอาหารและพูดคุยเต็มไปด้วยความอบอุ่น ดูเข้ากันได้ดี
จากนั้นมองไปที่ซุนเจียงกั๋วที่อยู่ตรงข้ามกับเขา…
ช่างไม่น่าพอใจสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะทักษะการซุบซิบนินทาที่ทำให้รู้สึกอยากชกหน้าผู้ชายคนนี้สักหมัด
ใบหน้าเล็กๆ แวบเข้ามาในความคิดของหยินเหวินกั๋ว พอนึกถึงฉากกินข้าวที่บ้านของเหล่าจางในวันนั้น เขาจำได้ว่าเธอทำตัวไม่ถูกจนพลาดหยิบหัวไก่ขึ้นมา จากนั้นเขาก็ใส่สมองไก่ลงในชามและบอกให้เธอเติมส่วนที่ขาดหายไป หญิงสาวกลับทำหน้าบึ้งใส่เขา
“นี่ เฮ้! พี่หยิน อย่ามองฉันแบบนั้นสิ ฉันแค่… ฉัน… เอ่อ”
จู่ๆความทรงจำที่มีสีสันก็ถูกทำลายด้วยเสียงแหบแห้งของซุนเจียงกั๋ว
หยินเหวินกั๋วพูดไม่ออก เขาจะนึกถึงเรื่องราวตอนนั้นได้อย่างไรเมื่อเห็นหน้าซุนเจียงกั๋วแบบนี้
เขามองซุนเจียงกั๋วด้วยสายตาว่างเปล่าแล้วก้มหน้ากินอาหารต่อ
ซุนเจียงกั๋วรู้สึกหวาดกลัวหยินเหวินกั๋วขึ้นมา เมื่อกี้ท่าทางของพี่หยินคืออะไร? เขายิ้มจากนั้นก็ทำสีหน้าเคลิบเคลิ้ม
ตายแน่ๆ! พี่หยินเคยบอกไว้ว่าชีวิตนี้ไม่คิดจะแต่งงาน งั้นหมายความว่าเขาอาจจะไม่ได้ชอบผู้หญิง…
พระเจ้า!นี่เขากำลังตกอยู่ในอันตรายหรือเปล่า? ป้าหยินจะเสียใจไหมถ้ารู้เรื่องนี้
“นั่น… เอ่อ พี่หยิน ส่วนฉันเองก็มี… แล้วก็ค่อนข้างเปิดเผยด้วย ฉันไม่ใช่… นั่นแหละ คนที่มีอะไรพิเศษ แต่… ก็รู้ใช่ไหมว่าฉันมีอิงจื่อของฉัน ฉัน…”
“ไปให้พ้น!”
หยินเหวินกั๋วขัดจังหวะก่อนที่จินตนาการเหลวไหลของซุนเจียงกั๋วจะไปไกลกว่านี้ เขาเริ่มรู้สึกเสียใจว่าทำไมเขาต้องตกอยู่ในภวังค์คิดถึงผู้หญิงคนนั้นตอนที่อยู่ต่อหน้าซุนเจียงกั๋วด้วย
เขาหยิบข้าวกล่องอาหารกลางวันอย่างรวดเร็ว แล้วลุกขึ้น ไม่อยากกินข้าวต่อหน้าซุนเจียงกั๋วอีก
“เฮ้…เดี๋ยวก่อน พี่หยินอย่าโกรธฉันเลย ฉันไม่สนใจจริงๆ ฉันชอบแค่อิงจื่อ ฉัน…”
ซุนเจียงกั๋วยืนขึ้นต้องการอธิบายแต่หยินเหวินกั๋วไม่สนใจ ชายหนุ่มเดินลิ่วออกจากโรงอาหารไป
เฮ้อ… จบแล้ว! พี่หยินโกรธมาก แต่เขาชอบอิงจื่อจริงๆ ครอบครัวของเขาและเธอพูดคุยกันแล้ว เมื่อกลับจากไร่เราทั้งคู่จะแต่งงานกันทันทีที่เขากลับไป เขาต้องทำให้ได้ อย่าปล่อยให้อิงจื่อผิดหวัง!
ซุนเจียงกั๋วยังคงประหม่าจนหยินเหวินกั๋วเดินออกจากโรงอาหารไปแล้ว ลมแรงในฤดูใบไม้ร่วงทำให้หยินเหวินกั๋วค่อยสบายใจขึ้น หูของเขายังร้อนผะผ่าว ด้วยความที่กลัวว่าถ้ายังไม่เดินออกมาซุนเจียงกั๋วจะคิดอะไรแปลกๆ ขึ้นมาอีก เขาเป็นคนพูดมาก ชอบจินตนาการเรื่องแปลกๆในหัวสมอง
แล้วทำไมเขาต้องอดคิดถึงหูชื่อเหวินไม่ได้เลยในวันสองวันนี้
เขามีเหตุผลมากพอที่จะไม่จำเป็นต้องคิดเกี่ยวกับใบหน้าของคนที่เขาเกลียดที่สุดในชีวิตก่อน
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เจอกับหูชื่อเหวินเขากลับเมินใบหน้างดงามที่คุ้นเคยนั่น แล้วรู้สึกว่าคนที่ตนเองกำลังเผชิญหน้าอยู่ด้วยเป็นคนอื่น
ใช่! น่าจะมีใครอีกคนที่อยู่ในร่างของหูลี่อิง
เขาสงสัยว่าตัวจริงของเธอเป็นใครกันแน่
หูชื่อเหวินไปไหน? ทำไมไม่มาโรงอาหารเพื่อทานข้าว? ปกติเธอจะมากับจางหมิงเยี่ยนทุกวันไม่ใช่หรือ?
อันที่จริงเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเคยทำอาหารกินเองที่หอพัก แต่เมื่อเร็วๆ นี้เธอมาโรงอาหารเพื่อกินข้าว ภายใต้จิตสำนึกของเขาก็แค่ต้องการพบเธอแม้ว่าทั้งสองคนจะไม่ได้พูดคุยหรือติดต่อกันสักเท่าไหร่ เขาแค่อยากมองดูเธออยู่ไกลๆ กว่าจะรู้ตัวก็กลายเป็นสิ่งที่คุ้นชินไปแล้ว
หยินเหวินกั๋วไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองเลย