EP : 55 นี่แหละคนร้ายที่ตีหัวของเจ้า
“ท่านตา ท่านจะกลับไปจริงๆ หรือขอรับ” จ้าวเฟยเทียนเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจที่ที่จ้าวชินหวังจะกลับไปที่เมืองนภาอีกครั้ง
“ใช่ อีกอย่างงานของข้ามันก็อยู่ที่นั่นพอดี” จ้าวชินหวังกล่าวพลางคิดถึงเรื่องที่เขาได้รับมอบหมายมา
ตระกูลของเขานั้นอยู่รับใช้พวกราชวงศ์มานานมากแล้วได้รับความไว้วางใจของราชวงศ์เป็นอย่างมาก เรื่องที่ให้เขาไปทำนั้นมันใหญ่มาก
“ครั้งนี้ข้าจะไปกับท่านตาด้วยขอรับ” จ้าวเฟยเทียนเอ่ยบอก ครั้งนี้เขาไม่ปล่อยให้ท่านตาของข้าไว้คนเดียวอีกแล้ว
“ตามใจเจ้า” จ้าวชินหวังกล่าวพลางเตรียมกลับไปยังเมืองนภาคาดกว่าจากแคว้นไป๋ตงคงใช่เวลานานหน่อย สงสัยเขาต้องไปพักกับเพื่อนรักของเขาที่แคว้นหนานเกอเสียหน่อยแล้วละ
“ท่านหมอเจ้าคะ” ในตอนเที่ยงของวันชิวสี่หลัวก็มาหาเว่ยลู่เซียนที่โรงหมอด้วยท่าทางดีใจที่ตัวเองนั้นสามารถเลื่อนระดับลมปราณได้แล้ว
“เลื่อนระดับลมปราณได้สักทีนะ”เว่ยลู่เซียนกล่าวบอกยิ้มๆ
ทำเอาชิวสี่หลัวมุ่ยหน้าทันที เพราะจะกะทำให้อีกฝ่ายไปตกใจเสียหน่อย
“สี่หลัวอ่อน” เซียวจิ่งยู๋เอ่ยเมื่อหมั่นไส้ท่าทางดีใจของชิวสี่หลัวเกินเหตุ
“อะไรกัน เจ้าว่าพี่สาวหรือ ชิ ใช่สิข้ามันไม่เอาไหนนี่น่า” ชิวสี่หลัวกล่าวหน้างอพลางหันหน้าหนีไปอย่างงอนๆ นี่นางพยายามสุดๆ แล้วนะ
“ภายในปีนี้ถ้าเจ้ายังไม่อยู่ในระดับสวรรค์ข้าจะไม่รับเจ้าไปเป็นศิษย์แล้วนะ” เว่ยลู่เซียนกล่าวอันที่จริงถ้าชิวสี่หลัวจะทำก็ทำได้เห็นได้จากที่ไม่นานนางสามารถเลื่อนระดับมาที่นภาขั้นต้นได้นับว่านางพยายามมากแล้ว
“ฮื่อ ข้าทำไม่ได้แน่เลย อ๊ะ จริงสิ ไปให้พี่หมิงจื่อช่วยดีกว่า” ชิวสี่หลัวกล่าวพลางทำหน้าจะร้องไห้ ก่อนจะทำหน้าดีใจเมื่อนึกถึงคนที่จะช่วยนางได้
“ข้าก็ช่วยท่านได้นะพี่สาว” เซียวจิ่งยู๋เอ่ยบอกทันทีเมื่อได้เห็นท่าทางดีใจเกินเหตุของชิวสี่หลัว
“ไม่ต้องๆ เจ้ายังเด็กอยู่นะช่วยพี่สาวไม่ได้หรอก” ชิวสี่หลัวโบกมือไปมาอยู่พลางนึกเอ็นดูเซียวจิ่งยู๋มากขึ้น น่ารักอะไรแบบนี้
“ข้าไม่ได้เป็นเด็ก”เซียวจิ่งยู๋เอ่ยบอกพลางจ้องมองชิวสี่หลัวอย่างไม่พอใจ
“โอ้ๆ จิ่งยู๋ของพี่สาวไม่ร้องนะๆ” ชิวสี่หลัวเมื่อเห็นว่าเซียวจิ่งยู๋ทำหน้าไม่พอใจก็เอ่ยขึ้นพลางเดินเข้าไปดึงเซียวจิ่งยู๋มากอดปลอบ
“ปล่อยข้านะขอรับ” เซียวจิ่งยู๋ร้องบอกทันทีเมื่อตัวเองถูกกอดแน่น
“ไม่เอา เจ้ากำลังงอนพี่สาวอยู่พี่สาวจะกอดเจ้าจนกว่าเจ้าจะหายงอนพี่สาว” ชิวสี่หลัวเอ่ยบอกพลางกระชับอ้อมกอดแน่น
“ข้าไม่ได้งอนเสียหน่อย” เซียวจิ่งยู๋ร้องบอกพลางขมวดคิ้วไปด้วย เขาไปงอนชิวสี่หลัวตอนไหนกัน หญิงสาวคนนี้คิดได้อย่างไรว่าเขางอนนาง
“โธ่ แค่มองหน้าของจิ่งยู๋น้อยข้าก็รู้แล้ว” ชิวสี่หลัวเอ่ยบอกยิ้มๆ
“เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ” เสียงร้องตะโกนข้างนอกทำให้ทั้งสองหยุดชะงักไปทันที
“เจ้านี่เองคือคนร้าย” เสียงร้องบอก ยังดีที่วันนี้คนไข้หมดไปแล้วทำให้ไม่เป็นที่สนใจเท่าไร
“เกิดอะไรขึ้น” ชิวสี่หลัวเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยเพราะที่โรงหมอไม่เคยมีเสียงคนทะเลาะกันมาก่อน
“ปะ…ปล่อยข้านะ” เซียวจิ่งยู๋เอ่ยบอกเมื่อชิวสี่หลัวไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยเขาออกไปเสียที
“ไปดูกันเถอะ” ไม่ยอมปล่อยไม่พอยังพาเซียวจิ่งยู๋ออกไปด้านนอกอีกด้วย
“เฮ้อ เรื่องวุ่นวายอีกแล้ว” เว่ยลู่เซียนถอนหายใจพลางพูดออกมาอย่างเซ็งๆ วันนี้วุ่นวายจริงๆ ตั้งแต่เช้านางก็พบว่าเซียวป้อจ้านแอบเข้ามานอนกับนางหน้าตาเฉยไล่อย่างไรก็ไม่ยอมไปเสียที
“อยากตายหรือไง” เซียวป้อจ้านเอ่ยถามเสียงเรียบพลางมองอีกฝ่ายไม่พอใจ เพราะถูกขัดขวางการเข้าไปหาเว่ยลู่เซียน
“เจ้านั่นแหละ อยากคิดว่าตัวเองจะรอดจากการทำผิดครั้งนั้นนะ” จ้าวเฟยเทียนเอ่ยเมื่อเห็นคนร้ายที่เป็นคนที่ตีหัวของเว่ยลู่เซียนอะไรมันจะโชคดีแบบนี้ ในที่สุดเขาก็จับคนร้ายได้สักที
“ท่านพ่อ โอ๊ะ ท่านปู่ทวด” เซียวจิ่งยู๋ที่ออกมาก็เรียกหาเซียวป้อจ้านทันที ก่อนจะเห็นชายชราที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากท่านพ่อของเขา
“อ้าวท่านตามาแล้วหรือขอรับ แล้วนี้มีเรื่องอะไรกันหรือขอรับ” หลิ่วหมิงจื่อที่เพิ่งเข้ามาในโรงหมอก็เอ่ยถามทันที เมื่อดูเหมือนจะมีเรื่องวุ่นวาย
“อ้อ หลานชายของข้าจับคนร้ายได้นะ” จ้าวชินหวังที่อยู่ในร่างชายชราเอ่ยบอก แม้จะยังงุนงงอยู่บ้างที่เซียวจิ่งยู๋เรียกชายคนร้ายว่าพ่อ
“คนร้าย?” หลิ่วหมิงจื่อเอ่ยทวนพลางมองเซียวป้อจ้านที่ทำหน้าหงุดหงิดในตอนนี้ไปด้วย
“เสียงดังอะไรกัน” เว่ยลู่เซียนที่เดินออกมาก็เอ่ยถามทันที ลูกน้องของนางทั้งสามคนต่างพากันมองหน้ากันเลิ่กลั่กอย่างทำอะไรไม่ถูก
“ลู่เซียนข้าจับคนร้ายที่ตีหัวของเจ้าได้แล้ว” จ้าวเฟยเทียนเอ่ยบอก
“หือ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยพลางเลิกคิ้วก่อนจะมองเซียวป้อจ้านไปด้วยความขบขัน
“นี่แหละคนร้ายที่ตีหัวของเจ้า” จ้าวเฟยเทียนเอ่ยบอกด้วยท่าทางจริงจัง เตรียมพร้อมจะพุ่งเข้าหาชายหนุ่มทุกเมื่อ หากอีกฝ่ายคิดหนี
“ห้ะ! นี่คือคนร้ายที่ตีหัวของลู่เซียนหรือ” หลิ่วหมิงจื่อร้องขึ้นอย่างตกใจ
เรื่องที่เว่ยลู่เซียนถูกตีหัวนั้นเขาพอรู้อยู่บ้าง แต่ไม่คิดว่าคนอย่างเซียวป้อจ้านจะเป็นคนตีหัวของเว่ยลู่เซียน
“ใช่ เจ้านี้แหละ ข้าเห็นเต็มๆ ตาเลยว่าเจ้านี้ตีหัวของลู่เซียนเสร็จก็หายตัวไปเลย” จ้าวเฟยเทียนกล่าวบอกด้วยท่าทีจริงจัง
“เอ่อ ท่านอาเข้าใจผิดแล้งขอรับ” เซียวจิ่งยู๋เอ่ยขัดเมื่อเห็นท่าอีกฝ่ายเข้าใจท่านพ่อของเขาผิดไป
“เข้าใจผิดอะไรกัน คนนี้แหละที่เป็นคนตีหัวของลู่เซียนนะ” จ้าวเฟยเทียนยังคงเอ่ยบอกด้วยท่าทางจริงจังเหมือนเดิม
“ที่ท่านพ่อของข้าตีหัวของท่านแม่นั้นมันมีเหตุผลนะขอรับ” เซียวจิ่งยู่ร้องบอกทันที ท่านพ่อของเขาก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาเลย
“เหตุผล? เหตุผลอะไรกัน” จ้าวเฟยเทียนเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ก็ท่านพ่อของข้าหาทางทำให้ท่านแม่หายความจำเสื่อมขอรับ” เซียวจิ่งยู๋เอ่ยบอกด้วยท่าทางจริงจัง
“ความจำเสื่อม ท่านหมอนี่เนี่ยนะ” หลิ่วหมิงจื่อพึมพำก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อคนเป็นหมอก็ความจำเสื่อมได้ด้วยอย่างนั้นหรือ
“ทำไมเป็นหมอแล้วมันความจำเสื่อมไม่ได้หรือไง” เซียวป้อจ้านถามอย่างหาเรื่องเมื่อเห็นท่าทางของหลิ่วหมิงจื่อ
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ เราไปทานอาหารกันเถอะเจ้าคะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอก
พลางมองจ้าวเฟยเทียนไปด้วย นางจำได้ว่าหากเจอจ้าวเฟยเทียนอีกครั้งจะเอาคืนเรื่องที่ทิ้งท่านตาเอาไว้ให้นางดูแล โดยไม่ถามความเห็นของนาง