นิยายแห่งการรำลึกถึงรักแท้ เพราะรักของฉัน.. คือเธอ เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๔
เพื่อนสนิท
รุ่งขึ้น เตโชปั่นจักรยานสีขาวคู่ใจมาเรียนตามปกติ แต่พอมาถึงห้องเรียน เขาก็เห็นเพื่อนๆ สองสามคนกำลังวุ่นๆกันอยู่ที่โต๊ะเรียนของเขา “มีอะไรหรอ?”
“ก็ไอ้แนนน่ะสิ มันจะย้ายมานั่งข้างๆ มึงแต่ไอ้ชาญที่นั่งข้างมึง ยังมาไม่ถึง พวกกูบอกให้มันรอ แต่มันจะไม่รอ” แบงบอกเพื่อน
แนนได้ยินเสียงเตโช ก็หันหน้ามายิ้มให้โช
“แนน” เตโชเรียก
“โชมาถึงแล้วเหรอ? แนนจะมานั่งเรียนข้างๆ เตโช แต่ไอ้พวกนี้มันไม่ยอม”
“รอบอกชาญก่อนดีไหม?” เตโชถาม
“ชาญมันไม่ว่าอะไรหรอก” แนนพูดง่ายๆ
ชาญเดินเข้าห้องเรียนมาพอดี “เออ เออ เออ กูไม่ว่าหรอกอยากย้ายก็ย้ายเลย” เขาเป็คนง่ายๆก็เลยยอมแลกที่นั่งกับแนน
แนนยิ้มให้ทุกคนอย่างผู้ชนะ !!
แล้วแนนก็หันไปยิ้มให้เตโช “ดีใจจัง ได้นั่งเรียนกะเตโชแล้ว”
เตโชยิ้มให้ไปเก้อๆก็เขาไม่รู้เลยว่าทำไมแนนจึงดีใจอะไรขนาดนั้น แค่นั่งเรียนข้างกัน แค่นั้นเอง
ที่จริงเมื่อปีสองปีก่อน.. เตโชก็เคยมองแนน เคยถูกใจรูปร่างหน้าตาแนนแต่แนนเป็ผู้ชายที่ดี หล่อติดอันดับต้นๆ ของโรงเรียน เขาคงไม่ชอบผู้ชายหรอก ..เตโชบอกตัวเอง ..
ส่วนหนึ่งที่เตโชคิดอย่างนั้นก็เพราะ.. ป้องเพื่อนร่วมชั้นเรียนอีกคนของเตโช เขาตามสนิทตามใกล้ชิดแนน หรือจะเรียกว่าตามจีบแนนั้แ่ม.๔ ก็ไม่ผิด แต่แนนก็ไม่เคยแสดงอะไรให้รู้เลยว่าเขาชอบป้องบ้างเลย
หรือแม้แต่จะแสดงอะไรสักนิดให้เตโชเห็นว่า.. เขาชอบผู้ชาย
เตโชจึงกันแนนไว้ที่ตำแหน่ง ‘เพื่อนสนิท’
และแนนก็เป็เพื่อนสนิทที่แสนดีของเตโชมาตลอดสองปีที่เรียนด้วยกัน..
จนเมื่อวาน.. เมื่อวาน!!
ที่แนนเห็นว่า..เตโชมีเพื่อนไหม่ที่เขาไม่รู้จัก และดูสนิทสนมกันยิ่งกว่าแนนที่เรียนห้องเดียวกันมาตั้งสองปีเสียอีก
แนนจึงบอกตนเองว่า..เขาต้องทำบางอย่างเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับเตโชมากกว่าที่เป็อยู่ และอย่างแรกที่แนนเลือกทำก็คือ ..การย้ายมานั่งเรียนข้างเตโช
การที่ ‘แนน’ หนุ่มหล่อสุดฮ็อทของห้อง ย้ายที่นั่งมานั่งเรียนข้างๆ เตโช กลายเป็ประเด็นขึ้นมาทันที
ป้องเลือกถามเตโชด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสอง แต่แสดงความไม่พอใจชัดเจน “อะไรอะโช !!ทำไมแนนถึงทำอย่างนั้น”
“โชก็ไม่รู้ ป้องก็ไปถามแนนสิสนิทกันมากไม่ใช่เหรอ?” เตโชเลือกใช้คำว่า ‘สนิทกันมาก’ แทนที่จะพูดว่า ป้องกับแนนเป็แฟนกัน
ก็เมื่อสามสิบปีก่อนเขาเลี่ยงที่จะพูดกันอยางนั้น เพราะ ‘ชายรักชาย’ ยังเป็เื่ปลกประหลาดสำหรับคนทั่วไป
“เดี๋ยวถาม” ป้องพูดปัดๆ “แต่ฉันเลือกมาถามเธอก่อนไง”
“โชก็งง เหมือนกับทุกคนแหละ”
แต่ป้องก็ยังไม่มีจังหวะได้คุยกับแนนเพราะถึงเวลาเรียนเสียก่อน ป้องมองแนนทุกเวลาที่มีโอกาสมอง เขาเห็นภาพบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกแล้วว่า..ต้องทำอะไรบางอย่าง
ก็.. แนนดูจะมีความสุขเหลือเกินที่ได้นั่งเรียนข้างๆเตโช แนนยิ้มหน้าบานตลอดเวลาที่นั่งเรียน จนเพื่อนหลายคนหมั่นไส้ในรอยยิ้มนั่น
พอพักเที่ยง แนนเดินมาบอกทีกับแบงว่าจะมานั่งทานข้าวด้วย ทำเอาทั้งสองคนนั่นงงเป็ไก่ตาแตก
แต่ความที่ ที แบงและเตโชไม่ได้รีบที่จะเดินไปโรงอาหาร เหมือนคนอื่นๆ แนนจึงรีรอไม่ออกจากห้องเรียนอีกคน
ป้องที่พยายามหาจังหวะคุยกับแนน ย่อมสังเกตเห็น ป้องเดินตามมาประกบตัวแนนแบบตัวติดกันแจ จนแนนจำใจเดินออกจากห้องเรียนไป
“แนนคงมานั่งกินข้าวกะพวกเราไม่ได้แล้วล่ะ” เตโชบอกเพื่อน
“เออ!!แล้วแต่มันละกัน” แบงตอบลอยๆก็เขาไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดอะไร แล้วทั้งสามก็เดินเตร่ไปยังมุมที่นั่งกินข้าวเที่ยงกันประจำ
แม้จะยังไม่ถึงมุมที่นั่งประจำ แต่ทีกลับมองเห็นอะไรบางอย่างเขาจึงนิ่งมอง
“อะไรเหรอ?”
“ไอ้แนนไม่มา แต่ไอ้ไม้มาแทนว่ะ”
แค่ได้ยินชื่อไม้ เตโชก็แอบยิ้มจางๆ
ไม้วางจานอาหารของตนไว้ และวางสมุดเรียนจองที่ให้ทั้งสามคนเรียบร้อย พอสามคนเดินไปถึงที่นั่งไม้ก็บอกให้ไปซื้อของกินกันเถอะ ไม้จะเฝ้าที่นั่งไว้ให้
ทีกับแบงจึงรีบไปซื้ออาหาร
“ขอบคุณมากนะที่จองที่ไว้ไห้” พร้อมกับรอยยิ้มที่ไม้น่าจะชอบมอง
“รีบไปซื้ออาหารเถอะเดี๋ยวของชอบจะหมดก่อนนะ” ไม้บอกโช
เตโชยิ้มตอบ แล้วรีเดินไปซื้ออาหาร
สักพัก ทั้ง แบง ที และเตโช ก็เดินกลับมาพร้อมอาหารและน้ำ
“กินเหมือนเมื่อวานเลยนะโช” ไม้ทักทาย
“ไอ้โชมันชอบหมูสับผัดกะเพราน้ำเยอะๆแบบนี้แหละ” แบงบอกเพื่อน
เตโชมองหน้าไม้ “ก็มันอร่อย กินง่าย ไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มด้วย”
ไม้ยิ้มตอบ
แล้วทั้งสี่ก็นั่งกินอาหารเที่ยงกันอย่างเพลิดเพลิน
ไม่แอบกระซิบกับเตโช “วันหลังไม้ซื้อไว้ให้นะ”
เตโชอมยิ้มและพยักหน้ารับเบาๆ
ทั้งสี่นั่งกินอาหารและนั่งพูดคุยกันจนใกล้เวลาเข้าเรียน ทั้งสี่ก็แยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวแล้วจึงไปเตรียมตัวที่จะเรียนใน่บ่าย
“โช เธอคิดอะไรกะแนนหรือเปล่า” ป้องถามเพื่อนโชหลังจากที่เขาลากตัวโชมาจากหน้าห้องน้ำชาย ไปจนถึงหลังอาคารเรียน
“อะไรป้อง เธอพูดอะไรของเธอ”
“ฉันถามแนนแล้ว แนนเค้าบอกฉันว่า.. เค้าอยากนั่งเรียนกับเธอเค้าอยากใกล้ชิดเธอ”
“ป้อง” เตโชเรียกชื่อเพื่อนชัดเจน “ฉันไม่เคยคิดอะไรกะแนนเลย” เตโชย้ำชัดเจน “ถ้าเธออยากสนิทอยากใกล้ชิด เธอก็ทำสิ ถ้าเธอไม่ทำอะไรแล้วปล่อยให้เค้ามาใกล้ฉันแบบนี้ ยังไงเธอก็ไม่มีวันได้สนิทกับแนน”
“เธอพูดแล้วนะว่าเธอไม่คิด”
“ก็.. ถ้าเธอไม่ทำอะไร” เตโชมองหน้าป้อง แล้วตัดสินใจพูดขึ้น “แล้วแนนเค้าทำจนฉันคิดขึ้นมา ..เธอจะว่าฉันไม่ได้นะ” พดจบเตโชก็เดินออกไปเพื่อไปขึ้นอาคารเรียน
ป้องอึ้งไป !!
เธอต้องรีบคิดอะไร และทำอะไรสักอย่างแล้ว เพื่อทำให้ตัวเธอสนิทชิดเชื้อกับแนนมากกว่าที่เป็อยู่ให้ได้
ก่อนเริ่มเรียน่บ่าย ‘ตุ๊ก’ หัวหน้าห้องหญิงเหล็กแจ้งทุกคนว่าหลังเลิกเรียนวันนี้จะขอประชุมห้องสักครู่ เื่ทำพานไหว้ครู เพื่อนๆ ในห้องก็รับรู้และยินดีที่จะอยู่ประชุม
ส่วนใครที่จำเป็ต้องรีบกลับบ้าน ก็แจ้งกับหัวหน้าห้องว่าตนเองไม่ได้อยู่ประชุมซึ่งวันนี้.. ป้องต้องรีบกลับบ้าน จึงไม่ได้อยู่ประชุมกับเพื่อนๆ
พอเลิกเรียน เด็กๆ รีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำแล้วกลับมาที่ห้องเพื่อประชุมกัน
หัวหน้าห้องเริ่มประชุม โดยแจ้งว่าวันพฤหัสที่จะถึงคือวันไหว้ครู พวกเราจึงต้องช่วยกันทำพานตอนคืนวันพุธซึ่งก็คือคืนพรุ่งนี้ เพื่อนๆลงมติให้เตโชเป็คนออกแบบ แล้วให้แนนกับป้อมเป็คนถือพาน
แนนเสนอตัวเปิดบ้านตนเองให้เพื่อนๆไปรวมตัวกันทำพานที่บ้านเขา และยังอาสาขับรถพาเตโชซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็ในการทำพาน
เตโชบอกเพื่อนๆ ว่าพรุ่งนี้จะเอาแบบมาให้ลองเลือกสัก๒-๓แบบ
หัวหน้าห้องจึงนัดประชุมเพื่อโหวตแบบพาน่ก่อนเรียนคาบบ่ายพรุ่งนี้แล้วก็เลิกประชุม
“แนนไปส่งโชนะ”
“ไม่ได้หรอกแนน แนนลืมแล้วเหรอ? โชขี่จักรยานมานะแล้วแนนก็ขับรถของที่บ้านมา ทิ้งรถใครไว้ที่โรงเรียนกไม่ดีทั้งนั้น”
“ถ้าแนนไม่มีรถ โชจะไปส่งแนนใชปล่ะ”
“ก็ไม่มีรถก่อนสิ ค่อยมาถาม ไปละพรุ่งนี้เจอกัน” แล้วเตโชก็เดินจากไป
เมื่อเตโชเดินไปถึงที่จอดรถจักรยาน ไม้ก็ยังยืนรอเตโชอยู่ที่รถจักรยานคู่ใจของโช “วันนี้จะพาไม้ไปกินอะไรดี”
“ข้าวคลุกกะปิตรงห้าแยกใกล้ๆ นี่นะ วันนี้คงไม่มีเวลาพาไม้ไปขี่รถเล่น โชต้องรีบกลับไปออกแบบพานมาให้เพื่อนเลือก”
“ได้ได้ ยังไงก็ได้”
เตโชปลดล็อกจักรยาน และจูงรถออกมาที่ถนน
แนนขับรถยนตร์ของตนมาพอดี เขาจอดรถกลางถนนนั่น แล้วเปิดประตูรถลงมาหาเตโช “ใครอะเตโช”
เตโชยิ้มให้แนน “เพื่อนเรา ชื่อไม้”
ไม้ยิ้มทักทายแนนอย่างเป็มิตร “หวัดดี” เขาเห็นแนน รู้จักแนนในแบบที่นักเรียนทั่วไปรู้จัก เพราะแนนรูปร่างหน้าตาดี ที่บ้านมีฐานะครูอาจารย์จึงมักเลือกแนนเป็ตัวแทนนักเรียนถือธงบ้าง ถือคธาบ้าง
“หวัดดี เราแนนนะ เพื่อนสนิทของเตโช” แนนพูดเสียงดังฟังชัด
‘เพื่อนสนิท’ คำนี้กระแทกความรู้สึกไม้อย่างแรง
จบตอนที่ ๔