กว่ารัก...คืนใจ

    บทที่ 1-3

    “แหม อย่ากลบเกลื่อนน่า ฉันไปแล้ว รีบกลับไปวาดการ์ตูนต่อ เจอกันพรุ่งนี้นะ” พิณณาบอกพร้อมกับรีบเดินผ่านเพื่อนไปเมื่อยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเป็นเวลาสี่โมงกว่าเข้าไปแล้ว เธอไม่อยากจะเสียเวลากับเรื่องไร้สาระเท่าไร เพราะเป้าหมายของเธอเวลานี้มันยิ่งใหญ่กว่าการใช้ชีวิตไปวันๆอาคารไม้หลังเก่าที่เชื่อว่านักเรียนในโรงเรียนนี้ทุกได้ยินมาตั้งแต่มัธยมต้นว่าจะถูกรื้อทิ้ง แต่ตอนนี้เธอยังคงเห็นมันยังอยู่ยืนยงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน และเธอก็ได้ใช้อาคารตึกนี้เป็นตึกพิเศษ ไม่ใช่ตึกพิเศษที่รวมเด็กเรียนขั้นเทพเหมือนน้องชายหรอก แต่เป็นตึกพิเศษที่รวมเด็กเรียนรั้งท้ายมารวมตัวกัน แต่เดี๋ยวก่อนนะ อย่างน้อยห้องของเธอก็ยังคงมีคนเก่งหลงเข้ามา เพียงเพราะตอนสอบเข้าเกิดดันป่วยจนถึงขั้นเป็นลมกลางห้องสอบ พอผลคะแนนสอบออกมาก็ปรากฏว่าสอบติดเข้ามา เธอยังนึกทึ่งที่มารู้ว่านายนั่นทำข้อสอบไม่ครบทุกข้อด้วยซ้ำ เธอได้แต่นึกสงสารอยู่ไม่น้อย แต่กรรมใครกรรมแหละเนอะ“ไอ้แว่น! เอาการบ้านมาให้ฉันลอกเดี๋ยวนี้” เสียงแหลมๆ ดังขึ้นพร้อมกับท่าทางคุกคามผู้ชายใส่แว่นที่ดูจะเรียบร้อย นายคนนี้แหละที่เธอพูดถึง“คุณวีรดาครับ เราควรที่จะทำการบ้านเองนะครับ” หญิงสาวเดินผ่านไปยังโต๊ะที่อยู่กลางห้องก่อนจะนั่งลงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำราวกับรีเพลย์แทบจะทุกวัน“พูดอย่างนี้อยากจะมีเรื่องกันใช่ไหม” วีรดา หรือวีวี่ เพื่อนสนิทของเธอที่เอามือทั้งสองข้างเท้าโต๊ะพร้อมกับขยับเข้าไปใกล้นายแว่นด้วยท่าทางข่มขู่“นี่ครับ”สุดท้ายนายแว่นก็ต้องยอมเหมือนอย่างทุกครั้ง เธอไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่าจะฮึดสู้ขึ้นมาทำไม เพราะสุดท้ายก็ต้องยอมอยู่ดี“ก็แค่นี้” วีรดาบอกก่อนจะเดินกลับมานั่งที่โต๊ะข้างๆ เธอพิณณามองเพื่อนที่นั่งลงพร้อมกับสมุดที่กรรโชกมาจากกีรติ หรือ ก้องอย่างขำๆ“ฉันว่าแกกับก้องชักจะแปลกๆ ไปทุกทีแล้วนะ” พิณณามองเพื่อนอย่างจับผิด“แปลกอะไรของแก” วีรดาหันมาถามเสียงต่ำ“ฉันคิดว่าพวกแกแอบคบกัน” พิณณาพูดออกมาอย่างที่คิด มือบางของคนที่นั่งข้างๆ ก็ตีลงมากลางหลังของคนพูดทันที“อึก!”“แกเลิกเอาการ์ตูนติงต๊องของแกมาเป็นจริงเป็นจังได้แล้วย่ะ”“ฉันเพื่อนสนิ๊ทสนิทของแกนะ เรื่องแค่นี้ดูออกอยู่แล้วย่ะ ไม่อยากยอมรับก็ไม่ต้องรับ” พิณณาบอกก่อนจะเอาสมุดการบ้านของตัวเองขึ้นมาลอกการบ้านที่วีรดาไปกรรโชกมาด้วยทันทีกว่าจะถึงเวลาเลิกเรียน นักเรียนห้องพิเศษรั้งท้ายหลายคนก็คงหลับกันไปจนเต็มอิ่มแล้ว ครูทั้งหลายที่เข้ามาสอนก็ออกจะเอือมระอาจนเหมือนจะปล่อยให้นักเรียนพวกนี้เป็นไปตามยถากรรมกลายๆ เอาเป็นว่าถ้าใครใคร่เรียนก็เรียน ถ้าไม่เรียน ครูก็ขี้เกียจจะพูดแล้วเหมือนกันนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ส่วนใหญ่คงจะเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยกันหน้าดำคร่ำเครียด แต่เรื่องพวกนั้นอาจจะใช้กับห้องพิเศษรั้งท้ายไม่ได้สักเท่าไร เพราะเวลานี้หลายคนยังคงทำตัวสบายราวกับอะไรจะเกิดก็เกิดทันทีที่เลิกเรียนพิณณาก็เก็บกระดาษที่ตัวเองวาดรูปมาตลอดทั้งวันใส่กระเป๋าก่อนจะรีบกลับบ้าน แต่ยังไม่ทันเดินออกจากห้องก็เห็นเพื่อนผู้ชายร่วมห้องก็เดินเข้ามาหา“พิณ รีบกลับบ้านหรือเปล่า” นัท ส่วนชื่อจริงเธอก็จำไม่ได้เหมือนกันมาทักขึ้น จนคิ้วของเธอเลิกขึ้นเล็กน้อย“รีบนะ นัทมีอะไรหรือเปล่า”“เรามีเรื่องอยากจะปรึกษา เราไม่รู้จะปรึกษาใครดี”“แล้วจะปรึกษาเรานี่นะ” พิณณาพูดขึ้นอย่างงุนงงก่อนจะมองซ้ายมองขวาแล้วชี้ไปทางกีรติที่กำลังลบกระดานดำอยู่ “เราคิดว่านัทน่าจะไปปรึกษาก้องมากกว่านะ น่าจะได้เรื่องมากกว่าปรึกษาเรา”“เอ่อ...”“ก้อง นัทเขามีเรื่องอยากปรึกษาน่ะ” พิณณาหันไปตะโกนบอกคนที่กำลังลบกระดานที่หันมามองอย่างงุนงง ส่วนหญิงสาวหันมาทางนัทที่มองตาปริบๆ “ตามสบายนะ เรากลับก่อน”“ไอ้พิณ! รอฉันด้วย” พิณณายังเดินไม่ทันพ้นห้องประตูห้องเรียน เพื่อนรักอย่าง วีรดาก็รีบเดินมากอดคอจนเสียหลักไปนิดหนึ่ง“เบาๆ ก็ได้ไอ้วี่” พิณณาหันไปพูดพร้อมกับกลอกตาใส่ก่อนจะเดินออกจากห้องไปทั้งที่มีวีรดากอดคออยู่อย่างนั้น“นัทเขาอยากจะคุยกับแก ไม่ได้อยากจะคุยกับก้องสักหน่อย” วีรดาพูดขึ้นอย่างนั้น แต่พิณณาหันไปมองเพื่อนพร้อมกับยักไหล่น้อยๆ อย่างไม่สนใจอะไร“แล้วยังไง เขาบอกว่ามีเรื่องจะปรึกษา แกก็รู้ว่าฉันโง่จะตายไป”วีรดาเดินมาดักหน้าพร้อมกับก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ สายตาก็หรี่มองคนพูด“แกก็รู้ว่านัทไม่ได้จะปรึกษาปัญหาชีวิต แต่อยากจะปรึกษาเรื่องตรงนี้ต่างหากเล่า” วีรดาชี้ไปทางหน้าอกข้างซ้ายของพิณณาที่ยังก้าวไปเรื่อยๆ มือบางปัดมือเพื่อนออกก่อนจะประสานมือทั้งสองของตัวเองไว้ที่อกพร้อมกับยิ้มออกมา“ทั้งตัวและหัวใจของฉัน ฉันยกให้พี่น่านคนเดียว” วีรดาได้ยินอย่างนั้นก็ยกมือขึ้นมาโบกไปมาเรียกสติคนที่ท่าทางจะเคลิ้มไปกับอากาศ“ตื่นย่ะ ฉันเห็นแกเพ้อถึงแต่พี่น่านอะไรนั่นมาเป็นชาติ ก่อนที่จะยกตัวและหัวใจให้เขา เอาแค่แม้แต่ปลายเล็บของเขา เขายอมให้แกแตะก่อนเถอะย่ะ”พิณณาได้ยินเพื่อนดับฝันอย่างนั้นก็หัวเราะออกมาพร้อมกับยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปหาเพื่อนพร้อมกับหรี่ตามองวีรดาอย่างรู้ทัน“แกก็อย่าลืมจับก้องให้อยู่ในกำมือล่ะ ขู่เขามากๆ ระวังจะมีคนมาคาบไปง่ายๆ นะ” พิณณาบอกออกมาพร้อมกับยื่นมือไปตบไหล่เพื่อน “ไม่ต้องเนียนเดินออกไปหน้าโรงเรียนกับฉันหรอก ฉันรู้ว่าแกกับก้องกลับบ้านด้วยกัน”“ไอ้พิณ! ชักจะมากไปแล้วนะ” วีรดาพูดขึ้นเสียงดัง แต่พิณณากลับฉีกยิ้มส่งให้เพื่อน