หนิง เด็กสาวท่าทางเก้งก้างเดินถือถาดใส่แก้วน้ำส้มมาวางบนโต๊ะกระจกเบื้องหน้าคุณปิ่นแล้วแปลกใจเพราะตอนแรกเ้านายสาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หันมาหาบอก
“ขอบใจมาก”
พอลุกขึ้นกำลังจะกลับหันไปอีกที หน้ามุ่ยซะแล้ว เด็กรับใช้ที่เพิ่งมาทำงานบ้านนี้ได้ไม่นานเคยถูกป้าแววคนเก่าคนแก่กำชับไว้ว่า
“อย่ายุ่ง อย่าพูด อย่านินทา และอย่าถามเื่เ้านาย”
เด็กสาวที่อยากทำงานอยากมีเงินส่งไปให้พ่อแม่กับน้องที่บ้านนอก จึงเชื่อฟัง เดินจากไปเงียบ ๆ
ปิ่นดีใจมาก นั่งยิ้มคนเดียว นึกย้อนไปวันที่แอบปีนเข้าไปในบ้านพี่ทิศ ได้เจอหน้าคนที่อยากเจอมากที่สุด ได้นั่งอยู่นิ่ง ๆ ฟังเขา ดุแล้วก็บ่น เหมือนหล่อนเป็เด็กหญิงตัวเล็กๆ ขณะที่เขาทำแผลตรงข้อศอกกับหัวเข่าให้หล่อนอย่างอ่อนโยน
นึกถึงดวงตาคมกริบที่จ้องหล่อนแล้ว ปิ่นย่นจมูกหรี่ตาเม้มปาก แล้วต่อมาเผลอยิ้ม รู้เลยว่าหน้าตัวเองแดง เพราะมันร้อนวาบ เขินอายทั้งที่เพียงแค่คิดถึงเขาเท่านั้น นี่ถ้าเขามายืนอยู่ตรงหน้าปิ่นคงทำอะไรไม่ถูก
ปิ่นยังยิ้มอยู่เมื่อสาวใช้นำแก้วน้ำส้มมาให้ แล้วให้คิดถึงบทสนทนาของตัวเองกับมารดาเมื่อสองวันก่อนจนหน้าเปลี่ยนจากยิ้มทั่วหน้าเป็ขมวดมุ่นครุ่นคิด
“ปิ่นไม่แต่งไม่ได้หรือคะ”
“ไม่ดื้อซิคะ แม่ตามใจปิ่นทุกอย่างอยากไปเรียนเมืองนอก อยากไปเที่ยวกลางคืน ทั้งที่แม่ห่วงปิ่นใจจะขาดแต่แม่ไว้ใจปิ่นว่าปิ่นจะไม่ทำตัวเหลวไหล เพียงแต่ขอให้ปิ่นแต่งงานกับคนที่คู่ควรให้แม่สบายใจนอนตายตาหลับแค่นี้”
“แต่ปิ่นกับชายเต้ไม่ได้รักกันนี่ค่ะ แล้วก็...ไม่มีวันที่จะรักได้ด้วยเพราะ เอ่ออ...”
ปิ่นไม่กล้าบอกแม่ว่าชายเต้มีรสนิยมรักร่วมเพศเนื่องจากเขาขอไว้ ทำให้ปิ่นอึกอัก พยายามคิดหาทางออกเพื่อแก้ปัญหานี้
“ยังไงปิ่นก็ต้องแต่ง”
ท่านผู้หญิงสมถวิล นฤบดี ยื่นคำขาดให้ หม่อมหลวงปรียาวดี บุตรสาวคนเดียวแต่งงานกับคนที่เหมาะสมทั้งชาติตระกูลและฐานะ
และไม่ฟังเมื่อลูกสาวอ้าปากทำท่าจะพูด ชิงพูดขึ้นก่อนว่า
“แม่ให้อิสระปิ่นแค่สามเดือน อีกสามเดือนปิ่นต้องแต่งงาน แม่เตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว”
ปิ่นเห็นมารดาเอาจริง คงต้องหาทางเลี่ยงหรือถ่วงเวลา ปิ่นนึก เงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยปากต่อรอง
“งั้น..ก่อนสามเดือน ปิ่นขอสองเื่ เื่แรก ปิ่นไปสมัครงานไว้แล้วเขาเรียกตัวเป็บริษัทส่งออก ข้อนี้คุณแม่คงไม่ขัดข้อง”
“...”
คนเป็แม่รับฟังแต่โดยดี
“อีกข้อ ปิ่นอยากไปมาหาสู่บ้านพี่ทิศ ปิ่นคิดถึงพี่ทิศ พงศ์ แล้วก็น้องดา อยากไปบ้านโน้นเหมือนเมื่อก่อน นะคะ”
ข้อเสนอนี้คนเป็แม่ไม่ค่อยสบายใจ ไม่อยากให้ลูกสาวไปยุ่งกับคนบ้านโน้นเป็เหตุผลส่วนตัวที่ไม่อาจบอกได้
ซึ่งเื่นี้ หล่อนเคยเปรยกับชลทิศก่อนที่ปิ่นจะกลับมาเมืองไทย ว่าอยากให้เด็กหนุ่มกับน้อง ๆ อยู่ห่างปิ่น แล้วชลทิศก็ทำตามโดยดี
“ที่แม่ห้ามเพราะปิ่นโตแล้ว ไม่ใช่เด็กเหมือนเมื่อก่อน จะได้เที่ยวไปวิ่งเล่นบ้านโน้นตามใจชอบ”
ปิ่นนึกตาม แต่จะให้หล่อนยอมแต่งง่าย ๆ ไม่มีทาง
“ปิ่นยอมแต่งงานก็ได้ แต่คุณแม่ก็ต้องยอมปิ่นเหมือนกัน ไม่งั้น ปิ่นจะหนีไป ปิ่นจะไม่แต่งงาน”
คนเป็แม่ซึ่งรู้นิสัยแสนดื้อของลูกสาวดีจำใจต้องโอนอ่อนผ่อนตามไปก่อน
“ก็ได้ แต่แค่สามเดือนนะ”
“ค่ะแม่”
ข้อตกลงจบลง ซึ่งคนสองคนมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างกัน
เสียงหนึ่งดังฉุดหญิงสาวให้กลับมาอยู่ในปัจจุบัน
“คุณปิ่น พี่เก่งรออยู่หน้าบ้านแล้ว คุณปิ่นจะไปเลยมั๊ยค่ะ”
“อ๋อ...จ๊ะไปเลย”
ปิ่นวางแก้วน้ำส้มที่พร่องไปเกือบหมดแก้วลุกขึ้นก้มหน้าสำรวจตัวเองอีกครั้ง เสื้อผ้านิ่มสีเหลืองอ่อนซึ่งโดนทับตรง่เอวด้วยกระโปรงสอบแค่สะโพกบาน่ปลายลายตารางสลับดอกไม้ดอกเล็กทั่วตัวยาวพอดีหัวเข่าทำให้ปิ่นอยู่ในชุดทำงานที่ดูเรียบร้อยเหมาะสม
สาวสวยหยิบกระเป๋าถือขึ้นสะพายไหล่ แล้วเดินไปหน้าบ้าน ตรงไปขึ้นรถซึ่งคนขับเปิดประตูให้หญิงสาวอย่างนอบน้อม
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥