คำพูดของต่งเสี่ยวเสี่ยวทำเอาป้าๆทั้งหลายต่างอึ้งจนพูดไม่ออก
เหมือนมีก้อนเสมหะจุกอยู่ที่อกกลืนก็ไม่เข้า คายก็ไม่ออก แต่ละคนหน้าเขียวคล้ำ
แต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับนั่งอยู่บนรถม้าสั่งให้คนขับพาเธอกลับบ้าน
ฉินไห่หยางนั่งอยู่บนขั้นบันไดหน้าประตูเมื่อคืนเขาออกมาตะโกนเรียกคนไปช่วย แต่กลับไม่มีใครเต็มใจที่จะช่วยเหลือ
ถ้าไม่ใช่เพราะหวังชิงซานกลับมาอย่างกะทันหันเมื่อคืนพวกเขาก็คงตกอยู่ในอันตราย
เขาผ่านเรื่องราวต่างๆมามากมายตั้งแต่ยังเด็ก จึงมีไหวพริบและฉลาดเกินวัย
เขาถอนหายใจออกมาและเอามือทั้งสองข้างเท้าคาง ฉินไห่เยว่กับเฉินเฉินออกมา พอเห็นเขาเป็นแบบนั้นก็เลียนแบบท่าทางของเขา นั่งอยู่หน้าประตู
ทั้งสองคนเท้าคาง แล้วยิ้มตาหยี
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับมาก็เห็นเด็กทั้งสามคนนั่งเท้าคางอยู่หน้าประตู เรียงกันเป็นแถว พากันก้มหน้าก้มตาไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรกันอยู่
"ทำอะไรกันน่ะ?"
พอได้ยินเสียงต่งเสี่ยวเสี่ยวฉินไห่เยว่เงยหน้าขึ้นก็เห็นเธอกำลังลงมาจากรถม้า
เมื่อเด็กน้อยเห็นแบบนั้นปลายจมูกก็เริ่มแสบร้อน ลุกขึ้นยืน แล้ววิ่งเข้าไปซบต่งเสี่ยวเสี่ยว กอดเธอไว้แน่น
เธอสะอื้นเบาๆ"แม่คะ ในที่สุดแม่ก็กลับมา แม่..."
"เสี่ยวเยว่" ฉินไห่หยางรู้จักน้องสาวตัวเองดี เขารู้ว่าเธอจะพูดอะไร จึงรีบเรียก"แม่เพิ่งกลับมา คงจะเหนื่อยมาก ให้แม่ไปพักก่อนดีไหม?"
ฉินไห่เยว่กะพริบตา คำพูดที่กำลังจะพูดเธอก็กลืนกลับลงไปในท้องทั้งหมด
"ก็ได้" เธอกอดแขนของต่งเสี่ยวเสี่ยวไว้แน่นไม่ปล่อย"แม่คะ อุ้มหนูเข้าไปหน่อยนะ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่พูดอะไรเธออุ้มฉินไห่เยว่เข้าไปข้างใน ก่อนจะกวาดสายตาไปเห็นรอยแผลบนหน้าผากของฉินไห่หยาง"นี่ไปโดนอะไรมา?"
"เมื่อวานตอนไปตักน้ำผมไม่ทันระวังเลยชนเข้า"
ฉินไห่หยางหลบสายตาเขาไม่อยากให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็นห่วงเขามากเกินไป
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้พูดอะไรต่อเธออุ้มเด็กน้อยเข้าไปในลานบ้าน ก็เห็นว่าหวังชิงซานกำลังก่อคอกหมูอยู่หลังบ้าน
เธอตะโกนเรียกเสียงดังแล้วขอให้หวังชิงซานช่วยขนของข้างนอกเข้ามา
เธอกระซิบกระซาบกับหวังชิงซานอยู่สักพักเขาขมวดคิ้ว สีหน้าสับสน "ทำแบบนี้มันดีงั้นเหรอ?"
"ลุงชิงซาน ช่วยฉันหน่อยเถอะนะ"ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดสิ่งที่เธอต้องการไปแล้วเดี๋ยวตอนขนของที่หน้าประตูจะต้องแสดงละคร
หวังชิงซานเห็นสายตาแน่วแน่ของต่งเสี่ยวเสี่ยวได้แต่ถอนหายใจออกมา "แม่หนูเธอนี่ช่างดื้อรั้นจริงๆ"
พูดจบ เขาก็เดินออกไปนอกประตู
ตอนขนของ เขาก็จงใจตะโกนขึ้นมา"เมียฉินซู่ นี่เธอซื้ออะไรมาเนี่ย ของดีๆ ทั้งนั้นเลยนี่นา?"
"ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรหรอกค่ะก็แค่ของกินของใช้" ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็พูดตอบกลับทั้งสองคนจึงช่วยกันขนของเข้าไปข้างใน
ฉินซู่นั่งอยู่บนเตียงข้างในบ้านเขารู้ว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับมาแล้ว
แต่ไม่รู้ว่าถ้าเจอหน้ากันแล้วเขาควรจะทำยังไงต่อดี
จนกระทั่งของข้างนอกถูกขนเข้าไปจนหมดต่งเสี่ยวเสี่ยวก็จ่ายเงินให้คนขับรถม้า เขาก็จากไปทันที
เธอหมุนตัวเข้าไปด้านในบ้านและปิดประตูไม่นานก็มีคนสองคนเดินด้อมๆ มองๆ ผ่านหน้าประตู
ทั้งสองคนเอามือไขว้หลังเดินวนเวียนอยู่ตรงนี้รอบหนึ่ง ก็หายลับไปจากหน้าบ้านของพวกเขา
"เอายังไงดี คืนนี้จัดหนักๆอีกสักรอบดีไหม?"
คนหนึ่งพูดขึ้นมาอีกคนเอามือข้างหนึ่งบีบจมูก พ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง"ค่อยว่ากันคืนนี้เถอะ พวกเราบุ่มบ่ามแบบนี้ ถ้าเกิด..."
เพื่อนร่วมทีมกลับตบมือ"แกนี่มันโง่จริงๆ โอกาสดีๆ แบบนี้ พวกเราต้องรีบฉวยไว้สิ!"
"พวกเขาไม่มีทางคิดว่าคืนนี้พวกเราจะกลับไปอีกคืนนี้หวังชิงซานคงกลับไปแล้ว เหลือแค่ผู้หญิงคนเดียวกับเด็กสามคนแถมยังมีคนพิการอีกคน พวกเราจะกลัวอะไรกัน?"
พอเพื่อนร่วมแผนการพูดแบบนี้อีกคนก็เหมือนจะใจอ่อน
"ดูสิว่ากล่องพวกนั้นมันใหญ่แค่ไหนหวังชิงซานยกขึ้นยังลำบาก แสดงว่าข้างในต้องเป็นของดีแน่ๆ!"
"พวกเขาต้องรวยขึ้นมากแน่ๆคืนนี้ถ้าพวกเราสำเร็จ อีกไม่กี่วันพวกเราก็จะได้ไปกินดีอยู่ดีในเมืองแล้ว!"
ชายอีกคนเห็นว่าเขาเริ่มคล้อยตามแล้วก็สะกิดเอวเขา มุมปากเผยให้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "แกไม่คิดถึงชุ่ยหงแล้วเหรอ?"
แค่ประโยคเดียวก็ทำให้ชายคนนั้นตบมือ"ตกลง คืนนี้พวกเรามาจัดกันอีกสักรอบ!"
คนทั้งสองตัดสินใจเรื่องนี้เสร็จแล้วก็จากไปก่อน
ตอนนี้ยังเป็นตอนกลางวันกลางคืนพวกเขาค่อยมาใหม่
หลังจากยกของเสร็จต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ไม่ได้รีบเข้าไปในบ้าน แต่ใช้เวลาเดินสำรวจรอบลานบ้านเธอสำรวจพื้นที่รอบๆ บ้านอย่างละเอียด
จากนั้นก็เข้าไปหุงข้าวในครัวแล้วค่อยเข้าไปในบ้าน
จู่ๆ ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เข้ามาฉินซู่ไม่ทันได้เตรียมตัวอะไร เขารีบร้อนเก็บหนังสือบนโต๊ะอย่างลนลานตั้งใจว่าจะแกล้งหลับสักหน่อย
"ฉันรู้เรื่องหมดแล้ว" ต่งเสี่ยวเสี่ยวนั่งลงข้างเตียงพลางถอนหายใจ "ตอนนี้เป็นนายกำลังเจ็บอยู่นะไม่ต้องรู้สึกว่ามีอะไรน่าอายหรอก"
"นายบาดเจ็บที่ขาเพราะช่วยชีวิตคนแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ฉันก็ชื่นชมนายจากใจจริงแล้ว!" ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้ว่าเธอต้องพูดบางอย่างให้ชัดเจนสักที "นายไม่ได้พิการ ขานายก็ไม่ได้พิการ นายแค่กำลังพักฟื้น"
"นายยังมีความหวังอีกมาก"ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองหน้าของฉินซู่ “ตอนนี้นายสามารถไว้วางใจและพึ่งพาฉันได้เต็มที่หลังจากที่นายรักษาตัวหายดี เราทุกคนในบ้านก็จะเชื่อใจและพึ่งพานายเหมือนกัน”
"เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นแค่พักเดียวเท่านั้นเดี๋ยวมันจะผ่านพ้นไป นายเข้าใจใช่ไหม?"
ฉินซู่นั่งพิงเตียงด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่พอได้ยินคำพูดพวกนี้ หัวใจของเขาก็เหมือนถูกทุบอย่างแรง รู้สึกแสบร้อนที่ดวงตา
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพยุงเขาขึ้น"นายเอี้ยวตัวแบบนี้ไม่เมื่อยแย่เหรอ?"
ฉินซู่กระแอมเบาๆ"ฉันแค่รู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์เกินไป เป็นผู้ชายแท้ๆแต่กลับ..."
ฉินซู่ยังพูดไม่ทันจบต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับตบไหล่เขา "นายทำดีมากแล้วอย่ากดดันตัวเองมากเกินไปเลยนะ"
"คนที่มารังแกพวกเราฉันจะไม่ปล่อยให้รอดไปได้สักคน!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจบสายตาของเธอแวบไปด้วยความโหดเหี้ยม ฉินซู่เห็นแล้วก็เงียบ ไม่พูดอะไรเลย
"อย่าคิดมากเลยฉันทำไข่ตุ๋นของโปรดของพวกนายเอาไว้ด้วยนะ" ต่งเสี่ยวเสี่ยวโบกมือ"กินเสร็จแล้ว ฉันจะพักผ่อนสักหน่อยตอนกลางคืนพวกเขาน่าจะกลับมาอีก"
พูดจบ เธอก็เดินออกจากบ้านไป
เธอวุ่นวายอยู่ในครัวอีกครึ่งชั่วโมงในที่สุดก็ทำอาหารเสร็จ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวหาวหวอดๆและชวนหวังซิงซานให้มากินข้าวด้วยกัน
หวังชิงซานพอลองชิมรสชาติของไข่ตุ๋นก็ยกนิ้วให้ต่งเสี่ยวเสี่ยว "เมียฉินซู่ฝีมือเธอนี่สุดยอดจริงๆ ไปเปิดร้านในเมืองได้เลยนะเนี่ย"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ได้แต่ยิ้มบางๆทำไมเธอจะไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้?
ในยุคนี้พวกเขาส่วนใหญ่ต้องทำตามกฎของหมู่บ้าน และยังต้องออกแรงทำงานแลกแต้มแรงงาน
แต่ช่วงนี้ขาของฉินซู่มีปัญหาจึงยังไม่ต้องออกไปทำงาน แต่พอผ่านไปสักพักก็ยังต้องไปทำงานอยู่ดี
ถึงอยากจะไปเปิดร้านในเมืองแต่มันง่ายขนาดนั้นซะที่ไหนกัน?
“ลุงชิงซาน” ต่งเสี่ยวเสี่ยวหาวเล็กน้อย“เดี๋ยวช่วยทำของสองอย่างให้หน่อยนะคะ ตอนกลางคืนฉันจะใช้มัน”
"พอลุงทำของให้ฉันเสร็จแล้วลุงก็กลับไปก่อนเลยนะคะ พรุ่งนี้ค่อยมาสร้างคอกหมู แล้วหนูจะฝังเข็มให้ลุงสองเข็ม!"
หวังชิงซานกะพริบตา"เมียฉินซู่ พวกเราอย่าทำแบบนี้เลยจะดีกว่ามั้งฉันว่ามันอันตรายเกินไป เรื่องครั้งนี้เราปล่อยมันไปเถอะนะ"
"หรือไม่ก็ฉันอยู่ช่วยก็ได้ถึงฉันจะเป็นคนแก่ แต่ตอนหนุ่มๆ ฉันก็เคยฝึกฝนร่างกายมา"
หวังชิงซานยืนกรานจะช่วยแต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ปฏิเสธ
สุดท้ายเขาก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างจนปัญญาช่วยต่งเสี่ยวเสี่ยวทำของที่ต้องใช้ให้เสร็จแล้วก็กลับไป
พอเขากลับไปแล้ว ฉินไห่หยางก็เข้าไปในครัว"ให้ผมช่วยได้ไหมครับ?"