ตอนที่ 21 ความสงสัยของโจวสือซวิน
เซิ่งอันหนิงไม่้าหันกลับไป เสียงนี้เธอยังจำได้ดี นั่นก็คือเฉิงกังที่พบกันเมื่อวานนี้
ทำกับชายหนุ่มไปขนาดนั้นแล้ว ทำไมเขายังกลับมาอีก?
เฉิงกังยังคงไม่ถอดใจและะโออกมา “อันหนิง พวกเราคุยกันดี ๆ จะได้ไหม?”
เซิ่งอันหนิงทำอะไรไม่ถูก คนในยุคนี้หัวรั้นได้ถึงขนาดนี้เลยหรือ? เธอแต่งงานไปแล้วยังจะมีอะไรต้องคุยอีก?
แต่ก็ไม่สามารถที่จะมีปากเสียงกันหน้าประตูของโรงพยาบาลได้ เซิ่งอันหนิงจึงหันหลังเดินกลับไปเผชิญหน้ากับเฉิงกัง “เมื่อวานฉันได้พูดไปชัดเจนแล้ว มีอะไรจะต้องคุยอีก”
ใบหน้าขาว ๆ ของเฉิงกังแดงก่ำ ดูเหมือนว่าเพิ่งจะดื่มเหล้ามา จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน “อันหนิง คุณสัญญาว่าจะหย่ากับโจวสือซวินถ้าเกิดว่าบ้านของพวกคุณไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้น ตอนนี้บ้านของพวกคุณก็ย้ายไปหมดแล้ว คุณก็หย่ากับเขาได้แล้วน่ะสิ”
เซิ่งอันหนิงฟังแล้วรู้สึกงุนงงกับสาเหตุการแต่งงานระหว่างเ้าของร่างเดิมและโจวสือซวิน จะต้องมีความจริงบางอย่างปกปิดเอาไว้ และเ้าของร่างเดิมเองก็ไม่ได้จดจำใส่ใจ
แต่เมื่อได้ยินว่าตระกูลเซิ่งนั้นได้ย้ายออกไปแล้ว เื่นี้จึงทำให้เธอโล่งใจเป็อย่างมากที่ไม่ต้องไปเผชิญหน้ากับญาติ ๆ ที่ไม่ได้รู้สึกคุ้นเคย
เฉิงกังเห็นว่าเซิ่งอันหนิงไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา และสายตาก็ยังจับจ้องไปทางอื่น ชายหนุ่มจึงยื่นมือออกไปจับมือของหญิงสาว “อันหนิง ผมอยู่ที่เมืองรอคุณมาโดยตลอดนะ”
เมื่อมือของชายหนุ่มััหลังมือของเซิ่งอันหนิง เธอก็รู้สึกราวกับว่ามีหนอนผีเสื้อเกาะอยู่ที่หลังมือของเธอ การตอบสนองของเธอทำให้เฉิงกังล้มลงไปกองบนพื้นอีกครั้ง
โชคดีที่ประตูโรงพยาบาลตอนนี้ไม่มีคนพอดี เฉิงกังจึงลุกขึ้นมาจับไหล่ที่เ็ปเอาไว้ และจ้องมองไปยังเซิ่งอันหนิง “เซิ่งอันหนิง คุณอย่ามีทิฐินักเลย แล้ววันหลังคุณจะต้องเสียใจ”
เซิ่งอันหนิงยังคงไม่สนใจชายหนุ่มผู้นี้ แม้ว่าเขาจะทำตัวคุกคามก็ตาม!
เธอเหลือบมองดูเฉิงกัง “ก็แล้วแต่เลย แต่ถ้าคุณยังกล้ามากวนฉันอีก คุณเจอดีอีกแน่”
พูดจบเซิ่งอันหนิงก็หันหลังกลับเข้าโรงพยาบาลไป
เฉิงกังกระทืบเท้าด้วยความโกรธ และะโขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่แผ่นหลังของเซิ่งอันหนิง “เซิ่งอันหนิง คุณจะต้องกลับมาอ้อนวอนผม! คุณคอยดู”
เซิ่งอันหนิงไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมามอง และยังรู้สึกสมเพชเล็กน้อย เ้าของร่างเดิมต้องตาบอดขนาดไหนที่ชื่นชอบชายผู้นี้
โจวสือซวินยืนอยู่ที่บริเวณหน้าต่างชั้นสอง ซึ่งหน้าต่างนั้นอยู่ตรงกับประตูหน้าของโรงพยาบาลพอดี และมองเห็นฉากที่เซิ่งอันหนิงจับเฉิงกังทุ่มลงพื้นได้อย่างชัดเจน
การตอบสนองที่ว่องไวของเซิ่งอันหนิง ทำให้ชายหนุ่มตกตะลึงเป็อย่างมาก
ชายหนุ่มค่อย ๆ หันหลังและเดินกลับเข้าไปในห้อง
เซิ่งอันหนิงที่กลับเข้าไปในห้องก็พบกับโจวสือซวินที่กำลังเดินอยู่ หญิงสาวจึงรีบเข้าไปประคองแขนของเขา “คุณไม่อยากมีชีวิตแล้วเหรอ? เมื่อวานเพิ่งจะผ่าตัดเสร็จ วันนี้ออกมาเดินไปทั่วแบบไม่กลัวแผลจะเปิดเลย”
เซิ่งอันหนิงได้จัดให้โจวสือซวินเป็คนสนิทที่สุดโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว ในขณะที่สนทนากับชายหนุ่มเธอใช้น้ำเสียงที่เป็กันเองเป็อย่างมาก
โจวสือซวินปล่อยให้เซิ่งอันหนิงประคองเขาไปนั่งที่เตียง “อย่ากังวลไปเลย าแเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้เอง”
เซิ่งอันหนิงจ้องตาเขม็ง “ใช่ ไกลจุดตายอีกตั้งเยอะ แต่ถ้าจะเข้าสนามรบก็ยังต้องดูแลรักษาให้ดี ๆ”
น้ำเสียงดุดันทำให้โจวสือซวินรู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก และเอนตัวลงเตียงโดยที่ไม่เอ่ยสักคำ
ตกกลางคืน เซิ่งอันหนิงอุ่นน้ำแกงเป็ดร้อน ๆ มาให้โจวสือซวิน และยังซื้อก๋วยเตี๋ยวเพิ่มเข้าไปอีก ส่วนตัวเองนั้นซื้อหมั่นโถวธัญพืชหนึ่งอันมากินกับผักดอง
เมื่อมองดูน้ำแกงเป็ดที่หอมหวน เซิ่งอันหนิงก็อดที่จะกลืนน้ำลายไม่ได้ ในใจก็ได้แต่ชื่นชมตัวเองที่สามารถเสียสละได้ขนาดนี้
เมื่อยกก๋วยเตี๋ยวเป็ดกลับห้องผู้ป่วยก็ไม่พบกับสองแม่ลูกแล้ว เซิ่งอันหนิงจึงรู้สึกประหลาดใจ โจวสือซวินเกลี้ยกล่อมอย่างไรกันนะถึงทำให้คนทั้งคู่หายไปเลย
โจวสือซวินมองดูก๋วยเตี๋ยวของเซิ่งอันหนิง “คุณกินหรือยัง?”
เซิ่งอันหนิงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “กินแล้วน่ะ ฉันกินที่ห้องครัว ฉันจะปล่อยให้ตัวเองลำบากได้ยังไงล่ะ”
เมื่อโจวสือซวินพิจารณาดูแล้วก็จริงอย่างที่เธอเอ่ย เซิ่งอันหนิงเป็คนหนึ่งที่จะไม่ยอมให้ตัวเองลำบาก ชายหนุ่มจึงรับก๋วยเตี๋ยวมากินเงียบ ๆ
เซิ่งอันหนิงนั่งที่เก้าอี้มองดูโจวสือซวินกินอาหาร เห็นได้ชัดว่าเวลาที่ชายผู้นี้กินอาหาร ท่าทางของเขาดูสมชายเป็อย่างมาก กินอย่างรวดเร็วแต่ไม่หยาบคาย
เมื่อรอให้โจวสือซวินกินเสร็จ หญิงสาวจึงเอ่ยถามขึ้น “คุณจะกลับบ้านกี่วัน มีเื่อะไรที่ต้องไปจัดการหรือเปล่าคะ?”
โจวสือซวินไม่ได้ปิดบังเธอแต่อย่างใด “กลับไปแยกบ้าน”
เซิ่งอันหนิงดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ คาดไม่ถึงว่าจู่ ๆ โจวสือซวินจะกลับบ้านในครั้งนี้เพื่อแยกครอบครัว และด้วยนิสัยเช่นนั้นของจูกุ้ยฮวา คิด ๆ ดูแล้วถ้าถึงเวลานั้นจริง ๆ ก็คงจะคึกคักน่าดู
โจวสือซวินเห็นท่าทางประหลาดใจของเซิ่งอันหนิงก็เอ่ยขึ้น “ถ้าคุณไม่อยากไปก็ไม่เป็ไร”
เซิ่งอันหนิงรีบโบกมือ “ไม่หรอก ๆ าแบนตัวคุณยังไม่หายดี ให้ฉันกลับไปกับคุณเถอะ”
โจวสือซวินพยักหน้าและไม่ได้กล่าวอะไรออกมาอีก
……
เช้าวันรุ่งขึ้นในขณะที่เซิ่งอันหนิงกำลังตื่นนอน จูกุ้ยฮวาก็ได้พาโจวเอ้อร์นีเข้ามาพร้อมกระเป๋ามากมายอย่างพะรุงพะรัง
เมื่อจูกุ้ยฮวาข้ามประตูเข้าไปก็ะโร้องจนสุดเสียง “เ้ารอง แม่กับน้องจะกลับก่อนนะ จะกลับไปทำความสะอาดห้องที่แกกับอันหนิงจะไปอยู่ ”
เมื่อคืนจูกุ้ยฮวาาได้คิดถึงเื่นี้ทั้งคืน ในเมื่อโจวสือซวินจะกลับบ้าน นางจึงจะรีบกลับไปเตรียมข้าวเตรียมของให้กับทั้งคู่ก่อน
ในท้องของเอ้อร์นีก็ยังมีมารหัวขนอยู่ จึงรีบคิดวิธีที่จะเอาออก ถ้าเอาออกไม่ได้ก็ค่อยโน้มน้าวโจวสือซวิน และให้โจวเอ้อร์นีไปใช้ชีวิตกับพวกเขา เมื่อเด็กออกมาค่อยบอกว่าเป็ลูกของเซิ่งอันหนิง
นี่นับว่าเป็ความคิดที่มีเล่ห์เหลี่ยมยิ่งนัก
โจวสือซวินเองไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบกลับใด ๆ “งั้นพวกแม่ก็เดินทางกันดี ๆ ก็แล้วกัน”
โจวเอ้อร์นีคิดถึงคำพูดที่จูกุ้ยฮวากำชับเอาไว้ระหว่างทาง หล่อนจึงมุ่ยปากเเละเอ่ยถามขึ้น “พี่รอง พวกเราจะกลับแล้ว พี่จะไม่ให้เงินค่ารถหน่อยหรือคะ?”
โจวสือซวินขมวดคิ้ว “พี่ไม่มีเงินติดตัวเลย ในเมื่อพวกเธอจะออกมาข้างนอกทำไมถึงไม่พกเงินติดตัวมาเลยล่ะ”
โจวเอ้อร์นีเหลือบมองดูเซิ่งอันหนิงที่มองดูอยู่ข้าง ๆ “พี่รอง เมื่อก่อนพี่ไม่ได้เป็แบบนี้ ทำไมหลังจากแต่งงานแล้วเงินสักเหมาก็ไม่เคยให้เลย”
เซิ่งอันหนิงมองดูโจวเอ้อร์นีกึ่งยิ้มกึ่งบึ้งตึง เด็กสาวผู้นี้ทำท่าว่าฉลาดยิ่งนัก แท้ที่จริงแล้วกลับโง่เง่า คิดจะทำให้คนสองคนขุ่นเคืองในคราวเดียวงั้นเหรอ?
อย่างไรก็ตามคนนอกก็คือคนนอก พอมองดูโจวสือซวินผู้ไม่ถนัดเจรจาแล้ว เข้าไปช่วยสักหน่อยก็คงไม่เป็ไรหรอกกระมัง “ช่วยไม่ได้นี่นะ ตอนนี้พี่รองต้องเลี้ยงดูฉัน วันข้างหน้าก็ต้องเลี้ยงลูกของพวกเรา จะมีเงินพอใช้ได้ยังไง?”
โจวเอ้อร์นีจ้องมองเซิ่งอันหนิง “พี่มีอะไรน่าภาคภูมิใจไม่ทราบ? นั่นมันพี่รองของฉัน ยังไงก็ต้องเข้าข้างฉัน”
เซิ่งอันหนิงหัวเราะ “ตอนนี้เขาเป็ผู้ชายของฉัน คำพูดของฉันในครอบครัวถือว่าเป็คำขาด”
ในเมื่อโจวสือซวินพูดออกมาแล้วว่าจะแยกบ้าน แสดงว่าต้องทนไม่ได้ที่มีครอบครัวเหมือนผีดูดเื เธอจึงกล้าพูดออกไปโดยไม่เกรงกลัว
โจวเอ้อร์นีถูกตอกกลับจนพูดอะไรไม่ออก และไม่อาจโต้แย้งได้สักพัก จึงต้องพึ่งความช่วยเหลือจากจูกุ้ยฮวา
จูกุ้ยฮวาดึงสีหน้า “ห๊ะ? เ้ารอง ทำไมแกถึงเอาคนแบบนี้มาทำเมีย แกปล่อยให้หล่อนมาจิกหัวบงการแกหรือ? แกยังเป็ผู้ชายอยู่หรือเปล่า? ”
โจวสือซวินเหลือบมองเซิ่งอันหนิงและขมวดคิ้วขึ้น “ถ้าพวกแม่ไม่รีบไป ก็จะไปไม่ทันรถแล้วนะ”
เซิ่งอันหนิงมีความสุขมาก การที่ชายหนุ่มเอ่ยออกมาเช่นนี้ ก็เท่ากับว่ายอมรับในคำพูดของเธอ ดวงตาของเธอจึงเปล่งประกายราวกับดวงดาว
ทำให้โจวสือซวินที่ไม่ค่อยพูดจารู้สึกว่าห้องพักผู้ป่วยอันอุดอู้ได้สว่างวาบขึ้นมา
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
เห็นสกิลต่อสู้ของเมียแล้วนึกสงสัยเมียขึ้นมาละสิ
ยัง สองแม่ลูกนี่ยังไม่รู้ว่าคนที่เป็เสาหลักบ้านจะไม่ยอมเป็ตู้กดเงินให้ใช้อีกต่อไปแล้ว
ไหหม่า(海馬)