ตอนนี้เป็เวลาใกล้เที่ยงแล้วแสงอาทิตย์สาดส่องทะลุหมู่เมฆลงมาเป็ลำแสงขนาดมหึมาราวกับโคมไฟั์กลางอากาศ
ฝุ่นละอองที่ล่องลอยอยู่เ่าั้เคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าเหมือนภาพสโลว์โมชัน ก่อเกิดเป็ทางช้างเผือกนับไม่ถ้วนเหมือนจักรวาลน้อยๆ ที่เคยเห็นในภาพสไลด์วิชาภูมิศาสตร์
แต่นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา
ในยุคฟื้นคืนพลังิญญานี้ไอปราณิญญาห้าสีร่ายรำพลิ้วไหวอยู่เต็มชั้นบรรยากาศ
หากมีพลังจิตพิเศษก็สามารถรับรู้ถึงความผันผวนของไอพลังงานเหล่านี้ได้หรือกระทั่งมองเห็นพลังิญญาเ่าั้
และอวี๋จื่ออวี๋ในฐานะสิ่งมีชีวิตระดับเหนือธรรมชาติขั้นที่หนึ่ง ย่อมสามารถ‘มองเห็น’ พลังิญญาได้โดยธรรมชาติ
เขาจ้องมองท้องฟ้าเบื้องบนอย่างงุนงงอวี๋จื่ออวี๋อดไม่ได้ที่จะหลงใหลในสีสันอันงดงามราวกับความฝันของฟากฟ้า
“ช่างงดงามเหลือเกิน”
อวี๋จื่ออวี๋ยิ้มบางๆสายตาของเขาก็หันกลับมายังหุบเขา
ในตอนนี้หุบเขาทั้งหมดปกคลุมไปด้วยม่านหมอกหนาทึบหมอกเ่าั้ราวกับพวยพุ่งขึ้นมาจากเปลือกโลก ไหลหลั่งไม่ขาดสายจากก้นหุบเขาพุ่งทะยานขึ้นสู่กลางอากาศดุจคลื่นทะเลที่ถาโถมเข้าหาผืนฟ้าเบื้องหน้าเป็ระลอกแล้วระลอกเล่า
“อีกไม่กี่วันขุนเขาแห่งนี้ทั้งหมดจะกลายเป็อาณาเขตล่าของฉัน!”
น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความคาดหวังอวี๋จื่ออวี๋ไม่ได้ปกปิดความรู้สึกใดๆ
ในหุบเขาทั้งหมด มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น
ที่เหลือล้วนเป็สัตว์อสูรหรือกระทั่งิญญา
แล้วจะมีใครเข้าใจความยินดีของเขาในตอนนี้ได้เล่า?
หมอกคือดวงตาอีกคู่ของเขา
ด้วยม่านหมอกพลังรับรู้ของอวี๋จื่ออวี๋จะได้รับการยกระดับอย่างก้าวะโ
แม้จะไม่สามารถตรวจจับรายละเอียดเล็กน้อยได้แต่การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ อวี๋จื่ออวี๋ก็ยังสามารถรับรู้ได้
และเมื่อถึงเวลานั้นอวี๋จื่ออวี๋ก็จะรู้สึกอุ่นใจอย่างแท้จริง
อย่างน้อยที่สุดหากมนุษย์ไม่ใช้ขีปนาวุธพิสัยกลางหรือแม้แต่ขีปนาวุธข้ามทวีปความปลอดภัยของเขาก็ได้รับการรับประกัน
ด้วยเหตุนี้เขาก็จะมีเวลาเพียงพอสำหรับการเติบโตและพัฒนาตนเอง
ในขณะที่อวี๋จื่ออวี๋กำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเสียงหอนอย่างกะทันหันก็ทำให้เขาตื่นขึ้น
เขามองขึ้นไปเห็นหมาป่าสีเทาหลายตัวที่ถูกขังอยู่ในกรงต้นไม้ กำลังยันกายขึ้นมาทีละตัว
“อะวู้ว อะวู้ว...”
พวกมันยังคงเห่าหอนไม่หยุดดวงตาสีเขียวเรืองรองฉายแววดุร้าย
หมาป่าเป็สัตว์สังคม
ในยามค่ำคืน ท่ามกลางป่าเขาสลับซับซ้อนหรือป่าอันเงียบสงบ เพียงแค่มีหมาป่าตัวหนึ่งหอนตอบ ตัวอื่นๆ ก็จะเงยหน้าหอนตามเสียงดังกึกก้องไปทั่วทิศ ทำให้ผู้ฟังขนลุกซู่
และในตอนนี้หมาป่าสีเทาที่ถูกขังอยู่ในกรงต้นไม้เ่าั้ต่างพากันแยกเขี้ยวอันแหลมคมแลบลิ้นสีแดงฉานยาวเฟื้อยออกมาสายตาจับจ้องไปที่ซากอินทรีทองั์ที่อยู่ไม่ไกล
“นี่คงหิวแล้วสินะ?”
อวี๋จื่ออวี๋รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยกิ่งก้านของเขาก็ค่อยๆ ยื่นออกไป
ชั่วครู่เดียวกิ่งก้านก็บิดตัวและแทงเข้าไปในกรงต้นไม้
“กรรร...”
เสียงขู่ดังขึ้นเห็นเพียงหมาป่าในกรงต้นไม้ก้มขาหลังเล็กน้อย ยื่นขาหน้าออกไปข้างหน้าตั้งท่าจะพุ่งโจมตีดวงตาที่ฉายแววดุร้ายจ้องเขม็งไปยังกิ่งก้านที่อวี๋จื่ออวี๋ยื่นเข้าไป
“จะลองดูไหม?”
อวี๋จื่ออวี๋หัวเราะเยาะแม้จะรู้ว่าหมาป่าสีเทาไม่ได้ยินแต่เขาก็ยังแสดงออกถึงความหมายในคำพูดของเขาด้วยการกระทำ
ราวกับนิ้วมือของมนุษย์เขากวักนิ้วอย่างยโสโอหัง
“กรรร...”
เสียงหอนดังขึ้นอีกครั้งหมาป่าสีเทาถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความไม่สบายใจ
มันเคยเห็นความดุร้ายของปีศาจต้นไม้ต้นนี้มาแล้ว
ความเคารพต่อ ‘ความแข็งแกร่ง’ที่ฝังรากลึกอยู่ในกระดูก ทำให้มันลังเลเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม
‘โครก คราก...’
ความหิวโหยทำให้มันไม่อาจต้านทานต่อสิ่งล่อใจของอาหารได้อีกต่อไป
‘ตึง’ เสียงหนึ่งดังขึ้นหมาป่าสีเทากระทืบขาหลังลงพื้น พุ่งตัวขึ้นสูง อ้าปากที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเืงับเข้าใส่กิ่งก้านของอวี๋จื่ออวี๋อย่างแรง
“เพียะ!”
เสียงคมชัดพลันดังขึ้นในม่านหมอกราวกับจะให้สัตว์อื่นๆ เห็นชัดเจน อวี๋จื่ออวี๋จงใจทำให้ม่านหมอกรอบตัวเขาจางลง
เห็นเพียงกรงต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลหมาป่าสีเทาตัวหนึ่งขดตัวอยู่ในมุม และสั่นสะท้านไม่หยุด
บนตัวมันมีรอยแส้ลึกจนเห็นกระดูก
มันคร่ำครวญเสียงต่ำดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
และในตอนนี้ กิ่งก้านนั้นก็ค่อยๆยื่นเข้ามาอีกครั้ง... ทีละน้อย...ทีละน้อย...
มันค่อยๆ เข้าใกล้ จนกระทั่งเกือบจะถึงตัวด้วยสัญชาตญาณ หมาป่าสีเทาก็แยกเขี้ยวอันแหลมคมออกมาอีกครั้ง
“ฟึ่บ”
กิ่งก้านพลันเร่งความเร็วในชั่วพริบตาและฟาดลงบนตัวมันอย่างกะทันหัน
ได้ยินเพียงเสียง‘เพียะ’ ดังขึ้นอีกครั้งหมาป่าสีเทาก็มีรอยเืลึกจนเห็นกระดูกเพิ่มขึ้นอีกรอย
“แก... ยัง... จะ... กัด... อีก... ไหม?”
น้ำเสียงเย้ยหยันกิ่งก้านของอวี๋จื่ออวี๋ก็ค่อยๆ ยื่นออกมาอีกครั้ง
ทว่า เขากลับต้องผิดหวัง
เมื่อเห็นหมาป่าสีเทาที่ก้มหน้าลงตัวสั่นไม่หยุด ปล่อยให้กิ่งก้านของเขาเข้าใกล้ อวี๋จื่ออวี๋จึงส่ายหน้า
“ถือว่าเ้าฉลาด”
พูดพลาง อวี๋จื่ออวี๋ก็หันไปมองสัตว์อื่นๆอย่างเช่นนกกระเรียนขาว และหมาป่าสีเทาตัวอื่นๆ ที่อยู่ในกรงต้นไม้อย่างเงียบงัน
“นี่คือการเชือดไก่ให้ลิงดูที่เห็นผลดีเยี่ยม”
ใช่แล้ว การเชือดไก่ให้ลิงดู
ความอดทนของอวี๋จื่ออวี๋ใกล้จะหมดลงแล้วและตอนนี้ก็เกือบถึงเวลาที่จะต้องปราบปรามสัตว์เหล่านี้
แต่ดูเหมือนว่า ผลลัพธ์จะออกมาดีทีเดียว
อวี๋จื่ออวี๋ยิ้มเล็กน้อยแต่กิ่งก้านของเขาก็ขาดสะบั้นลงอย่างกะทันหัน
จากนั้นของเหลวใสคล้ายคริสตัลก็เริ่มซึมออกมาจากรอยตัดของกิ่งก้าน
และในขณะที่น้ำบำรุงชีวิตใสกระจ่างนั้นไหลออกมาสัตว์ทุกตัวที่อยู่ในกรงต้นไม้ก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมกัน
ยิ่งไปกว่านั้นกระทิงที่มีเขาเสี้ยวจันทร์ก็ค่อยๆ ยันกายขึ้น และเริ่มขูดพื้นด้วยขาหน้า
อีกด้านหนึ่งลิงทองคำบนยอดไม้ก็ส่งเสียงร้องและเริ่มะโโลดเต้นไปมาอย่างตื่นเต้นบนนั้น
แม้แต่พี่หัวราบที่ขุดดินอย่างเอาเป็เอาตายก็หยุดชะงักและค่อยๆ โผล่ออกมาจากรูลึกใต้ดิน พร้อมกับขยับปากเคี้ยวหยับๆ