พนักงานหนุ่มน้อยยิ้มตอบซีซาเร่
“เอกสารของคุณเสร็จเรียบร้อยแล้วครับคุณคาดินัลลิ กรุณาเซ็นรับด้วย”
ซีซาเร่รับปากกาจากมือพนักงานผู้นั้น เซ็นชื่ออย่างรวดเร็วลงบนเอกสาร ส่งปากกาคืนให้
“ขอบคุณมาก” เขาหยิบปึกเอกสารบนโต๊ะเดินออกจากห้องไป
ความรู้สึกตื่นเต้นยังแน่นอยู่ในอก แม้จะเดินพ้นตัวตึกออกมายังแสงอาทิตย์ที่สาดสว่างไปทั่วท้องถนน เขากะพริบตาถี่ๆ บาบาร่ากำลังโบกมือไหวๆ เขายิ้มให้ก่อนจะยกมือขึ้นโบกตอบเธอ เอกสารในมือต้องแสงแดดเป็สีขาวโพลน
“ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ ท่านเค้าท์ คาดินัลลิ”
เขาหัวเราะเบาๆ เดินไปเปิดประตูรถก้าวขึ้นไปนั่ง
“คุณยังไม่เห็นเอกสารของผมเลยที่รัก เวลานี้ไม่มีเค้าท์ คาดินัลลิแล้ว มีแต่มิสเตอร์ คาดินัลลิ”
เธอหัวเราะเสียงดังขณะที่เขาติดเครื่องยนต์
“และผมก็ยังอยากจะเป็นายคาดินัลลิธรรมดาๆ ด้วย จะได้อยู่เป็สุขเสียที รู้ไหมว่าเมื่อกี้นี้ผมรู้สึกยังไง ...รู้สึกคล้ายกับคุณประชดผมอย่างนั้นละ”
“โอ...เปล่า...เปล่าเลยค่ะ ฉันเพียงแต่รู้สึกภูมิใจในตัวคุณเท่านั้นเอง”
ความตึงเครียดดูจะหายไปหมดแล้ว
“ช่วยจุดบุหรี่ให้ผมสักมวนเถอะ ที่รัก”
เธอสอดบุหรี่เข้าไปในริมฝีปากเขา พร้อมกับกล่าวว่า
“ฉันกำลังสงสัยนะคะว่า แม่จะคิดยังไงที่ฉันกำลังจะออกไปอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้แต่งงานกับเขา หรือแม้แต่จะหมั้นด้วยซ้ำ”
“แต่อะไรที่แม่คุณจะรู้ก็คงจะไม่ะเืท่านนักไม่ใช่หรือ?” เขาหัวเราะเบาๆ
“อ๋อ แน่ละค่ะ ถ้าแม่รู้ว่าฉันมากับเค้าท์ คาดินัลลิ พวกยุโรปมักจะแปลกกว่าพวกอื่นๆ นะคะ”
“คุณรู้ไหมว่าผมกำลังคิดอะไร?”
“อะไรหรือคะ?”
“ผมว่าแม่คุณคงไม่หัวโบราณนักหรอก”
มือของซีซาเร่กอดกำมือเธอไว้มั่นก่อนจะวางลงบนต้นขาตัวเอง รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอเลือนหายไปทันที เธอรู้สึกได้ ััได้ถึงอารมณ์รุมเร้าบางอย่างที่กำลังเกิดขึ้นภายในร่างกาย เพียงแวบเดียวที่เขาหันมามอง เธอก็ได้เห็นสิ่งหนึ่งที่ปรากฏขึ้นในดวงตาคู่นั้น มันคือแววปรารถนาอันล้ำลึก
รถกำลังเลี้ยวเข้าสู่อุโมงค์ใจกลางเมืองและโผล่ขึ้นบนเส้นทางที่ทอดไปสู่สนามบิน ซีซาเร่ขับรถอย่างใจลอย ความคิดคำนึงของเขากำลังหวนกลับไปสู่ซิซีลี่ บ้านเกิดที่เขาเพิ่งมีโอกาสกลับไปเยี่ยมและพำนักอยู่เพียงแค่ 2-3 สัปดาห์เท่านั้น แต่ดูราวกับ่เวลานั้นได้ผ่านพ้นมาแรมปี
เขายังไม่แน่ใจว่าทำไมดอน อิมิลโล จึงได้อยากนับตัวเองเป็อาของเขานัก เขาออกจะสงสัยว่าเวลานี้ ดอน อิมิลโล กำลังคิดถึงเขาอย่างไร
พยานที่เพิ่งตายไปเมื่อครู่ เท่ากับเป็การใช้หนี้ของเขากระนั้นหรือ...? หนี้ที่เขาจะต้องกลายมาเป็หลานของดอน อิมิลโล ดอกเบี้ยสำหรับการนี้ออกจะแพงเกินไปสักหน่อย เป็สิ่งที่ผูกพันกันมาถึง 12 ปีแล้ว แต่ในระยะ 3 ปีหลังนี้ เขาก็ได้ใช้หนี้ให้ไปแล้วถึง 3 ชีวิต
และเขาก็ยังจดจำคืนนั้น...คืนที่ดอน อิมิลโล เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตของเขาได้
สนามหญ้าปราสาทคาดินัลลิว่างเปล่า ขณะที่ซีซาเร่ชะลอรถเข้าไปจอดที่หน้าประตูใหญ่และดับเครื่อง ทันใดประตูด้านหน้าก็เปิดออก ชายชราในเครื่องแบบคนหนึ่ง เดินลงมาตามขั้นบันได และทันทีที่เห็นว่าเป็ใคร ก็ยิ้มร่าออกมาด้วยความดีใจ เดินแกมวิ่งลงมาต้อนรับทันที
“ดอน ซีซาเร่...ดอน ซีซาเร่” แกร้องด้วยความดีใจ
"จิโอ..." ซีซาเร่ทักทายด้วยยิ้มอบอุ่น
“อา...ท่านน่าจะส่งข่าวมาบอกเสียก่อนนะครับว่าท่านจะมา ดอน ซีซาเร่ เราจะได้จัดเตรียมบ้านไว้ให้พร้อม”
“ก็ไม่ทันคิดว่าจะมานี่จิโอ ผ่านมาค้างได้คืนเดียวเท่านั้นพรุ่งนี้ก็ต้องกลับบ้านแล้ว”
“บ้าน...ยังมีบ้านที่ไหนอีกล่ะครับ ดอน ซีซาเร่ นี่ก็บ้านของท่านอยู่แล้ว”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกจิโอ รู้ไหม...ที่จริงฉันจะไม่แวะที่นี่อยู่แล้ว แต่เครื่องยนต์มันเกิดขัดข้อง ถึงได้แวะเข้ามาเยี่ยมยังไงล่ะ”
เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงกลางห้องโถง เงยหน้าขึ้นมองดูภาพวาดของพ่อที่แขวนประดับไว้บนผนัง มันคล้ายกับว่าใบหน้าซูบๆ นั้นกำลังก้มลงมามองเขาอยู่ าได้ทำร้ายความรู้สึกของพ่อจนหมดสิ้นทั้งร่างกายและจิติญญา พ่อต่อต้านทั้งเยอรมันและ อิล ดุช หลังจากที่อิล ดุช ได้เข้ายึดครองบ้านช่อง ทรัพย์สินไปหมด พ่อก็ตาย
“ผมเสียใจด้วยครับ...เื่รถของท่าน” เสียงจิโอดังขึ้นข้างตัว
“รถหรือ...เออ...ใช่” เขาเบือนหน้าจากภาพนั้น เดินต่อเข้าไปในห้องสมุด นึกขึ้นมาได้ว่าบอกกับจิโอไว้เื่รถ เพราะกำลังใช้ความคิดเกี่ยวกับการที่จะเปลี่ยนแปลงบางอย่างภายในบ้าน
เขาเคยกลับมาที่นี่เหมือนกันภายหลังจากที่าสงบลง แต่ทรัพย์สินมากมายหลายอย่างได้สูญหายไปจนหมดสิ้น อาของเขาได้เข้ายึดครองเสียทั้งหมด ทั้งธนาคาร ที่ดิน ทุกสิ่งทุกอย่างนอกจากปราสาทหลังนี้กับตราประจำตระกูล อาของเขาไม่เคยให้อภัยพ่อ ค่าที่ทำให้วงศ์ตระกูลต้องได้รับความเสียหาย อันเป็ผลที่เกิดจาการไม่เห็นด้วยกับระบอบการปกครองของอิล ดุช
ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถึงเื่นี้ออกมาดังๆ แต่ทุกคนในตระกูลต่างก็รู้ได้ด้วยหัวใจ ว่าอาได้แย่งอะไรไปจากพ่อบ้าง เขายังจำวันที่ตัวเองเป็เพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เดินเซื่องๆ เข้าไปหาอา
“ซินยอร์ ไรมอนติ ผมทราบว่าพ่อของผมมีเงินที่ยังเหลืออยู่กับอาใช่ไหมครับ?”
“ไปได้ยินอะไรมาผิดๆ แล้วละหลานชาย” เสียงของอาแหลมเล็ก “เื่จริงๆ น่ะมันเป็อีกอย่างหนึ่ง ท่านเค้าท์ซึ่งเป็พี่ชายที่รักยิ่งของฉันตายไปทั้งๆ ที่ยังเป็หนี้ฉันอยู่ตั้งแยะ ฉันยังมีหลักฐานเกี่ยวกับปราสาทและที่ดินนั่นอยู่ด้วยซ้ำ”
และมันก็เป็เช่นนั้นจริง สัญญาทุกฉบับทำขึ้นอย่างถูกต้องทั้งสิ้น มีการมอบอำนาจให้ไรมอนติ คาดินัลลิเป็ผู้ดูแลทรัพย์สินทั้งหมด แม้ภายหลังจากที่าได้สงบลงแล้วถึง 3 ปี แต่ซีซาเร่ก็ยังต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เป็อา เขาเริ่มเพาะเชื้อแห่งความเกลียดชังลงไว้ในหัวใจ แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังจำเป็ต้องขอเงินอา เพื่อเอามาซื้อรถแข่งเข้าแข่งขันในเกมที่โปรดปรานที่สุด
บ่ายวันนั้นเองที่เขาได้พบกับอิมิลโล แมทธิโอ ซึ่งได้เข้าไปพบกับอาในธนาคาร บุรุษร่างสูงสง่าในเครื่องแต่งกายดีเยี่ยม กำลังเดินเข้ามาทางประตูทางเข้า
“ใครน่ะครับ อา?”
“อ๋อ นั่นละ อิมิลโล แมทธิโอ” อาของเขายืนขึ้นต้อนรับบุรุษผู้มาใหม่ พร้อมกับหันมาบอกเขาว่า “แมทธิโอ เป็บุคคลในระดับหัวหน้าคนหนึ่งในกลุ่มธุรกิจยังไงล่ะ นี่คงเพิ่งกลับจากอเมริกาละมัง”
ซีซาเร่ยิ้ม บุคคลผู้นี้ที่อยู่ในตำแหน่งหัวหน้า เป็ดอนคนหนึ่งของกลุ่มมาเฟีย ซึ่งมีพิธีปฏิญาณตนเป็พี่น้องกันแบบเด็กๆ คือดื่มเืของกันและกัน แทนการเซ็นสัญญามิตรภาพเพื่อจะทำให้เรียกกันว่าอา หลานได้สนิทปาก
“ไม่ต้องยิ้มหรอก รู้ไหมว่าในอเมริกาคนพวกนี้มีความสำคัญมากขนาดไหน แมทธิโอคนนี้น่ะร่ำรวยมหาศาลทีเดียวนะ”
ประตูเปิดออก อิมิลโลเดินเข้ามา...
“สวัสดี...สวัสดี...ซินยอร์ คาดินัลลิ” เขาพูดภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงอเมริกัน
“เป็เกียรติอย่างยิ่งครับ ที่ท่านอุตส่าห์มาเยี่ยม ซินยอร์แมทธิโอ” ไรมอนติโค้งคำนับอย่างนอบน้อม “จะให้ผมรับใช้อะไรบ้างครับ?”
แมทธิโอหันไปมองซีซาเร่...ไรมอนติ คาดินัลลิอ่านสายตาคู่นั้นออก
“อ้อ...ครับ ขออนุญาตให้ผมได้แนะนำให้ท่านได้รู้จักกับหลานชาย นี่ละครับ เค้าท์ คาดินัลลิ...และนี่ซินยอร์ แมทธิโอจากอเมริกายังไงล่ะหลานชาย”
“คุณคือผู้พันคาดินัลลิใช่ไหม? แมทธิโอหันมาถาม
“ใช่ครับ แต่ว่านั่นมันั้แ่สมัยาแล้ว”
“นั่นสินะ เคยได้ยินเื่คุณอยู่เหมือนกัน”
ซีซาเร่มองหน้าเขาอย่างฉงน มีบุคคลเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่จะรู้จักประวัติของเขาในระหว่างา ซึ่งจะต้องเป็บุคคลที่จะต้องได้รับรายงานพิเศษจริงๆ มันทำให้เขาบังเกิดความอยากรู้ขึ้นมาว่า บุคคลผู้นี้รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาบ้าง แต่เขาก็ตอบออกไปว่า
“รู้สึกเป็เกียรติอย่างยิ่งครับท่าน”
“เอาละ ซีซาเร่ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ก็แล้วกัน อาจจะดูก่อน ว่าเราพอจะมีเงินเหลือที่จะแบ่งให้เธอเอาไปซื้อรถแข่งอะไรนั่นได้มากน้อยแค่ไหน” ไรมอนติพูดอย่างเห็นเป็เื่ที่ไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรเลย
ซีซาเร่เม้มปากแน่น ดวงตาเป็ประกายกล้า ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง...เ้าแก่นี่ออกจะมากเกินไปเสียแล้ว อย่างน้อยในฐานะที่เป็เพียงผู้ดูแลทรัพย์สิน ย่อมไม่อาจขัดขวางการใช้จ่ายเงินของผู้เป็เ้าของทรัพย์สินได้เลย
แม้จะก้าวพ้นประตูออกมาแล้ว แต่ซีซาเร่ก็ยังััได้ว่า มีสายตาของแมทธิโอที่มองตามมา ได้ยินเสียงไรมอนติพูดกับสหายอยู่ว่า
“เป็เด็กดีอยู่หรอกแต่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมาก ได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างไม่ต้องทำอะไรเลย ทำอะไรไม่เป็หรอกครับ...” แล้วประตูบานนั้นก็ปิดตามหลังลง...