เยว่เฟิงเกอกดยอมรับคำขอเป็นเพื่อนของอีกฝ่ายด้วยสีหน้างุนงงฉับพลันนั้นคนผู้นั้นก็ส่งข้อความทักทายมาอย่างรวดเร็ว
“สวัสดีพระชายาข้าคืออย่าถามว่าข้าคือใคร”
เมื่อเยว่เฟิงเกอเห็นว่าคนแปลกหน้าเรียกตนว่าพระชายาก็ถึงกับอึ้งไปแต่เพียงไม่นานนางก็พอจะเดาออกว่า คนคนนี้ก็คงย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ในอดีตเหมือนกันทั้งยังได้นำโทรศัพท์ติดตัวมาด้วย
หากเป็นเช่นนี้จริงก็คงจะดีมาก
คิดถึงตรงนี้เยว่เฟิงเกอก็รีบร้อนถามว่า “เจ้าเป็นใครกันแน่ มีวีแชทของข้าได้อย่างไร? ”
เพียงไม่นานอย่าถามว่าข้าคือใครก็รีบตอบกลับมา“พระชายาไม่ต้องกลัว ข้าเป็นแค่คนตัวเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้น หากจะถามถึงฐานะของข้า เช่นนั้นขอเชิญท่านตรวจดูที่เถาเป่าหนึ่งในผู้ขายเหล่านั้นมีคนหนึ่งที่ชื่อเหมือนกันกับข้านี้ ใช่หรือไม่”
เมื่ออย่าถามว่าข้าคือใครบอกกล่าวมาเช่นนี้เยว่เฟิงเกอก็รีบเปิดเถาเป่าอย่างรวดเร็ว หลังจากนางค้นหาได้ครู่หนึ่งก็เหลือบเห็นชื่อผู้ขายบัตรโทรศัพท์ใบนั้น
อีกฝ่ายก็ชื่อว่าอย่าถามว่าข้าคือใคร
เมื่อเยว่เฟิงเกอเห็นชื่อนี้ก็อดใจเต้นไม่ได้
“เจ้าคือผู้ขายลึกลับที่ขายบัตรโทรศัพท์? ” เยว่เฟิงเกอตอบกลับข้อความอย่างรวดเร็วเช่นกัน ขณะที่พิมพ์มือของนางสั่นไหวน้อยๆ
ทว่า ครั้งนี้อย่าถามว่าข้าคือใครกลับไม่ตอบกลับเร็วเหมือนก่อนหน้าเยว่เฟิงเกอจ้องโทรศัพท์ รออยู่ครู่หนึ่งถึงเห็นอีกฝ่ายตอบกลับมา “ใช่แล้ว ข้าคือคนที่ขายบัตรโทรศัพท์คนนั้น”
เยว่เฟิงเกอตื่นเต้นนางรีบพิมพ์ถามกลับไปทันที “ทำไมเจ้าถึงได้เพิ่มข้าเป็นเพื่อนเจ้ารู้หรือว่าข้าย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่? แสดงว่าเจ้าเองก็ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ในโลกนี้เช่นกันใช่หรือไม่แล้วเจ้าพอจะมีวิธีใดช่วยส่งข้ากลับไปยังโลกยุคปัจจุบันได้บ้างหรือไม่? ”
อย่าถามว่าข้าคือใครตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว“ตอนที่ข้าเห็นท่านซื้อบัตรโทรศัพท์ใบนั้นไป ข้าก็รู้สถานะของท่านแล้ว...
น่าเสียดายข้าไม่มีวิธีที่จะทำให้ท่านกลับไปยังโลกยุคปัจจุบันได้
และข้าก็ไม่ได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ยังโลกแห่งนี้เหมือนท่านพระชายา อย่าได้คิดถึงเรื่องที่จะกลับไปอีกเลย
ที่จริงที่แห่งนี้ดีมากๆขอแค่พระชายาใช้ชีวิตให้ดี ท่านจะต้องสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างเป็นสุขในแบบที่ต่างออกไปได้อย่างแน่นอน”
เมื่อเห็นว่าอย่าถามว่าข้าคือใครส่งข้อความกลับมามากมายเยว่เฟิงเกอก็ให้ผิดหวังจนต้องพ่นลมออกมา
ดูท่าชาตินี้นางคงกลับไปโลกยุคปัจจุบันไม่ได้แล้วจึงทำได้แค่ต้องยอมรับในชะตากรรมนี้
ในตอนที่เยว่เฟิงเกอกำลังผิดหวังอย่างหนักอยู่นั้นการแจ้งเตือนจากวีแชทก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง
เยว่เฟิงเกอรีบเปิดข้อความดูก็เห็นว่าอย่าถามว่าข้าคือใครพิมพ์ข้อความกลับมาอีกมากมาย
“พระชายาเองก็อย่าได้เสียใจมากเกินไปนักเลยข้าจะคอยช่วยเหลือท่านในการดำเนินชีวิตต่อไปในโลกแห่งนี้และจะทำให้ท่านอ๋องหลงรักท่านให้ได้
เพียงแต่ข้าจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากท่านด้วย เพราะท่านต้องทำภารกิจที่เกี่ยวข้องให้สำเร็จเพื่อให้ได้มาซึ่งมูลค่าการซื้อที่มากกว่านี้ ถึงตอนนั้นถึงจะมีตัวช่วยจากในเถาเป่าได้มากกว่านี้
อีกอย่าง ตัวข้านั้นไม่ได้ขายแค่บัตรโทรศัพท์เพียงอย่างเดียวแต่ยังขายของดีอื่นๆ อีกมากมาย”
เมื่ออย่าถามว่าข้าคือใครส่งข้อความชุดนี้มาแล้วด้านล่างก็ปรากฏอิโมจิยิ้มชั่วร้ายที่ยาวเป็นหางว่าว
ยามนี้คล้ายว่าเยว่เฟิงเกอจะเห็นชายผู้หนึ่งกำลังยิ้มเยาะอย่างชั่วร้ายอยู่อีกด้านของโทรศัพท์
ดังคำกล่าวที่ว่าคนค้าขายล้วนหน้าเลือด ดูท่าประโยคนี้จะจริง
พูดมาตั้งมากมายสุดท้ายเจ้าคนที่ชื่ออย่าถามว่าข้าคือใครผู้นี้ก็ไม่พ้นอยากให้นางทำภารกิจให้มากขึ้นเพื่อจะได้มีมูลค่าการซื้อไปซื้อของจากร้านเขา
เยว่เฟิงเกอมุมปากกระตุกนางไม่อยากสนทนากับคนผู้นี้แล้ว จึงปิดวีแชท และเริ่มเปิดโปรแกรมท่องอินเทอร์เน็ตขึ้นมาเพื่อหาข่าวอ่าน
ครั้งนี้นางได้เห็นว่าจากที่ก่อนหน้านี้ในหน้าข่าวเต็มไปด้วยข่าวการตายของนางซึ่งถูกเผยแพร่กันอย่างถล่มทลายตอนนี้ถูกลบออกไปจนเกลี้ยงแล้ว
ดูท่าคงเป็นพี่ใหญ่ของนางที่ไปจัดการสื่อเหล่านั้นเนื่องจากตอนนี้พี่ชายทั้งสองของนางรู้แล้วว่านางไม่ได้ตายไปจากโลกนี้จริงๆ คาดว่าคงไม่อยากเห็นข่าวเหล่านั้นทั้งในสื่อออนไลน์และทางโทรทัศน์อีก
เช่นนี้ก็ดีเหมือนกันอย่างน้อยพวกเขาจะได้ไม่ต้องทนเห็นภาพศพของนางซ้ำๆ
หลังจากเยว่เฟิงเกออ่านข่าวไปได้สักพักก็กลับเข้าเถาเป่าอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าตอนนี้ตนมีเพียงยี่สิบมูลค่าการซื้อเยว่เฟิงเกอก็ยังใจเด็ดใช้ห้ามูลค่าการซื้อไปซื้อหม้อไฟกึ่งสำเร็จรูปมาถ้วยหนึ่ง
เช้าวันนี้ที่ห้องอาหารนางกินโจ๊กไปแค่สองถ้วยกับเกาเตี่ยนอีกสามชิ้น ตอนนี้จึงเริ่มหิวจนจิตใจสับสนวุ่นวายไปหมด
ทันทีที่กดสั่ง หม้อไฟกึ่งสำเร็จรูปพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าเยว่เฟิงเกอภายในระยะเวลาอันสั้นนางจึงให้ชิงจื่อไปยกกาน้ำเข้ามา
ยามชิงจื่อเห็นถ้วยหม้อไฟกึ่งสำเร็จรูปนั้นก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้
เยว่เฟิงเกอเห็นว่าชิงจื่อจดจ้องอยู่ที่หม้อไฟร้อนเองท่าทางอยากกินเสียเหลือเกิน นางขบคิด สุดท้ายก็กล้ำกลืนความเจ็บปวด เพื่อซื้อหม้อไฟร้อนเองจากเถาเป่ามาอีกถ้วย
เมื่อผักแห้งที่อยู่ในถ้วยหม้อไฟกึ่งสำเร็จรูปสุกดีแล้วคนทั้งสองก็ก้มหน้าก้มตากินด้วยกันอยู่ในห้องนั้น
กลิ่นหม้อไฟเข้มข้นลอยฟุ้งไปทั่วทั้งเรือน
หลังจากคนทั้งสองกินอิ่มแล้วชิงจื่อถึงได้ถือถ้วยเปล่าสองถ้วยเดินออกไป
เยว่เฟิงเกอลูบหนังท้องที่กินอิ่มจนตึงตัดสินใจออกไปเดินเล่นด้านนอกเพื่อย่อยอาหาร
แต่ยามที่นางเพิ่งจะก้าวเท้าออกมาจากเรือนเยว่เหยาก็เห็นถานอี้เดินกะเผลกมาที่นี่พอดี
เยว่เฟิงเกอนึกถึงอาการบาดเจ็บของถานอี้ดูท่ายาเหล่านั้นคงจะซึมเข้าสู่ผิวของเขาไปหมดแล้ว ดังนั้น ยามนี้ที่เขาก็เพื่อมาทายาใหม่
เยว่เฟิงเกอให้หมอกู้เฟิงเคี่ยวยาไว้ให้เสร็จเรียบร้อยนานแล้วนางกำลังรอให้ถานอี้มาเปลี่ยนยาอยู่พอดี
ถานอี้เดินมาถึงตรงหน้าเยว่เฟิงเกอก้มหน้าลงไปด้วยความละอายเล็กน้อย “พระชายา กระหม่อมมาเปลี่ยนยาพ่ะย่ะค่ะ”
“เข้ามากับข้าเถอะ”เยว่เฟิงเกอหมุนกายเดินเข้าไปในสวนของเรือนเยว่เหยา
ถานอี้เดินตามเข้าไปอย่างละอายยิ่งก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้หินในสวน
เยว่เฟิงเกอถือยาทามานางนั่งยองลงไปเตรียมเลิกขากางเกงเขาขึ้น แต่กลับถูกเขาหยุดยั้งไว้ด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“ให้กระหม่อมทำเองเถิดพ่ะย่ะค่ะ”เมื่อถานอี้เลิกกางเกงขึ้น รอยแผลบนขาเขาก็ปรากฏสู่สายตาเยว่เฟิงเกอ
ขาเขายังคงบวมแดงเพียงแต่ร่องรอยจากการแตกหักได้รับการฟื้นฟูอย่างดีแล้ว ซึ่งยาทาสีดำที่ก่อนนี้พอกไว้ด้านบน ยามนี้ผิวหนังของเขาได้ดูดซับไปหมดแล้ว
เยว่เฟิงเกอใช้นิ้วปาดยาแล้วค่อยทาลงไปเบาๆบนขาเขา
ความรู้สึกเย็นสบายซึมซาบเข้าสู่บาดแผลถานอี้เห็นเยว่เฟิงเกอตั้งอกตั้งใจทายาให้ เขาก็รู้สึกซาบซึ้งจนอบอุ่นในหัวใจอีกครั้ง
ทว่า ตอนที่เยว่เฟิงเกอกำลังทายาที่ขาให้ถานอี้อยู่นั้นเสียงเย็นชากว่ายามปกติสายหนึ่งก็ดังขึ้นจากทิศทางของประตูใหญ่“พวกเจ้ากำลังทำอันใดอยู่? ”
มือที่กำลังทายาอยู่ของเยว่เฟิงเกอชะงักไปนางหันศีรษะไปมองก็เห็นม่อหลิงหานที่ดุร้ายน่ากลัวราวกับปีศาจกำลังย่างกรายเข้ามาทางพวกนาง
ถานอี้รีบปล่อยขากางเกงลงแล้วยืนขึ้นด้วยใจหวาดหวั่น
“ท่านอ๋อง กระหม่อมแค่มาเปลี่ยนยาพ่ะย่ะค่ะ”ถานอี้ไม่อยากให้เยว่เฟิงเกอถูกตำหนิไปด้วยจึงรีบร้อนอธิบาย “เป็นความผิดของกระหม่อมเองไม่เกี่ยวข้องกับพระชายาแม้แต่น้อย หากจะโทษก็ต้องโทษที่กระหม่อมไม่ดีเองพ่ะย่ะค่ะ”
“เปลี่ยนยา?เปลี่ยนยาโดยการให้พระชายาลูบขาของเจ้าอย่างนั้นหรือ? ” ม่อหลิงหานพูด ก่อนจะชกเข้าที่ท้องของถานอี้หนึ่งหมัด
ถานอี้เจ็บจนส่งเสียงพลางใช้มือกุมท้องค้อมเอวลงไป
ม่อหลิงหานมือหนักยิ่งบวกกับก่อนหน้านี้ถานอี้เองก็บาดเจ็บอยู่แล้ว ครั้งนี้เขาเจ็บจนสีหน้าซีดขาวหาใดเปรียบหน้าผากมีเหงื่อเย็นผุดพราย