“ใช่ๆ พวกเขาน่าสงสารมาก มีคนแก่และเด็กตัวเล็กๆหลายคน พวกเขาผอมและอดยาก”เซียวยี่ยิ้มเศร้าออกมา
“ดีเลย!!อย่างน้อยก็ดีกว่าเททิ้งขอรับ แต่พวกเขามีกันกี่คน”ข้าไม่ขัดอะไรอยู่แล้วของกิน มีคนกินก็ดีกว่าเททิ้ง
“น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 50 คน” ซานหู่ตอบ
“มากขนาดนั้น!”ข้าใเล็กน้อย คำนวณเนื้อในถังทั้งหมด ดูแล้วมันไม่น่าจะพอ ทำยังไงดี
“อ่าจริงสิ แถวนี้มีผักอยู่เยอะ จัดมาต้มรวมกันก็น่าจะพอ”คิดได้แบบนั้นข้าก็ลงมือทันที
“ท่านพ่อท่านแม่ช่วยข้าเก็บผัก แถวๆนี้หน่อยขอรับ ข้าจะทำ ต้มแซ่บผักป่า”
“เอาผักอะไรบ้าง” เซียวยี่ถาม
“เอามาเลยขอรับ อะไรกินได้เอาหมด” เมื่อได้ยินแบบนั้น ทั้งคู่ก็ไม่คิดมากลงมือจัดการตามที่บุตรชายขอทันที
ข้าจัดการเปลี่ยนเมนูอาหารจากเครื่องในลวกจิ้มกับต้มแซ่บเครื่องในหมู ให้กลายเป็ต้มแซบผักป่าทันที บรรดาผักต่างๆที่หาได้บริเวณนี้ถูกบิดาและมารดาขนมาให้ทุกชนิด
ใช้เวลาอีกครึ่งชั่วยามอาหาร3 หม้อใหญ่ก็พร้อมกิน เราทั้งสามคน ขนหม้อที่เต็มไปด้วยต้มแซบผักป่าขึ้นบนรถเข็น
ช่วยกันเข็นไปยังจุดหมายทันทีตอนนี้ดวงตะวันลาลับขอบฟ้าไปแล้ว เหลือเพียงแสงสีแดงที่ยังเรืองรองอยู่ตรงเส้นขอบฟ้า
คบไฟนำทางถูกจุดขึ้นมีเซียวยี่เป็คนถือเพื่อส่องทางให้สามี ดีที่ถนนไม่มีหลุมมากนัก การเดินทางจึงทำได้ง่าย
ถึงเมืองแห่งนี้จะอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงมากแต่มันเป็เมืองที่มีขนาดใหญ่ มีกองคาราวานของพ่อค้าจากหลายเมือง ใช้เส้นทางเส้นนี้ผ่านไปยังเมืองหลวงเศรษฐกิจที่นี่จึงดีไม่น้อย
ที่นี่ถือว่าเป็เมืองชายแดนที่ดีที่สุดของอาณาจักร หากสามารถลงหลักปักฐานที่นี่ได้ ชีวิตความเป็อยู่ จะไม่ลำบากเหมือนกับที่อื่นแน่ๆ
“ขายเนื้อให้เถ้าแก่ เป็อย่างไรบ้างขอรับ ได้ราคาดีหรือเปล่า”
“ฮ่าๆๆราคาดีมากเลยละ เนื้อหมูเราสด เถ้าแก่เลยให้ราคาดีกว่าปกติจากจินละ 8 เหรียญเงิน เป็ 10 เหรียญเงิน เนื้อทั้งหมดหนัก 312 จิน ข้าได้เงินมา 31 เหรียญทอง กับสองเหรียญเงิน” ซานหู่ตอบออกมาด้วยรอยยิ้ม
“โอ้ว!!ดีจริงๆ” หมูทั้งตัว ย่อมราคาต่ำว่าเนื้อหมูที่แล่เป็ชิ้นๆแล้วแต่ราคาที่ได้ก็ยังสูง ดังบิดาว่าจริงๆ
พอมาถึงใจกลางเมืองข้าก็ต้องขมวดคิ้วโดยไม่ตั้งใจ เบื้องหน้าเป็ลานด้านหน้าของ เหลาอาหารขนาดใหญ่ ตัวอาคารทำจากไม้
ตกแต่งด้วยโคมไฟสีแดงสวยงามมีลานหินกว้างขนาบสองข้างของฝั่งถนน ที่ลานหน้าร้านเต็มไปด้วยผู้คน ผิดที่พวกเขาไม่ใช่แขกของเหลาอาหารแต่เป็ขอทานทั้งหมด
“ดูเหมือนจะเยอะกว่าที่ท่านบอกนะขอรับ” ข้าหันไปกล่าวกับบิดาเมื่อเห็นผู้คนจำนวนมาก
“จริงด้วย นี่น่าจะมากกว่า 70 คนด้วยซ้ำ” บิดายิ้มเจื่อนๆ
“ทำไมขอทานถึงได้มากขนาดนี้ หรือแถวนี้จะมีาเกิดขึ้นขอรับ”
“ไม่น่าใช่ แต่ข้าได้ยินมาว่า มีโจรออกปล้นหมู่บ้านที่อยู่รอบๆพวกมันโเี้มาก นอกจากปล้นแล้วยังเผาบ้านเรือนของชาวบ้านอีกจนถึงตอนนี้ทางการยังจัดการกับพวกมันไม่ได้เลย”ซานหู่เล่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
อันที่จริงข่าวเื่นี้ข้าได้ยินมาหลายวันแล้วแต่ไม่คิดเลยว่าจะมีผู้คนได้รับความเดือดร้อนมากขนาดนี้
ขอทานจำนวนมากมีทั้งเด็ก และคนแก่ มีแม้กระทั่งทารก อายุไม่กี่เดือน ที่ถูกผู้เป็แม่อุ้มพามาขอทาน
สภาพแต่ละคนซอมซ่อใส่เสื้อผ้าสีดำๆด่างๆ เพราะไม่ได้ซักมาเป็เวลานาน กลิ่นเหม็นเปรี้ยวโชยออกมาจากพวกเขาเป็ระยะ บางคนป่วย บ้างก็พิการ บ้างาเ็หนัก ส่วนใหญ่ผอมเกร็งเพราะขาดสารอาหาร
รถลากถูกลากไปยังลานหินด้านหนึ่งเมื่อถึงที่ซานหู่ก็เอาไม้ค้ำออกมา ค้ำยึดรถให้มั่นคง เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว เซียวยี่ก็เริ่มงานของนาง
ก๊อง!ๆเสียงฝาหม้อทั้งสามใบเปิดขึ้น กลิ่นหอมของอาหารโชยออกมาทันที ทำให้ขอทานที่อยู่ไกลๆลุกฮือขึ้นด้วยความตื่นเต้น แววตาของแต่ละคนเต็มไปด้วยความหวัง
“ข้ามาแจกอาหาร ทุกคนเอาถ้วยของพวกเ้ามารับอาหารได้” เซียวยี่ร้องขึ้นความวุ่นวายเกิดขึ้นทันที เมื่อขอทานมากมายกรูกันข้ามา
“ข้าก่อน ข้าก่อน”
“ข้าก่อน หลีกไป ข้ามาก่อน”
“แง้!! แม่จ๋า” เด็กน้อยร้องไห้ขึ้นเพราะถูกเบียดจนล้มลง ชามข้าวเก่าๆของแต่ละคนยื่นมาเบื้องหน้าย่างวุ่นวาย
“หยุด!!” เสียงทุ้มหนักของซานหู่ดังขึ้น ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่ แลดูน่ากลัวของเขา บวกกับเสียอันดังก้อง ที่ตะเบ็งออกมา ทำให้ของทานที่กำลังวุ่นวายหยุดชะงักลง
“เข้าแถว แบ่งเป็ 3 แถว เด็กมาก่อน แล้วคนแก่ ผู้หญิง สุดท้ายผู้ชาย ถ้าใครก่อความวุ่นวายข้าจะหักขามันผู้นั้น!”บิดาะโออกมาเสียงดัง
ขอทานกว่า70ชีวิต จัดแถวเรียง 3 ย่างรวดเร็ว พวกที่ก่อความวุ่นวายเมื่อสักครู่ ไม่กล้าทำตัววุ่นวายอีก
เมื่อทุกคนประจำที่เรียบร้อยการแจกอาหารก็เริ่มขึ้น ทุกอย่างดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ขอทานที่มีอยู่จำนวนมากล้วนเข้าแถวอย่างเป็ระเบียบ ไม่แตกแถว ไม่ลัดคิว ไม่มีใครเอะอะโวยวายขึ้นมาเลย
แขกที่มาเที่ยวยังเหลาอาหารต่างมองพวกเราด้วยความแปลกใจ ตอนนี้ขอทานทุกคนมีอาหารให้กินแล้วพวกเขาจึงไม่ไปรบกวนคนอื่นเหมือนเช่นทุกวันคนพวกนี้ไม่ได้โลภ พวกเขาเพียงแค่ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดเท่านั้น
ข้ามองดูเด็กตัวเล็กๆอายุราว ๆ 7-8 ขวบที่เข้าแถวอยู่ตรงหน้าสภาพของทุกคน ซอมซ่อผอมโซจากการอดอาหาร พวกเขาไม่มีช้อนสำหรับตักแกง
ถ้วยกระเบื้องเก่าๆที่มีก็เอาไว้ขอเศษเหรียญหรือเศษอาหารเท่านั้นไม่ได้มีไว้สำหรับใส่อาหารกินอย่างที่ควรจะเป็
เมื่อได้รับอาหารพวกเด็กๆก็หามุมนั่งทันที แต่ไม่ได้ออกไปไกลนัก เด็กน้อยยกถ้วยต้มแซบขึ้นด้วยมืออันสั่นเทาใช้ปากเล็กๆเป่าขอบถ้ายกระเบื่องอยู่ชั่วครู่พอน้ำแกงหายร้อนเล็กน้อย ก็ยกขึ้นจิบ
ทันทีที่น้ำซุปรสชาติดีเข้าไปในปากน้ำตาของพวกเขาก็ร่วงเผาะ ไม่ได้เป็เพราะซึ้งใจหรืออะไรแต่เป็เพราะน้ำแกงมันร้อนลวกปาก
“อร่อย..อร่อยที่สุดเลย”ขอทานเด็กยกถ้วยซดน้ำแกงด้วยความสุข กินไปน้ำตาก็ไหลไปด้วยเพราะความเผ็ดดูแล้วอเนจอนาถใจยิ่ง
แต่ที่แปลกคือตอนนี้ขอทานทุกคนที่อยู่ตรงนี้ ต่างน้ำตาไหล แกงป่าเครื่องในหมูรสเผ็ดร้อนเป็อาหารรสชาติใหม่สำหรับคนบนโลกใบนี้
ทำให้คนกว่า70 คนร้องไห้ออกมาพร้อมๆกัน มันเป็ภาพที่ทำให้หัวใจน้อยๆ ของข้าต้องสั่นไหวด้วยความสงสารเสียงสะอื้นเบาๆ ดังขึ้นข้างๆ หูข้า ท่านแม่กำลังร้องไห้
“ท่านแม่…ท่านก็เผ็ดอีกคนหรือ”เซียวยี่ไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาได้นางหันหน้าหนี ไม่ตอบคำตักต้มในหม้อใส่ถ้วยกระเบื้องของขอทานในแถวต่อไป
ตักไปร้องไห้ไปด้วยเมื่อหันมองไปทางชายร่างสูงที่ยืนอยู่ถัดไป ภาพที่เห็นคือ บิดาดวงตาแดงก่ำกลั้นน้ำตาเอาไว้เหมือนกัน
“ท่านพ่อ! น้ำแกงเข้าตาท่านหรือ”
“ไม่ต้องพูด…ข้าไม่ได้เป็อะไรอากาศมันร้อน”บิดากัดฟันตอบ บรรยากาศมันดูหดหู่ ข้าเลยเศร้าไปด้วย
เราตักต้มแซบลงในถ้วยกระเบื้องเก่าๆที่ขอทานยื่นมาให้ ใบแล้วใบเล่า ความคิดในหัวของผมตีกันยุ่งเหยิงไปหมด
ครอบครัวของเราก็เช่นกันถูกเนรเทศออกจากเมือง ต้องระหกระเหินมาถึงที่นี่ ชีวิตแทบจะเรียกได้ว่าไม่เหลืออะไรเลยก็ได้
ถ้าไม่มีความรู้ที่ติดมาจากชาติปางก่อนตอนนี้ตัวเขาและครอบครัว อาจจะตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับคนเหล่านี้ก็ได้ แต่ถึงจะสงสารพวกเขาสักแค่ไหนด้วยกำลังของเราและครอบครัว มันก็มีขีดจำกัด
จะหาเลี้ยงหรือช่วยเหลือพวกเขาแบบนี้ได้อีกสักกี่ครั้งกันคิดไปคิดมา แล้วความคิดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน
“บ้าจริง!!นี่ข้าโง่ลงหรืออย่างไรถึงคิดไม่ได้!!” ผมสบถออกมาเบาๆ
กำแพงเมืองจีนไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวแต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ กำแพงเมืองจีนจะไม่มีวันได้สร้างเลยถ้าไม่มีกำลังคน
ในตำราที่เขาเคยอ่านมีหลายเล่มกล่าวว่ามนุษย์ ก็คือทรัพยากรอย่างหนึ่ง แล้วขอทานที่อยู่เบื้องหน้าเราตอนนี้ก็คืุ์ที่ว่า
พวกเขาคือทรัพยากรมนุษย์คือแรงงาน คือกำลังคน ที่จะสามารถสร้างทุกสิ่งทุกอย่างให้สำเร็จได้ ทุกอย่างมันอยู่ที่มุมมอง
ใช่แล้วคนเหล่านี้ก็คือสิ่งที่ข้าขาดและ้ามากที่สุดตอนนี้...
โครงการในหัวของผมมีมากมายวิธีทำกิน วิธีการหาเงิน มีพร้อม แต่ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะขาดกำลังคน
ลำพังกำลังของเราสามคนพ่อแม่ลูกไม่รู้ว่าชาติไหนจะทำสำเร็จ บ้านก็ต้องสร้าง เงินก็ต้องหา สัตว์ก็ต้องล่า อาหารก็ต้องสะสมถ้ามีคนมากขึ้น ไม่ใช่ว่างานของเราจะดำเนินไปได้เร็วกว่านี้หรือ
ทันทีที่คิดได้ั์ตาของผมก็ส่องประกายขึ้น จิตใจฮึกเหิมเต็มไปด้วยความยินดี
ผมกวาดมองดูผู้คนเบื้องหน้าอีกครั้งแล้วเริ่มวางแผนในหัว ผ่านไปสักพัก อาหารทั้งหมดก็ถูกแจกจ่ายออกไปจนหมดไม่เหลือแม้แต่น้ำแกงสักหยดพร้อมกับแผนการอันแยบยลของผมได้ถือกำเนิดขึ้น
รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นที่มุมปากของผม สองเท้าก้าวไปเบื้องหน้า ท่ามกลางสายตาของบรรดาขอทาน ในที่สุดผมก็ยืนอยู่ตรงจุดที่ทุกคนมองเห็น
“ข้าซานหลง ลูกชายคนเดียวของตระกูลซาน พวกเราย้ายครอบครัวมาอยู่ที่นี่ในฐานะผู้ลี้ภัยเรา้าคนรับใช้ 20 คน ใครก็ตามที่ยินดีติดตามข้าพวกเ้าจะได้กินอาหารวันละสามมื้อ มีที่ให้ซุกหัวนอน ในอนาคตข้าจะมีเงินเบี้ยหวัดให้พวกเ้าไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ หรือเป็ขอทานให้คนอื่นดูถูกอีกต่อไป หากผู้ใดสนใจให้มายืนเบื้องหน้าข้า”
พรึบ!!พริบตาเดียวคนทั้งหมดกรูกันเข้ามาอีกครั้งเกินคาดนี่เป็ครั้งแรกที่เขาคิดผิด เสียงตอบรับมีมากมายกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก แน่ละไม่มีใครอยากเป็ขอทานหรอกมีที่ซุกหัวนอน มีข้าวให้กัน มันดีกว่าชีวิตที่เป็อยู่ตอนนี้ไม่ใช่หรือ