เมื่ออาบน้ำเสร็จหล่อนเลือกใส่ชุดนอนเนื้อผ้าลื่น เบาสบาย เสื้อแขนยาวกางเกงขายาว จากนั้นก็เดินไปยังเตียงนอนเพื่อเตรียมตัวจะเข้านอน แต่กลับมีเสียงเคาะประตู ดังเข้ามาอีกครั้ง... วีรดาเดินไปเปิดประตูออกมา หล่อนเห็นเขามาพร้อมกับผู้หญิงอีกคน ที่หล่อนไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน... ทว่ายังสังเกตเห็นแววตาเ็าของเขาที่ทอดมองมายังหล่อน หญิงสาวกำลังยืนค้างนิ่งกับภาพที่เขามากับผู้หญิงอีกคน... ยังไม่ทันที่หล่อนจะพูดอะไร เขากลับเป็ฝ่ายพูดขึ้นก่อน
“นี่คือภรรยาของผม เธอเป็คนใจกว้างยอมให้สามีหาความสุขกับผู้หญิงอื่นได้”
“แหมพูดอย่างนี้ ออนค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อยค่ะ ถ้างั้นออนจะขึ้นไปรอห้องชั้นบนที่จองไว้สำหรับเรานะคะ” ผู้หญิงที่มากับเขาขยับเข้ามาหอมแก้มเขา... ก่อนพาร่างเซ็กซี่สมส่วนเดินจากไป
วีรดาที่กำลังยืนนิ่งมองเขาด้วยความผิดหวัง และเสียใจ ไม่นึกว่าเขาจะทำกับหล่อนแบบนี้ เขาไม่ให้เกียรติหล่อนทั้งๆ ที่เขาเพิ่งไปสู่ขอหล่อนแท้ๆ
“พี่ปรัชคะ ทำไมพี่ปรัชถึงทำกับดาแบบนี้” หล่อนพูดทั้งๆ ที่น้ำตานองหน้า
“เธอจะได้รู้ไง ว่าฉันไม่ได้รักเธอ... ที่แต่งงานเพราะเธอทำให้ฉันเลิกกับแฟน เธอก็ต้องรู้รสชาติของการต้องเลิกกับแฟนเหมือนกัน”
“พี่ปรัชพาดามาที่นี่เพื่อ้าแก้แค้น ้าทำร้ายจิตใจดาใช่ไหมคะ” หล่อนกำมือแน่น ด้วยความปวดใจ
“เธอเข้าใจหมดทุกอย่างก็ดี!”
“ค่ะ ดาเข้าใจทุกอย่างแล้ว และตอนนี้ไม่้าอยู่ร่วมกับพี่ปรัช ดา้าหย่าค่ะ”
“ง่ายไปหน่อยมั้ย เธอทำให้ความรักของฉันพัง ความรักของเธอก็จะถูกทำลายเช่นกัน”
“ดาไม่คิดว่าพี่ปรัชจะใจร้ายกับดาขนาดนี้”
“หยุดร้องให้ได้แล้ว ฉันไม่อยากเห็นน้ำตาเธอ” หล่อนปาดน้ำตามองเขาที่หันหลังให้ พูดจบเขาก็ออกจากห้อง ทิ้งให้หล่อนอยู่ในห้องคนเดียว... หญิงสาวนึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่นึกเลยว่าจะเจอคำพูดของเขา ที่ทำร้ายจิตใจหล่อนมากขนาดนี้... เขาคือผู้ชายที่หล่อนหลงรักมานาน แต่แล้วเขากลับเป็คนทำร้ายจิตใจหล่อน
วีรดานึกน้อยใจและเสียใจ ต่อไปนี้ไม่มีอีกแล้ว
‘พี่ปรัช คนเดิมของหล่อน’ คนที่หล่อนเคยรู้จัก พี่ปรัชคนที่เคยดีกับหล่อนไม่มีแล้วจริงๆ เหลือแต่คนใจร้าย ที่ทำร้ายจิตใจหล่อนเสมอ...เขาก็คงไม่อยากเห็นหน้าหล่อน ตามที่เขาพูด ถ้าพ่อและน้าสาวของหล่อนรู้เื่อย่างนี้เข้า คงเสียใจไม่น้อย... วีรดาบอกกับตัวเองหล่อนจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้ตัวเองอยู่ในเกมส์แห่งการแก้แค้นของเขา ค่ำคืนนี้หล่อนจึงพยายามข่มตาให้นอนหลับลง พร้อมกับลบความภาพ ที่เห็นเขาพาผู้หญิงคนนั้นมาเหยียบที่นี่ออกไปจากใจ
ในวันรุ่งขึ้นหญิงสาวตื่นแต่เช้า หล่อนมองรอบๆ ห้องแทบจะไม่มีข้าวของเครื่องใช้ของหล่อน เพราะจำได้ว่า เกือบจะไม่มีเวลาเตรียมอะไรมาเลย นอกจากเสื้อผ้าไม่กี่ชุด และของใช้อีกไม่กี่อย่าง วีรดาทิ้งของที่นำติดมาไม่กี่อย่างไว้ในห้อง... เพื่อความรวดเร็วหล่อนเอาไปแค่กระเป๋าสะพายใบเดียวติดตัวไป... ในนาทีนี้หล่อนตัดสินใจแล้วว่า จะกลับกรุงเทพฯ โดยไม่มีเขา... หล่อนรีบเดินออกมาด้านนอกโรงแรมบอกให้พนักงานเรียกแท็กซี่มารับไปสนามบิน
“คุณผู้หญิงจะไปที่ไหนครับ”
“ไปสนามบิน” หล่อนตอบสั้นๆ พนักงานบอกให้รอสักพัก ไม่ถึงสิบนาที รถแท็กซี่ก็ขับมาจอดหน้าโรงแรม หญิงสาวเปิดประตูจะเข้าไปนั่งข้างหลัง แต่กลับมีมือใหญ่ของใครอีกคนมาจับประตูรถไว้
“จะไปไหน ทำไมไม่บอกฉัน”
“ดาจะกลับบ้าน และ้าไปคนเดียวไม่เกี่ยวกับพี่ปรัช”
“ไม่เกี่ยวได้ยังไงล่ะ ก็ในเมื่อพ่อกับน้าสาวของเธอ อุตส่าห์ฝากให้ฉันดูแลเธอ” หล่อนแค่นยิ้ม เพราะสิ่งที่เขาพูดนั้นมันตรงกันข้ามกันหมด
“พี่ปรัชทำร้ายจิตใจดา พี่ปรัชไม่ได้ดูแลดาหรอกค่ะ” หญิงสาวพยายามดึงมือกลับ คนขับที่นั่งอยู่ด้านหน้าเห็นสองหนุ่มสาวยังทะเลาะกันไม่มีท่าทีว่าจะหยุด
“ตกลงจะทะเลาะกันอีกนานไหมครับ ผมจะได้ไปหาลูกค้าคนใหม่” เมื่อได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มก็รีบผลักหญิงสาวเข้ามานั่งด้านในรถโดยมีเขาก้าวมานั่งตาม
“อยากกลับบ้านมากใช่ไหม ก็ได้เธอจะได้กลับแน่ แต่จะไม่ได้ไปหาไอ้ภานนท์” เขาจับมือหล่อนแน่น
“พี่ปรัชมีความแค้นกับพี่นนท์แล้วมันเกี่ยวอะไรกับดาล่ะคะ”
“เกี่ยวสิ เกี่ยวมากด้วยเพราะเธอเป็ผู้หญิงที่มันหลงไง ป่านนี้มันคงตามหาเธอจนวุ่นไปหมด” แววตาของเขาแสดงความสะใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด... หญิงสาวพยายามชักมือออกจากการเกาะกุมของเขา... ทว่ากลับไม่เป็ผล สักพักลำแขนแข็งแกร่งของเขาก็รวบร่างบางของหล่อนเข้ามากอดแ่า
“อยู่นิ่งๆ ยังไงเธอก็หนีไปไหนไม่ได้หรอกนอกจาก จะต้องกลับไปอยู่กับฉัน ให้ภานนท์มันเจ็บใจที่ไม่ได้เจอหน้าเธอ” หญิงสาวหายใจหอบ ขัดขืนเท่าไหร่ก็ไร้ผล เขากอดหล่อนจนแน่น... จนหล่อนต้องยอมจำนน พลางหันมามองเขาด้วย น้ำตาอาบแก้ม
“คนใจร้าย!” จากนั้นหล่อนก็หันหน้ามองข้างทาง ไม่นานเขาก็คลายอ้อมแขนลง... เมื่อเห็นว่าหล่อนเลิกดิ้น เวลาอยู่ในรถ หล่อนก็คงไม่มีทางที่จะหนีจากเขาได้ นอกจากต้องติดร่างแหกับเขาไปจนถึงสนามบิน... เขารวบร่างบางนุ่มนิ่มเข้ามากอดหลวมๆ กลิ่นหอมจากเรือนผมของหล่อนมาแตะจมูก และร่างนุ่มนิ่มที่น่าทะนุถนอมที่นั่งตรงหน้า เหมือนคืนก่อนที่เขาัั... ทำให้เขากอดกระชับหล่อนอย่างเผลอตัว
หญิงสาวเม้มปากแน่นหันมามองเขา ความน้อยใจเสียใจยังคงมีอย่างท่วมท้นอยู่ในอก... พอคิดถึงเมื่อคืนที่เขาพาผู้หญิงมาให้หล่อนเห็น เขาไม่เคยคิดว่าหล่อนเป็ภรรยา... เขาตั้งใจทำให้หล่อนชอกช้ำจิตใจ หล่อนพยายามออกห่างจากเขา ดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนนั้น... มันคงจะน่าััมากกว่านี้ ถ้าหากว่าคนที่กอดหล่อนไม่ใจร้ายถึงเพียงนี้ … เมื่อดูท่าเขาไม่ยอมปล่อยหล่อนให้เป็อิสระง่ายๆ หล่อนจึงทำได้แต่มองข้างทาง และปิดปากเงียบ
... แม้หลายครั้งที่เขาเผลอมองแก้มนวลเนียนของหล่อน ทั้งเผลอมองยามเ้าหล่อนเช็ดน้ำตาอาบแก้ม... ไม่นาน ชายหนุ่มก็พาดแขนตรงพนักพิงด้านหลังหล่อน และจงใจโอบไหล่บางของหญิงสาวไว้ วีรดาถอยห่างขยับออกเล็กน้อย...เขากลับวางเฉยกับท่าทีนั้น...หล่อนก็แค่ส่วนหนึ่งของเกมส์ของเขา เขาต้องเก็บหล่อน...เพื่อศักดิ์ศรีของเขา ศักดิ์ศรีแห่งชัยชนะที่มีต่อภานนท์!
หลายปีที่ผ่านมา เขาเลิกติดต่ออดีตเพื่อนผู้กลายเป็ศรัตรูเรียบร้อย... แต่เมื่อวีรดาเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตเขา ทำให้เขาต้องยึดหล่อนไว้... เพื่อจะได้ทำให้ ภานนท์เ็ปเหมือนที่เขาเคยได้รับ…ก่อนหน้านั้นหลายปีมาแล้ว... เขาทำธุรกิจร่วมกันกับภานนท์ แต่แล้วภานนท์กลับเข้าใจ ปรัชญาผิดนำไปสู่การแตกคอกัน และเมื่อปรัชญาควงผู้หญิงคนใหม่ได้ไม่นาน... ต่อมาภานนท์ก็ควงผู้หญิงคนนั้น ทั้งๆ ที่คบกับเขา... หล่อนชื่อ ‘มิ้นท์’ ต่อมาหล่อนก็ขอเลิกกับเขา เพื่อประกาศจะเป็แฟนกับภานท์เต็มตัว...
ท่ามกลางความเสียใจและโกรธแค้นที่ ภานนท์แย่งคู่ควงของเขาไป... ตอนนั้นคนเืหนุ่มอย่างเขากำลังเดือดพร่าน เขากระโจมซัดหมัดหนักๆ ให้กับภานนท์ ก่อนจากไป และไม่หันมามองภานนท์กับมิ้นท์ ที่กำลังประกาศคบหาดูใจกัน ต่อหน้าต่อตาเขา ...
ขณะที่รถแล่นไปเลื่อยๆ เขารอบมองหล่อนเป็ระยะ หล่อนเป็แฟนของภานนท์ หล่อนต้องอยู่กับเขา หล่อน จะไม่มีทางได้มีความสุขกับภานนท์แน่นอน ...
สักพักรถก็มาจอดตรงสนามบิน เขายังคงจับมือหล่อน ตลอดเวลาที่อยู่ในสนามบินหล่อนพยายามดึงมือออกแต่ ดูเหมือนว่าเขาจะจับหล่อนไว้แน่นไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
“หรือว่าจะให้อุ้มขึ้นเครื่อง” เขาส่งสายตาขู่หล่อน ท่ามกลางสายตาของใครต่อใครที่มองมา จนหล่อน เม้มปากแน่น
“ยังไงดาก็จะหาทางกลับบ้านให้ได้!”
“ความฝันของเธอไม่มีทางเป็จริงหรอก” หล่อนยกมือเช็ดน้ำตาตัวเอง...เกลียดที่ต้องมาตัวติดเขาแบบนี้
“เลิกขัดขืนได้แล้ว เธอก็รู้ว่ามันไม่สำเร็จ”
...จากนั้นเขาก็จับมือหล่อนพาขึ้นเครื่อง เพื่อมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร