ณ บาร์เล็กๆในซอกซอย
ชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่กำยำนั่งอยู่บนเก้าอี้เดี่ยว ใบหน้าหยาบกร้านขึ้นสีแดงเล็กน้อยระหว่างที่นั่งดื่มมาได้สักพัก ภูผาไม่เคยมาร้านแห่งนี้มาก่อน เขาเดินสูบบุหรี่ตามไฟแสงสีเขามาในซอยจนเจอเข้ากับร้านประหลาด ตอนแรกหนุ่มใหญ่กะจะนั่งดื่มพอให้อุ่นท้อง แต่รสชาติเหล้าเข้มๆที่บาร์เทนเดอร์ชงให้กลับถูกใจจนนั่งอยู่ยาวมาได้สองชั่วโมงเต็ม
“น้อง พี่ขออีกแก้ว”
“ครับพี่”
เสียงทุ้มยกมือเรียก
ไม่นานเหล้าแก้วใหม่ก็ถูกนำมาเสิร์ฟถึงตัว ภายในร้านเปิดเพลงคลอเบาๆและมีลูกค้าเพียงแค่สิบกว่าคน แต่ที่น่าแปลกคือทุกคนล้วนแล้วแต่เป็ชายฉกรรจ์ หน้าตาแต่ละคนนั้นดูไม่ค่อยเป็มิตรเท่าไหร่ แถมยังชอบเดินตามหลังทุกครั้งที่ภูผาเดินเข้าออกห้องน้ำ
ร้านแห่งนี้พึ่งเปิดได้ไม่นาน และชายเ้าของร้านก็พึ่งออกมาจากคุกที่ท่านนายพลส่งมันเข้าไป!
“ใช่หรือเปล่าวะ”
“ผมว่าใช่นะครับลูกพี่”
“หึหึ ไอ้ภูผา มึงมาหยามกูถึงถิ่นเลยหรอ”
ชายหน้าเหี้ยมลูบเคราด้วยความคิด แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าจะพิชิตตัวท่านนายพลสักราย นักโทษทุกคนรับรู้ถึงฝีมือการต่อสู้ของชายร่างใหญ่เป็อย่างดี และมากไปกว่านั้น พวกมันไม่อยากมีเื่กับตำรวจยศใหญ่ทั้งๆที่พึ่งออกมาจากคุก แต่ความคับแค้นที่โดนทะลายแก๊งยังคงครุกรุ่น
ดังนั้นเื่ราวการพบเจอท่านนายพลจึงถูกส่งไปยังกลุ่มมาเฟียใหญ่ที่อยากได้ตัวชายร่างใหญ่ไปสั่งสอน!
เที่ยงคืน...
ท่านนายพลภูผาเมาได้ที่
แก้มหยาบๆของเขาแดงก่ำจนทำให้ดวงตาปรือระเรื่อ หนวดเคราตามริมฝีปากเปื้อนไปด้วยกลิ่นเหล้ารุนแรง ลมหายใจร้อนๆพ่นระบายเหมือน้าอะไรบางอย่างเต็มทน ไม่นานสิ่งที่ชายกลัดมันกำลังคิดก็มาเสิร์ฟถึงที่ หญิงสาวรูปร่างนาฬิกาทรายมาพร้อมกับแก้วเหล้าสีหวานและกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“มาคนเดียวหรอคะ”
“…มาคนเดียวครับน้อง”
“ขอชนแก้วหน่อยนะ”
“ได้ครับ”
เมื่อมีสาวอยู่ข้างๆ เครื่องดื่มก็เพิ่มพูนความอร่อยขึ้นมาหลายเท่า
ทั้งคู่ชนแก้วและถามไถ่กันด้วยสายตาเลศนัย แต่ท่านนายพลไม่รู้ตัวเลยว่าคำถามที่หญิงสาวผู้นั้นได้เอ่ยขึ้นมามันเลยเถิดไปถึงขั้นหน้าที่การงานของเขาด้วย แอลกอฮอล์มากมายที่ไหลตามกระแสเืทำให้หนุ่มใหญ่เผลอตัวบอกทุกอย่าง เมื่อพวกโจรเถื่อนรับรู้ว่าภูผาไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โตอีกต่อไป พวกมันก็ไม่จำเป็ต้องเกรงกลัวอะไรทั้งนั้น!
“สวัสดีครับท่านนายพล”
“….มึงเป็ใครวะ”
ผลัก!
ใบหน้าหยาบกร้านหันไปตามแรงหมัด จากที่สะลึมสะลือสัญชาตญาณบางอย่างก็ทำให้กระปี้กระเป่า ระหว่างที่หมัดอีกลูกจะวิ่งเข้ามาชกที่ใบหน้า นายพลภูผาก็หลบได้ทันและชกหมัดที่หนักแน่นกว่าเข้าไปยังกระเพาะของพวกโจรกระจอกทันที
เสียงหวีดร้องโวยวายดังชุนละมุน ไม่นานร่างสูงใหญ่ก็ถูกห้อมล้อมโดยชายฉกรรจ์นับสิบราย!
“พวกมึงเป็ใครวะ!”
“จำกูไม่ได้หรอ”
“จำได้กูจะถามมึงทำไม”
“ไอ้เวรนี่ จัดการมัน!”
ลูกค้าหน้าเถื่อนที่นั่งจิบเหล้าอยู่ในร้านวิ่งเข้าใส่นายตำรวจพร้อมกัน แต่ไม่นานพวกมันก็กระเด็นลงไปโอดโอยที่พื้นกันทีละคน เก้าอี้และโต๊ะถูกใช้เป็อาวุธและที่กำบัง แม้พวกโจรกระจอกทั้งหลายจะเอาท่านนายพลร่างใหญ่ลงไม่ได้ แต่พวกมันก็ฝากแผลตามร่างกายให้เืซิบหลายจุด
ร้านเหล้าที่พึ่งเปิดใหม่พังทลายภายในไม่กี่นาที
ระหว่างที่ภูผาจ้องมองไปยังประตูทางออก หนุ่มใหญ่ก็รีบวิ่งไปคว้าข้อมือของหญิงสาวเพื่อตั้งใจจะพาเธอหลบหนี แต่ร่างของผู้หญิงคนนั้นกลับแข็งทื่ออยู่กับที่ จากนั้นศีรษะของนายตำรวจก็ถูกขวดเหล้าทุบทีเดียวจนแตกละเอียด!
เพล้ง!!!
“ต้องให้ถึงมือฉันตลอด”
“อูยย ขอบใจครับเจ้”
ร่างสูงใหญ่ล้มลงไปกองกับพื้น ดวงตาพร่ามัวฉายภาพโจรเถื่อนยืนรายล้อมรอบกายพร้อมกับเสียงสบถด่า ภูผาพยายามตั้งสติให้อยู่กับตัว แต่พละกำลังและฤทธิ์แอลกอฮอล์กลับทำให้ทุกอย่างบนร่างกายแทบไม่ไหวติง ชายวัยกลางคนรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาคลุมที่ศีรษะเอาไว้
ระหว่างที่สติของเขาใกล้จะหมดไป...ร่างสูงใหญ่ก็รับรู้ถึงการถูกพาเคลื่อนไหวไปบนยานพาหนะสักหนแห่ง!