“ผมภูมิพยัตเรียกพยัตก็พอ อ้อชื่อผมเขียนด้วยพานั์ไม้หันอากาศตอเต่าพยัตที่แปลว่าฉลาดเฉียบแหลม อย่าสะกดผิดล่ะ” เขาบอกแล้วหยิบกางเกงยีนมาสวม
“คุณ!ไปใส่เสื้อผ้าในห้องน้ำซิ!” หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหน้า
“อะไรกันคุณนี่ก็...” เขาพลอยเขินไปด้วย จำใจต้องหยิบเสื้อผ้าเข้าไปในห้องน้ำอีกรอบนึกแปลกใจทำไมต้องทำตามเธอสั่งด้วยนะ เขาเป็เ้านายนี่
ไปรยาถอนหายใจเฮือกใหญ่รีบเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าให้ว่าที่เ้านายอย่างรวดเร็วแต่เรียบร้อยกระนั้นก็อดกังวลคนที่จะตามมาจับตัวเธอไม่ได้ ไม่เอาล่ะ ยังไงเธอก็ไม่ยอมถูกส่งไปขายตัวใช้หนี้พนันให้อาธงชัยเด็ดขาดถึงจะเคยเลี้ยงดูเธอมาอย่างไร แต่จะให้ตอบแทนบุญคุณแบบนี้เธอยอมไม่ได้ เธอได้แต่ขอโทษคุณอาในใจ ขอไปตายเอาดาบหน้าหากหาลู่ทางใช้หนี้ได้เมื่อไหร่จะติดต่อกลับไป
ไม่กี่นาทีต่อมาภูมิพยัตก็ออกมาจากห้องน้ำแต่งตัวเรียบร้อย ด้วยเสื้อยืดกับกางเกงยีนเพิ่มเติมด้วยเสื้อเชิ้ตลายสก็อตเขาสวมรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อเสร็จก็หยิบกุญแจรถจะเดินออกมาหญิงสาวถือกระเป๋าตัวเองและถือเป้เสื้อผ้าให้เขาแต่เพราะเธอตัวเล็กมันดูขัดหูขัดตาจนชายหนุ่มเป็ฝ่ายคว้ากระเป๋าของเธอมาถือให้เสียเอง
“คุณพยัตค่ะนั่นกระเป๋าฉันนะคะ” เธอพูดขึ้นแล้วก้าวเร็วๆตามร่างสูงที่ก้าวช้าแต่ก้าวได้ยาวกว่าเธอนัก
“ก็รู้แล้วคุณมีสัมภาระอะไรอย่างอื่นอีกไหม?”
“ไม่ค่ะไม่มี แต่ฉันเป็ลูกจ้างนะคะ” เธอจะตกงานั้แ่ยังไม่ได้เริ่มหรือเปล่านะ ไปรยาเอ๊ย!
“รู้แล้วแล้วรู้ไว้ด้วยว่าที่ทำให้นี่ไม่ได้เห็นใจ แต่ไม่อยากให้คนอื่นมองผมไม่ดี”
ภูมิพยัตพูดเสียงเรียบแล้วลงลิฟต์ อดเหลือบตามองคนตัวเล็กไม่ได้ แค่เดินตามยังหอบแล้วจะมีแรงทำงานบ้านอะไรไหวเนี้ย! นาทีต่อมาทั้งสองก็มาหยุดที่เคาน์เตอร์ ไปรยาก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาใครและกลัวใครจะเห็นหน้า เขาคืนกุญแจห้องแล้วเดินนำออกมาที่รถกระบะที่จอดอยู่ ยัดกระเป๋าใส่เบาะหลังรถแล้วแต่เพราะเป็รถกระบะโฟว์วิลสูง เขาเห็นท่าทางปีนขึ้นรถของเธอแล้วก็ส่ายหน้าไปมาจำใจจับเอวเธอไว้แล้วช่วยประคองให้เธอเข้าไปในรถได้ง่ายขึ้น
“ขอบคุณค่ะ” เธอทำหน้าไม่ถูก “รถคุณสูงไปนะ”
“รถผมผิดซินะ”
“ก็ฉันตัวเล็กนี่”
“ทั้งตัวเล็กและขาสั้นด้วย”
“ปาก...”
“อะไรนะ”
“เปล่าค่ะ”
“งั้นเราไปเถอะ”
“ค่ะ”
ไปรยาได้แต่ถอนหายใจเบาๆเมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครตามมาแน่ๆ ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น แต่ต่อไปนี้ขอลิขิตชีวิตตัวเองเถอะนะ ไปรยา!
อาจเป็เพราะความเครียดและเสียงเพลงเบาๆในรถทำให้ไปรยาเผลอหลับในรถอย่างไม่รู้ตัว มารู้สึกตัวอีกที ก็เหมือนรถโคลงไปเคลงมาอาจเพราะถนนขรุขระ เธอสะลึมสะลือตื่นไม่เต็มตาแต่รู้สึกว่ามีมือใหญ่ประคองศีรษะไม่ให้ไปกระแทกกับกระจกรถ ฃ
มือหยาบกระด้างนั้นให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดเธอไม่ฝืนและปล่อยให้ตัวเองหลับตาอยู่อย่างนั้นจนรถผ่านทางขรุขระ มือนั้นจึงถอยห่างและไม่นานนักรถก็จอดสนิท เธอลืมตาก่อนที่เขาจะเรียกเขาเพียงพยักหน้าให้เหมือนจะบอกว่าถึงแล้ว ไปรยาปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วค่อยๆก้าวลงจากรถ ไม่อยากให้เขาต้องมาคอยดูและหาเื่แซวเธออีกเขานั้นแหละผิดที่ดันตัวสูงยังกะเสาไฟฟ้า
“หลับยาวเลยนะคุณไม่กลัวผมพาเข้าป่าเข้าดงที่ไหนรึ”
“ถ้าคุณจะทำแบบนั้นจริงคงไม่ห่วงว่าฉันจะกระแทกกระจกรถหรอกค่ะ” เธอพูดไม่ทันคิด พอเห็นเขาเงียบไปก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่หรือตัวเองพูดอะไรผิดไป
“เข้าบ้านเถอะผมเหนื่อยแล้ว”
“ค่ะ”
หญิงสาวเก็บปากเก็บคำยอมเดินตามร่างสูงอย่างว่าง่าย บ้านหลังน้อยน่ารักอยู่เบื้องหน้าทางขวามือมีบ้านอีกหลังใหญ่กว่าเท่าตัว แต่มันก็มืดเกินกว่าเธอจะเห็นรายละเอียดอื่นๆรู้เพียงแค่ว่าที่ไหนห่างไกลตัวอำเภอเหลือเกิน ภูมิพยัตไขกุญแจบ้านเปิดประตูแล้วเอื้อมมือเปิดไฟให้บ้านสว่างก่อนจะเบี่ยงตัวให้หญิงสาวก้าวเข้ามา
“บ้านมีสองชั้นห้องนอนผมอยู่ชั้นบน ห้องคุณอยู่ชั้นล่าง” เขาชี้นิ้วบอกทาง “คืนนี้พักผ่อนก่อนพรุ่งนี้คอยว่ากัน”
“เอ่อ...” เธอเรียกเขาไว้ก่อน ร่างสูงชะงักแล้วหันมามองด้วยสายตาคมกริบ
“ว่า?”
“คือ...ฉันหิวค่ะขอทำอะไรกินหน่อยได้ไหมคะ”
“อ่อลืมไป เห็นหลับก็เลยไม่ได้ถามว่าจะแวะกินอะไรไหม?”
เขาเองก็ขับรถเพลินไปปกติขับรถคนเดียวไม่ค่อยมีตุ๊กตาหน้ารถเสียด้วยสิ
“คุณหิวไหมคะฉันจะทำเผื่อ แต่ฉันไม่รู้ว่าในครัวคุณมีอะไรบ้าง”
“คงมีพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่นะลองดูแล้วกัน”
ไปรยาได้แต่พยักหน้ารับดูท่าทางว่าที่เ้านายจะไม่ชอบคนพูดมากเธอเลยไม่เซ้าซี้ที่จะถามว่าเขาจะกินด้วยกันไหม?แต่เมื่อเห็นเขาเดินขึ้นบันไดไปแล้ว เธอก็เอากระเป๋าเสื้อผ้าไปไว้ในห้องตัวเอง เพียงเปิดไฟให้แสงสว่างสาดส่องเธอผ่อนคลายลงมาก ไม่มีใครอยู่ที่นี่แล้ว เธอวางกระเป๋าไว้ข้างเตียงรู้สึกว่าในห้องจะมีฝุ่นอยู่บ้าง คล้ายไม่มีคนพักมานาน มือเรียวหยิบผ้าคลุมที่นอนออกสะบัด ฝุ่นฟุ้งขึ้นจนเผลอจาม เธอจึงเดินออกมาข้างนอกมองหาห้องน้ำซึ่งอยู่ใกล้ส่วนห้องครัว จัดการตัวเองง่ายๆ แล้วออกมาสำรวจดูครัวในตู้เย็นมีน้ำเปล่าและเบียร์กระป๋องครึ่งโหล ผักผลไม้อะไรไม่มีเลยแต่ยังดีที่เครื่องปรุงทุกอย่างมีพร้อม และแน่นอนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ด้วย
ไปรยาต้มน้ำร้อนและได้ไข่ไก่มาเตรียมใส่ถ้วย นี่คงเป็อาหารมื้อแรกของวันเลยก็ว่าได้แค่คิดน้ำตาก็พาลจะไหล นึกขอโทษแม่บ้านตัวจริงที่เธอสวมรอยเสียแล้ว จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเธอต้องหนีเอาตัวรอดนี่นะ
โชคชะตาเล่นตลกกับเราได้เพียงนี่เชียวหรือ
ทำไมกันแค่ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ทุกอย่างมันช่างดูงดงามเรียบง่าย เธอเป็คนง่ายๆ ไม่มีปากมีเสียกับใคร ั้แ่พ่อกับแม่จากไปเธอก็มาอยู่กับครอบครัวของคุณอาธงชัยในฐานะลูกบุญธรรมคุณอาธงชัยมีลูกสาวคนโตชื่อแหวนและลูกชายชื่อโอม อายุมากกว่าเธอ3-4ปี แต่เธอก็ไม่ค่อยสนิทกับทั้งสองนัก ยังไงก็รู้สึกเป็ส่วนเกิน เธอเรียนจบในระดับปริญญาตรีอยากจะเรียนต่อปริญญาโทแต่คุณอาธงชัยไม่เห็นด้วย แต่กระนั้นก็ยังโชคดีที่เธอได้ทำงานที่เธอเธอทำงานเป็ครูที่โรงเรียนประถมเอกชนแห่งหนึ่ง รายได้พอเลี้ยงตัวเองได้
ความจริงไปรยาอยากออกจากบ้านนั้นมาเช่าบ้านหรืออพาร์ทเม้นต์อยู่เอง แต่ก็อีกนั้นแหละ คุณอาธงชัยไม่เห็นด้วยแถมอาสะใภ้ยังตำหนิว่าเธออกตัญญู เธอจึงได้แต่ทนทำใจ จนเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วคุณอาธงชัยบอกเธอว่า
“เพื่อนอาเขาหาครูไปสอนลูกเขาน่ะลูกเขาเป็เด็กพิเศษเข้าเรียนแบบเด็กปกติไม่ได้อยากจะจ้างไปสอนที่บ้านเป็ลักษณะโฮมสกูล”
“แล้วงานประจำปรายละคะ”
“เพื่อนอาให้เงินเดือนเยอะนะสองหมื่นห้าเชียว กินอยู่บ้านเขาสอนเด็กคนเดียวไม่เหนื่อยเหมือนสอนเด็กยี่สิบสามสิบคนหรอก”
ไปรยาไม่ได้อยากลาออกจากงานเลยสักนิดก็อาสะใภ้อีกนั้นแหละที่พูดเื่บุญคุณจนเธอจำใจโชคดีที่เป็่ปิดเทอมใหญ่เธอจึงหยุดงานได้ในทันที จัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าใบย่อมคิดว่าหากต้องใช้อะไรเพิ่มเติมคุณอาจะส่งมาให้ได้ ออกจากกรุงเทพฯ มาไกลถึงระยอง เธอออกจะแปลกใจที่คุณอาพาเธอมาที่โรงแรม แล้วให้เธอใครบางคนในห้อง เธอเอะใจว่าทำไมถึงพาเธอมาที่นี่ เค้นถามจนได้ความจริงที่ทำให้เธอถึงกับช็อค!