“ คุกเข่า รับราชโองการ ” เสียงของ ราชินี ราเธียน่า กล่าวอย่างองอาจ ด้วยในวันนี้คือวันแต่งตั้งตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ แห่ง ะนคร
เลิศภพที่ถูก ราโอจับกดให้รับตราตั้งแม่ทัพใหญ่ กำลังดิ้นทุรนทุรายด้วยความโกรธ ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของบรรดาเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง และนายทหารชั้นผู้ใหญ่
“ คนอะไร มันดวงดีขนาดนี้วะ ตัวกูนี่กว่าจะได้เป็ นายร้อย ต้องใต่เต้ากว่า 20ปี ”
“ เกาะชายกระโปรงผู้หญิงขึ้น์ น่าจับไปลงโทษนัก ”
“ ไอ้เหี้ยนี่ หน้าตาหล่อ นะ ข้าว่ามันอนาคตคงจะไปได้ไกล ”
“ ฮิ ฮิ ข้าอยากรู้นักว่ามันจะไปได้ซักกี่น้ำ ”
ในขณะที่รับตราตั้งนั้น มีสายตาคู่หนึ่งมองอยู่ด้วยความหลงใหล
… หล่อ หล่อมาก
ซึ่งนั่นคือเสียงในความคิดของมเหสีเอก ลาเวีย พระองค์ทรงชายตาแล เลิศภพ อยู่นับครั้งไม่ถ้วน และพระองค์รู้ว่าวันนี้ มัจฉา จะต้องเข้า ปรนนิบัติ ราชินี ราเธียน่า
หลังจากงานพิธีเลิกไม่ทันไร เลิศภพก็ถูกเรียกตัว ไปหา มเหสีเอก ลาเวีย
“ เ้า ไม่ต้องคุกเข่า ท่านแม่ทัพ ” ลาเวีย กล่าว เสียงใสราวกระดิ่งหยก
เลิศภพ ทำหน้า งงๆ ที่ ผู้หญิงหน้าตาสวยขนาดนี้ ยอมให้เขายืนพูดด้วย
“ เอาล่ะ เรามาเข้าเื่กันเลย ” ลาเวียกล่าว แล้วดึงมือ เลิศภพไปที่เตียงหยก อันหรูหรา ซึ่ง เลิศภพ พยายามขัดขืน แต่ก็สู้แรงพระนางไม่ได้
เลิศภพถูก มเหสี ลาเวีย จับกดลงไป และเล่นปูไต่ ก่อนจะกล่าวเข้าเื่
“ เ้ามีวิธีอะไรที่จะสามารถกำจัด ยัยมัจฉานี่ได้ ข้าจะให้รางวัลเ้า อย่างงาม แม้ว่าสิ่งนั้น จะหมายถึงเรือนร่างของข้า ”
เลิศภพ กำหมัดแน่น ทุบเตียงหยก และกล่าวเื่ในใจที่อัดอั้นมานาน เพราะมัจฉา ก่อเื่ไม่รู้จบ
ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้น เลิศภพ ก็เกิดความคิดดีๆ ขึ้นชั่วแวบหนึ่ง แล้วกล่าวว่า
“ ทำไมเรา ไม่ส่งมัจฉา มันไปอยู่ ชายแดนเสียล่ะ จะได้อยู่ไกลหู ไกลตาองค์ราชินี ”
มเหสี ลาเวีย ตบเตียงหยกเสียงดังก่อนจะกล่าวว่า “ ฉลาดมาก ” ก่อนที่เลิศภพจะสาธยาย ว่ามีเมืองชายแดนอยู่เมืองหนึ่ง แห้งแล้งมาก และมักมี ทหารข้าศึกมาบุกอยู่ตลอด
“ เ้าว่า มา ก็ถูก แล้วจะทำอย่างไรละ ถึงจะส่งยัยมัจฉาไปที่นั่นได้ ” มเหสี ลาเวีย กล่าว
“ มัจฉา มันรักข้า ดังนั้น ถ้าข้าเป็ผู้ขอร้องมัน มันจะต้องไปอย่างแน่นอน ข้าเชื่อเช่นนั้น ” เลิศภพ กล่าว อย่างเ้าเล่ห์
“ แล้วรางวัลที่เ้าอยากจะได้ล่ะ ” มเหสี ลาเวีย กล่าว
“ ขอเงินข้าซักก้อน แล้วให้ข้ากลับไปใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุขที่หมู่บ้านแร่ 5สี ” เลิศภพ กล่าวด้วยเสียงสุภาพ
“ ตกลง ” มเหสี ลาเวีย เอานิ้วเกี่ยวก้อยกับ เลิศภพ ก่อนจะสั่งมหาดเล็กส่วนตัว นำเงินก้อนใหญ่มาให้เลิศภพ ก่อนจะกล่าวต่อ “ ถ้าเ้ากำจัดมันได้ข้าจะมอบเงินให้เ้าอีกถุง พร้อมนางกำนัลหน้าตาน่ารัก 50 คน ให้เป็รางวัล ชั่วชีวิตนี้ พวกนางจะปรนนิบัติเ้าไปตลอดกาล ”
“ สิ่งนั้น ข้าขอไม่รับ ข้าเพียง้ามีชีวิตอยู่อย่างผาสุข ” เลิศภพ กล่าว แล้วยกมือชูขึ้นหัวรับเงิน และรีบจากไป
15 นาทีต่อมา… มัจฉากำลังเดินคุยกับไม้หอม ก่อนจะกลับห้อง และเตรียมจะไปคุยกับเลิศภพ เพื่อปรับความเข้าใจ ที่เลิศภพเข้าใจผิดตนอยู่
“ มัจฉา เ้ามาแล้วรึ ข้ากำลังรอเ้าอยู่เลย ” เลิศภพ กล่าวอย่างสุภาพ แล้วหยิบน้ำองุ่นถุงนึง ยื่นให้มัจฉา ก่อนจะกล่าวว่า “ นี่ไงล่ะ ของที่เ้าชอบตอนเด็กๆ เ้าชอบอ้อนให้ข้าซื้อให้ ”
มัจฉา ตอนแรกก็ใที่เลิศภพอยู่ๆมาทำดีกับตน แต่ด้วยความดีใจจึงรีบรับ น้ำองุ่นมาดื่มอย่างไม่ลังเล และรีบไล่ไม้หอมให้ออกไป เพื่ออยู่กับ เลิศภพตามลำพัง
เลิศภพ เริ่มคุยเื่อดีตกับ มัจฉา และขอโทษเธอที่เข้าใจผิดมาตลอด ซึ่งมัจฉาดีใจมาก และกล่าวออกมาด้วยความดีใจ
“ โอ้ พระเ้า ในที่สุดเลิศภพก็ เข้าใจข้า วันนี้คือวันที่ข้ามีความสุขที่สุดในโลกเลย ”
เลิศภพ กล่าวชมความงามของมัจฉา ครั้งแล้วครั้งเล่า จนมัจฉา อายหน้าแดง ก่อนจะคุยเข้าเื่ตามแผนที่วางไว้กับมเหสี ลาเวีย
“ มัจฉา ข้ามีเื่หนึ่งทุกข์ใจมาก ” เลิศภพกล่าว ด้วยความหนักใจ แล้วเสแสร้งทำเป็บีบน้ำตา
“ เื่อะไรรึ?ข้าพอช่วยเ้าได้ไหม ถ้าหากข้าเป็ประโยชน์ละก็ ข้ายินดีทำ ” มัจฉา กล่าวอย่างหญิงที่กำลังมีความรัก
เลิศภพช้อนคางนางเข้ามาหา แล้วยิ้มหวาน พูดด้วยความหนักใจ ก่อนจะคุกเข่าลง อ้อนวอนขอร้องมัจฉา
“ บ้านเกิดของข้า เมืองชายแดน เซนาเรีย กำลังตกอยู่ในอันตราย เ้าได้โปรด ช่วยนำทัพ ไปช่วยบ้านเกิดของข้าด้วย ”
มัจฉาไม่ลังเลเลยที่จะยื่นมือไปจับมือ เลิศภพ แล้วกล่าวว่า
“ ถ้าอย่างงั้น เราไปด้วยกันนะ พวกเราสองคน ต้องสามารถ ปกป้องเมืองเซนาเรียได้ ”
ทว่า…เลิศภพทำหน้าหนักใจ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ กับมัจฉา ซึ่งมัจฉาเห็นใจมาก
“ ข้าเป็โรคร้ายที่ไม่อาจรักษาหาย ที่จริงแล้วข้าน้องชายเล็กมาก ถ้าหากข้าไปกับเ้าพระเ้าจะไม่ทรงใช้อิทธิฤทธิ์ ช่วยทำให้ข้า น้องชายใหญ่ขึ้น ”
“ เื่นี้ มันเกี่ยวยังไงกับท่านเหรอ เลิศภพ ถึงท่านจะน้องชายเล็ก ข้าก็ขออยู่กับท่านไปชั่วชีวิต จนแก่เถ้าชราไปด้วยกัน ” มัจฉากล่าว แล้วบอกความในใจเลิศภพ ว่า รักเขามากมายเพียงใด แต่เลิศภพในยามนี้ จิตใจอยู่ในความแค้นมัจฉาเป็อย่างมาก เขา้าให้มัจฉาตายไปจากชีวิตของเขา จึงกล่าวว่า…
“ หากเ้าสามารถ รักษาเมืองเซนาเรีย และสามารถพัฒนามันได้ ภายใน 1ปี พระเ้าจะใช้อิทธิฤทธิ์ ทำให้น้องชายข้าใหญ่ขึ้น ”
มัจฉา หาได้มีความสงสัย เลิศภพไม่ และรีบขันอาสาทันที ซึ่งในคืนนั้น มัจฉานอนกอดเลิศภพทั้งคืนด้วยความดีใจ ซึ่งเลิศภพก็ยิ้มหวาน หลอกให้มัจฉา ตายใจ
เช้าวันต่อมา…
“ ข้าอนุมัติให้เ้า นำทหาร 5000 นาย ไปหยั่ง เมืองเซนาเรีย ตามที่เ้าขอ มัจฉา ” ราชินี ราเธียน่ากล่าว อย่างเป็กังวลเล็กน้อย ก่อนจะออกคำสั่งนี้ เพราะมัจฉา มานั่งคุกเข่าขอั้แ่รุ่งสาง จนถึงเวลา10โมง ทำให้พระองค์ขัดไม่ได้
มัจฉาดีใจเป็อย่างมาก ที่ได้เป็แม่ทัพ ไปหยั่งเมืองเซนาริส
หลังจากมัจฉาออกจากที่ประชุม เลิศภพก็มารอพบให้กำลังใจมัจฉาอยู่
“ ข้าขอให้เ้าปลอดภัย และมีชัยชนะกลับมา ” เลิศภพกล่าวอย่างกับพระเอกในมาดแม่ทัพใหญ่
“ เ้าเองก็รักษาตัวให้ดีนะ รอข้ากลับมา แล้วข้าจะนำข่าวดีมาบอก” มัจฉากล่าว ก่อนที่ไม้หอมในชุดนักรบ จะนำธงชัยมาให้มัจฉา
มัจฉาชูมือขึ้น และะโ ขึ้นม้าอย่างองอาจ ซึ่งกองทัพม้านี้คือ กองทัพม้าฉีหลิง ที่แข็งแกร่งที่สุด ของะนคร
ในขณะที่กำลังจะออกม้า ไม้หอมได้กล่าวกับมัจฉา ถึงเื่ที่กวนใจเธออยู่
“ มัจฉา เ้าไม่รู้สึกเหรอว่า เลิศภพ มีอะไร แปลกๆ ”
“ เ้าน่ะ คิดมากไปเอง พวกเรากลับมาคืนดีกันแล้ว และในศึกครั้งนี้ข้าจะเป็ประโยชน์กับเขา ” มัจฉากล่าวแล้วยิ้มหวานให้ ไม้หอม ซึ่งไม้หอมก็ยิ้มรับ
ทั้งสองจับมือกัน แล้วะโด้วยเสียงอันดังก้อง
“ มีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้าน ”
*****************************************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป