ตอนเย็นฉันนอนแผ่หราอยู่ที่ชานบ้าน ข้างๆเสวี๋ยฉีกับซิ่นหลิง เพราะปวดเมื่อยตัวจากการฝึกร่ายรำวิชาสะบัดพิษ กำลังนอนฟังเสวี๋ยฉีกับซิ่นหลิงพูดคุยกันถึงเื่จะจัดลานหน้าบ้านใหม่ ซิ่นหลิงจะทำโต๊ะสำหรับนั่นกินอาหาร และไว้ใช้นั่งทำอย่างอื่นได้
ส่วนหยงเป่าที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอก เดินถือกระต่ายกลับมาด้วยตัวหนึ่ง เขาบอกว่าออกไปสำรวจป่าจนทั่วแต่ไม่พบสุนัขเยือกแข็งในป่าเลยสักตัว เจอแต่กระต่ายที่จับได้ตัวหนึ่งจะย่างกินแกล้มเหล้า
ซิ่นหลิงจึงลงมือก่อไฟที่ลานหน้าบ้านเพื่อย่างกระต่าย เสวี๋ยฉีนำเนื้อกวางที่ยังเหลือมาย่างเป็ของแกล้มเหล้าเพิ่ม เย็นนี้ฉันจึงกินเนื้อกวางกับเนื้อกระต่ายย่างเป็อาหารเย็น ส่วนพี่ชายทั้งสามก็นั่งดื่มเหล้าพูดคุยกันที่ชานบ้าน
วันรุ่งขึ้นฉันตื่นนอนก่อนเสวี๋ยฉี จึงเดินออกมาที่ชานบ้านเห็นซิ่นหลิงกับหยงเป่านอนหลับอยู่ที่ชานบ้านมีขวดเหล้าวางเกลื่อน คงนั่งดื่มกันทั้งคืนจึงนอนหลับกันอยู่ตรงนี้
แล้วฉันก็ได้ยินเสียงลิงร้องดังแว่วๆมา เป็เสียงร้องดังถี่ๆเหมือนเสียงร้องใกลัว จึงรีบเดินไปที่ลานหน้าบ้านยืนตรงมนต์เขตป้องกัน เรียกหยางกวางที่ตอนนี้ร่างกายหายเป็ปกติดีแล้วออกมาสอบถามว่า เสียงลิงที่ร้องดังแว่วๆข้างนอกเป็เสียงลิงที่ไหน
หยางกวางตอบว่าเป็เสียงลิงเด็กคู่เดิมสองตัว ที่ยังป้วนเปี้ยนอยู่ข้างนอกป่าไผ่ยังไม่ไปไหน แต่เสียงร้องแบบนี้สงสัยกำลังถูกสัตว์ปีศาจด้านนอกไล่ล่าจับกิน ฉันจึงรีบบอกหยางกวางให้เปิดทางให้ลิงน้อยสองตัวเข้ามาหลบภัยในป่าไผ่
หยางกวางจึงทักท้วงว่าแม้สองลิงน้อยจะมีพลังเวทย์ต่ำ จัดอยู่ในระดับชั้นเป็อาหารของสัตว์ปีศาจ แต่การที่สามารถหลบหลีกสัตว์ปีศาจไม่ให้ถูกจับเป็อาหาร มีชีวิตรอดอยู่ถึงตอนนี้ นับว่าเป็เื่แปลกและไม่ควรวางใจให้เปิดทางเข้ามาในป่าไผ่
ฉันจึงขอกับหยางกวางว่า แค่เปิดทางให้ลิงเข้ามาหลบภัยที่ชายป่าไผ่ก็ได้ เมื่อสัตว์ปีศาจไปแล้วค่อยให้สองลิงน้อยออกไป อีกอย่างบริเวณบ้านมีเขตอาคมของเสวี๋ยฉีป้องกันอยู่ ถ้าสองลิงน้อยมีจิตสังหารก็จะเข้ามาในเขตบ้านไม่ได้ ตอนนั้นหยางกวางจะฆ่าสองลิงน้อยทิ้งก็ไม่ว่ากัน
แล้วฉันก็นึกขึ้นได้ว่าน่าจะพิสูจน์สองลิงน้อย ทำไมจึงตามฉันมาถึงที่นี่ไม่ยอมไปไหน หรืออยากมาอยู่ด้วย หรือว่าอยากจะกินฉันกันแน่ จึงบอกหยางกวางว่าให้พาสองลิงน้อยมาพิสูจน์ ถ้าสามารถเดินผ่านเข้าเขตบ้านได้ ก็ปล่อยให้อาศัยอยู่ในป่าไผ่ แต่ถ้าเข้าเขตบ้านไม่ได้ก็ให้หยางกวางฆ่าลิงทิ้งได้เลย
หยางกวางรับทราบคำสั่ง วิ่งหายเข้าไปในป่าไผ่ ภายในใจฉันกำลังสงสัยตัวเอง ว่าเริ่มมีความคิดแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่ คิดว่าควรจะฆ่าลิงถ้ามันคิดจะกินฉัน อาจเป็เพราะได้รับอิทธิพลจากพลังิญญาของงู เสือ และแมงป่องล่ะมั้ง จึงทำให้ความใจอ่อนสงสารของฉันที่มีต่อผู้อื่นลดน้อยถอยลง
จึงเดินเข้าไปในครัว ใช้มีดตัดกล้วยป่าที่ซิ่นหลิงนำมาให้ฉันกินเมื่อวันก่อน ยังมีเหลืออยู่เครือใหญ่ เพราะฉันกินกล้วยคนเดียวไม่หมด ส่วนพี่ชายทั้งสามคนนั้นสนใจดื่มแต่เหล้าไม่แตะกล้วยเลยสักผล จึงตัดแบ่งกล้วยมาหนึ่งหวีถือไว้ในมือ เดินไปยืนรอสองลิงน้อยอยู่ที่เขตป้องกัน
เวลาผ่านไปไม่นานนักเสียงร้องดังแว่วๆของลิงก็หยุดลง สักพักหยางกวางเดินนำสองลิงน้อยน่ารักเพศผู้กับเพศเมีย เข้ามายืนอยู่นอกเขตป้องกันตรงหน้าฉัน ลิงทั้งสองตัวมีอาการหวาดกลัวมองซ้ายมองขวา เพราะอยู่ในดงงูที่ทุกตัวล้วนมีพลังเวทย์สูง พร้อมจะกินลิงสองตัวนี้ได้ตลอดเวลา
สองลิงน้อยค่อยๆขยับเดินเข้ามาใกล้ๆ แต่ยังกล้าๆกลัวๆนั่งเบียดตัวกันเหมือนหวาดกลัวฉัน แต่สายตาของสองลิงจ้องมองกล้วยที่อยู่ในมือ ด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าอยากกินกล้วย หยางกวางจึงพูดว่าสองลิงน้อยคงจะกลัวพลังิญญาของพี่ชายทั้งสามที่อยู่ในตัวฉัน
ฉันมองดูสองลิงน้อยที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันบางทีอาจเป็ลิงแฝด แต่มีจุดสังเกตุแยกความแตกต่างได้ง่าย เพราะที่หน้าผากของลิงเพศผู้ มีขนสีขาวจางๆลักษณะเหมือนดวงตาเล็กๆอยู่บนกึ่งกลางหน้าผาก หรือนี่อาจเป็ดวงตาที่สาม
จึงทำให้สองลิงน้อยสามารถเดินทางหลบเลี่ยงสัตว์ปีศาจที่คอยจ้องกิน ตามลำตัวของสองลิงมีรอยแหว่งของเส้นขนหลุดร่วง และมีาแตามลำตัวเล็กๆ คงเกิดจากการหลบหนีสัตว์ปีศาจที่ตามจับกิน จนเดินทางตามฉันมาถึงป่าตอนเหนือได้
ฉันยิ้มให้สองลิงน้อย พร้อมกับเดินถอยหลังก้าวหนึ่งออกห่างจากเขตป้องกัน หักกล้วยผลหนึ่งออกจากหวี ถือชูอยู่ตรงหน้าเพื่อให้ลิงน้อยเดินเข้ามาหยิบกล้วย แต่ลิงน้อยทั้งสองยังคงกล้าๆกลัวๆ มองสบตากับฉันสลับมองที่กล้วย มันเป็แววตาซื่อๆของลิงเด็กน่าสงสารคงจะหิวและหวาดกลัว
แต่ด้วยความหิวอีกทั้งยังมีกล้วยสุกยื่นให้อยู่ตรงหน้า ลิงน้อยสองตัวจึงค่อยๆก้าวเดินเข้ามานั่งอยู่ตรงหน้าฉันในเขตป้องกัน ลิงเพศเมียค่อยๆยื่นมือมารับกล้วย แล้วรีบปอกเปลือกหักเนื้อกล้วยครึ่งหนึ่งยัดใส่ปากเคี้ยวกินด้วยความหิว เหมือนไม่ได้กินอะไรเลยั้แ่เมื่อวาน
ส่วนลิงเพศผู้ที่มีดวงตาที่สามกลางหน้าผาก ยื่นมือมาหักแบ่งกล้วยในมือลิงเพศเมีย ไปกินแค่ส่วนหนึ่งด้วยความหิวไม่แพ้กับลิงเพศเมียเลย แต่มันกินกล้วยแค่นิดเดียวพอประทังความหิว
แล้วปล่อยกล้วยส่วนที่เหลือไว้ให้ลิงเพศเมียกินต่อให้ท้องอิ่ม บางทีลิงตัวผู้อาจเป็ลิงพี่ ที่เสียสละอาหารส่วนของตัวเองให้ลิงน้องสาวกิน ดูมันจะรักและห่วงใยน้องสาวเหมือนกับมนุษย์ที่รักและห่วงใยคนในครอบครัว
ฉันยื่นกล้วยทั้งหวีให้สองลิงน้อย รีบรับกล้วยไปหักกินกันทันที แล้วหันไปพูดกับหยางกวางว่า สองลิงน้อยไม่มีจิตสังหาร สามารถเดินผ่านเข้ามาในเขตป้องกันได้ จึงถามหยางกวางว่าสองลิงน้อยส่งเสียงร้องทำไม
หยางกวางจึงเล่าให้ฟังว่า เขาออกไปยืนมองที่ชายป่าไผ่ เห็นปีศาจนกอินทรีย์แดงกำลังจับลิงเพศผู้ลอยขึ้นไปบนฟ้า แต่ลิงดิ้นหนีหลุดกงเล็บปีศาจนกอินทรีย์แดงได้แล้วตกลงมา เขาจึงะโบอกให้ลิงน้อยวิ่งมาหลบในป่าไผ่
สองลิงน้อยจึงหลุดรอดจากการถูกนกอินทรีย์แดงจับไปกิน พร้อมกับชี้ให้ฉันดูแผลลึกที่แผ่นหลังของลิงเพศผู้ เป็แผลมีเืออกเพราะถูกกงเล็บนกอินทรีย์แดงจิก
ฉันจึงบอกหยางกวางให้อนุญาตสองลิงน้อยอาศัยหลบภัยอยู่ที่ชายป่าของป่าไผ่ แล้วนั่งลงยองๆดูสองลิงน้อยกินกล้วยกันแก้มตุ่ย มันคงไม่ได้กินอาหารอิ่มท้องั้แ่แอบตามฉันมาที่ป่าไผ่แน่ๆ
ฉันจึงพูดกับลิงน้อยว่าให้อาศัยอยู่ในป่าไผ่ อย่าดื้ออย่าซน ไม่งั้นจะถูกหยางกวางจับกิน สองลิงน้อยเหมือนจะฟังและเข้าใจที่ฉันพูด เพราะมันพยักหน้ามองตาแป๋ว แล้วตั้งหน้าตั้งตากินกล้วยกันแทบหมดหวี
จากนั้นจึงบอกลิงน้อยให้รอตรงนี้ จะเข้าไปเอากล้วยในครัวมาให้อีก แต่สองลิงน้อยกลับสะดุ้งใกลัวจนกล้วยหล่นตกจากมือ วิ่งไปหลบทางด้านหลังขาของหยางกวาง ที่กำลังค้อมตัวเคารพใครสักคนทางด้านหลังฉัน จึงหันกลับไปมอง เห็นเสวี๋ยฉียืนเอามือเท้าเอวทำหน้าเข้ม จ้องมองสองลิงน้อยแล้วพูดขึ้นว่า
เสวี๋ยฉี : หนอย! เ้าลิงตัวเหม็นสาบ บังอาจบุกเข้ามาในเรือนของข้ารึ?!
อันฉี : พี่ใหญ่...ข้าให้ลิงน้อยสองตัวนี้เข้ามาเอง อย่าดุนักเลยลิงกลัวจนกล้วยตกแล้ว ให้ลิงน้อยสองตัวนี้หลบภัยอยู่ในป่าไผ่ด้วยนะ ข้าขอร้อง! ดูสิ! ลิงยังเด็กน่าสงสาร
เสวี๋ยฉี : หึ! ถึงเป็เด็กก็ต้องทำงาน ข้าไม่ให้มาอาศัยอยู่เฉยๆในป่าไผ่ของข้าหรอกนะ! เ้าลิงสองตัวต้องไปหาผลไม้ให้อันฉีกินทุกวัน วันนี้เอากล้วยไปกินกี่ผล พรุ่งนี้ต้องหากล้วยมาคืน เข้าใจมั้ย?!
ลิงน้อย : เจี๊ยกๆ เจี๊ยกๆ
สองลิงร้องเจี๊ยกๆไม่รู้ว่าร้องรับคำสั่ง หรือร้องเพราะใกลัวเสวี๋ยฉีกันแน่ ฉันจึงบอกหยางกวางว่าให้รออยู่กับลิงตรงนี้ก่อน แล้วเดินกลับไปตัดแบ่งกล้วยในครัวเก็บไว้หนึ่งหวี จากนั้นจึงยกกล้วยมาทั้งเครือส่งให้สองลิงน้อยแบกเอาไปกินในป่าไผ่ พร้อมกับฝากหยางกวางให้ช่วยใส่ยารักษาาแให้ลิงน้อยสองตัวนี้ด้วย หยางกวางรับคำสั่งแล้วพาลิงน้อยสองตัวกลับเข้าไปในป่าไผ่
ฉันจึงเดินกลับไปที่เรือนพร้อมกับเสวี๋ยฉี ที่กำลังเดินนึกอยู่ว่าเช้านี้เขาจะทำอะไรให้ฉันกิน ก็เห็นหยงเป่าตื่นขึ้นมานั่งจิบน้ำชาที่เขาเดินไปต้มเองในครัว หยงเป่าจึงเสนอว่าเขาจะออกไปจับปลาที่ลำธารและเก็บเห็ดป่ามาให้เสวี๋ยฉีนึ่งซีอิ๊ว พูดจบเขาก็ลุกเดินออกไป เสวี๋ยฉีจึงปลุกซิ่นหลิงให้ตื่นขึ้นมาช่วยกันเก็บขวดเหล้าที่ดื่มกันไว้เมื่อคืน
สักพักใหญ่หยงเป่าก็กลับมาพร้อมกับปลาและเห็ดป่า อีกทั้งมีผักชนิดอื่นที่เขาเก็บติดไม้ติดมือมาด้วย แล้วยื่นให้เสวี๋ยฉีนำไปปรุงอาหารในครัว หลังจากกินอาหารเช้ากันเสร็จแล้ว หยงเป่าบอกว่าจะออกไปสำรวจป่าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จะออกไปไกลกว่าเดิมอีกหน่อย อาจจะกลับมาช้า
เสวี๋ยฉีจึงพูดขึ้นว่า เขาก็จะออกไปตรวจสอบป่ารอบๆบริเวณนี้ด้วยเหมือนกัน เผื่อเจอพวกสุนัขเยือกแข็งอาจจะหลบซ่อนตัวอยู่ พร้อมกับสั่งให้ฉันฝึกฝนใช้อาวุธพลังิญญาให้ชินมือ ห้ามี้เี
ซิ่นหลิงจึงสอนฉันให้ฝึกใช้อาวุธพลังิญญาของเขา ซิ่นหลิงบอกว่ามันคือแซ่ดาบ เป็ดาบสีแดงที่มีใบมีดจำนวนมากต่อกัน สามารถยืดออกเพื่อโจมตีระยะไกล และสามารถหดกลับได้เพื่อโจมตีระยะไกล้ เป็แซ่ดาบอาบยาพิษโลหิตวารี เป็พิษชนิดเดียวกันกับทวนโลหิตวารีของเขา
ซึ่งวิธีการใช้ใกล้เคียงกับแซ่อสรพิษของเสวี๋ยฉี เพียงแต่มีรูปร่างต่างกัน การฝึกใช้งานจึงไม่ยากเพราะมีพื้นฐานจากการฝึกใช้แซ่กับเสวี๋ยฉีมาแล้ว เราฝึกใช้อาวุธกันจนคล่องมือ ฉันจึงบอกซิ่นหลิงว่าขอพักก่อน เพราะจะเอาสมุนไพรที่เก็บมาได้จากป่าไผ่เมื่อวานมาหั่นตากแดดทำเป็ใบชา
จึงล้วงหยิบสมุนไพรไม้เลื้อยออกมาจากเข็มขัดเวทย์ มีดอกสีม่วงอ่อน ฝักมีสีเขียวคล้ายเม็ดพริก มีสรรพคุณช่วยสร่างเมา ซิ่นหลิงถามว่าคือสมุนไพรอะไร ฉันตอบว่าเป็สมุนไพรแก้สร่างเมา เพราะฉันเห็นว่าพวกพี่ชายดื่มเหล้ากันจนเช้า จึงคิดจะทำเป็ชาแก้สร่างเมาให้ดื่มชุ่มคอ
จากนั้นนำสมุนไพรที่แยกเก็บไว้สามต้นไปปลูกลงดิน ขุดหลุมฝังกลบเรียบร้อย ซิ่นหลิงเห็นแล้วส่ายหัวพูดว่าปลูกแบบนี้สมุนไพรตายกันพอดี ซิ่นหลิงจึงบอกว่าเดี๋ยวเขาจัดการเอง จากนั้นซิ่นหลิงก็จัดการปลูกใหม่ ทั้งยังเอาไม้มาปักทำร้านไว้ให้สมุนไพรพันเลื้อย พร้อมกับรดน้ำพรวนดินแปลงสมุนไพรแทนหยงเป่าอีกด้วย
กระทั่งเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ ฉันจึงเดินไปที่เขตป้องกันริมป่าไผ่เพื่อฟังเสียงลิงน้อย เพราะั้แ่ที่ลิงน้อยแบกเครือกล้วยหายเข้าไปในป่าไผ่ ก็ไม่ได้ยินเสียงของลิงร้องอีกเลย จึงนึกระแวงกลัวลิงน้อยจะถูกฝูงงูในป่าจับกิน
จึงส่งเสียงเรียกลิงน้อย ก็ได้ยินเสียงลิงขานตอบรับกลับมา พร้อมกับเห็นสองลิงน้อย ที่ตามลำตัวมีผงยารักษาแผลสีขาวคล้ายผงแป้งฝุ่นโรยไว้เต็มตัว กำลังห้อยโหนกิ่งไผ่มาหา พร้อมกับมองสอดส่ายสายตาเข้าไปในเรือน คงมองหาเสวี๋ยฉี
เมื่อเห็นว่าเสวี๋ยฉีไม่อยู่จึงะโลงจากกิ่งไผ่มายืนตรงหน้า ฉันจึงนั่งลงยองๆกวักมือเรียกให้สองลิงน้อยเดินเข้ามาหาในเขตป้องกัน แล้วขำที่เห็นสองลิงน้อยถูกโรยผงยารักษาแผลเต็มตัว เหมือนเด็กเพิ่งอาบน้ำแล้วถูกปะแป้ง
หยางกวางคงจะโรยยาให้แบบไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ฉันจึงวางฝ่ามือใช้พลังรักษาแผลให้ลิงเพศผู้มีมีาแลึกที่แผ่นหลัง เพื่อที่หยางกวางจะได้ไม่ต้องมาคอยใส่ยาให้ลิงอีก จากนั้นจึงถามลิงน้อยทั้งสองตัวเพื่อความแน่ใจว่าฟังฉันพูดรู้เื่มั้ย
ลิงก็พยักหน้าส่งเสียงฮู้ๆ จึงถามต่ออีกว่าเป็พี่น้องกันเหรอ ลิงก็พยักหน้าส่งเสียงฮู้ๆเหมือนเดิม ฉันจึงคิดจะตั้งชื่อให้ลิงสองตัวนี้เพื่อเวลาเรียกจะได้ง่ายขึ้น จึงตั้งชื่อลิงเพศผู้ว่า ไมเคิล ส่วนลิงเพศเมียให้ชื่อ แอปเปิ้ล
สองลิงน้อยก็ร้องฮู้ๆอีก เป็อันรู้กันว่าชอบชื่อที่ตั้งให้ แล้วสองลิงน้อยก็อยู่เล่นกับฉันที่ลานบ้าน จนกระทั่งเสวี๋ยฉีกลับมา สองลิงน้อยก็รีบวิ่งะโหนีเข้าไปในป่าไผ่เพราะกลัวเสวี๋ยฉี
เสวี๋ยฉีมองสองลิงน้อยที่รีบะโขึ้นกิ่งไผ่โหนตัวหนีหายไปในป่าไผ่ ฉันจึงถามเสวี๋ยฉีว่าพบเจอร่องรอยสุนัขเยือกแข็งอีกหรือไม่ เสวี๋ยฉีตอบว่าไม่พบร่องรอยและกลิ่นของพวกสุนัขเลย บางทีพวกสุนัขเยือกแข็งอาจจะกลับไปที่ดินแดนของพวกมันแล้ว
เมื่อหยงเป่ากลับมาตอนบ่ายแก่ๆใกล้เย็น หยงเป่าก็สอนฉันให้ใช้อาวุธพลังิญญาของเขาคือ กงเล็บนิลอสูร เป็กงเล็บเสือสีดำ แหลมคม ดุจใบมีด ใช้ตะปบ หรือข่วน จะเกิดาแลึกฉกรรจ์ าแจะรักษาหายยาก
อีกทั้งกงเล็บยังสามารถเป็อาวุธลับโจมตีระยะไกล พุ่งปักที่ร่างของศัตรูคล้ายมีดบิน ถ้าหากฉันฝึกจนชำนาญและสามารถเพิ่มพลังให้กับกงเล็บ จะสามารถฉีกกระชากร่างศัตรูจนขาดได้ หยงเป่าจึงทดลองทำให้ฉันดู ด้วยการใช้กงเล็บของเขาฉีกลำต้นไผ่แยกขาดจากกันสองซีก
หลังจากนั้นเราก็เริ่มใช้ชีวิตกันตามปกติ เพราะพวกสุนัขเยือกแข็งหายเงียบไปไม่ได้กลับมาที่ป่าอัคคีอีก ส่วนฉันเองเริ่มใช้อาวุธพลังิญญาทั้งสามชนิด จนคล่องแคล่วชินมือ สามารถเดินออกไปเก็บสมุนไพรในป่าไผ่ได้คนเดียวอย่างมั่นใจสามารถปกป้องตัวเองได้
โดยมีสองลิงน้อยไมเคิลกับแอปเปิ้ล คอยติดตามไปเก็บสมุนไพรด้วยเสมอ และคอยเป็หูเป็ตาเตือนระวังภัยเวลามีสัตว์ปีศาจพยายามบุกเข้ามาในป่าไผ่ ทั้งยังคอยไปเก็บผลไม้มาให้ฉันกินตามคำสั่งที่เสวี๋ยฉีเคยมอบหมายไว้ให้อีกด้วย
เช้าวันหนึ่งฉันบ่นกับเสวี๋ยฉีว่าสมุนไพรในป่าแถวนี้มีแต่สมุนไพรเดิมๆ ฉันอยากได้สมุนไพรที่แปลกและหลากหลายกว่านี้มาปลูกที่เรือน หยงเป่าจึงแนะนำว่าที่ป่าตะวันออกมีสมุนไพรแปลกๆหายากสรรพคุณทางยาดีมีอยู่เยอะ หยงเป่าเคยไปที่ป่าตะวันออกสองครั้ง เคยจับกระต่ายกินที่นั่นมีรสชาติอร่อยมาก อร่อยกว่าป่าแถวนี้
ฉันจึงบอกหยงเป่าว่าอยากไปที่ป่าตะวันออกบ้าง อยากออกไปเห็นไปดูอะไรแปลกใหม่บ้าง เสวี๋ยฉีจึงบอกหยงเป่าว่า ถ้าจะไปที่ป่าตะวันออกให้จับกระต่ายที่นั่นกลับมาด้วย นานแล้วที่เขาไม่ได้กินกระต่ายจากป่าฟากนั้น
ซิ่นหลิงจึงถามว่าจะให้เขาไปด้วยมั้ย หยงเป่าตอบว่าไม่เป็ไร ที่ป่าตะวันออกไม่ค่อยมีอันตรายสักเท่าไหร่ เขาไปกับฉันแค่สองคนก็พอแล้ว ฉันจึงบอกว่าจะพาไมเคิลกับแอปเปิ้ลไปด้วย เพราะสองลิงน้อยมีสายตาดี รู้เส้นทางปลอดภัยหลบเลี่ยงสัตว์ร้ายและปีศาจได้ เสวี๋ยฉีจึงไว้ใจและยอมอนุญาต
●
●
●
หมายเหตุ
*ดาบเขี้ยวแก้วราตรี ดาบที่มีคมด้านเดียว เป็อาวุธของอสูรสายฟ้า เสือดำ หู่หยงเป่า ตัวดาบเป็สีเงินแต่คมดาบเป็สีดำ ดาบอาบยาพิษ ราตรีสังหาร เป็พิษร้ายแรงทำให้ตายได้ทันที แต่ถ้าถูกพิษเพียงเล็กน้อยจะทำลายอวัยวะภายใน ตกกลางคืนความเ็ปจะเพิ่มมากขึ้นเป็ทวีคูณ เืออกทวารทั้ง 9 (ทวารทั้ง 9 คือ หูสองข้าง, ตาสองข้าง, รูจมูกสองข้าง, หนึ่งปาก, รูปัสสาวะ, รูอุจจาระ) จะเ็ปทรมานจนตายภายในหนึ่งคืน คือขาดใจตายก่อนรุ่งสาง
*สายฟ้านิลอสูร เป็สายฟ้าผ่าของ เสือดำหู่หยงเป่า เกิดจากการกินผลอสุนี สายฟ้าใช้ผ่าศัตรู แต่ภายหลังไม่ค่อยเรียกใช้ เพราะอันฉีกลัวเสียงฟ้าผ่า เสือดำ หู่หยงเป่า จึงเรียกใช้สายฟ้านิลอสูร เป็พาหนะเท่านั้น
*แซ่อสรพิษ เป็แซ่ขนาดยาวมีรูปร่างคล้ายงู ลวดลายเป็เกล็ดสีเงินระยับ แซ่อาบยาพิษน้ำค้างเกล็ดเงิน เป็พิษชนิดเดียวกันกับกระบี่บินหยกขาว แซ่ใช้ตีและฟาดใส่ศัตรู สามารถสะบัดพิษออกทางเกล็ด เป็อาวุธใช้โจมตีระยะไกล และสามารถใช้รัดหรือพันแทนเชือกได้