ชายากำราบ (ท่านอ๋อง)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 125 คืนให้เจ้าแล้วกัน

            คำพูดของมู่อวิ๋นจิ่นทำให้มู่อวิ๋นหานเข้าใจอย่างไร้ข้อกังขา

            หลังจากพูดคุยกันสักระยะหนึ่งมู่อวิ๋นจิ่นก็ขอตัวกลับจวนองค์ชายหกก่อนที่จะกลับนางสัมผัสได้ถึงความสำคัญของตนเองในจวนอัครเสนาบดีมู่แห่งนี้ที่มีมากกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมาก

            ระหว่างที่เดินกลับจวนองค์ชายหกจื่อเซียงรู้สึกดีใจแทนมู่อวิ๋นจิ่นเป็นพิเศษ “คุณหนูตอนนี้พวกเราผ่านทุกข์ระทมจนพบกับความหวานหอมแล้ว”

            “อืม” มู่อวิ๋นจิ่นพยักหน้ามิอาจเก็บความดีใจไว้ข้างในใจได้

            …

            พอกลับมาถึงจวนองค์ชายหกเมื่อมู่อวิ๋นจิ่นก้าวข้ามประตูเข้ามาก็มีคนในชุดเขียววิ่งพุ่งเขาหาจะหมายปะทะนาง

            มู่อวิ๋นจิ่นรีบหลบในทันใดจากนั้นนางกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนจะเหลือบมองและเห็นฉู่ชิงหยวนล้มลงที่พื้น

            “ชิงหยวนเป็นเจ้าไปได้ยังไง?” มู่อวิ๋นจิ่นเบือนปากส่วนจื่อเซียงรีบเข้าไปประคองฉู่ชิงหยวนลุกขึ้น

            ฉู่ชิงหยวนปัดฝุ่นที่ติดชุดพลางพูดขึ้น “พี่สะใภ้หก ทำไมไม่รับข้าล่ะ”

            “...”มู่อวิ๋นจิ่นแสยะยิ้ม และเอ่ยถามนางอีกครั้ง “เจ้ามาได้อย่างไรกัน?”

            ฉู่ชิงหยวนฟังที่มู่อวิ๋นจิ่นถามขึ้นจึงรีบเข้ามาลากมู่อวิ๋นจิ่น “พี่สะใภ้หกน้องจะเล่าอะไรให้ฟัง…”

            “เมื่อคืนที่ผ่านมา เสด็จพ่อเรียกข้าเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์บอกว่าพี่ห้าต้องแต่งงานไปอยู่ที่อาณาจักรตงหลินส่วนพี่เจ็ดอาจแต่งไปที่อาณาจักรหนานถิง หรือไม่ก็อาณาจักรเป่ยหมิงมีเพียงน้องที่อายุยังน้อย ทั้งยังเป็นองค์หญิงที่เสด็จพ่อรักที่สุดดังนั้นอาจจะให้น้องแต่งกับพี่ฉินมู่หนาน”

            ฉู่ชิงหยวนเล่าด้วยความยินดีปรีดาแต่สีหน้าของมู่อวิ๋นจิ่นกลับไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย

            มู่อวิ๋นจิ่นหันมองฉู่ชิงหยวนที่ใบหน้าดูไร้เดียงสา “เจ้าชอบแม่ทัพฉินขนาดนั้นเลยหรือ?”

            “ชอบมากที่สุด! พี่สะใภ้หกอาจยังมิทราบตอนนี้ขุนนางมากมายต่างอยากทำความรู้จักกับพี่ฉินมู่หนาน แต่ไม่ว่าอย่างไรน้องก็เป็นองค์หญิงเก้า แข่งอย่างไรก็ชนะ”

            มู่อวิ๋นจิ่นฟังไปพลางเดินเข้าไปในห้องโถง “เรื่องนี้น้องบอกกับพี่ชายหกแล้วหรือยัง?”

            ฉู่ชิงหยวนหยุดฝีเท้าลง

            มู่อวิ๋นจิ่นก็หยุดฝีเท้าเช่นกัน “เป็นอะไรไป?”

            “น้องอยู่ในวังหลวง พอได้ยินเรื่องนั้นเรื่องนี้ของตระกูลฉินมาบ้างดังนั้นน้องจึงไม่กล้าบอกพี่ชายหกหรอก” พอฉู่ชิงหยวนนึกถึงเรื่องที่ถามฉู่ลี่ในวันนั้นนางยังจำสายตาพิฆาตของเขาได้แม่นยำ

            “ในเมื่อจิตใจของน้องอยากแต่งกับแม่ทัพฉินขนาดนั้นเรื่องนี้ยังไงก็ควรฟังความเห็นของพี่ชายหกเสียหน่อยเพราะอย่างไรเสียก็มีท่านแม่คนเดียวกัน เขาคงไม่คิดให้ร้ายน้องสาวแท้ ๆ หรอก”

            ฉู่ชิงหยวนเข้าใจทุกอย่างที่มู่อวิ๋นจิ่นพูดจากนั้นนางจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูสลดใจอย่างยิ่ง “น้องมาวันนี้ เพื่อจะมาถามเรื่องนี้กับพี่ชายหกนี่แหละแต่น้องมิกล้าไปถามคนเดียว จึงอยากให้พี่สะใภ้หกช่วยน้องด้วยจะได้หรือไม่?”

            มู่อวิ๋นจิ่นถอนหายใจหันหน้าไปมองฉู่ชิงหยวนด้วยความเสียดาย “ชิงหยวนเอ๋ยเรื่องนี้พี่มิอาจช่วยน้องได้ นิสัยของพี่ชายหกยากที่ใครจะคาดเดา…”

            “พี่สะใภ้หก…”

            …

            ทั้งสองคนสนทนากันจนเดินมาถึงเรือนลี่เฉวียนทันใดนั้นฉู่ชิงหยวนกลับเกิดกลัวตัวสั่นขึ้นมามิกล้าก้าวเข้าไปด้านใน

            มู่อวิ๋นจิ่นยกมือกอดอกในฐานะของนางมิอาจยับยั้ง หรือขัดขวางให้ฉู่ชิงหยวนหยุดรักฉินมู่หนานได้ทว่ามีเพียงฉู่ลี่ที่น่าจะหาวิธีได้

            เดิมทีมู่อวิ๋นจิ่นคิดอยากพาฉู่ชิงหยวนเข้าไปด้านในด้วยกันแต่นางกลับนึกขึ้นได้ว่าหากฉู่ชิงหยวนค้นพบว่านางและฉู่ลี่แยกห้องกันนอนอาจเป็นเรื่องขึ้นมาได้ ดังนั้นจึงให้นางไปนั่งรอที่สวนบุปผาด้านหลังก่อน

            ฉู่ชิงหยวนยอมทำตามมู่อวิ๋นจิ่นอย่างว่าง่าย

            มู่อวิ๋นจิ่นเดินเข้าไปหาฉู่ลี่ในห้องได้ไม่กี่ก้าวติงเสี่ยนก็ปรากฏตัวขึ้น

            “พระชายามาหาองค์ชายหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

            “ใช่ เขาอยู่ข้างในหรือไม่?” มู่อวิ๋นจิ่นถามขึ้น

            ติงเสี่ยนพยักหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “เวลานี้องค์ชายกำลังชำระร่างกายพ่ะย่ะค่ะ”

            “อ่อ”

            เดิมทีติงเสี่ยนนึกว่ามู่อวิ๋นจิ่นจะไปรอด้านนอกประตูคิดไม่ถึงว่านางจะผลักประตูห้องฉู่ลี่ และเดินเข้าไปข้างใน

            ติงเสี่ยนสะดุ้งโหยงสั่นไปทั้งตัวก่อนจะรีบหลบเข้ามุมเพื่อมิให้ภัยมาถึงตัว

            มู่อวิ๋นจิ่นเห็นติงเสี่ยนหายวับไปอย่างรวดเร็วได้แต่เบะปาก ไหนบอกว่ากำลังชำระร่างกายทำเสียว่านางไม่เคยเห็นฉู่ลี่อาบน้ำอย่างนั้นแหละ…

            มู่อวิ๋นจิ่นก้าวเข้าไปหยุดยืนหน้าห้องนอนฉู่ลี่ก่อนกลืนน้ำลายให้ชุ่มคอ และเอ่ยถามขึ้น “ฉู่ลี่เจ้าอยู่ข้างในหรือไม่?”

            หลังจากนั้นหลายอึดใจก็มีเสียงตอบดังมาจากข้างใน

            “ข้ามีเรื่องบางอย่างจะคุยด้วย สะดวกให้ข้าเข้าไปข้างในหรือไม่?” มู่อวิ๋นจิ่นพูดไปพลางเอามือทั้งสองข้างจับประตูไว้

            “เข้ามาได้” ฉู่ลี่ตอบเสียงนิ่ง

            มู่อวิ๋นจิ่นจึงผลักเข้าไปด้านในเห็นบ่อน้ำพุร้อนเหมือนครั้งที่แล้ว เต็มไปด้วยไอร้อนตลบอบอวลเมื่อมองไปยังบ่อน้ำพุร้อนตรงหน้าก็เห็นเพียงแผ่นหลังของฉู่ลี่ที่แช่น้ำร้อนอยู่

            “ตะวันยังไม่ตกดิน เจ้าก็ช่างเสพสุขตั้งแต่หัววันเลย” มู่อวิ๋นจิ่นเอ่ยปากขึ้น แต่มิได้ก้าวเข้าไปใกล้ ๆ

            “มีเรื่องด่วนอะไร?” ฉู่ลี่หัวเราะเบา ๆ

            มู่อวิ๋นจิ่นทำหน้าตาจริงจังเสียงเคร่งขรึม “น้องเก้าของเจ้า ชอบฉินมู่หนานเข้าแล้ว”

            จากนั้นมู่อวิ๋นจิ่นเห็นฉู่ลี่สะดุ้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะก้มหน้าก้มตาราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่

            “เจ้าออกไปก่อน” ฉู่ลี่สั่งนาง

            “อืม อย่างนั้นเจ้ารีบหน่อย น้องเก้ารออยู่ในสวนบุปผา”

            ก่อนที่มู่อวิ๋นจิ่นจะกลับตัวหันหลังออกไปนางพยายามชะโงกหน้ามองเข้าไปด้านในแต่เป็นเพราะภายในห้องมีควันไอร้อนจากบ่อน้ำพุลอยตลบอบอวลมากเกินไปทำให้นางมองอะไรด้านในไม่เห็นเลย

            มู่อวิ๋นจิ่นจึงเดินกลับออกไป

            …

            ไม่นานนักมู่อวิ๋นจิ่นและฉู่ชิงหยวนที่นั่งรออยู่ในสวนบุปผา ก็ได้เห็นฉู่ลี่ปรากฏขึ้น

            ฉู่ชิงหยวนเห็นฉู่ลี่เท่านั้นนางรู้สึกหายใจติดขัด รีบกุมมือมู่อวิ๋นจิ่นไว้แนบแน่นใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

            มู่อวิ๋นจิ่นกุมมือนางกลับเพื่อให้ผ่อนคลายความกังวลลง

            ฉู่ลี่เดินเข้ามาในศาลาหรี่สายตาลงมองไปที่ฉู่ชิงหยวน และเผยรอยยิ้มที่เย็นชาที่สุดออกมา

            “น้องเก้า เจ้าชอบฉินมู่หนานหรือ?”

            น้ำเสียงที่เย็นยะเยือกของเขาทำให้ฉู่ชิงหยวนสั่นเทิ้มไปทั้งตัวโชคยังดีที่มีมู่อวิ๋นจิ่นนั่งอยู่ด้านข้าง จึงพอระงับอาการได้บ้าง

            เพียงอึดใจเดียวฉู่ชิงหยวนสูดลมหายใจเต็มปอดเพื่อรวบรวมความกล้าก่อนเอ่ยขึ้น “ใช่แล้วพี่ชายหก วันนั้นพี่มู่หนานช่วยชีวิตน้องไว้น้องจึงคิดว่าเขาเป็นคนที่สามารถฝากผีฝากไข้ไปได้ทั้งชีวิตที่สำคัญเขายังชนะการทำศึกมาหลายครั้งนับเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรซีหยวน น้องชอบเขาในจุดนี้” ฉู่ชิงหยวนพูดด้วยเสียงที่ดัง และค่อย ๆ เบาลงเรื่อย ๆ

            สีหน้าของพี่ชายหกในขณะนี้น่าสะพรึงกลัวกว่าครั้งไหน ๆ

            “ไม่ได้” ฉู่ลี่ตอบด้วยเสียงเรียบนิ่งปฏิเสธความรักที่ฉู่ชิงหยวนมีให้ฉินมู่หนานอย่างเด็ดเดี่ยว

            ฉู่ชิงหยวนตะลึงไปชั่วขณะไม่นึกไม่ฝันว่าฉู่ลี่จะปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย “พี่ชายหกทำไมไม่ได้ล่ะ?”

            ฉู่ลี่เหลือบมองไปที่มู่อวิ๋นจิ่น

            มู่อวิ๋นจิ่นสบตากับฉู่ลี่พลันเข้าใจความหมายที่เขาต้องการสื่อในทันทีนางจึงดึงแขนเสื้อให้ฉู่ชิงหยวนนั่งลงก่อน “ชิงหยวนพี่ชายหกหวังดีกับเจ้า น้องก็ได้ยินมามิใช่หรือตระกูลฉินในเวลานี้มีแต่เรื่องมากมาย หากวันใดเกิดคิดกบฏขึ้นมานั่นอาจสั่นคลอนไปถึงบัลลังก์เสด็จพ่อของน้องได้”

            “พี่…” คำพูดของมู่อวิ๋นจิ่นเอ่ยเข้าประเด็นที่ฉู่ชิงหยวนมิกล้าเอ่ย

            ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้ฉู่ชิงหยวนก็ยิ่งเสียใจจึงสูดหายใจเข้าลึก ๆ “ถ้าเขาไม่ได้คิดกบฏ!น้องก็ถือว่าพลาดคนที่ดีไปอย่างนั้นสิ…”

            มู่อวิ๋นจิ่นตะลึงพรึงเพริดกับตรรกะของฉู่ชิงหยวนมิรู้ว่าตอนนี้ควรโน้มน้าวอย่างไร จึงส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปที่ฉู่ลี่

            ฉู่ลี่จนปัญญาจะห้ามปรามจึงเอ่ยเพียงประโยคสั้น ๆ “ถ้าน้องมิอยากแต่งงานไปอยู่ในอาณาจักรอื่นจงตัดใจจากฉินมู่หนานเสีย!”

            “พี่ชายหก น้อง…” ฉู่ชิงหยวนกระทืบเท้าตึงตังด้วยความโมโหและด้วยรู้ว่าพี่ชายหกของเขาพูดแล้วทำ จึงมิกล้าต่อความยาวสาวความยืด

            ช่างเถอะๆ เรื่องนี้คุยกับพี่ชายหกกับพี่สะใภ้หกคงไม่ได้เรื่องสงสัยต้องหาโอกาสไปคุยกับพี่มู่หนานเป็นการส่วนตัวดีกว่า

            เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ฉู่ชิงหยวนเม้มปาก และยอมอ่อนข้อลง “ชิงหยวนผิดไปแล้ว”

            “ถ้าอย่างนั้นน้องขอตัวกลับก่อนวันหลังจะมาเยี่ยมพี่ชายหกกับพี่สะใภ้หกใหม่” ฉู่ชิงหยวนกล่าวจบไม่รอให้ทั้งสองเอ่ยคำใด รีบสาวเท้าออกไปปานสายลม

            ฉู่ลี่เรียกติงเสี่ยนด้วยสีหน้าดุดัน “เจ้าตามไปดูน้องเก้า อย่าให้นางเข้าใกล้คนตระกูลฉินเด็ดขาด!”

            “พ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย”

            ภายในศาลาเวลานี้มู่อวิ๋นจิ่นได้แต่ถอดใจก่อนรินน้ำใส่แก้วยกขึ้นดื่มแล้วเอนตัวลงไปกับโต๊ะด้านหน้า

            “ถ้ารู้ว่าตระกูลฉินจะสร้างเรื่องสร้างราวได้มากมายถึงเพียงนี้ข้าอยากให้อยู่ชายแดนทำสงครามต่อไปอย่าได้กลับมาเลย” มู่อวิ๋นจิ่นรู้สึกว่าเรื่องราววุ่นวายในช่วงนี้เกิดมาจากคนตระกูลฉินเป็นคนก่อขึ้น

            ฉู่ลี่ได้แต่ส่ายหน้าอย่างห่อเหี่ยวใจ

            …

            เวลาล่วงเลยมาถึงยามค่ำคืนฉินมู่หนานได้เดินทางมาที่จวนองค์ชายหก

            มู่อวิ๋นจิ่นกับฉู่ลี่ที่กำลังทานอาหารเย็นอยู่พอดีเมื่อทราบว่าฉินมู่หนานมาที่จวน จึงหันมองไปที่ประตู

            “องค์ชายหก พระชายาหก” ฉินมู่หนานเดินเข้ามาทำความเคารพฉู่ลี่และมู่อวิ๋นจิ่น

            ด้านมู่อวิ๋นจิ่นก้มหน้าก้มตาทานอาหารอยู่อย่างนั้นทำเหมือนไม่ได้ยิน

            ฉู่ลี่ยกน้ำชาขึ้นจิบก่อนเอ่ยเสียงนิ่ง “แม่ทัพฉินมิได้มาที่นี่นานแล้วมิทราบว่ามีเรื่องอันใด?”

            “กระผมมาหาอวิ๋นจิ่นขอรับ” ฉินมู่หนานพูดด้วยรอยยิ้มพลางยกมือชี้ไปที่มู่อวิ๋นจิ่น

            ด้านฉู่ลี่ขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีที่ได้ยินฉินมู่หนานเอ่ยชื่อ “อวิ๋นจิ่น” ขึ้นมาโดยตรงเขารู้สึกว่าเสียงนี้ช่างระคายหู จึงมองค้อนมู่อวิ๋นจิ่นไปหนึ่งที

            มู่อวิ๋นจิ่นทำตัวไม่ถูกจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “แม่ทัพฉินหาข้าด้วยเรื่องอันใด?”

            “วันนี้บ่าวรับใช้ที่จวนได้เก็บกวาดทำความสะอาดห้องพบสิ่งนี้เข้ากระผมคิดไปคิดมา รู้สึกว่าควรนำของชิ้นนี้มาคืนให้เจ้าของดีกว่า” ฉินมู่หนานยื่นกล่องเล็กกล่องหนึ่งให้มู่อวิ๋นจิ่น

            มู่อวิ๋นจิ่นรู้สึกถึงสายตาของคนรอบข้างที่จับจ้องมาจนนางรู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาในพริบตา ก่อนที่นางจะยื่นมือออกไปเปิดกล่องเล็กใบนั้นและพบว่าภายในกล่องเป็นต่างหูไข่มุกหนึ่งคู่

            มู่อวิ๋นจิ่นเห็นแล้วรีบเผยอมุมปากของชิ้นนี้ต้องมีความหมายแฝงเป็นแน่แท้!

            ชั่วพริบตาเดียวมู่อวิ๋นจิ่นหยิบต่างหูไข่มุกขึ้นมาไว้ในมือก่อนออกแรงกำจนต่างหูไข่มุกแตกละเอียด จากนั้นโยนทิ้งลงพื้นอย่างไร้เยื่อใย

            “แม่นมเสิ่น ประเดี๋ยวมาเก็บกวาดทำความสะอาดด้วยล่ะ”

            สีหน้าของฉินมู่หนานที่เห็นเหตุการณ์นั้นถึงกับตกตะลึงจนหน้าชาไปหมด

            “ในเมื่อนำของมาคืนเรียบร้อยแล้ว แม่ทัพฉินก็สามารถกลับไปได้ต่อจากนี้เรื่องเล็กน้อย ใช้ให้บ่าวรับใช้มารายงานก็พอไม่จำเป็นต้องให้ท่านแม่ทัพมาด้วยตนเองหรอก” มู่อวิ๋นจิ่นพูดอย่างไร้เยื่อใย

            ฉินมู่หนานมองดูต่างหูไข่มุกที่ป่นเป็นผงด้วยสายตาละห้อยอย่างอาลัยอาวรณ์ยิ่ง ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

            พอฉินมู่หนานกลับไปแล้วสายตาด้านข้างที่จับจ้องมาที่นางยังคงอยู่

            มู่อวิ๋นจิ่นนึกด่าฉินมู่หนานในใจไปถึงโคตรเหง้าศักราชการมาในวันนี้ของเขาตั้งใจมาเพื่อสร้างความร้าวฉานโดยแท้

            ไอ้ต่างหูไข่มุกคู่นี้ช่างมาสร้างปัญหาให้นางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียจริง

            “ข้าทานอิ่มแล้ว” มู่อวิ๋นจิ่นวางตะเกียบในมือลงเลือกไม่อธิบายอะไร ก่อนออกไปนางได้กระทืบผงไข่มุกให้ละเอียดเป็นผุยผงอีกหลายครั้ง

            ฉู่ลี่มองนางจากด้านหลังด้วยสายตาที่เย็นชา

    คล้ายกับเรื่องชายากำราบ (ท่านอ๋อง) ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788