บทที่ 10 ราคาสูงเกินไป
เสียงจอกแจกจอแจด้านหน้าค่อยๆเงียบลง เมื่อคนเป็ผู้นำตระกูลฟ่งเดินไปเปิดหีบนั้นด้วยตนเอง กลิ่นอายของพลังหยินทำให้เหล่าผู้ประเมินไม่กล้าพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว พวกเขาทำได้แค่มองสินค้าในหีบ แล้วก็มองหน้ากันเองด้วยความตื่นตะลึงเท่านั้น
ผู้นำตระกูลฟ่งเห็นเช่นนี้ย่อมแสดงความพอใจออกมา เขาปล่อยให้คนอ้าปากค้างไปเกือบ 3 นาที แล้วค่อยกระแอมเรียกสติทุกคนให้กลับมาในงานประมูลนี้อีกครั้ง
“ไม่ทราบว่าท่านผู้ประเมินคิดเห็นอย่างไรกับสมุนไพรชิ้นนี้ และราคาเริ่มต้นการประมูล สมควรจะเป็เท่าไรดีหรือ?” รอยยิ้มภาคภูมิใจบนใบหน้าทำให้ผู้ชมที่อยู่ด้านล่างสนใจมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก
คนอื่นๆยังมองไม่เห็นสินค้าข้างใน มีเพียงท่าทางของผู้ประเมินที่ทำให้พวกเขาตื่นเต้นกับมันมากกว่าเดิมอีก ถือว่าการทำเช่นนี้ของผู้นำตระกูลฟ่งประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง
“ผู้นำตระกูลฟ่ง ท่านล้อเล่นกับพวกเราแล้ว” ผู้ประเมินคนหนึ่งกล่าวขึ้นเมื่อเขาได้สติ คนอื่นๆเองก็พยักหน้ารับด้วยเช่นกัน
“สินค้านี้ไม่ได้ซับซ้อน เพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็ของล้ำค่าแล้ว ไม่จำเป็ต้องมีพวกข้าด้วยซ้ำ”
“จริงอย่างที่ทุกท่านว่า ราคาเริ่มประมูลก็ต้องเป็ล้านเหรียญขึ้นไป ไม่มีทางที่จะต่ำกว่านี้แน่”
เหล่าผู้ประเมินพากันส่ายหน้า พวกเขาพากันเดินลงจากเวที ราวกับไม่้าเข้าใกล้สินค้านั้นแม้เพียงนิดเดียว และก็เป็แบบนั้นจริงๆ ...
พวกเขารู้ว่าสมุนไพรชนิดนี้เป็สมุนไพรที่หายากขนาดไหน ราคาของมันสูงมากพอๆกับการดูแลที่ยากมาก ไม่น่าแปลกใจที่ตระกูลฟ่งจะต้องใส่มันไว้ในหีบตลอดเวลาเช่นนี้ หาไม่แล้ว...ถ้ามันถูกกระทบกระเทือนกับอะไรบางอย่างแล้วกลายเป็ผลร้าย ไม่ใช่จะทำลายเงินในกระเป๋าของตนเองหรอกหรือ?
ผู้ประเมินของสกุลหลี่เดินกลับมาแทบจะวิ่ง กลัวว่าพวกตนจะทำให้สินค้าเสื่อมคุณภาพ เพราะสุดท้ายแล้ว...ทั้งเนื้อทั้งตัวของพวกเขาก็ไม่เพียงพอที่จะชดใช้ค่าเสียหายได้ ต่อให้บุบสลายเพียงเล็กน้อยก็ยังไม่ได้อีกเช่นกัน
ตงหลินได้แต่มองพวกเขา อยากรู้ว่าสินค้านั้นคืออะไรกันแน่ ทำไมผู้ประเมินจึงตีราคามันสูงนัก สินค้านี้เริ่มประมูลที่ราคาล้านเหรียญ อย่างนั้นคงจะไม่จบลงง่ายๆ หากมันล้ำค่าเช่นนั้น...ราคาอาจจะพุ่งไป 10 ล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่าเงินทั้งหมดที่ตระกูลหลี่มีอยู่ในมือก็เป็ได้!
ตระกูลพ่อค้าของพวกเขาเงินเข้าเงินออกเยอะก็จริง แต่เงินที่จะนำประมูลนี้ พวกมันต้องเป็เงินเย็น เป็เงินที่พร้อมหมุนเอาไปใช้ตลอด เนื่องจากสมุนไพรของพวกเขาจะต้องขายที่เมืองหลวงทุกๆ 3 เดือน ดังนั้นเงินก้อนใหญ่จึงต้องแบ่งจ่ายให้ดี
หลายครั้งเมื่อถึงเวลาปลายๆเดือนสาม พวกเขาก็หมดเงินที่จะซื้อสมุนไพรดีๆแล้ว ตอนนั้นก็จะถูกเรียกกว่าการขาดทุนเงินได้นั่นเอง
ไม่แปลกที่พวกเขาจะจำกัดวงเงินในการใช้ ส่วนเงินในตอนนี้ก็ไปกองอยู่กับสมุนไพรในคลังเสียส่วนใหญ่แล้ว ต้องรอให้บิดากลับมาจากการไปเมืองหลวงครั้งนี้ก่อน จึงจะรู้ว่ามีคำสั่งพิเศษหรือไม่ หากไม่มี...เช่นนั้นก็ค่อยรับเงินมาหลังจากที่ทางเมืองหลวงส่งขบวนมารับสินค้า
ดังนั้นหากพูดถึงเงิน 10 ล้านเหรียญในตอนนี้ ไม่สิ! แค่หนึ่งล้านเหรียญเพื่อของชิ้นเดียว พวกเขาก็ยังไม่มีปัญญาที่จะทำแบบนั้นได้!
“นั่น...มันเป็ของประมูลอะไรกันแน่” ตงหลินกระซิบถาม แต่ไม่ต้องรอให้ผู้ประเมินตอบ ตอนนี้เหล่าเ้านายก็สงสัยเหมือนกันหมด ดังนั้นผู้นำตระกูลฟ่งจึงใช้โอกาสนี้เรียกความสนใจกลับขึ้นมาที่เวทีอีกครั้ง
“เอาล่ะ ในเมื่อท่านนักประเมินทั้งหลายพูดเป็เสียงเดียวกันว่ามันล้ำค่ามากพอ เช่นนั้นแล้ว...ข้าจะนำสินค้าออกแสดง 2 วินาทีแล้วเก็บลงหีบอีกครั้ง พวกท่านต้องใช้เวลาในการตรวจสอบความ้าให้ดี และการยกป้าย 1 ครั้ง คือการเพิ่มเงินประมูลจากเริ่มต้นไป 100,000 เหรียญ ขอให้ทุกท่านระมัดระวังด้วย”
ผู้นำตระกูลฟ่งกล่าวเช่นนั้น มือที่ผ่านโลกมามากมายของเขาก็ค่อยๆเลื่อนสินค้าขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย จนเมื่อมันปรากฏให้ทุกคนได้เห็น สิ่งที่พวกนักประเมินแสดงออกก่อนหน้านี้ก็ปรากฏขึ้นกับพวกเขาเหมือนกัน
เสียงของทุกคนเปลี่ยนเป็เงียบกริบ บางคนอ้าปากค้าง บางคนก็หันไปมองเพื่อนข้างๆอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่ไม่ว่าจะเป็เพราะแบบไหน เสียงการเคาะการประมูลครั้งแรกที่ 1 ล้านเหรียญก็เริ่มขึ้นแล้ว
“ตอนนี้ราคาขึ้นไปที่ 1 ล้าน 5 แสนเหรียญแล้วขอรับ มีใครสนใจ...”
“เพิ่มอีก 1 แสนเหรียญ!”
“เพิ่มไปอีก”
“ข้าก็เอาด้วย วันนี้ต่อให้เงินหมดตัวก็จะเอามาให้ได้!”
เสียงการต่อสู้ที่ดุเดือดดังมาจาก้า ส่วนใหญ่เป็ตระกูลขนาดใหญ่ประจำเขต มีกระทั่งผู้ปกครองเขตเข้าร่วมต่อสู้ด้วย พวกเขารู้ดีว่าหากนำไปขายต่อที่เมืองหลวง ยังไงก็ต้องได้กำไรมากแน่
ตงหลินลอบกลืนน้ำลาย เขาไม่มีโอกาสที่จะประมูลแม้แต่ครั้งเดียวด้วยซ้ำ เงินที่เขาถือมาเกือบ 400,000 เหรียญนี้ไม่ได้ใช้งานเลย เดิมทีคิดว่าเงินทั้งหมดนี้น่าจะพอประมูลสินค้าสุดท้ายได้แล้ว แต่ที่ไหนได้...มันกลับไม่ได้ครึ่งหนึ่งของราคาเริ่มต้นด้วยซ้ำไป
“อึก นะ นี่มัน....มีของระดับนี้ออกประมูลได้อย่างไร”
ตงหลินไม่ได้เชื่อคำเตือนของน้องชาย เขาไม่ประมูลอย่างอื่นกลับไปเลย รอเพียงสินค้านี้เท่านั้น แต่ก็พบว่ามันเป็การรอที่เสียเปล่าอย่างยิ่ง
ชิงหมินหัวเราะขึ้นมาเบาๆ เขาไหวไหล่เล็กน้อยในขณะที่เอ่ยหยอกล้อพี่ชาย
“บอกแล้วว่าให้เชื่อสัญชาตญาณของข้า” เมื่อเห็นน้องชายกล่าวเช่นนั้น ตงหลินก็คลายลมหายใจออกมา
วันนี้พวกเขาเป็ได้แค่สักขีพยานของการประมูลครั้งสำคัญแล้ว อย่างน้อยๆก็มีเื่ไปเล่าต่อได้ นี่ก็แค่การเสี่ยงโชคครั้งหนึ่ง ไม่สำคัญหรอกว่าจะได้กำไรมากน้อยเท่าไร พวกเขาไม่ได้คาดหวังั้แ่แรกแล้ว
มีก็แต่น้องชายที่กินรวบไปหลายเหรียญ หากเป็การประมูลด้วยเงินของตระกูลหลี่ก็ยังพอที่จะแสดงความไร้ยางอายออกมาได้บ้างหรอก แต่นี่...เขาทำได้แค่ปล่อยกำไร แล้วแสดงความยินดีกับเ้าตัวแสบก็เท่านั้น
การประมูลเบื้องหน้ายังรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สีหน้าของคุณชายรองตระกูลหรูเปลี่ยนเป็สีขาวและแดงสลับกัน ทั้งๆที่เขารับปากชิงหมินเอาไว้แล้ว กลับไม่สามารถยกป้ายขึ้นมาร่วมประมูลได้เพียงครั้งเดียว มันทำให้เขารู้สึกอับอายไม่น้อยเลย
“กลับ!”
เขาตวาดเสียงดัง ไม่กล้าอยู่ประมูลจนจบด้วยซ้ำ กลัวว่าถ้าชิงหมินได้เห็นเขาแล้วจะหัวเราะเยาะเอาได้ หลังจากนี้สมควรจะหายหน้าหายตาไปจากอีกฝ่ายสัก 2-3 สัปดาห์ รอให้เื่นี้จางลงไปก่อน
ทว่าคุณชายรองผู้นี้ไม่ได้รู้ว่าตนเองจะได้เจอกับภัยร้ายในรูปแบบของ “กรรมติดจรวด” เพียงแค่เขาลุกขึ้นยืนเท่านั้น จู่ๆเก้าอี้ที่ควรจะร่นถอยไปแล้ว กลับมาขวางหน้าเอาไว้ทำให้สะดุดจนเกือบคางแตกเสียนี่!
ยังไม่ใช่แค่นั้น...แต่โชคร้ายหลังจากนี้ยังมีอีกมาก แม้แต่ตอนที่เขากำลังร่วมรักกับสตรีของตน ปรากฏว่ามีิญญาร้ายมาหลอกหลอนให้กลายเป็ไข้หัวโกรนไปอีกหลายวัน
สุดท้ายเวลา 2-3 สัปดาห์ ก็เปลี่ยนเป็ 2-3 เดือนจนได้...
ผู้ชนะการประมูลนี้เป็แพทย์หลวงคนหนึ่งที่เดินทางผ่านมา เขาใช้หยกของตนเองที่มีมูลค่ากว่า 10 ล้านเป็หลักประกันก่อน กล่าวว่าถ้ากลับมาอีกครั้งจะเอาเงินมาแลก ซึ่งตระกูลฟ่งย่อมให้เกียรติเขา และปล่อยให้เขาได้รับสมุนไพรล้ำค่านี้ไป
เงิน 10 ล้านกับอีก 4 แสนเหรียญ ได้กลายเป็ของหวงซีเฉิงที่ปลอมตัวมาเสียแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ 10 ล้านในครั้งเดียว เพราะต้องรอแพทย์หลวงคนนั้นกลับมา แต่เงิน 4 แสนที่เป็เศษการประมูล ก็มากพอที่จะทำให้เขาทำอะไรๆได้หลายอย่างแล้ว
ซีเฉิงยังไม่ได้กลับไปที่หมู่บ้านทันทีเมื่อจบการประมูล เขาให้ิญญาตรวจสอบการเดินทางของตระกูลหลี่ และพบว่าวันนี้หลี่ชิงหมินจะเข้าไปช่วยตรวจสอบรับซื้อสินค้าเป็กรณีพิเศษ
เพราะนักประเมินทั้งหมดไปร่วมงานประมูล จึงไม่มีคนอยู่ที่ร้านเลยก่อนหน้านี้ ตอนนี้ผู้คนต่อแถวมากมายเพื่อที่จะขายสินค้า เพื่อให้การรับซื้อเป็ไปอย่างราบรื่น การยื่นมือเข้าช่วยเล็กๆน้อยๆจึงสำคัญ
ชายหนุ่มถอดชุดคลุมที่ลึกลับของตนเองออก เผยให้เห็นเพียงชุดของชาวบ้านยากไร้ มีทั้งรอยขาดและตัดปะอยู่มากทั่วทั้งตัว ผ้าคลุมสีน้ำตาลเก่าๆหนึ่งผืนพันั้แ่หัวจรดคอ แต่ก็ยังมีรอยแผลเล็ดรอดให้เห็นอยู่อีกมาก เพียงแค่ผู้คนได้เห็นเขาเช่นนี้ก็พากันขยับหนีแล้ว พอเห็นเขามาต่อแถวเพื่อรอประมูลสินค้า พวกพ่อค้าเร่ต่างก็ไม่พอใจกันทั้งนั้น
“นี่เป็การต่อแถวเพื่อให้นักประเมินช่วยประเมินสินค้าของพวกเรา หากไม่ใช่สินค้าที่้าความละเอียด ไม่ใช่การซื้อขายครั้งใหญ่ เกรงว่าเ้าจะมาต่อแถวผิดแล้ว”
“นั่นน่ะสิ ไปให้พนักงานทั่วไปรับซื้อก็ได้ นั่น...ชาวบ้านเ่าั้ก็นำสมุนไพรมาขาย เห็นหรือไม่?”
“นี่เป็แถวขายสินค้าสำหรับสมุนไพรมีระดับดาว หากเป็สมุนไพรทั่วไปก็ไม่ต้องมาต่อแถวให้เสียเวลา”
“ไปๆ เ้าคงจะมาเสี่ยงโชคที่นี่ก็เลยไม่รู้ธรรมเนียม ไปด้านนู้นเสียเถอะ อย่ามาเกะกะที่นี่เลย”
เมื่อพนักงานได้ยินเสียงโวยวายก็มาช่วยตรวจสอบ พวกเขาไม่ได้ก้าวร้าว แต่ก็ไม่ได้รักษามารยาทมากนัก เพียงขอดูสินค้าที่เ้าคนยากไร้คนนี้้านำเข้าประมูล แต่หลังจากที่เห็นของในห่อผ้าแล้ว พวกเขาก็ได้แค่อ้าปากค้างไปเท่านั้น
“นะ นี่...”
“นี่เป็เครื่องในและหัวใจของเสือร้าย คุณชายหลี่ชิงหมินเคยบอกว่า หากข้ามีสินค้านี้อีกก็ให้นำมาขายแก่เขาได้ หรือว่า...ตอนนี้เปลี่ยนใจไม่อยากรับซื้อแล้ว?”
“อะ เห๋ จะเปลี่ยนใจได้อย่างไร คุณชายพูดถูกต้องแล้ว หากนำสินค้านี้มาก็ต่อแถวเข้าประเมินได้ เชิญๆ” เมื่อเห็นว่าของที่อยู่ข้างในห่อเป็สินค้าชั้นยอด เครื่องในสัตว์ร้ายไม่ได้จะมีเอามาขายมากนัก โดยเฉพาะเครื่องในของเสือร้าย
ครั้งก่อนคุณชายหลี่เคยนำมาขายต่อให้ที่ร้าน สร้างความตื่นเต้นให้ทุกคนเป็อย่างมาก ขนาดที่ว่าผู้นำตระกูลยังนำเครื่องในพวกนี้ไปที่เมืองหลวงด้วยเลย ดังนั้น...พวกเขาจะพลาดท่าไล่ผู้มีฝีมือดีเช่นนี้ไปจากร้านได้หรือ?
ดีจริงๆที่ยังไม่ได้เสียมารยาทมากนัก!
“ในเมื่อติดต่อคุณชายเอาไว้ก่อน เช่นนั้นก็เชิญต่อแถวห้องของคุณชายได้” พนักงานให้เขายืนที่เดิม แม้ว่าจะมีคนอยู่ข้างหน้าอีกเป็สิบคน แต่ก็ยังไม่เลยกำหนด 20 คนต่อวัน ดังนั้นจะให้คนต่อแถวเพิ่มก็ยังได้
แน่นอนว่าชิงหมินไม่ได้รู้ความวุ่นวายข้างนอก เขาเพียงทำงานของตนเองอย่างรวดเร็ว ตั้งใจว่าพรุ่งนี้หากมีงานน้อยก็จะเข้าไปที่หมู่บ้าน เยี่ยมเยียนนางเอกเสียหน่อยเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ ทว่าดูเหมือนสถานการณ์จะมาให้เขาตรวจสอบถึงที่แทน...
“เชิญคนต่อไป” ชิงหมินโบกมือให้พนักงานช่วยนำสินค้าที่รับซื้อก่อนหน้านี้ออกไป และรอในห้องเพียงลำพัง
บรรยากาศเยือกเย็นทำให้เขาเริ่มขมวดคิ้ว คนที่สร้างบรรยากาศเช่นนี้มีไม่มากนัก แม้ว่าจะบางเบา แต่ในเมืองนี้ไม่เคยเจอมาก่อน ชิงหมินเงยหน้าขึ้นมาและสบเข้ากับสายตาของปีศาจร้าย เ้าตัวปลดผ้าคลุมใบหน้าของตนเองออกทั้งหมดราวกับไม่เกรงกลัวสายตาของผู้ใดอีกแล้ว ทำเอาชิงหมินถึงกับขมวดคิ้ว
“เหมือนว่าเ้าจะหน้าคุ้นจริงๆ”
“ท่านแสดงออกเช่นนี้ ย่อมแปลว่าจำข้าได้” อีกฝ่ายตอบกลับทันควัน ซึ่งชิงหมินก็ทำได้แค่หัวเราะ “หึ” ออกมาคำเดียวเท่านั้น
เขากำลังสงสัยว่าเหตุใด พ่อพระเอกที่น่ากลัวคนนี้จึงได้ปรากฏตัวต่อหน้าของเขาได้ มันมีอีเว้นท์ไหนที่เขียนเอาไว้ แล้วเขาอ่านพลาดไปหรือ?
………………………………………….
ตอนถัดไปไรท์จะติดกำลังใจตอนอ่านล่วงหน้าตอนละ 2 กำลังใจ แล้วจะเปิดให้อ่านฟรีวันละตอนนะคะ
ฝากติดตามและสนับสนุนด้วยนะคะ