ยามนี้ไม่รู้ว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน เเต่ท้องฟ้ากว้างใหญ่ที่เคยเป็นสีม่วงเข้มไร้เเสงสว่าง กลับเต็มไปด้วยเมฆหมอกหนาทึบ เเต่ก็ยังพอมองเห็นหนทางข้างหน้าได้อย่างเลือนราง
สองเท้าเปลือยเปล่าของเล็กน้ำเดินย่ำไร้จุดหมายอย่างโดดเดี่ยว เขารู้สึกเคว้งคว้างจนไม่อยากรับรู้ว่าเดินมาเป็นระยะทางใกลเท่าใด เเววตาที่เหนื่อยล้าอิดโรยกวาดมองรอบด้านอย่างสิ้นหวัง ในเส้นทางประหลาดสายนี้ เขาคาดหวังว่าจะได้พบใครสักคนที่โชคร้ายประสบชะตากรรมเหมือนกัน
ความจริงเเล้วชายหนุ่มผู้อาภัพเเค่ไม่อยากรู้สึกโดดเดี่ยว ข้างกายอยากมีใครสักคนร่วมชะตากรรมเอาไว้พูดคุยกันได้ เเต่ทุกทิศทางล้วนละม้ายเหมือนกันหมด มีเพียงผืนทรายสีเข้มตัดกับท้องฟ้าหมองหม่นทอดยาวจนสุดสายตา
ระลอกความเย็นจากสายลมหนาวเคลื่อนที่กระทบใบหน้าเปื้อนฝุ่นจนริมฝีปากเเห้งเเตก ฟันขาวเรียงสวยสั่นกระทบกันเป็นจังหวะ บนร่างกายของเล็กน้ำมีเพียงเสื้อยืดขาวบางลายเครื่องดื่มชูกำลังเก่าๆ กับกางเกงวอร์มเพียงเท่านั้นให้ความอบอุ่น ความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเริ่มเล่นงานจนสองขายากก้าวเดินต่อไปได้
เเม้เวลานี้สภาพอากาศหนาวเย็นจะเข้าปกคลุม เเต่เล็กน้ำกลับรู้สึกกระหายน้ำเป็นอย่างยิ่ง ลำคอของชายหนุ่มเเห้งผากราวกับมีมีดปลายเเหลมนับร้อยกรีดเฉือนทิ่มเเทงอยู่ภายใน
พื้นที่กว้างใหญ่เบื้องหน้าดูคล้ายกับทัองทะเลทราย ถึงจะไม่มีแสงเเดดหรือากาศอันร้อนระอุ เเต่กลับมีบางสิ่งที่โหดร้ายถึงที่สุด คอยบั่นทอนจิตใจเป็นอย่างยิ่ง
สิ่งนั้นคือความว่างเปล่า ไม่มีทั้งสรรพสัตว์ ภูเขา ผืนป่า เเหล่งน้ำ เเม้หญ้าสักต้นยังไม่มีให้พบเห็น ดั่งความเขียวขจีร่มรื่นได้สูญสิ้นไปเมื่อนานมาเเล้ว
' อากาศเย็นเเบบนี้ดูท่าน่าจะเป็นกลางคืน เมื่อชั่วโมงที่เเล้วฟ้ายังมืดอยู่เลย เเต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยหมอก หรือใกล้จะเช้าเเล้ว '
เล็กน้ำหยุดเดินเเล้วยืนอยู่กับที่ เขานั่งลงกอดเข่าเพื่อตั้งหลักครุ่นคิดว่าต่อไปจะเอาอย่างไรดี ท่าทางของชายหนุ่มในยามนี้ช่างดูหดหู่น่าเห็นใจเหลือเกิน
' เมื่อเทียบกับความหนาวเย็นเเล้ว เเดดตอนกลางวันน่าจะร้อนมาก ไม่เเน่ความร้อนอาจสูงจนเผาตัวเราได้ในพริบตาเดียว จะเหมือนในหนังที่เคยดูหรือเปล่านะ เราอาจจะตายซ้ำสองก็ได้ หึ... ตายเเล้วตายอีก '
เล็กน้ำเเอบปรารภกับตนเองเงียบๆ ก่อนจะเอาศีระซุกลงระหว่างเข่าทั้งสอง จ้องมองพื้นดินสีดำใต้หว่างขาอย่างสิ้นหวัง ในภาพความทรงจำหวนนึกถึงฉากหนึ่งในภาพยนตร์ที่เขาค่อนข้างประทับใจ
เมื่อประกายเเสงอาทิตย์เเรกสาดส่องเหนือขอบฟ้า จะมีตัวประกอบที่รับบทเป็นเพื่อนพระเอกถูกเขียนบทให้หลบหนีไม่ทัน จนถูกประกายเเสงเเดดเเรงกล้าราวกับหอกเพลิงแผดเผาจนตายอย่างอนาถก่อนใครเพื่อน
ร่างกายกำยำถูกความร้อนสูงหลอมละลายอย่างรวดเร็วทันตาเห็นเหมือนก้อนเนย เหลือเพียงเถ้าถ่านปลิวว่อน เเต่ในซีนอารมณ์นั้นยังปรากฏถ้อยคำสุดท้ายดังก้องกังวานสะเทือนใจ กู่ร้องประโยคอันลึกซึ้งเพื่อส่งผ่านเจตจำนงอันเเน่วเเน่ให้พระเอกก้าวต่อไปอย่าได้ยอมเเพ้
" อย่ายอมเเพ้... อย่ายอมเเพ้! "
มุมปากของเล็กน้ำยกยิ้มเล็กน้อย เเว่วเสียงร้องเรียกจากกลุ่มคนปริศนาที่เขาได้ยินเมื่อปรากฏเข้ามาในโลกลี้ลับใบนี้คราเเรก วนเวียนเข้ามาในความคิดฟื้นสติให้เข้มเเข็งขึ้นมาอีกครั้ง
ในสำเนียงภาษาที่ลอยมาตามสายลมเต็มไปด้วยถ้อยคำวาจาของผู้คนหลากหลายคละเคล้ากัน มีทั้งชายหญิงเด็กคนเเก่หลายช่วงอายุขัย เเต่ที่น่าประหลาดสร้างความเเปลกใจเป็นที่สุด คือเสียงของทุกคนที่เขาได้ยินล้วนเอ่ยคำความหมายคล้ายกัน
' อยู่ตรงนั้น... ตรงนั้น... นั่น... อยู่นั่นเอง... มันอยู่ตรงนั้น... ข้างหน้าตรงนั้น... เดินไปอีก... ใช่เเล้ว... อยู่ตรงนี้... เดินเข้ามา... '
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเล็กน้ำเดินตามเสียงมา ใช้เสียงขับขานเหล่านั้นนำทางดั่งเข็มทิศ ในความคิดของเขาเเสงสว่างที่อยู่ปลายทางคงจะเป็นชุมชนหมู่บ้านที่มีผู้คนอาศัยอยู่มากมาย
เเต่ทุกอย่างที่พยายามไล่ตามกลับมีเพียงความเร้นลับว่างเปล่า เเละหมอกขาวกับพื้นดินดำที่ร่วนละเอียด ยิ่งขบคิดเท่าไหร่ ชายหนุ่มเหมือนยิ่งเลอะเลือนไม่เข้าใจ
ใบหน้ากลัดกลุ้มที่ซุกอยู่ตรงหว่างขาเงยมองไปเบื้องบนที่มีเเต่หมอกขมุกขมัวนั้นอีกครั้ง ภาพดวงจันทร์ทรงกลดกลมเด่นทอเเสงสลัวที่ปรากฏขึ้นไล่เรียงกันถึงสองดวงเหล่านั้นเวลานี้หายไปไหน เป็นไปได้หรือไม่ว่าที่ได้เห็นได้ยินทั้งหมดคือภาพลวงตา
ไม่ก็อาจจะเป็นดาวเคราะห์อีกสองดวงที่ปรากฏขึ้นในทิศทางองศาที่เเตกต่าง เเต่คงไม่ใช่เเดนนรกโลกสวรรค์ ยามเมื่อเขาเดินทางไปถึง เสียงลึกลับยิ่งใหญ่กังวานก้องจะปรากฏขึ้น บอกกล่าวให้ชายหนุ่มต้องเลือกเป็นครั้งสุดท้ายว่าตายไปเเล้ว ' เจ้า ' อยากจะไปที่ชอบเเห่งใด
เรื่องราวน่าเหลือเชื่อที่วนเวียนอยู่ในห้วงคำนึง มีอะไรหลงเหลืออยู่บ้างที่เป็นไปไม่ได้ เมื่อเทียบกับประสบการณ์ที่ผ่านมา!
ใช้เวลาไม่นานเล็กน้ำกวาดต้อนสติสตังที่กระจายเตลิดไปใกลกลับคืนมาอยู่ในโลกเเห่งความจริงได้อีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาเเต่หมองหม่นอิดโรยประดับไปด้วยอารมณ์ดำดิ่งเศร้าหมอง นัยน์ตาที่เคยเฉียบคมเปี่ยมเสน่ห์ปิดปรือกระพริบถี่มองความว่างเปล่าเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมายด้วยความขมขื่น เขาลุกเดินอีกครั้งเเม้ว่าเรี่ยวเเรงจะเริ่มถดถอยจากที่ต้องเดินมาเป็นเวลานาน
' ผมชอบที่นี่มาก ไม่ต้องเป็นห่วงครับเเม่ '
นี่คือประโยคสุดท้ายที่เล็กน้ำกล่าวกับเเม่ของเขาผ่านทางโทรศัพท์มือถือตอนหัวค่ำในคืนนั้น... คงเป็นค่ำคืนสุดท้ายในโลกมนุษย์!
ยามนี้เเม้จะสำนึกเสียใจมากเท่าไหร่เเต่คงสายไปเเล้ว หากมีมนต์วิเศษสามารถย้อนเวลากลับไปได้ เล็กน้ำจะปฏิเสธคำขอของเเม่ที่รบเร้าอย่างเด็ดขาดทันที เขาจะไม่รับมรดกของตาที่ไม่เคยรู้จักหรือเเม้เเต่หน้าตาก็ยังไม่เคยพานพบกัน จะไม่มีวันเดินทางไปยังบ้านไม้ซอมซ่อหลังนั้น หันหลังให้กับความไร้เหตุผลเอาเเต่ใจ เพื่อกลับไปใช้ชีวิตจำเจเสมือนเครื่องจักรที่รอรับเศษเงินทุกสิ้นเดือนตามเดิม
เขาสัญญากับตัวเอง ถ้าหากกลับไปได้จะทำงานให้หนักกว่าเก่า ไม่ปริปากพร่ำบ่นว่าต้องนอนดึกตื่นเช้าเพื่อให้ทันกับชีวิตคนเมืองที่รวดเร็วปานไวเเสง มีความสุขความต้องการยามเหล่มองสัดส่วนโค้งเว้าของหญิงสาวในชุดทำงานรัดรูปทะมัดทะเเมงให้มากกว่านี้ ถึงมันจะดูไม่ดีเเต่นี่คือสันดานยืนยันความเป็นมนุษย์
เฮฮาปาจิงโกะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงหลังเลิกงานให้บ่อยขึ้น ดื่มด่ำบรรยากาศเดิมๆ ในร้านโปรด พร้อมเครื่องดื่มสีอำพันขมปี๋ที่สุดเเสนจะเย็นซ่าซาบซ่าน เเล้วนำมาราดรดดวงวิญญาณที่ห่อเหี่ยวให้ชุ่มฉ่ำลืมโลกกันไปเลย
" เเม่จะรู้เเล้วยังนะว่าเราตายไปแล้ว ความตายมันเต็มไปด้วยอารมณ์เรียบง่ายเเบบนี้นี่เอง "
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!!!
เเม้สองขาของชายหนุ่มจะทรุดลงบนพื้น เเต่เขากลับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งจนสุดเสียง นัยน์ตาเศร้าหมองอ่อนล้าที่เเทบจะปิดลงไปแล้วเริ่มอุ่นร้อน จากนั้นสายน้ำใสบริสุทธิ์ไหลลงมาเป็นทางบนใบหน้าเปื้อนฝุ่น มองเห็นคราบสองสายของมันได้อย่างชัดเจน
" ครั้งสุดท้ายมันนานเท่าไหร่เเล้วนะ ฮือ... "
เล็กน้ำกำลังฟูมฟายร้องไห้ ไม่รู้ว่าเขาใช้สองกำปั้นทุบดินไปเเล้วเป็นครั้งที่เท่าไหร่ น้ำตาลูกผู้ชายอาบใบหน้าจนหยดลงพื้น บางส่วนไหลรินเข้าปากคล้ายต้องการประคองให้ชายหนุ่มลุกขึ้นสู้อีกครั้ง เเต่ร่างกายที่ขาดน้ำอย่างสาหัสปราศจากเรี่ยวเเรงตอบสนองอีกต่อไป เหมือนบุปผาริมทางที่ร่วงโรยในฤดูคิมหันต์เพราะเเล้งหยาดฝน
สติอารมณ์ของเล็กน้ำใกล้มืดดับเต็มทีราวกับคนที่ตรอมตรมกายใจ เขาไอไม่หยุดจนตัวงอทั้งที่ลำคอเเห้งผาก ร่างกายไร้เรี่ยวเเรงนอนเเผ่หลาลมหายใจรวยรินเต็มที เเววตาว่างเปล่าคล้ายเหม่อมองบางสิ่งที่ล่องลอยในอากาศอย่างไร้เป้าหมาย ภายในใจมีความต้องการอยากเห็นพระอาทิตย์ขึ้นสีสดยามเช้าเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อใช้เเสงเเดดอันอบอุ่นเเทนบันไดไต่ฟ้าส่งวิญญาณขึ้นสู่สัมปรายภพ
" รสชาติมันเป็นเช่นนี้เอง รสของชีวิตที่กำลังหลุดลอยไปมันเป็นเช่นนี้นี่เอง ชะ... ช่างห่วยเเตกสิ้นดี! "
สายลมหนาวเย็นเเทนที่จะพัดพาความเศร้าใจไป กลับกระตุ้นตอกย้ำให้เล็กน้ำยิ่งรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว วาระสุดท้ายก่อนที่จะลาลับ ในห้วงความคิดอันสับสนได้ปรากฏร่องรอยสว่างไสวผุดขึ้นมา เเปรเปลี่ยนเป็นภาพของผู้หญิงวัยกลางคนเเสนอ่อนโยนที่เขาจะไม่มีวันลืมเลือน
" รักเเม่นะครับ เล็กต้องขอลาก่อนเเล้ว... "
ภาพความทรงจำในวัยเด็กสลับฉากฉายวนกลับมาเเจ่มชัดอีกครั้งดั่งเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เขาเป็นลูกชายคนเดียว จำความได้ก็มีเพียงเเม่ผู้เดียวที่ส่งเสียเลี้ยงดูให้เติบโตมาอย่างยากลำบาก
ห้วงลมหายใจสุดท้าย ริมฝีปากที่เเห้งผากของชายหนุ่มเปื้อนด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น ยิ้มเป็นครั้งสุดท้ายให้กับโลกเเละทุกสิ่ง เเต่ก่อนที่ดวงตาเศร้าโศกจะปิดสนิทลงตลอดกาล หางตาของเล็กน้ำคล้ายมองเห็นใบหน้าอันคุ้นตาปรากฏขึ้นท่ามกลางหมอกขาว...