บทที่ 21 คนที่จะอยู่เคียงข้างเขาคือฉัน
ลู่จั่นเหยียนมีสีหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและความโกรธเคือง เธอมองไปยังหลายคนในห้องประชุมที่กำลังตกตะลึงแล้วพูดขึ้นมาทันที
“ปิดประชุมค่ะ”
วันนี้เธอประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ของการมาบริษัทฉีแล้ว
“คุณหนูลู่คะ เมื่อครู่ฉันได้บันทึกเสียงตามที่คุณสั่งแล้วค่ะ”
เลขาออกมาจากห้องประชุมด้วยใบหน้าที่ไม่สามารถปิดบังความตื่นเต้นเอาไว้ได้เลย เพราะขนาดเธอยังแอบคิดว่าตอนนี้บริษัทลู่กำลังเผชิญกับวิกฤตอย่างหนักหน่วง
แต่ก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าคุณหนูลู่ของเธอจะได้หุ้นของบริษัทฉีมาอย่างน่าอัศจรรย์ และวันพรุ่งนี้ราคาหุ้นของบริษัทลู่จะต้องพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอน
แล้วแบบนี้ใครจะกล้าถอนหุ้นออกไปอีกล่ะ!?
“อืม…งั้นให้ฝ่ายสื่อจัดการข่าวนี้ให้ดี ส่วนฝ่ายหลักทรัพย์ก็ให้รวบรวมเงินทุนที่ใช้ได้ทั้งหมด แล้วหลังจากนั้นคุณไปติดต่อธนาคารที่เคยร่วมงานด้วยอีกสองสามแห่ง เราจะใช้โอกาสนี้ซื้อหุ้นบริษัทลู่กลับคืนมา”
ถ้าหากจะต้องเทียบกับความตื่นตระหนกเมื่อครู่ตอนอยู่ต่อหน้าฉีส่าวฉิงแล้ว ตอนนี้ลู่จั่นเหยียนกลับใจเย็นลงราวกับลูกธนูที่ยิงออกไปแล้วไม่มีทางหวนกลับคืน
หากข่าวที่เธอกลายเป็ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทฉีถูกเปิดเผยออกไป แทบไม่อยากจะจินตนาการว่าคนภายนอกจะวิจารณ์ตัวเธอและบริษัทลู่อย่างไรบ้าง
แต่…มันก็เป็วิธีเดียวที่จะช่วยบริษัทลู่เอาไว้ได้
“ได้ค่ะ”
ในเมื่อวิกฤตครั้งนี้ของบริษัทลู่มีวิธีแก้ไขแล้ว แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกขมขื่น
เดิมทีคิดไว้ว่าหลังจากหนึ่งเดือนผ่านพ้นไปจะตัดขาดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับฉีส่าวฉิงทันที แต่ตอนนี้พวกเขาทั้งคู่เหมือนถูกมัดติดกันอย่างแ่า และไม่รู้ว่าความพัวพันเช่นนี้จะดำเนินต่อไปอีกนานแค่ไหน
“คุณลงไปรอฉันข้างล่างก่อนได้เลย ฉันจะแวะเข้าห้องน้ำสักหน่อย”
“ค่ะ”
เลขายิ้มรับเล็กน้อยแล้วเดินเข้าลิฟต์ไปทันที ส่วนลู่จั่นเหยียนก็เลี้ยวเข้าห้องน้ำที่อยู่ด้านข้าง
ทว่าเมื่อเธอก้าวเท้าเข้าไปได้เพียงครู่เดียวกลับต้องพบร่างบางที่ยืนหันหลังให้ประตูทางเข้า จึงทำให้จั่นเหยียนชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย เพราะเบื้องหน้าเงาสะท้อนในกระจกปรากฏใบหน้าที่งดงามและสง่าผ่าเผยของเซี่ยงหว่าน
เซี่ยงหว่านก็เห็นเธอเช่นกัน จึงรีบปิดก๊อกน้ำแล้วหมุนตัวหันมายิ้มให้ อีกทั้งการแต่งหน้าที่อ่อนโยนและเหมาะสมกับรอยยิ้มมุมปาก ทำให้ดูเป็คนสวยไร้พิษภัย แม้แต่ชุดสูทสีม่วงอ่อนที่คนทั่วไปใส่แล้วดูจืดชืด แต่หญิงสาวคนนี้กลับใส่แล้วดูมีสไตล์เป็ของตัวเอง
“คุณลู่! ไม่คิดว่าเราจะได้พบกันอีกครั้งรวดเร็วแบบนี้เลยนะคะ”
ลู่จั่นเหยียนเหลือบมองป้ายชื่อบนอกเสื้อของเธอ และรู้สึกเจ็บแปลบราวกับโดนผึ้งต่อยตา
เพราะฉีส่าวฉิงพาเซี่ยงหว่านมาทำงานที่บริษัทฉี!
ลู่จั่นเหยียนเพิ่งทำให้เขาอับอายต่อหน้าผู้ถือหุ้นทั้งหมดโดยที่ไม่รู้เลยว่าเขาเตรียมวิธีโต้กลับไว้หมดแล้ว…
สมกับเป็ฉีส่าวฉิงจริง ๆ!
ลู่จั่นเหยียนรีบสงบสติอารมณ์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้นมา
“ที่นี่ไม่มีฉีส่าวฉิงแล้ว คุณเซี่ยงจำไม่ได้จริง ๆ เหรอคะ ว่าฉันเป็ใคร?”
วันนั้นที่ร้านอาหาร เธอจงใจทำเป็ไม่รู้จักฉันงั้นสินะ?
ผู้หญิงที่ไปมีความสัมพันธ์กับสามีของคนอื่นทันทีที่กลับมา แล้วจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าภรรยาของผู้ชายคนนั้นเป็ใคร?
“คุณดูเป็คนพูดตรงไปตรงมาดีนะ เอาละ ฉันยอมรับว่าฉันรู้มานานแล้วว่าคุณเป็ใคร เื่พวกนี้มันก็ไม่สำคัญเท่าไหร่นี่นา…”
“เพราะไม่ว่าคุณจะเป็คุณหนูลู่หรือคุณนายฉี… แต่ถ้าฉีส่าวฉิงรักฉัน แค่นั้นก็เพียงพอแล้วละ”
“ตอนฉันอยู่ต่างประเทศก็ยังเห็นข่าวซุบซิบเื่ส่าวฉิงกับผู้หญิงคนอื่นบ่อยมาก ถ้าอย่างนั้นฉันขออนุญาตพูดตรง ๆ เลยก็แล้วกัน…”
“ในสายตาของฉันทั้งคุณกับผู้หญิงพวกนั้นก็เหมือนกันทั้งหมดนั่นแหละ เป็แค่คนที่ผ่านเข้ามาแล้วเดี๋ยวก็ผ่านออกไป…”
“เพราะสุดท้ายคนที่จะอยู่เคียงข้างเขาทั้งชีวิตก็ยังเป็ฉันอยู่ดีค่ะ”
เซี่ยงหว่านยกยิ้มมุมปากที่ถูกแต่งเติมด้วยลิปสติกสีแดง ทว่ารอยยิ้มสง่างามนั้นกลับทำให้คำพูดที่ควรจะเป็ความหน้าด้านกลับกลายเป็การพูดความจริงอย่างตรงไปตรงมา จนลู่จั่นเหยียนแข็งทื่อไปทั้งตัว
คนที่ผ่านเข้ามาแล้วเดี๋ยวก็ผ่านออกไป?
ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมารวมถึงใบทะเบียนสมรสที่กฎหมายรับรอง…
แม้ว่าจะเป็เพียงแค่คนที่ผ่านเข้ามา แต่ก็ควรเป็คนที่ต้องสร้างความประทับใจให้แก่กันและกันสิ!
ลู่จั่นเหยียนกัดฟันกรอด ๆ ในทันที
“มั่นใจจริง ๆ เลยนะ?”
“คุณลู่พูดผิดแล้วละ เพราะความมั่นใจของผู้หญิงก็จะมาจากความรักของผู้ชาย และฉันก็แค่มั่นใจในความรักที่ส่าวฉิงมีให้ฉันเท่านั้น”
เมื่อเทียบกับผู้หญิงพวกนั้นที่โอ้อวดหรือะโด่าทอออกมา แต่เซี่ยงหว่านกลับยังคงมีเพียงรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งน้ำเสียงที่ถูกเอ่ยออกมาก็ยังคงความอ่อนโยนเช่นเคย
ทว่ากลับเป็ความอ่อนโยนราวกับเข็มทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของลู่จั่นเหยียน มันปักลึกเข้าไปจนเกือบจะขาดใจ แต่กลับไม่สามารถหยุดเอาไว้ได้
แน่นอนว่าเซี่ยงหว่านพูดไม่ผิดที่ว่าความมั่นใจของผู้หญิงมาจากความรักของผู้ชาย
เพราะลู่จั่นเหยียนยังเคยกล้าะโออกไปว่าครึ่งหนึ่งของวงการบันเทิงเป็ของตระกูลลู่ แต่กลับไม่เคยกล้าพูดว่าคนที่จะอยู่เคียงข้างฉีส่าวฉิงไปจนวันตายคือตัวเธอเอง
แม้ว่าเธอจะมีฐานะที่ดี การได้รับความรักและความห่วงใยจากคุณปู่ หรือการที่มีใบทะเบียนสมรสอยู่ในมือ…
ก็ไม่อาจเทียบได้กับการที่ฉีส่าวฉิงไม่เคยรักเธอเลย