ในเมื่อจนปัญญาหมดหนทางในการดิ้นรน เขาจึงนั่งสงบจิตสงบใจทำสมาธิสั่งสมพลังปราณมันเสียเลย คนในคุกหาอะไรทำแก้เบื่อเพื่อฆ่าเวลาเล่น เขานั่งฝึกสมาธิอยู่ในนั้น จะว่าทำสมาธิก็ไม่เชิง เหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่นเสียมากกว่า จู่ ๆ ภายในคุกก็แปรเปลี่ยนเป็สถานที่หนึ่ง
เบื้องหน้าที่มองเห็นเป็เหมือนกลุ่มหมอกสีเทา รายละเอียดตรงหน้าไม่ชัดเจนนักดูขมุกขมัวไปหมด ดรุณีน้อยนางหนึ่งในชุดสีชมพูอ่อน วิ่งผ่านร่างของเขาไปยังด้านหลัง ซิ่วอิงหันมองตามก็ได้เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังรีบร้อนทำการรักษาาแที่หัวเข่าให้เด็กอีกคนหนึ่ง
เด็กหนุ่มในวัยรุ่นราวคราวเดียวกับนาง แม้จะดูละอ่อนมากแต่คนที่ยืนมองกลับเดาออกว่านั่นคือสิงเทียนอย่างแน่นอน ส่วนเด็กหญิงในชุดชมพูก็คงเป็เหมยลี่อย่างไม่ต้องสงสัย และหลังจากทำแผลเสร็จพวกเขาก็วิ่งเล่นหยอกล้อมีความสุขกันต่อตามประสาเด็ก
เสี้ยววินาทีนั้นที่เขากำลังจ้องมองเด็กทั้งคู่วิ่งเล่นอย่างเพลิดเพลิน ด้านหลังซึ่งเป็ต้นไม้ใหญ่กลับรู้สึกว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ มันเป็ความรู้สึกคุ้นเคยที่เขาเองก็เดาไม่ออกว่าคืออะไร
ครั้นจะลองเดินไปดูให้แน่ใจ ฉากตรงหน้ากลับเปลี่ยนเสียก่อน เบื้องหน้าในขณะนี้มีเด็กหนุ่มรูปงามนั่งอยู่ในห้องส่วนตัว ตอนเป็เด็กยังพอเดาได้บ้างว่าคือใคร แต่เมื่อได้มาเห็นตอนวัยรุ่นขึ้นจึงยิ่งเดาได้ง่ายว่าคือสิงเทียนในวัยที่โตขึ้นมาอีกหน่อยนั่นเอง
เ้าตัวกำลังนั่งอ่านตำราในห้องของตนเอง แต่สีหน้าดูเ็ประคนหมองเศร้า ไม่รู้ด้วยเหตุอันใดเด็กหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลากลับแสดงสีหน้าเ็ปเช่นนั้นออกมา ซิ่วอิงยังไม่ทันเพ่งมองเขาให้หนำใจ ภาพตรงหน้าก็แปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง
ครานี้เป็สิงเทียนในวัยผู้ใหญ่ หรือจะเรียกว่าเป็วัยในปัจจุบันก็คงจะมิผิด เขานอนหลับอยู่บนเตียงใหญ่ พู่ห้อยสีทองพลิ้วไหวเบา ๆ ตามแรงลมยามราตรี
ซิ่วอิงลอบกลืนน้ำลายลงคอ ค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้คนที่กำลังนอนอยู่ ยิ่งได้มองให้ชัดถนัดตาก็ยิ่งเห็นรายละเอียดอย่างชัดเจน ทั้งขนตางามงอน ริมฝีปากบางได้รูป จมูกโด่งเป็สัน คิ้วเข้มยาวเรียงสวยเป็แนว
สิงเทียนนั้นถูกบรรยายรูปลักษณ์และความหล่อไว้ยาวเหยียด แต่ไม่ยักรู้ว่าเมื่อเขามีตัวตนจริง ๆ จะหล่อเหลาได้มากเพียงนี้ เบ้าหน้าฟ้าประทานราวกับเป็ลูกรักพระเ้า มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ
ซิ่วอิงเห็นอีกฝ่ายในยามตื่นเป็ส่วนใหญ่ แต่ยามนอนหลับกลับแทบไม่เคยเห็นสักครั้ง เพราะเมื่อไหร่ที่ต้องนอนร่วมห้อง เขาก็มักจะได้ลงไปนอนที่พื้นอยู่เสมอ จึงไม่มีโอกาสได้ลุกขึ้นมามองหน้าอีกฝ่ายให้ชัด แต่หนนี้นับว่าเป็บุญตาที่ได้เห็น ซ้ำอีกฝ่ายก็ไม่รู้ว่ากำลังถูกเขาเพ่งมองอยู่อีกด้วย
ซิ่วอิงนึกอยากลองทดสอบอะไรบางอย่าง จึงยื่นฝ่ามือไปตรงหน้าของอีกคน โบกไปมาเพื่อดูว่าสิงเทียนจะตื่นหรือไม่ แน่นอนว่าฝ่ายนั้นยังคงนอนหลับสนิท ไม่ได้รับรู้ถึงการมีตัวตนของเขาแม้แต่น้อย ซิ่วอิงนั่งลงที่ข้างเตียงพิจารณาคนบนนั้นอย่างถี่ถ้วนอีกครา ก่อนจะสังเกตเห็นควันสีเทาที่ลอยไปมาอยู่รอบตัวเอง
นี่คงเป็เศษเสี้ยวความทรงจำของสิงเทียน มันคือความรู้สึกในห้วงจิตใจของเขานี่เอง ในเนื้อหานิยายเคยกล่าวถึงอยู่บทหนึ่ง ความรู้สึกในห้วงจิตใจของสิงเทียนคือสิ่งที่เ้าตัวรู้สึกโหยหาและอยากทำให้สำเร็จดั่งใจ ซึ่งหลังจากเหมยลี่แต่งงานและร่วมหอกับสิงเทียน นางก็ได้ฝันและเข้าไปเห็นเศษเสี้ยวความทรงจำอันเ็ปของพระเอก
ต่อมาเหมยลี่จึงยิ่งรักและเอ็นดูเขา มอบความอบอุ่นที่เขาขาดหายไปในวัยเด็กแทนบิดามารดา แต่คงเพราะซิ่วอิงถ่ายลมปราณให้อีกฝ่ายมานาน ความทรงจำบางส่วนของสิงเทียนจึงแสดงให้เขาเห็นโดยไม่ได้ตั้งใจกระมัง หรือไม่ก็อาจเป็เพราะห้องบรรทมอยู่ใกล้คุกนี่ เขาจึงได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมความโหยหาของอีกฝ่ายก็เป็ได้
ซิ่วอิงเท้าคางมองหนุ่มหล่อตรงหน้า คนอะไรหนอช่างเลิศเลอเพอร์เฟกต์นัก เครื่องหน้าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ช่างน่าเสียดายที่ถูกกำหนดชะตาชีวิตให้ต้องมาตาย ไม่รู้ลูกหมีไปเอาพล็อตเื่แบบนี้มาจากไหน นำชีวิตของคนอื่นมาล้อเล่นจนน่าใจหาย เกิดมาไม่สมประกอบ ครอบครัวไม่รัก คนรักก็หายตัวไป ซ้ำยังมาถูกธาตุไฟครอบงำและโดนผู้อื่นสังหารอีก น่าเวทนาแท้
“ได้โปรด..” สิงเทียนที่นอนอยู่พึมพำออกมา
“หือ?” ซิ่วอิงตาโตรีบยืดตัวลุกขึ้น เขามั่นใจว่าเมื่อครู่มิได้หูฝาดแน่ สิงเทียนกำลังนอนละเมออย่างนั้นหรือ
“ได้โปรด…อย่าทิ้งข้าไป”
ครั้งนี้เขาได้ยินเต็มสองหู สิงเทียนคงจะกำลังฝันอะไรบางอย่างและละเมอเรียกหาใครสักคนแน่ ร่างงุ่มง่ามเดินเข้าไปใกล้ ก้มมองใบหน้าขาวนวลใต้แสงจันทร์นั่นอีกครั้ง หากแต่ครานี้คนบนเตียงมิได้พึมพำสิ่งใดออกมาอีก กลับขมวดคิ้วและหายใจขาด่ด้วยความรู้สึกไม่สบายตัวนัก
หยดน้ำตาสายหนึ่งไหลผ่านข้างแก้มตกลงที่หมอนจนเปียกเป็ดวง ซิ่วอิงนึกสงสารจนอยากกอดปลอบเขา แต่ติดที่มันไม่ใช่ของจริงเป็เพียงกลุ่มควันเท่านั้น หรือต่อให้เป็ของจริงเขาก็ไม่กล้ากอดอีกฝ่ายอยู่ดี หากเผลอทำเช่นนั้นมีหวังถูกตัดหัวไปอีกเจ็ดชั่วโคตรแน่
สิงเทียนหนอสิงเทียน ชีวิตในวัยเด็กคงจะขมขื่นมากเลยทีเดียว บิดามารดาทำให้เกิดมาแล้วไม่รับเลี้ยง นำเขาไปทิ้งขว้างให้ผู้อื่นดูแล ต่อให้เขาเติบโตมาจากตระกูลผู้ดีได้รับความอบอุ่นเหมือนเป็พ่อแม่แท้ ๆ แต่สุดท้ายความรู้สึกที่ได้รับมามันก็ขาดเขินอยู่ดี
หมอกสีเทาเริ่มสลายหายไปแล้ว ซิ่วอิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา เขาสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เพราะเมื่อครู่ต้องทนมองเด็กคนหนึ่งอยู่ในอาการเพ้อละเมออย่างน่าสงสาร เขาจึงอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ตาม หยดน้ำตาร่วงเผาะลงตามพื้นห้องก่อนที่เ้าตัวจะพยายามกลั้นเอาไว้ไม่ให้ร้องต่อ
“อาให้ตายสิ มาร้องไห้ตอนอายุปูนนี้เนี่ยนะเรา ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ”
เขาชันเข่าขึ้นมาและเอามือจับที่ข้อเท้าของตนเองอีกที หวังจะหาทางทำลายพันธนาการนี้ ทว่าโซ่ทองแดงที่ล่ามเอาไว้ก่อนหน้ากลับหลุดออกอย่างง่ายดายราวกับขาดด้วยตัวมันเอง
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? แค่เข้าไปในความทรงจำของพระเอก คงไม่มีอิทธิฤทธิ์ทำให้โซ่หลุดออกเองได้หรอกใช่ไหม ไม่มีทางเสียหรอก! ในนิยายต้นฉบับอธิบายไว้อย่างชัดเจน โซ่นี่ไม่สามารถใช้วิชาคาถาทำลายได้ เว้นเสียจากจะมีกุญแจมาไข
แต่แล้วใครจะกล้ามาไขกุญแจให้เขากัน ไม่กลัวถูกบั่นคอหรือไร คุกที่สกปรกและชื้นแฉะขนาดนี้ใครจะกล้าลักลอบเข้ามาช่วยเหลือได้ แต่ละคนที่อยู่นอกกำแพงนั่นมีแต่พวกผู้ดีตีนแดงทั้งนั้น จะมาใจดีปลดโซ่ให้คนเก็บขยะเช่นเขาได้อย่างไร
ช่างมันสิ! จะใครมาไขก็ไม่สำคัญแล้ว ตอนนี้ต้องรีบหนี ไม่รู้ผ่านไปกี่วันกี่คืนป่านนี้พระเอกจะเป็อย่างไรบ้างก็ไม่รู้
ซิ่วอิงเกาะผนังพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น เพราะนั่งอยู่ท่าเดิมมานานเลยขาอ่อนแรง ต้องรวบรวมพลังกายอยู่พักใหญ่จึงจะสามารถพาตัวเองออกจากคุกมาได้ เขาลอยละล่องอยู่เหนือตำหนักใหญ่ ค่อย ๆ หย่อนกายลงเหยียบกระเื้ัคา ดูจากสถานการณ์โดยรวมของวังแล้วช่างผิดวิสัย
ทั่วตำหนักมืดสนิทไร้แสงสว่าง โคมไฟหรือตะเกียงก็ไม่มีให้เห็นสักดวง ผู้คนไม่เห็นมาเดินเพ่นพ่าน กระทั่งเสียงนกร้องก็ยังไม่ได้ยินสักนิด ซิ่วอิงไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นเขาบินโฉบไปมาบนหลังคาบ้านหลายหลังอย่างเงียบเชียบ แต่กลับไปพบร่องรอยการอาศัยอยู่ของผู้คน
เมื่อไม่ได้ข้อมูลอะไรมาเลย เขาจึงขึ้นไปแอบบนต้นไม้ใหญ่ นั่งใช้ความคิดอยู่บนนั้นอย่างหนักหน่วง ติดอยู่ในคุกมากี่วันแล้วนะ ไม่สามารถคำนวนได้เลย แล้วสิงเทียนล่ะอยู่ที่ไหน แม่นางเหมยลี่ตัวปลอมนั่นอีกล่ะ เหตุใดทุกอย่างจึงดูเงียบสงัดถึงเพียงนี้
นั่งใจลอยได้ไม่นานนักแผ่นหลังของเขาก็รู้สึกเย็นวาบ
“อย่าส่งเสียง”
ประโยคปริศนาที่มาพร้อมกับของมีคมจ่อคอของเขาอยู่ ซิ่วอิงไม่ทันตั้งตัวจึงจำเป็ต้องเงียบปากตามคำสั่ง ในหัวคิดกลัวไปต่าง ๆ นา ๆ หรือคนที่อยู่ข้างหลังจะเป็สิงเทียนอย่างนั้นหรือ! เขามาตามจับฉันใช่ไหม เขาจะฆ่าฉันไหม! อ้ากกกก!
ชายที่ยืนประชิดอยู่ด้านหลังเอ่ยเสียงเบา “ตามข้ามา”
“อ่า ขอรับ”