“คุณแน่ใจนะว่าจะออกนอกเมือง?”
หลังจากตรวจสอบข้อมูลของหลี่ตู้ยามประจำเมืองหลานเฉิงก็เอ่ยถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ
นักเรียนมัธยมปลายเลเวล 10เพิ่งปลุกอาชีพได้ไม่นาน แต่กลับกล้าออกนอกเมืองแถมโรงเรียนยังอนุญาตอีกด้วย
ถึงจะรู้ว่าสัตว์อสูรใกล้เมืองหลานเฉิงไม่ได้แข็งแกร่งมากนักแต่ส่วนใหญ่ก็มีเลเวลประมาณ 15-20 ซึ่งสูงกว่าเขาอย่างน้อยห้าเลเวล
แต่ถึงอย่างนั้นเอกสารของหลี่ตู้ไม่มีปัญหา เขาจึงไม่มีเหตุผลอะไรต้องขัดขวาง
“ระวังตัวด้วยนะ ถ้าเจออันตรายก็รีบหนีกลับมา”
หลี่ตู้พยักหน้าตอบว่า“ขอบคุณที่เป็ห่วงครับ”
หลังจากนั้นเขาก็ออกจากเมืองหลานเฉิง
ว่าไปแล้วนี่เป็ครั้งแรกที่หลี่ตู้ออกนอกเมือง ั้แ่จำความได้เขาก็ไม่เคยออกไปไหนเลยเพราะคนธรรมดาไม่มีสิทธิ์ออกนอกเมือง เมื่อตอนเด็กเขามักจะเฝ้าฝันว่าโลกภายนอกเป็อย่างไรกันนะ
เมื่อหลี่ตู้ออกจากเมืองหลานเฉิงเขาก็พบว่าภายนอกนั้นเต็มไปด้วยความวังเวงและขมุกขมัว
ม่านหมอกที่หนาทึบทำให้เมืองหลานเฉิงค่อยๆ เลือนราง จนเห็นเพียงกำแพงเมืองที่ไม่ชัดเจนนัก
หากไม่มีป้ายบอกทางที่ผู้มีอาชีพระดับสูงทิ้งไว้หลี่ตู้คงจะหลงทางไปนานแล้ว
แต่หมอกไม่ได้บดบังทัศนวิสัยด้านหน้าอีกทั้งยังมีป้ายบอกทางอีกหลายป้ายนอกเมือง คอยชี้บอกทิศทาง
“โฮก โฮก!”
ทันใดนั้นหลี่ตู้ก็ได้ยินเสียงคำรามดังลั่น
เขารีบมองไปทางต้นเสียงก็เห็นสัตว์ประหลาดคล้ายโครงกระดูกกำลังส่งเสียงร้องแปลก ๆพร้อมกับพุ่งเข้ามาหาเขา
[ทหารโครงกระดูก] เลเวล: 15 ทหารโครงกระดูกธรรมดาที่ใช้กระดูกของมันฟาดทำลายศัตรูทุกสิ่งตรงหน้า
“พอออกมานอกเมือง สัตว์ประหลาดก็เลเวลสูงขึ้น ดูท่าจะรับมือยากขึ้น”
ขณะที่หลี่ตู้กำลังคิดอยู่นั้นทหารโครงกระดูกก็พุ่งเข้ามาแล้ว
มันถือกระดูกที่ยาวและแหลมคมไว้ในมือกวัดแกว่งไปข้างหน้าไม่หยุด
“กรงเล็บราชันย์หมาป่า!”
หลี่ตู้ใช้สกิลกรงเล็บราชันย์หมาป่าทันที
ไม่นานนักกรงเล็บทั้งสองก็ก่อตัวขึ้นบนสนับมือของหลี่ตู้ ก่อนจะฟาดลงบนร่างของโครงกระดูก
“แกร่ก”
กรงเล็บสร้างความเสียหายรุนแรงฟาดครั้งเดียวก็บดขยี้กระดูกของสัตว์ประหลาดพวกนั้นจนแหลกละเอียด
ทว่าทหารโครงกระดูกตัวนั้นก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์ เมื่อเห็นดังนั้นหลี่ตู้จึงฟาดกรงเล็บอีกครั้ง และเมื่อกระดูกส่วนมากแตกหักเสียหายทหารโครงกระดูกก็ล้มลงในที่สุด
[คุณสังหารทหารโครงกระดูก เนื่องจากสัตว์อสูรตัวนี้มีเลเวลสูงเกินไปคุณจึงได้รับอายุขัย 15 วัน! คุณได้รับค่าประสบการณ์ 450หน่วย]
“ได้รับอายุขัยตั้ง 15 วันเลยเหรอ”
หลี่ตู้รู้สึกทึ่งเล็กน้อย
ดูเหมือนว่าการสังหารสัตว์อสูรข้ามระดับจะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่ามาก แถมทหารโครงกระดูกตัวเดียวก็ยังให้ค่าประสบการณ์ถึง 450หน่วย ซึ่งมากกว่าหมาป่าถึง 45 เท่า!
“จากเลเวล 10 ไปเลเวล 11 ฉัน้าค่าประสบการณ์ประมาณ20,000 หน่วย ถ้าคำนวณจากทหารโครงกระดูกต้องฆ่าประมาณสี่สิบกว่าตัว”
เมื่อคิดถึงตรงนี้หลี่ตู้ก็เกิดแรงกระตุ้นอยากอยู่แถวนี้เพื่อสังหารทหารโครงกระดูกต่อ
แต่สุดท้ายก็ยับยั้งความอยากนั้นไว้เพราะจุดประสงค์ที่เขาออกมานอกเมืองไม่ใช่เพื่อเก็บเลเวล
หลี่ตู้เดินไปที่ซากโครงกระดูกแล้วใช้สกิลแยกไอเท็ม
[ขออภัย สกัดล้มเหลว]
เมื่อได้ยินเสียงนั้นหลี่ตู้ก็รู้สึกผิดหวังหน่อย ๆ แต่แค่โครงกระดูกตัวเดียว คงจะสกัดของดีอะไรไม่ได้หลังจากล้มเหลวั้แ่เริ่ม หลี่ตู้ก็ี้เีที่จะลองอีกครั้ง
หลังจากตรวจสอบป้ายบอกทางแล้วหลี่ตู้จึงเดินทางต่อ
เขา้าทำภารกิจให้สำเร็จโดยเร็วและไม่อยากเสียเวลา
ระหว่างทางหลี่ตู้ก็พบกับผู้มีอาชีพหลายคน พวกเขากำลังล่าสัตว์อสูรอยู่แถวชานเมืองบางคนถึงกับกางเต็นท์รออยู่หน้าประตูเคลื่อนย้ายหน้าดันเจี้ยนด้วยซ้ำ
แทบทุกคนนิ่งเงียบไม่พูดคุยกับใครอื่น
นอกเมืองเป็เขตที่ไม่มีการควบคุมดูแลที่แห่งนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้
ตลอดทางหลี่ตู้ก็เจอสัตว์อสูรมากมาย
สัตว์อสูรบางตัวเลเวลไม่ได้สูงนักประมาณเลเวล 15 หลี่ตู้ก็สังหารพวกมันได้อย่างง่ายดายส่วนตัวอื่น ๆ หลี่ตู้เลี่ยงได้ก็เลี่ยง
สกิลจู่โจมปลิดิญญาของเขาใช้ได้เพียงวันละครั้งหลี่ตู้จึงไม่อยากเสียมันไปโดยเปล่าประโยชน์
ในที่สุดหลี่ตู้ก็เดินออกมาพ้นชานเมือง และเข้าไปในป่าแห่งหนึ่ง
เมื่อผ่านป่าแห่งนี้ไปเหมืองร้างก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
แต่ตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว
“ดูท่าคงต้องพักค้างคืนแถวนี้”
หลี่ตู้มาถึงบริเวณที่โล่งในป่าแล้วหาฟืนมาก่อกองไฟ
ป่าในยามค่ำคืนนั้นอันตรายมากกองไฟต้องลุกไหม้ตลอดทั้งคืน สัตว์อสูรที่เลเวลไม่สูงนักพวกมันยังมีสัญชาตญาณของสัตว์ป่าอยู่หลายอย่าง เช่น กลัวไฟ
เมื่อไฟลุกโชนหลี่ตู้ก็หยิบเสบียงขนมปังกรอบจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋า
เมื่อกินเสร็จเขาก็ตั้งใจจะพักผ่อนต่อ
“โครก...โครก...”
เสียงที่เบามากแว่วมาเหมือนเสียงท้องร้องเพราะหิวมานาน
แม้จะเบามากแต่ก็ดึงดูดความสนใจของหลี่ตู้ได้ในทันที
“นั่นใคร?”
หลี่ตู้ะโไปยังทิศทางที่มาของเสียง
“อะแฮ่ม... ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะซ่อนตัวนะ”
ในตอนนั้นเองพลันปรากฏร่างหนึ่งเดินออกมาจากป่าที่รกทึบ
หญิงสาวคนหนึ่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกับหลี่ตู้ แต่งตัวธรรมดาเป็อย่างยิ่งใบหน้าและเสื้อผ้าสกปรกมอมแมม ราวกับตกลงไปในโคลน
เมื่อเดินออกมาเธอก็นั่งลงหน้ากองไฟด้วยท่าทางเป็กันเอง ก่อนจะพูดกับหลี่ตู้ว่า“พี่ชาย แบ่งเสบียงขนมปังกรอบให้ฉันชิ้นหนึ่งได้ไหม?”
หลี่ตู้เหลือบมองเธอแวบหนึ่งแม้ในใจจะรู้สึกระแวดระวังแต่ก็หยิบเสบียงขนมปังกรอบออกจากกระเป๋าให้เธอไปชิ้นหนึ่ง
เมื่อได้ขนมปังกรอบเธอก็แทะกินโดยไม่สนภาพลักษณ์ ราวกับคนอดอยากมานาน
“แค่กแค่ก...น้ำ! น้ำ! สำลักแล้ว”
หลี่ตู้ไม่มีทางเลือกจึงยื่นน้ำให้เธออีกขวดหนึ่ง
ขนมปังกรอบทั้งชิ้นถูกเธอสวาปามลงท้องไปอย่างรวดเร็วเธอมองหลี่ตู้ด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความหวังอีกครั้ง
หลี่ตู้ทำได้เพียงหยิบออกมาให้อีกชิ้นแล้วเธอก็รีบยัดเข้าปากทั้งหมดอีกเช่นเคย
สุดท้ายกินไปทั้งหมดสี่ชิ้นด้วยกันและเธอก็หยุด
“เฮ้อ...อิ่มแปล้เลย ขอบคุณมากนะพี่ชาย ฉันอดอาหารมาหลายวันแล้ว”
ตอนนี้หลี่ตู้จึงเอ่ยถาม “งั้นเธอบอกฉันได้หรือยังว่าเธอเป็ใครทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?”
เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าของหญิงสาวก็ฉายแววความแค้น แต่เธอก็รีบปกปิดมันอย่างรวดเร็ว
“ไม่มีอะไรหรอก...ฉันแค่ออกมาล่าสัตว์อสูรนอกเมืองแล้วบังเอิญพลาดท่าเท่านั้นเอง”
“เธอกำลังโกหก”
หญิงสาวกะพริบตามองหลี่ตู้ด้วยแววตาใสซื่อ
“สีหน้าของเธอไม่ค่อยดีเลยนะ”
“ว้าว!” หญิงสาวแสร้งทำสีหน้าแปลกใจ “พี่ชายช่างสังเกตมาก คุณเป็นักสืบเหรอคะ?”
เมื่อเห็นว่าหลี่ตู้ยังจ้องมองมาที่เธอหญิงสาวก็ยอมแพ้ในที่สุด
“ก็ได้ ก็ได้ ฉันจะบอก นายนี่ไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย”
“ฉันชื่อจงเฉี่ยนเยวี่ย อาชีพนักล่าเงา เลเวล 17 อาชีพพิเศษเื่ที่ว่าทำไมฉันถึงเป็แบบนี้...อืม สถานการณ์มันพูดยากน่ะว่าแต่พี่ชายชื่ออะไร”
“หลี่ตู้”
“ซวบ ซวบ”
ในขณะนั้นเสียงฝีเท้าหลายคนกำลังใกล้เข้ามาสีหน้าของจงเฉี่ยนเยวี่ยก็เปลี่ยนเป็เ็าทันที
เธอกระซิบเบาๆ“ฉันต้องไปแล้วพี่ชาย ขอบคุณสำหรับอาหารนะ ฉันจะจำนายไว้”
พูดจบเธอก็ร่ายสกิลหนึ่ง และร่างกายก็ค่อย ๆ เลือนหายไปราวกับหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับร่มเงา
หลังจากนั้นหลี่ตู้เพียงรู้สึกว่าเธอแวบผ่านไป แล้วก็มองไม่เห็นเงาของเธออีก
“ฉึก ฉึก ฉึก!”
ในเวลาเดียวกันนั้นลูกธนูหลายดอกก็พุ่งมาตกใกล้ ๆ กับหลี่ตู้
หลี่ตู้รีบหลบหลีกแต่ลูกธนูเร็วกว่ามาก จึงทำให้หลี่ตู้ได้รับาเ็เล็กน้อย
[คุณถูกลูกธนูเฉี่ยว พลังชีวิต -18 หน่วย]