เมื่อพวกเขาจากไปซินกังก็มองตั๋วเงินในมือของซินหยางเฟิ่งอย่างตื่นเต้นแม้เขาจะไม่เคยเห็นตั๋วเงินของจริง แต่เขาก็รู้คุณค่าของมันเงินสองร้อยตำลึงเป็จำนวนที่เขาไม่เคยฝันถึงว่าจะได้เห็นซินหยางเฟิ่งส่งตั๋วเงินให้เขา
“อยากดูหรือ เอาไปสิ”ซินหยางเฟิ่งยื่นตั๋วเงินให้ซินกัง
ซินกังส่ายหน้า “ไม่ ข้ากลัวทำขาดเอาไว้ที่เ้าน่ะปลอดภัยแล้ว”
สองร้อยตำลึงเชียวนะหากเขาตื่นเต้นเกินไปจนทำมันขาดหรือสูญหาย เขาต้องเสียใจจนตายแน่
ซินหยางเฟิ่งอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปากขึ้นเขารอบนี้นางเก็บเกี่ยวได้ไม่น้อยเลย ได้ทั้งเงินได้ทั้งหมูป่า
หลังจากเก็บหมูป่าเข้าชิปมิติ ทั้งสองคนก็เดินลงจากเขาเมื่อใกล้ถึงหมู่บ้าน ซินกังนำตะกร้าที่มีผักป่ามาสะพายหลังซินหยางเฟิ่งแขวนกระบอกธนูพาดไหล่ ในมือข้างหนึ่งถือคันธนูจากนั้นนำหมูป่าออกมาแล้วทั้งสองก็ใช้ท่อนไม้มาสอดแล้วช่วยกันหามเมื่อชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาเห็นเข้า ต่างก็ตื่นเต้นแล้วพากันเดินเข้ามาถาม
“นี่ นี่มันหมูป่านี่ พวกเ้าล่ามาได้อย่างไรหรือ”
ซินกังไม่ตอบ เพียงยิ้มฝืนๆ ให้คนถามแต่นางอี้ก็ยังตื๊อถามไม่เลิก
“นี่ เ้าบอกหน่อยไม่ได้หรือหรือว่าเ้ากลัวว่าข้าจะแย่งวิธีหากินของเ้า”
นางเจาไม่รอให้ซินกังตอบ รีบพูดแทรกขึ้นมาทันที“จะอะไรเสียอีกเล่า พวกเขาก็คงบังเอิญโชคดีเจอหมูป่าตายหรือไม่มันก็เดินไม่ไหวใกล้ตายอยู่ก่อนแล้วนั่นแหละ ไม่เช่นนั้นแล้วเด็กๆพวกนี้จะล่ามันมาได้อย่างไรเล่า”
“เ้าหุบปากไปเลย ข้าถามพวกเขา ไม่ได้ถามเ้า”นางอี้ตวาดแว้ดเสียงดัง
“เฮอะ ถึงพวกเขาไม่พูดแต่คำตอบมันก็คงเป็เช่นที่ข้าเดานั่นแหละ ถ้าเด็กพวกนี้ล่าหมูป่าเป็แล้วจะปล่อยให้ตัวเองอดอยากมาจนถึงทุกวันนี้หรือ” นางเจาเหยียดปากแล้วลอยหน้าลอยตาพูด
แม้นางอี้จะไม่พอใจนางเจาที่พูดแทรก แต่เมื่อคิดตามก็รู้สึกว่าจริงเพราะหากครอบครัวซินล่าสัตว์เป็ก็คงไม่อดอยากยากแค้นจนถึงทุกวันนี้
ชาวบ้านที่ยืนอยู่บริเวณนั้นอีกสองสามคนก็พูดแสดงความเห็นบ้างเช่นกัน
“อ้อ มิน่าเล่า ข้าก็ว่าอยู่เพราะข้าไม่เคยเห็นพวกเขาล่าสัตว์มาก่อน”
“ก็ไม่แน่นะได้ยินมาว่าแม่เด็กหยางเฟิ่งเคยอยู่จวนเ้าใหญ่นายโตในเมืองหลวงเห็นแม่เฒ่ามู่พูดอวดหลานสาวอยู่ว่านางต่อสู้เป็ ฝึกซ้อมทุกวันไม่แน่ว่านางอาจจะล่าหมูป่าเป็ก็ได้”
“โฮ้ย เ้าเชื่อหรือ นางเป็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆเพิ่งจะปักปิ่นเอง จะมีปัญญาไปล่าหมูป่าได้เช่นไร เชื่อก็บ้าแล้ว”
“เ้านี่ไม่รู้อะไรข้าเคยเห็นนางไปซ้อมยิงธนูทีู่เาอยู่บ่อยๆ ก็เป็ไปได้เช่นกันนะที่นางจะยิงหมูป่าได้น่ะ ดูในมือนางสิ ยังถือธนูอยู่เลย”
“แหม ถ้าหมูป่าล่าได้ง่ายปานนั้นป่านนี้ชาวบ้านอย่างเราๆ ก็คงไม่ต้องกินแต่ผักป่าจนหน้าเขียวหรอก”
ซินกังและซินหยางเฟิ่งยังไม่ทันได้พูดอะไรเหล่าชาวบ้านก็ส่งเสียงเอะอะถกเถียงกันไม่หยุดเสียแล้วทั้งสองคนไม่อยากฟังจึงหามหมูป่าเดินต่อ ปล่อยให้พวกเขาเถียงกันต่อไป
เมื่อเห็นว่าซินกังและซินหยางเฟิ่งเดินหนีไปเสียแล้วนางเจารีบะโ
“นี่ เดี๋ยวก่อนสิ หมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้พวกเ้าตัดแบ่งให้พวกเราบ้างได้หรือไม่”
ซินหยางเฟิ่งหยุดเดิน แล้วหันไปพูดกับนางเจา “ได้สิไม่มีปัญหา แต่ท่านต้องไปซื้อที่บ้านข้านะจะให้ข้าหยุดขายท่านตรงนี้ก็คงไม่เหมาะกระมัง”
นางเจาชักสีหน้าไม่พอใจ “เ้าหมายความว่าอย่างไรเ้าเข้าใจผิดแล้ว ที่ข้าบอกให้แบ่ง ก็คือแบ่งเนื้อหมูป่าให้พวกข้าโดยไม่คิดเงินสิพวกเราอยู่หมู่บ้านเดียวกันแท้ๆ เรามีอะไรก็ควรจะแบ่งๆกันไม่ใช่หรือจะมาพูดเื่ซื้อๆ ขายๆ ไปทำไม”
ซินหยางเฟิ่งได้ฟังถึงกับปากกระตุก นางเคยเจอคนหน้าด้านแต่คนหน้าด้านขนาดนี้นางยังไม่เคยเจอ นางปากยิ้ม ตาไม่ยิ้ม วางหมูป่าลงจากบ่าแล้วพูด
“หึหึ ท่านช่างหน้าใหญ่เสียจริงหมายความว่าท่านอยากได้หมูป่าของข้า แต่ไม่้าจะจ่ายเงินแลกใช่หรือไม่”
นางเจาเห็นสายตาของซินหยางเฟิ่งก็รู้สึกหนาวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็คิดว่านางแค่คิดไปเองจากนั้นก็พยักหน้ารับ “ใช่ ข้าหมายความเช่นนั้นแหละ เ้าก็ดูสิหมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้ ดูแล้วคงจะหนักมากกว่าห้าร้อยจินแน่ๆพวกเราแค่ไม่กี่คนจะแบ่งไปได้มากมายสักเท่าไรกันเชียวเ้าจำเป็ต้องพูดเื่ซื้อขายด้วยหรือ พวกเราคนหมู่บ้านเดียวกันนะก็ต้องดูแลกันและกันสิ ใช่หรือไม่พวกเรา”
นางเจาพูดกับซินหยางเฟิ่งแล้วหันไปถามความเห็นจากชาวบ้านคนอื่นๆนางมั่นใจว่าทุกคนจะต้องเห็นด้วยกับนางเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันเพราะหากพวกนางช่วยกันกดดันซินหยางเฟิ่งและซินกังต้องยินยอมแบ่งเนื้อหมูป่าให้อย่างแน่นอนแม้จะไม่เต็มใจก็ตาม
มีชาวบ้านคนหนึ่งยกมือเห็นด้วยแต่อีกสามคนมองพวกนางสองคนด้วยสีหน้าแปลกๆ
ชาวบ้านคนหนึ่งไม่เห็นด้วยพูดขึ้น
“ไม่เหมาะกระมัง เด็กสองคนนี้หาหมูป่าได้หมูป่าก็ควรเป็ของพวกเขา หากใครอยากได้ก็ควรจ่ายเงินซื้อ”
ซินหยางเฟิ่งเลิกคิ้วมองชาวบ้านที่พูดคัดค้านนางเจาและคิดว่าแม้ในหมู่บ้านนี้จะมีคนน่ารำคาญ แต่คนดีๆ มีเหตุผล ก็มีเช่นกัน
นางอี้พูดขึ้นบ้าง “ใช่ๆหากเ้าบอกว่ามีอะไรก็ต้องแบ่งปันกันเมื่อห้าวันก่อนข้าเห็นสามีเ้าจับกระต่ายตัวใหญ่ได้ตั้งสามตัวไม่เห็นเ้าจะแบ่งกระต่ายให้พวกข้าบ้างเลยเล่าทำไมวันนี้เ้าอยากให้พวกเขาแบ่งเนื้อให้เ้าเสียแล้ว”
นางเฉินผู้ที่เห็นด้วยกับนางเจารู้สึกอับอายแต่ก็ยังพูดแก้ตัว “กระต่ายตัวแค่นั้นจะแบ่งได้อย่างไร ไม่พออุดร่องฟันหรอก”
ชาวบ้านอีกคนอุทาน เพราะเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้
“เอ๊ะ พอพูดถึงสามีเ้า ข้าก็นึกได้เมื่อไม่ถึงสองเดือนก่อนหน้า เขาก็ล่ากวางมาได้ตัวหนึ่งนะ ข้าจำได้ดีเชียวละเพราะข้าขึ้นเกวียนพร้อมเขา เขายังบอกอยู่เลยว่าจะเอากวางไปขายที่ตลาด”
ทุกคนหันไปมองหน้านางเฉินเพราะนางเห็นด้วยว่าควรแบ่งเนื้อโดยไม่ต้องจ่ายเงินแต่เมื่อเื่ย้อนกลับมาเป็ตัวนางเอง นางก็ไม่ได้แบ่งให้ใครเช่นกัน
นางเฉินหน้าเดี๋ยวซีดเดียวแดงด้วยความอับอาย นางเม้มปากก้มหน้าลง อยากแทรกหน้าลงในรอยแยกบนพื้นหากทำได้
ซินหยางเฟิ่งยิ้มเยาะ แล้วหันไปกล่าวกับนางเจา
“ในเมื่อมันไม่ได้เป็กฎเพราะคนอื่นก็ไม่ได้แบ่งเนื้อให้คนในหมู่บ้านเช่นกันเช่นนั้นก็คงไม่ต้องมาพูดเื่ขอแบ่งเนื้อโดยไม่จ่ายเงินกับข้าอีก”
นางเจาอับอาย โกรธจนรูจมูกขยับ นางไม่อยากเสียหน้าจึงพูดเถียงข้างๆคูๆ
“มันก็แค่หมูป่าที่พวกเ้าบังเอิญโชคดีเก็บได้แล้วทำไมเ้าจะต้องมาคิดเงินกับพวกข้าด้วย”
ซินกังอยากจะอธิบายว่าหมูป่าตัวนี้พวกเขาล่ามาไม่ใช่บังเอิญเก็บได้อย่างที่พวกนางเข้าใจแต่ซินหยางเฟิ่งกระตุกแขนเสื้อของเขาไม่ให้พูดเด็กหนุ่มจึงได้แต่อ้าปากแล้วก็หุบปาก
ซินหยางเฟิ่ง “ใครบอกว่าพวกข้าเก็บได้และถึงข้าจะเก็บได้จริง ข้าก็เป็คนเก็บมันมา เกี่ยวอะไรกับท่านด้วย”
นางเจา “เ้า เ้า นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมพูดจาไม่รู้จักเด็ก ไม่รู้จักผู้ใหญ่ ไหนใครๆก็บอกว่าเ้าถูกเลี้ยงดูมาจากขุนนางใหญ่ในเมืองหลวง พวกเขาสอนเ้าเช่นนี้หรือ”
ซินหยางเฟิ่งพยักหน้าเต็มแรง พูดด้วยใบหน้าจริงจัง“ใช่! พวกเขาสอนข้าว่า หากเจอคนเห็นแก่ตัว ไม่มีเหตุผล ให้สั่งสอนได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ถ้าไม่เห็นเืห้ามหยุด ท่านก็ดูเ้าหมูตัวนี้เถิดที่มันต้องมานอนให้ข้าหาม ก็เพราะมันไม่มีเหตุผลกับข้าเช่นกัน มันบังอาจวิ่งใส่ข้า”
คำสั่งสอนของขุนนางใหญ่ในเมืองหลวงช่างน่ากลัวจริงๆนางเจาคิด สายตามองเืบนหลังคอและบนตัวของหมูป่า แล้วถึงกับหน้าซีดปากสั่นรีบหันหลังเดินกลับบ้านทันที ได้ยินเสียงนางพูดทั้งที่ไม่หันหน้ากลับมา
“ข้าจำได้ว่าตากผ้าไว้ นี่ก็ใกล้เวลาเก็บผ้าแล้วข้าไปละ”
“เอ่อ ข้าก็ได้เวลาไปเตรียมอาหารเย็นแล้วเช่นกัน”นางเฉินหันไปพูดกับชาวบ้านคนอื่นๆ แล้วรีบวิ่งออกไปเช่นกัน
ซินหยางเฟิ่งมองตามแผ่นหลังของนางเจา แสยะยิ้มมุมปากจากนั้นหันไปพูดกับชาวบ้านสามคนที่ไม่เห็นด้วยกับนางเจาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“หากพวกท่าน้าแบ่งซื้อเนื้อหมูป่าพวกท่านก็ไปซื้อที่บ้านข้าได้นะเ้าคะ ข้าขายราคาต่ำกว่าที่ตลาด ท่านบอกคนอื่นๆที่อยากซื้อด้วยก็ได้”
นางอี้ “ตกลง ข้าจะบอกพวกเขาให้”
หลังจากนั้นซินหยางเฟิ่งกับซินกังก็แบกหมูป่ากลับบ้าน