Secret of Justice รัฐคลั่ง คนอำมหิต

    ตอนที่ 6 หนึ่งก้าวหนึ่งขั้นบันได (แก้คำผิด)


    หลังจากเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นหน้าบ้านสิน ทางตำรวจก็เข้มงวดกับคดีของสินมากขึ้น ส่วนหมอกหลังจากที่เขาพักให้หายจากอาการบาดเจ็บและความเหนื่อยล้าจากการไปตะลุมบอนมา นี่ก็ผ่านไปวันหนึ่งแล้วที่เขายังไม่ได้เจอกับลุงของเขา เขาคิดว่าคงไม่รอดจากการโดนเทศนาแน่ๆ เขาตัดสินใจคืนรถมอเตอร์ไซค์กับพ่อและแม่ของสิน และเขาก็เดินไปดูอาการเพื่อนของสินอีกคนที่เหลืออยู่คือ ฟ้า
    พอหมอกและฟ้าได้คุยกัน หมอกถึงรู้ว่าหลังจากผ่านงานศพของสินมาแล้วฟ้าเองก็อาการไม่ดีนัก ทั้งเขาและเธอต่างหยุดเรียนไปเกือบสัปดาห์หนึ่งแล้ว หลังจากงานศพสภาพจิตใจเธอยิ่งแย่ลง หมอกเลยพาเธอออกมานั่งม้านั่งนอกบ้าน
    "เหมือนที่ผ่านมาเรายุ่งๆ กันนะ ทั้งที่เจอกันที่งานศพแต่เหมือนไม่ได้คุยกัน" ฟ้าพูด"นั่นสินะ เราทั้งคู่เหนื่อยจนไม่มีเวลาได้คุยกันเลย""แล้วมีอะไรเหรอ ที่มาหาวันนี้""ว่าจะพากลับไปเรียน ยังไงการออกมาเจอคนอื่นน่าจะช่วยอะไรให้ดีขึ้น""เรื่องนั้นฉันกำลังจะตัดสินใจอยู่ ฉันว่าฉันจะลาออกนะ""..." หมอกถึงกับอึ้งกับคำตอบของฟ้า จนเขาไม่ทันได้พูดอะไรกลับไป"ไม่ต้องห่วง พอฉันเห็นสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับสินแล้ว มันแค่ทำให้ฉันตัดสินใจได้ว่าฉันอยากไปเรียนกฎหมาย" ฟ้าเห็นท่าทีของหมอกเธอเลยเริ่มอธิบาย"ถ้าเธอตัดสินใจแล้ว ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร... สู้ๆ นะ เธอน่าจะเป็นคนใช้กฎหมายในทางที่ดีได้แน่" หมอกตอบกลับไป"ฮ่า ฮ่า ขอบคุณ ฉันจะพยายาม" ฟ้าพูด
    ทั้งคู่แยกย้าย หมอกเดินไปหาวินมอเตอร์ไซค์เพื่อขึ้นรถกลับไปบ้านของเขา เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเข้าบ้าน ลุงของเขายังไม่กลับมา เขาเลยขึ้นไปบนห้องของตัวเองเพื่อนอนพัก เขานอนอยู่นิ่งๆ คนเดียว คิดเรื่องที่ฟ้าอยากจะเรียนกฎหมาย สำหรับเขาแล้ว มันเป็นเรื่องที่เขาไม่ค่อยเชื่อใจในระบบพวกนั้นนัก แม้มันจะเป็นเรื่องขัดแย้งที่ว่าเขาไม่เชื่อมั่นในมัน แต่เขาก็ยังต้องการมันเพื่อเอาผิดคนที่ฆ่าพ่อกับแม่ของเขา หมอกดำดิ่งสู่ห้วงความคิดของเขายิ่งลึกยิ่งเศร้าหมอง ยิ่งดำดิ่งลงไปยิ่งโกรธเกรี้ยว ก่อนที่เขาจะหลับลง กว่าจะรู้ตัวเขาก็ตื่นเพราะได้ยินเสียงรถขับเข้าบ้าน เขาเดินลงมาดูตามเสียงก่อนจะรู้ตัวว่าตอนนี้ดึกแล้ว เขาเห็นลุงของเขาเก็บของต่างๆ ลงจากรถกระบะ พร้อมกับถาดขนาดใหญ่ที่เหลือผัดกะเพราที่ขายไม่หมด เขาเพิ่งรู้ตัวว่าลุงของเขาไปขายอาหารมา เขานึกมาตลอดว่าลุงแค่ขายข่าวและทำงานกับทไวท์
    "อ่า กินอะไรไปหรือยัง" ลุงถามเขา"ยังเลยครับ" หมอกตอบกลับ แม้เขาจะรู้ดีว่าคงไม่แคล้วต้องกินผัดกะเพราที่ขายไม่หมดนั้นแน่ๆ
    ทั้งสองคนกินข้าวพร้อมกัน ก่อนที่ลุงของเขาจะเริ่มเก็บจานไปล้างพร้อมกับล้างอุปกรณ์ที่ใส่อาหารไปขายของวันนี้ หมอกไม่ได้ลุกกลับขึ้นไปบนห้อง เขาคิดว่าลุงคงอยากคุยกับเขา
    "ลุงรู้ว่าแกไปทำอะไรมา ลุงคงไม่บอกว่าสิ่งที่แกทำมันถูก แต่ย่างน้อยแกก็ยังไม่ได้ฆ่าใครตามกฎข้อแรกที่เราตั้งกันไว้" แสงพูดพร้อมกับล้างจานไปด้วย"ครับ... แล้วลุงไปเจอลุงชาติมาได้อะไรกลับมาบ้างไหม" หมอกถาม"ไม่มาก เหมือนข้อมูลจากทางทไวท์น่าจะมีผลประโยชน์กว่า" แสงตอบกลับ"แล้วลุงจะทำยังไงต่อ""จริงๆ ก็พอรู้แล้วว่าต้องไปคุยกับใคร คิดว่าอีกวันสองวันคงต้องไปต่างเมืองอีก" แสงอธิบาย"ให้ผมไปด้วยได้ไหม" หมอกถาม"หลังจากที่แกไปก่อเรื่องมาน่ะเหรอ... ไม่ล่ะ" แสงตอบกลับ"..." หมอกไม่ได้ตอบอะไรกลับ"ลุงมีเรื่องให้แกไปทำสามอย่าง" แสงล้างมือก่อนจะเช็ดกับผ้าแห้ง เขาเดินไปหยิบซองใสขนาดเล็กออกมาหนึ่งซอง ในนั้นมีเม็ดยาประมาณ 5 เม็ด ไม่ต่างจากวิตามิน เขาเอาให้หมอกก่อนจะเริ่มอธิบายต่อ"ระหว่างทางไปหาชาติลุงเจอเรื่องวุ่นวายเข้า ตอนแรกลุงคิดว่าเป็นแค่เรื่องเด็กทะเลาะกันเลยเข้าไปช่วย" แสงพูด"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับวิตามินนี่ล่ะลุง" หมอกถาม"นั่นไม่ใช่วิตามิน นั่นมันยาบ้า" แสงตอบกลับพร้อมกับยืนกอดอก"เวร" หมอกตะลึงกับสิ่งที่ลุงบอกเขา แถมลุงยังยื่นให้เขาหน้าตาเฉย"หลังจากที่ฉันช่วยเด็กคนหนึ่งไว้ได้ พร้อมส่งเด็กคนนั้นแล้วฉันคิดว่ามีบางอย่างแปลกๆ เลยกลับไปหากลุ่มเด็กที่เหลือ แล้วก็เจอไอ้นั่นแหละ" แสงพูด"แล้วลุงจะให้ผมทำอะไรกับมันล่ะ" หมอกถาม"เอาไปให้ทไวท์ แล้วบอกให้ทไวท์ช่วยสืบข่าวหาให้ทีว่าใครเป็นคนปล่อยยาพวกนี้" แสงพูด"ไว้ใจทไวท์ได้เหรอ นี่มันยาบ้านะ ให้ตำรวจจัดการไม่ดีกว่าหรือไง" หมอกแย้ง"ไว้ใจทไวท์ได้ โดยเฉพาะเรื่องนี้เขารังเกียจมันยิ่งกว่าอะไร" แสงตอบ"แล้วอีกสองเรื่องล่ะ" หมอกถาม"ลุงจะให้แกไปฝึกสู้จริงในกลุ่มนี้" แสงพูดพร้อมกับเดินไปหยิบกระดาษกับปากกามาเขียนบางอย่างให้หมอก"MMA fight club" หมอกดูกระดาษที่เขียนแผนที่ ก่อนที่เขาจะเผลอพูดชื่อออกมา"จากที่แกไปก่อเรื่องมา น่าจะรู้แล้วว่ายังมีคนอีกหลายคนที่ฝึกศิลปะการต่อสู้ มันจะดีกับแกมากกว่าถ้าแกได้ประสบการณ์ต่อสู้ที่หลากหลาย" แสงพูด"...." หมอกพยักหน้ารับเขาเข้าใจทันที ครั้งก่อนโชคดีที่คู่ต่อสู้ของเขาใช้มวยไทยกับมวยสากลที่เป็นอะไรที่เขาคุ้นเคย ถ้าเขาเจอศิลปะการต่อสู้แบบอื่นสถานการณ์อาจแย่กว่าเดิม พอคิดดูแล้วเขาค่อนข้างเสี่ยงมากๆ ที่เดินเข้าไปหาเรื่องคนเกือบ 20 คน โชคดีที่มีแค่คนเดียวที่มียุทธวิธีต่อสู้"แกน่าจะรู้แล้วว่าในการต่อสู้จริงๆ มันอาจไม่เหมือนกับเวลาไปต่อสู้ที่มีกฎชัดเจน แต่มันก็ยังเป็นประสบการณ์ที่ดีที่แกควรมีติดตัวไว้" แสงหันกลับไปล้างจานต่อ"แล้วเรื่องสุดท้ายล่ะลุง" หมอกถามอีกครั้ง"ก็กลับไปเรียนซะ ช่วงที่ผ่านมามันค่อนข้างวุ่นวายก็จริง แต่ยังไงแกก็ต้องไปเรียน" แสงพูดจบเขาก็ล้างจานต่อแล้วไม่ได้พูดอะไรอีก"ครับ" หมอกตอบกลับก่อนจะเดินขึ้นห้องของเขา เขาคิดว่าจะโดนเทศนามากกว่านี้แต่ผิดคาด แถมยังมีเรื่องยาเสพติดนี้อีก เขารู้สึกเวียนหัวกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ก็ได้แต่ปล่อยให้เลยตามเลย
    เช้าวันต่อมา
    หมอกไปเรียนตามปกติ ก่อนที่เขาจะกลับบ้านและนำยาเสพติดไปให้ทไวท์ ทไวท์เข้าใจและรับยาไว้กับตัว ก่อนที่ทไวท์จะโยนกุญแจพวงหนึ่งให้หมอก เป็นกุญแจรถมอเตอร์ไซค์แม่บ้านที่มีตะกร้าติดอยู่หน้ารถพร้อมกับใบขับขี่ปลอม ทไวท์บอกว่าลุงของหมอกให้เขาหามอเตอร์ไซค์มือสองมาให้หมอกใช้ไปโรงเรียนและใช้เวลาไปทำธุระ หมอกรับของทั้งสองอย่างไว้ ก่อนที่เขาจะขับรถมอเตอร์ไซค์แม่บ้านของเขาไป MMA fight club ตามที่อยู่ที่ลุงเขียนให้ พอเขามาถึงคลับเขาจอดรถ แต่พอไปเทียบกับรถของคนอื่นในคลับเขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองมาผิดที่ผิดทาง
    เขายังเดินเข้าไปในคลับ ก่อนจะเห็นบรรยากาศไม่ต่างจากค่ายมวย ทุกคนฝึกและแลกเปลี่ยนวิธีการฝึกกัน และมีบางคนที่กำลังสวมเครื่องป้องกันและชกกันบนเวที ก่อนที่จะมีคนสังเกตเห็นหมอกและเดินเข้ามาทักทาย หมอกบอกเขาไปว่าลุงของเขาแนะนำมา ก่อนที่คนที่เข้ามาทักทายจะเรียกคนอีกคนมาหาเขา
    "นายเองเหรอหลานของแสง" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินมาหาหมอก"ครับ รบกวนด้วยนะครับ" หมอกทักทายและตอบกลับ"แสงติดต่อมาบอกฉันไว้แล้ว เรียกฉันว่า ลุงทราย ก็แล้วกัน" ทรายตอบกลับ"ครับ ลุงทราย" หมอกตอบรับ"แล้วแสงสอนอะไรเอ็งมาบ้าง" ทรายถามหมอกอีกครั้ง"ก็ส่วนใหญ่เป็นพื้นฐานมวยไทยกับมวยสากลนะครับ แล้วก็มีศิลปะอื่นด้วยนิดหน่อยนะครับ" หมอกอธิบาย"หมอนี่สอนอะไรมั่วๆ เหมือนเดิม เอ็งลองขึ้นชกดูสักรอบแล้วกัน ไม่งั้นลุงคงไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน" ทรายพูดพร้อมกับหันไปมาเหมือนมองหาอะไรบางอย่าง"..." หมอกได้แต่รออย่างเงียบๆ"มานี่หน่อยขาว" ทรายเรียกคนวัยกลางคนอีกคนมาหาเขา"มีอะไรหรือเปล่าครับ พี่ทราย" ขาวตอบรับพร้อมเดินมาหาพวกหมอกที่ยืนอยู่"ขึ้นชกกับเด็กคนนี้ที" ทรายบอกขาวไป"เด็กใหม่เหรอครับ ให้ผมชกแบบไหนล่ะครับ" ขาวถาม"นั่นสินะ แบบ MMA แล้วกัน โดยพื้นฐานแล้วน่าจะเป็นมวยไทยกับสากล แต่อย่างอื่นไม่รู้ว่าฝึกมาขนาดไหนแล้ว" ทรายตอบกลับ"ได้ครับ ไอ้หนุ่มเอาจริงได้เลยนะ เห็นแบบนี้แต่ฉันเป็นมืออาชีพชกแบบ MMA นะ ฮ่าฮ่า" ขาวพูดอย่างอารมณ์ดี
    ทั้งคู่ใส่อุปกรณ์ป้องกัน หมอกถอดที่ถ่วงน้ำหนักออกเพราะเขาคิดว่ามันคงดีถ้าเขาได้รู้ความต่างของเขากับมืออาชีพ ส่วนสูงของเขากับอีกฝ่ายไม่ได้ห่างกันมาก ส่วนขาวเขาคิดว่าอีกฝ่ายเป็นมือสมัครเล่น มีพื้นฐานมาจากมวยไทยกับสากล หมายความว่าน่าจะไม่คุ้นชินกับการโดนจับล็อก ถ้าเขาจับล็อกเลยน่าจะจบได้ไม่ยาก แต่แบบนั้นก็ประเมินอะไรไม่ได้ เริ่มจากพื้นฐานมวยแล้วกัน
    ทันทีที่เสียงระฆังดังขึ้น หมอกค่อยๆ เดินเข้าหา ขาวคิดว่าดูจากวิธีการเดินคงใช้วิธีเข้าหาแบบมวยคลุกวงใน ไม่เน้นการใช้ฟุตเวิร์ก ขาวเลยเตะเท้าซ้ายออกไปเพื่อเป็นการลองเชิง แต่สิ่งที่ผิดคาดคือหมอกพุ่งตัวเข้ามายกขาของขาวกะจะผลักให้เขาล้ม จังหวะที่ขาวเสียหลักเขารีบหมุนตัวตีลังกาใช้เท้าขวากระโดดและหมุนตัวเตะกลับหลังใส่หมอก หมอกรีบยกแขนขึ้นมาป้องกัน แต่เขาก็กระเด็นจากแรงเตะจนการ์ดเขากระเด็น ขาวตกใจแต่ก็รู้สึกชื่นชอบในตัวเด็กหนุ่มตรงหน้า ทั้งที่เขาเป็นมืออาชีพแต่เด็กนี่กลับพุ่งเข้าหา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความกล้าแบบมือใหม่ หรือเขาประเมินเด็กคนนี้ต่ำเกินไป ขาวพุ่งเข้าไปชกหมัดแย็บ หมอกยกแขนขึ้นมากัน แต่ขาวก็เปลี่ยนเป็นคว้าจับเตรียมจับหมอกทุ่มลงกับพื้น หมอกใช้ขาเกี่ยวคออีกฝ่ายและใช้แรงของอีกฝ่ายเพื่อทุ่มอีกฝ่ายกลับด้วยเหมือนกัน ขาวจำเป็นต้องปล่อยมือจากหมอก เพราะเขาคุ้นชินต่อการต่อสู้แบบ MMA เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็นคนชิงจังหวะการจับล็อก ทรายมองดูหมอกก่อนจะชื่นชมว่าแสงฝึกเด็กคนนี้มาดีจริงๆ ถึงไม่ได้เรียกว่าเป็นศิลปะการต่อสู้แบบผสมในตอนนี้ แต่ก็เรียกได้ว่าไม่ได้ยึดติดกับพื้นฐานของมวย แถมยังฝึกให้ไม่ให้แพ้ต่อการทุ่มจับง่ายๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่รู้จักการแก้การจับทุ่มที่ถูกต้อง
    ส่วนขาวไม่แปลกที่เขาจะยอมปล่อยมือเพราะเขาไม่ได้เปรียบในการจับล็อก ในการแข่งปกติก็ไม่ได้ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิด แต่ว่าอีกฝ่ายเป็นมือใหม่ ถ้าสู้ต่อด้วยการจับล็อกอาจชนะไปแล้ว หมอกรู้ตัวว่าเขาไม่ถนัดการจับล็อก เขาเลยทิ้งระยะก่อนจะเตะใส่ขาอีกฝ่าย ขาวไม่ได้หลบเขาไม่คิดว่าร่างกายของเขาที่ฝึกมาทุกวันจะแพ้ เขาใช้ขารับลูกเตะอย่างไม่ถอยหนี ปัง! ความเจ็บแล่นขึ้นสมองหมอกรู้สึกเหมือนเตะเข้ากับแท่งเหล็ก เขาเปลี่ยนไปใช้การถีบขาด้านในเหมือนที่เขาเคยสู้กับคนก่อน แต่ขาวรู้ว่าอีกฝ่ายพยายามทิ้งระยะ เขาเลยคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะเน้นการเตะและถีบ เขารอจังหวะแล้วใช้มือเกี่ยวขาที่อีกฝ่ายถีบเข้ามาจนอีกฝ่ายล้ม หมอกล้มลงกับพื้นเขาเห็นอีกฝ่ายพุ่งเข้าหมายจะจับเขาล็อก เขาเปลี่ยนพลิกตัวกลิ้งหลบทันที จากการตะลุมบอนครั้งก่อนการโดนกดจับลงกับพื้นไม่ใช่เรื่องที่น่าอภิรมย์เอาซะเลย แถมการปล้ำและการจับล็อกสำหรับหมอกแล้วเป็นวิธีต่อสู้ที่เหนื่อยมากๆ เขามักโดนลุงของเขาจับล็อกบ่อยๆ จนเขาติดนิสัยไม่อยากสู้ด้วยการจับล็อก
    เมื่อเวลาผ่านไป สมรรถภาพทางร่างกายของหมอกและขาวเริ่มแสดงความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด หมอกเริ่มเหนื่อยและหอบ แต่อีกฝ่ายยังมีท่าทางสบายไม่เปลี่ยน หมอกได้แต่ทำใจ เขาเพิ่งสร้างร่างกายของตัวเองมาได้ไม่กี่เดือน ไม่มีทางที่จะสู้กับร่างกายของมืออาชีพที่ฝึกฝนร่างกายมาตลอดหลายปีได้ ในที่สุดหมอกก็โดนอีกฝ่ายจับทุ่มต่อด้วยการใช้ขาล็อกลำตัวและแขนหนึ่งข้าง ก่อนที่หมอกจะขอยอมแพ้ ทุกคนในยิมต่างสนุกกับการได้ชมการชกของคู่นี้
    "เป็นไงไหวไหม ไอ้หนุ่ม" ขาวเดินมาพูดคุยก่อนยื่นมือมาให้หมอก"ขอบคุณครับ" หมอกขอบคุณก่อนจะยื่นมือรับ อีกฝ่ายก็ดึงเขาลุกขึ้นยืน"เป็นไงบ้างพี่ ผลการประเมินหนุ่มนี่เป็นไงบ้าง" ขาวเดินลงมาถามทราย"ไม่แย่สำหรับมือใหม่ แถมยกเมื่อกี้ยังใช้เวลาชกเกือบ 5 นาที นานกว่าเวลาชกปกติถึง 2 นาที" ทรายตอบ"ถึงว่าทำไมมันนานจัง" ขาวเกาหัวเล็กน้อย"แล้วแกคิดว่าเป็นยังไงบ้าง" ทรายถามกลับ"ถ้าเขาจะเป็นมืออาชีพคงผ่านได้ไม่ยากเลยครับถ้าพูดเรื่องพื้นฐานเทคนิค แต่ร่างกายของเขายังฝึกมาไม่พอ" ขาวตอบกลับ"นั่นสินะ นี่ไอ้หนู เอ็งเริ่มฝึกร่างกายมานานเท่าไหร่แล้วหรอ" ทรายหันไปถามหมอกที่กำลังนั่งพักอยู่"ถ้าร่างกายผมฝึกมาได้ประมาณห้าเดือนครับ ส่วนฝึกต่อสู้เพิ่งฝึกมาได้ประมาณสองเดือนนะครับ" หมอกตอบกลับไปพร้อมกับกินน้ำเพื่อดับความกระหาย แต่เขาไม่รู้เลยว่าคำตอบที่เขาได้ให้ไปนั้นมันน่าเหลือเชื่อมากๆ"เอ็งคงเป็นคนชอบเล่นกีฬาเป็นทุนเดิมสินะ" ทรายถามเพื่อความแน่ใจ"ไม่หรอกครับ เดิมทีแล้วผมแทบไม่ออกกำลังกายเลย เพิ่งเตรียมตัวใน 5 เดือนที่ผ่านมาเองครับ" หมอกตอบกลับอย่างไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการสื่ออะไร
    ทรายและขาวอึ้งกับคำตอบของหมอก นอกจากฝึกร่างกายแค่ 5 เดือนแล้ว เขายังฝึกศิลปะการต่อสู้แค่ 2 เดือน แถมเดิมทียังเป็นคนไม่ชอบออกกำลังกายด้วย เขาคิดไม่ออกเลยว่าเพื่อนของเขาทำอะไรกับหลานตัวเอง
    "ทำไมนายถึงพยายามเลี่ยงการจับล็อกหรอ เป็นเพราะคิดว่าสู้มืออาชีพไม่ได้เลยระวังตัว?" ขาวถาม"ก็ส่วนหนึ่งแหละครับ แต่จริงๆ แล้วเพราะโดนลุงจับล็อกบ่อย ผมเลยไม่ชอบและพยายามหลีกเลี่ยงมันนะครับ" หมอกตอบกลับ"เข้าใจแล้วล่ะนะ หลังจากนี้ก็มาที่นี่ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่จำเป็นต้องแก้นิสัยที่ชอบเลี่ยงการปล้ำหรือจับล็อก แต่ก็ต้องฝืนให้ใช้ได้เป็น" ลุงทรายบอกกับหมอก"ได้ครับ แล้วเรื่องฝึกร่างกายล่ะครับ" หมอกถาม"แนวทางฝึกร่างกายของเธอก็โอเคแล้วนะ ดีเกินมาตรฐานเลยด้วยซ้ำ หลังจากนี้ขอเพิ่มเรื่องการวิ่งกับการเตะ จะเตะต้นกล้วยก็ได้นะ" ทรายตอบ"ต้นกล้วยเหรอครับ" หมอกงงเล็กน้อย"ฮ่าฮ่า ต้นกล้วยเห็นแบบนั้นมันก็แข็งสำหรับร่างกายคนเราแหละนะ แต่ถ้าฝึกไปเรื่อยๆ หน้าแข้งของนายก็จะแข็งขึ้นเหมือนฉัน" ขาวพูดเสริม"..." หมอกเข้าใจเลยว่าทำไมหน้าแข้งของขาวถึงแข็งอย่างกับเหล็กแบบนั้น"วันนี้กลับได้แล้ว สะดวกวันไหนก็มาได้เลยนะ" ลุงทรายบอกหมอก"ขอบคุณครับ" หมอกขอบคุณก่อนที่เขาจะเดินออกจากคลับไปในสภาพที่เดินกะเผลก"น่าเสียดายนะครับที่เขาไม่ได้อยากเป็นมืออาชีพ" ขาวพูด"นั่นสินะ ถ้าเขามาเป็นมืออาชีพคงมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นไม่น้อย" ทรายตอบกลับขาว
    แสงที่กำลังวางแผนจะกลับไปเมืองปาง เขามีเบาะแสน้อยมากเกี่ยวกับคนที่มีชื่อว่าหยาง แต่จากข้อมูลของทไวท์ที่ให้เขามา บอกว่าครอบครัวของเหยื่อคดีรถชนรายนั้น คนเป็นสามีเป็นหนี้พนัน แต่พอเขาถูกรถชนตายครอบครัวก็ได้คนที่ชื่อหยางเข้ามาช่วยสะสางเรื่องหนี้สินให้กับทางครอบครัว แล้วหลังจากนั้นครอบครัวก็หายไปพร้อมกับคดีที่เงียบหายไปอย่างรวดเร็ว
    แสงคิดวิธีอื่นไม่ออกแล้วนอกจากการทำเป็นไปเล่นพนันแล้วแกล้งเสียพนันจนต้องยืมเงินบ่อนไปเรื่อยๆ แล้วหวังว่าคนชื่อหยางจะสนใจอะไรเขาบ้าง ปัญหาคือไม่รู้ว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะดึงความสนใจจากอีกฝ่ายได้ หรือแถมต่อให้อีกฝ่ายสนใจก็ยังไม่มีอะไรแน่ใจว่าบ่อนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนชื่อหยาง วิธีนี้นอกจากหวังผลยากแล้วไม่รู้ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะเห็นผล บางทีถ้าใช้เงินมากๆ เข้าน้องของเขาคงลุกจากหลุมศพมาบ่นใส่เขาแน่ๆ จะว่าไปแบบนั้นก็อาจไม่ได้แย่นะ แสงได้แต่จมอยู่กับความคิดของเขา เขาเลยตัดสินใจโทรหาชาติอีกครั้ง
    "โหล มีอะไร ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ฉุกเฉินห้ามโทรมา" ชาติบ่นใส่แสง"โทษที อีกสองวันฉันจะกลับไปเมืองปาง ช่วยเตรียมอะไรให้ฉันหน่อย" แสงพูดกลับ"แน่ใจนะว่าอยากจะกลับมา" ชาติตกใจเล็กน้อย"พอดีคิดว่ามีคนที่ต้องไปคุยด้วยตัวเองนะ" แสงพูดพร้อมกับบอกว่าเขาอยากให้ชาติเตรียมอะไรให้เขาก่อนเขาจะวางสาย เขาหวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี และหวังว่าวันนี้เขาจะขายกะเพราหมดนะ เขาคิดก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย พร้อมกับกะเพราที่เหลือเต็มถาด
    มุมมองนักเขียน
    แสงอยากจะให้ชาติเตรียมอะไรให้เขานั้น ในตอนต่อไปก็มารับรู้ไปพร้อมกันนะครับ ส่วนหมอกแม้เขาจะเก่งกว่าคนทั่วไปในรุ่นเดียวกับเขา แต่มันคงยังยากเกินไปถ้าจะให้เขาไปสู้กับคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกับที่แสง ลุงของเขาและพ่อของเขาเคยเจอ อย่างไรก็ตามเรื่องของยาเสพติดจะมีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ทำไมทไวท์ถึงไม่ชอบมันขนาดนั้น หวังว่าในอนาคตผมจะได้เสนอเรื่องราวของเขาให้ทุกคนได้อ่านนะครับ อย่างไรก็ตามตัวละครแสงและทไวท์เป็นสองตัวละครที่ผมค่อนข้างชอบ หวังว่าทุกคนจะชื่นชอบในตัวพวกเขาด้วยเหมือนกัน