ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่่ 5 บทที่ 140 ก่วงฉือไต้ซือมรณภาพแล้ว


              “เกี่ยวกับเรื่องของเผ่ากู่ลั่ว อาจารย์ยังรู้เรื่องอื่นอีกหรือไม่ขอรับ?”ที่ก่วงฉือไต้ซือกล่าวมานั้น หลี่ลั่วเคยได้ฟังมาจากหลี่จงหมิงแล้วเขาอยากรู้เรื่องราวที่ละเอียดมากกว่านี้

              ก่วงฉือไต้ซือเป็นคนฉลาดเพียงนั้น เมื่อได้ยินหลี่ลั่วมีความอยากรู้อย่างกระวนกระวายใจผนวกกับคิดเชื่อมโยงไปถึงคำพูดเมื่อสักครู่ “หรือว่าเรื่องของเผ่ากู่ลั่วจะมีความเกี่ยวพันกับชาติกำเนิดของเจ้ารึ?”

              หลี่ลั่วพยักหน้า หยิบลูกประคำอีกสายหนึ่งออกมา“นี่คือสร้อยประคำที่มารดาผู้ให้กำเนิดทิ้งไว้ให้ข้าขอรับ ศิษย์เองก็เพิ่งทราบมาจากเมื่อวานว่าที่จริงแล้วสร้อยประคำพระยูไลยังเรียกว่าสร้อยประคำแม่ลูกได้อีกด้วยมีสองสาย มารดาผู้ให้กำเนิดหลังจากคลอดข้าออกมา จึงนำข้ามามอบให้บิดา และหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาข้าสงสัยว่าเขาอาจจะเกิดเรื่องแล้ว ดังนั้นใจจึงร้อนรุ่มดั่งไฟสุมขอรับ”

              “แม่ลูกผูกพัน เป็นความผูกพันทางสายเลือด เจ้ากังวลนางเป็นเรื่องปกติ แต่เผ่ากู่ลั่วนั้นลึกลับจริงๆแคว้นของพวกเรามาจนถึงวันนี้มีประวัติศาสตร์ไม่ถึงร้อยปี แต่ตำนานของชนเผ่ากู่ลั่วนั้นมีมาตั้งแต่ก่อนร้อยปีให้หลังนี้เสียอีก”

             ไท่จู่ฮ่องเต้ ครองบัลลังก์ยี่สิบปี ทรงขึ้นครองราชย์เมื่อมีพระชนมพรรษาได้สี่สิบห้าพรรษาและสวรรคตในยามมีพระชนมพรรษาหกสิบห้าพรรษา

             เกาจู่ฮ่องเต้ บุตรชายคนโตของฮองเฮาในไท่จู่ฮ่องเต้เก่งกาจทั้งบุ๋นและบู๊ โดดเด่นในทุกๆ เรื่อง ทรงขึ้นครองราชย์เมื่อมีพระชนมพรรษาได้สี่สิบสามพรรษาและสวรรคตในยามมีพระชนมพรรษาแปดสิบสองพรรษา ครองบัลลังก์สี่สิบปี

             อู่เต๋อฮ่องเต้ เป็นฮ่องเต้ที่อายุสั้น เกาจู่ฮ่องเต้อายุยืนเกินไปดังนั้นจึงทำให้บรรดาพระโอรสนั่งไม่ติดแล้ว อู่เต๋อฮ่องเต้เมื่อแรกได้รับการช่วยเหลือจากแม่ทัพขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้ ปราบศึกภายในจนสงบ ขึ้นครองราชย์เมื่อมีพระชนมพรรษาได้ห้าสิบห้าพรรษาและสวรรคตในยามมีพระชนมพรรษาห้าสิบแปดพรรษา ครองบัลลังก์สามปี

             เหรินเซี่ยวฮ่องเต้ เสด็จปู่ของกู้จวิ้นเฉินเสด็จพ่อของจ้าวหนิงฮ่องเต้และไท่จื่อเยี่ยน ขึ้นครองราชย์เมื่อมีพระชนมพรรษาได้สามสิบสามพรรษาและสวรรคตในยามมีพระชนมพรรษาหกสิบห้าพรรษา ครองบัลลังก์สามสิบสองปี

             ไท่จื่อเยี่ยน ในวันที่ขึ้นครองราชย์บรรดาองค์ชายก่อกบฏ แม้หลี่ซวี่จะเร่งเดินทางมาปราบศึกภายในแต่เหน็ดเหนื่อยทั้งกายใจ จากไปตั้งแต่ยังหนุ่ม ครองบัลลังก์หนึ่งเดือน

              จ้าวหนิงฮ่องเต้ ขึ้นครองราชย์เมื่อมีพระชนมพรรษาได้สามสิบห้าพรรษาจวบจนถึงตอนนี้ครองบัลลังก์มาเป็นเวลาหกปีแล้ว

              ไท่จู่เป็นผู้บุกเบิกก่อตั้งราชวงศ์ อยู่ในประวัติศาสตร์แคว้นจีนปีที่หนึ่งถึงปีที่ยี่สิบ

              เกาจู่ถือกำเนิดก่อนที่จะก่อตั้งแคว้น นับเป็นปีที่ยี่สิบเอ็ดได้ขึ้นครองราชย์จนถึงปีที่หกสิบเอ็ด

              อู่เต๋อฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ในปีที่หกสิบเอ็ด ปีที่หกสิบสี่สวรรคต

              เหรินเซี่ยวฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ในปีที่หกสิบสี่ ปีที่เก้าสิบหกสวรรคต

              จ้าวหนิงฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ในปีที่เก้าสิบหกจวบจนถึงปัจจุบันเป็นปีที่หนึ่งร้อยสอง ปัจจุบันนี้แคว้นจีนเป็นปีที่หนึ่งร้อยสอง (รัชศกจ้าวหนิงปีที่หก)

              “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เผ่ากู่ลั่วมีประวัติศาสตร์อันยาวนานเช่นนั้นก็น่าจะมีร่องรอยให้ข้าตามหา ศิษย์ขอบคุณอาจารย์ที่ชี้แนะขอรับ”ไม่ว่าจะพูดอย่างไร หลี่ลั่วคิดกระจ่างแจ้งดีแล้ว ก่อนที่หลี่ซวี่จะตายนั้นด้วยกำลังและอำนาจในมือเขายังหาเผ่ากู่ลั่วไม่พบ ตนเองเพิ่งจะห้าขวบ อายุยังน้อยเขาไม่รีบเร่ง

              เพื่อนคนแรกที่หลี่ลั่วได้ต้อนรับที่วัดก่วงเปยก็คือจางเลี่ยนไป๋หลี่หงพาเขามาพร้อมกัน พูดขึ้นมาแล้วหลายวันมานี้เพราะเรื่องสร้อยประคำพระยูไลหลี่ลั่วจึงได้ลืมจางเลี่ยนไป๋ไปเสียสนิท

              “พี่ใหญ่ พี่จาง” เมื่อเห็นคนทั้งสอง หลี่ลั่วนั้นดีใจจนออกนอกหน้า“พวกท่านมาได้อย่างไรกัน?”

              “เจ้าเชิญพี่จางไปที่จวน ตัวเจ้าเองกลับไม่อยู่ที่จวนดังนั้นข้าและพี่จางปรึกษากันแล้วจึงพากันมาเยี่ยมเจ้าที่วัดก่วงเปยยังมีของเหล่านี้ด้วยล้วนเป็นท่านแม่ที่สั่งให้คนตระเตรียมของว่างและกับข้าวอาหารเจไว้ เกรงว่าเจ้าจะไม่คุ้นชินอาหารการกินในวัดก่วงเปย”หลี่หงให้คนนำของยกเข้าไป

              หลี่ลั่วพูดยิ้มๆ “ไหนเลยจะไม่คุ้นชินขอรับอาหารการกินตั้งแต่เล็กยังดีไม่เท่าอาหารเจในวัดก่วงเปยเลย มาเถิดไปนั่งที่เรือนข้า”

              พูดแล้ว คนทั้งหมดก็เข้าไปในเรือนของหลี่ลั่วหลี่ลั่วให้ซินเป่านำของว่างออกมาและได้ส่งไปให้ก่วงฉือไต้ซือและสามเณรน้อย ทั้งยังให้หยวนโม่และลวี่ผิงยกน้ำชาออกมา“จริงสิพี่ใหญ่ เรื่องของเจียงซูเอ๋อร์เป็นเช่นใดบ้างขอรับ?”

              “พูดถึงสาวงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงเจียงซูเอ๋อร์แล้วก็ช่างเป็นคนประหลาดดีแท้”หลี่หงพูดแล้วก็อดไม่ไหวหัวเราะออกมา “เจ้าเดาดูซิว่าเป็นอย่างไรเพื่อให้ตัวเองไม่ต้องแต่งให้แคว้นฉวี่หลงนางจึงทำผิดประเพณีกับเฉิงเอินโหวซื่อจื่อ ถังลิ่ง เมื่อยามที่ทั้งสองคนถูกพบนั้นล้วนไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ปกปิดร่างกายกอดก่ายกันแนบแน่น ไอโยว...เวลานี้ทั้งสองคนได้หมั้นหมายกันแล้ว”

              “เช่นนั้นหน้าของฝ่าบาทเล่า? องค์ชายฉวี่หลงจะยอมรามือหรือ?”หลี่ลั่วถามองค์ชายฉวี่หลงนั้นมีใจปฏิพัทธ์ต่อเจียงซูเอ๋อร์ดังรักแรกพบ

              “ฝ่าบาททรงพิโรธใหญ่โต หน้าของสกุลเจียง สกุลอวี๋ และฉีอ๋องล้วนไม่เหลือแต่ยังดีที่เรื่องนี้เกิดขึ้นในเวลาที่ฉีอ๋องกำลังอยู่ระหว่างทางไปซีเป่ยได้ยินว่าเป็นแม่ทัพผู้เฒ่าอวี๋เป็นผู้ออกหน้าขอร้องฝ่าบาทจึงยอมปล่อยเจียงซูเอ๋อร์” หลี่หงกล่าว

              “เช่นนั้นการแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีเล่า?” นี่คือประเด็นสำคัญ

              “องค์หญิงฉวี่หลงและองค์ชายรองแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี” หลี่หงกล่าว

              อะไรกัน? องค์หญิงและองค์ชายแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีนี่มันสำคัญกว่าองค์ชายฉวี่หลงแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีกับเจียงซูเอ๋อร์มากมายนักแต่เหตุไฉนจึงเปลี่ยนเป็นเช่นนี้ได้เล่า? หลี่ลั่วเพียงแต่แปลกใจทว่าไม่ได้ถามอันใดมากมายสำหรับแคว้นฉวี่หลงแล้วนั้น การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสองแคว้นก็เพื่อต้องการหาประโยชน์จากแคว้นจีนเจียงซูเอ๋อร์ไม่ได้อยู่ในใจของฉีอ๋อง องค์หญิงฉวี่หลงไม่ได้คาดหวังอะไรมากกับเรื่องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างองค์ชายฉวี่หลงกับเจียงซูเอ๋อร์อยู่แล้วเวลานี้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น นางจึงฉวยโอกาสเสนอการแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีกับองค์ชายรองเพื่อให้เป็นตามที่ตนต้องการ

              “พูดไปแล้วยังคงเป็นเรื่องที่ข้าจะแนะนำคู่ครองให้กับพี่จางเป็นเรื่องสำคัญ”หลี่ลั่วพูดขึ้นอีก

              จางเลี่ยนไป๋หน้าแดงเล็กน้อย หลี่หงประหลาดใจ “เจ้าจะแนะนำผู้ใดกัน?”

              “พี่หญิงใหญ่” หลี่ลั่วกล่าว “พี่หญิงใหญ่ของข้าพี่จางเคยได้พบหน้าแล้ววันไหว้พระจันทร์ในงานเทศกาลโคมไฟนางอยู่ด้วยกันกับข้า ยังจำได้หรือไม่?”

              จางเลี่ยนไป๋หน้าแดงยิ่งกว่าเดิม เขาย่อมต้องจำได้อยู่แล้วแม่นางน้ำเสียงอ่อนโยน นิสัยสุภาพเรียบร้อย เขาจำได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต่อมานางโทษตัวเองที่ทำเสี่ยวโหวเหฺยหายตัวไปร่ำไห้ด้วยความปวดใจถึงเพียงนั้น

              “พี่หญิงใหญ่ปีนี้อายุสิบหกปี พี่จางเพิ่งจะผ่านพิธีสวมกวานอายุสิบแปดปีทั้งสองคนล้วนเหมาะสมกันดี สำหรับนิสัยของพี่หญิงใหญ่ของข้า เป็นแม่นางที่สุภาพละเอียดอ่อน กตัญญูอย่างยิ่ง แต่หากเป็นเรื่องใหญ่คงต้องให้พี่จางใส่ใจมากสักหน่อยทว่าข้าเชื่อว่าพี่จางมีความสามารถนี้” หลี่ลั่วกล่าวอีก

              “น้องหก เจ้า...” หลี่หงหมดคำพูดแล้ว แต่พอพูดถึงน้องสาวของตนและจางเลี่ยนไป๋หลี่หงครุ่นคิด ทั้งสองคนเหมาะสมกันจริงๆ “ไฉนข้าจึงไม่เคยคิดหากพี่จางมาเป็นน้องเขยข้า เช่นนั้นดียิ่ง พี่จางคิดเห็นอย่างไร?”

              จางเลี่ยนไป๋หน้าแดงจนแดงไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว แต่ยังคงเงยหน้าขึ้น“ทุกอย่างล้วนฟังท่านป้าและคุณหนูหลี่” ความหมายก็คือ เขาเห็นด้วย

              หลี่ลั่วนั้นพออกพอใจในตัวจางเลี่ยนไป๋ยิ่ง มีผู้คนมากมายที่มีครอบครัวยากจนเช่นจางเลี่ยนไป๋มักจะรู้สึกว่าตนเองต้อยต่ำ หรือพูดว่าฐานะของครอบครัวตนไม่ดี แต่จางเลี่ยนไป๋ไม่เป็นเช่นนั้นเขายังคงมีนิสัยเปิดเผยตรงไปตรงมา

              เมื่อหลี่ลั่วถูกใจเขา และยังรู้สถานการณ์ของครอบครัวเขาแล้วย่อมไม่รังเกียจ จางเลี่ยนไป๋เป็นคนฉลาดคนหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่รั้งรอเวลาเขาชมชอบสตรีที่สุภาพอ่อนโยน กตัญญู ด้วยเหตุที่มารดาของเขาสุขภาพไม่ดีดังนั้นจึงคิดจะแต่งภรรยาที่น่ารักมาดูแลมารดาของตน

              แน่นอนว่าเขาเป็นผู้ชายเวลานี้เขาอาจจะยังไม่สามารถให้ชีวิตที่ดีแก่นางได้ แต่เขามีความเชื่อมั่นในตนเอง

              “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ คุยกันแน่นอนแล้ว หลังจากกลับไปพี่ใหญ่ไปพูดกับมารดาเสียหน่อยดูว่ามารดาสะดวกเมื่อใด จะได้พบหน้าพี่จาง” หลี่ลั่วไม่ได้หาคู่ครองให้หลี่หลินอย่างขอไปทีแต่เขาชอบนิสัยของจางเลี่ยนไป๋จริงๆ และเมื่อพูดถึงความเป็นจริงแล้ว การที่จางเลี่ยนไป๋จับคู่กับหลี่หลินไม่ใช่การปีนป่ายขึ้นสูงในทางกลับกัน ยังคงเป็นหลี่หลินที่ใจกว้างไม่พอ

              สำหรับเรื่องระหว่างหลี่หลินและจางเลี่ยนไป๋ หลังจากหลี่หงกลับไปจึงได้พูดกับหลี่หยางซื่อจางเลี่ยนไป๋คนผู้นี้หลี่หยางซื่อจำไม่ค่อยได้ได้ยินหลี่หงพูดว่าคืนที่หลี่ลั่วหายตัวไป เขายังได้ออกช่วยตามหาและรู้จักกันตอนที่ทายปริศนาโคมไฟ ความรู้สึกที่มีต่อเขานั้นดียิ่งอีกทั้งการสอบระดับมณฑลในครั้งนี้จางเลี่ยนไป๋อยู่ในสิบลำดับแรกเวลานี้เป็นจวี่เหรินแล้ว รอเพียงการสอบหน้าพระที่นั่งในปีหน้าเดือนสามในเรือนยังมีเพียงมารดาที่เจ็บป่วยนอนอยู่กับเตียงคนหนึ่ง ครอบครัวเรียบง่ายหลี่หยางซื่อพอใจยิ่งนัก

              ด้วยนิสัยของหลี่หลิน สมาชิกในครอบครัวยิ่งน้อยยิ่งดี         

              “ความหมายของน้องหกก็คือ หากว่าดี ให้รีบกำหนดให้แน่นอน หากรอให้จางเลี่ยนไป๋สอบเข้าเป็นจิ้นซื่อแล้วเกิดเขาสอบเข้าซานเจี่ย[1]ได้ละก็ ถึงเวลานั้นคนที่จะมาพูดเรื่องคู่ครองกับเขาคงมีมาก” หลี่หงย้ำเตือน

              หลี่หยางซื่อคิดแล้วจึงเห็นพ้อง“เช่นนั้นเจ้าเชิญจางจวี่เหรินมาพบที่จวนดีหรือไม่?”

              “ลูกตั้งใจเช่นนี้เหมือนกันขอรับ” หลี่หงกล่าว“อีกสองเดือนลูกจะแต่งงานแล้ว หลินเจี่ยเอ๋อร์อายุสิบหกปีแล้ว หากกำหนดแน่นอนกับพี่จางสามารถแต่งออกไปปีหน้าช่วงหลังขึ้นปีใหม่ได้ขอรับ”

              “ดูเจ้าพูดจาเข้า หรือว่าเจ้ายังจะรีบร้อนให้น้องสาวของเจ้าออกเรือนไปด้วยเล่า?”หลี่หยางซื่อร้องไห้ไม่ได้หัวเราะไม่ออก

              “ใช่ที่ไหนกันเล่าขอรับ ต่อให้น้องสาวอยู่ในจวนโหวทั้งชีวิต ข้าล้วนยินดีข้าเพียงแต่ไม่อยากให้นางพลาดจากชายหนุ่มดีๆ มีความสามารถและอนาคตไกลเช่นนี้”หลี่หงกล่าว

              แม้หลี่หยางซื่อจะยินดี แต่ยังคงตักเตือนหลี่หลิน หลังจากหลี่หลินตอบรับจึงเชิญจางเลี่ยนไป๋มาพบที่จวนโหว จางเลี่ยนไป๋ตั้งใจสวมอาภรณ์ชุดใหม่สีขาวแม้เนื้อผ้าจะหยาบ แต่สะอาดสะอ้าน บวกกับหน้าตาท่าทางของเขาสุภาพอ่อนโยน บุคลิกดีหลี่หยางซื่อมีท่าทางเหมือนแม่ยายกำลังประเมินสังเกตดูบุตรเขย ยิ่งมองก็ยิ่งพออกพอใจ

              หลังจากนั้น จางเลี่ยนไป๋เชิญแม่สื่อมาทาบทามอย่างเป็นทางการที่จวนโหวแม้สกุลจางจะยากจน แต่จางเลี่ยนไป๋นั้นเรียนดียามปกติเป็นครูสอนอยู่ในสำนักศึกษาเล็กๆ และยังช่วยร้านหนังสือคัดลอกหนังสือดังนั้นในหนึ่งเดือนเขาจะมีรายรับอยู่ราวๆสองถึงสี่ตำลึง เมื่อเชิญแม่สื่อมานั้นยังได้ใช้เงินไปบางส่วน ซื้อของขวัญมาอีกเล็กน้อย

              เมื่อแม่สื่อเดินออกมาถึงประตูใหญ่ของจวนโหวรอยยิ้มบนใบหน้าราวกับดอกไม้บาน สองครอบครัวชอบพอกันอยู่แล้วนั้นเป็นเงินที่หาได้ง่ายยิ่งนักจางเลี่ยนไป๋ในวันนี้เป็นเสี่ยวจวี่เหรินแล้ว แต่ไม่มีใครสนใจเขาดังนั้นเรื่องการหมั้นหมายระหว่างเขาและหลี่หลินจึงไม่เกิดคลื่นลมใดๆ ทั้งสิ้นท่านแม่จางสุขภาพไม่ดี เรื่องการแต่งงานที่เหลือนั้นจึงเป็นจางเลี่ยนไป๋ปรึกษาหารือกับหลี่หยางซื่อเพราะปีหน้าเดือนสามจางเลี่ยนไป๋ต้องสอบหน้าพระที่นั่งดังนั้นความหมายของพวกเขาก็คือ กำหนดวันแต่งงานไว้หลังเดือนสามถึงเวลาจะสอบจิ้นซื่อต้อนรับหลี่หลินเข้าบ้านสกุลจาง ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการให้หน้าจวนโหวด้วยเพราะด้วยฐานะของจวนโหวและฐานะของเขาแล้ว ถือเป็นการปีนป่ายจริงๆเขามีความเคารพนับถือตนเอง ไม่อยากให้ใครพูดว่าเขาอาศัยความสัมพันธ์กับจวนโหว

              ดังนั้นการแต่งงานจึงกำหนดไว้ปีหน้าปลายเดือนสาม ยังมีเวลาอีกห้าเดือนหลี่หลินจะได้เตรียมตัวเย็บปักชุดแต่งงานของตน และเดือนสี่เป็นเทศกาลเช็งเม้งสำหรับสกุลจางแล้วนั้น สะใภ้ใหม่จะได้จุดธูปไหว้พ่อสามี สำหรับจวนโหวแล้วนั้นลูกเขยจะได้จุดธูปให้พ่อตา

             วันที่เลือกมานี้ดียิ่ง

              ดังนั้น หลี่หงจึงไปวัดก่วงเปยอีกครั้งเพื่อนำเรื่องที่กำหนดแน่นอนแล้วไปบอกกับหลี่ลั่ว

              เวลานี้เข้าสู่เดือนสิบแล้ว เมื่อเขาไปถึงวัดก่วงเปยจึงได้รู้ว่า ก่วงฉือไต้ซือได้มรณภาพแล้วดังนั้นทั้งวัดจึงปิดประตูเป็นเวลาสามวัน พระภิกษุทั้งหมดล้วนสวดมนต์ให้ก่วงฉือไต้ซือ

              “น้องหก?” เขานั้นมาเพื่อจะแจ้งข่าวมงคลกลับมาพบเรื่องงานศพของก่วงฉือไต้ซือ ช่างอิหลักอิเหลื่อดีแท้

     

     

    [1] ซานเจี่ย (三甲) คือผู้ที่สอบได้คะแนนลำดับที่ 1-3 ของการสอบรอบสุดท้ายหน้าพระที่นั่ง

     

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570