ห้องเรียนสี่เหลี่ยมห้องเล็กๆโดนปกคลุมความอึดอัด เด็กสาวร่างเล็กค่อยๆ เช็ดน้ำตาบนแก้มที่ไหลลงมาเป็สายเธอพยายามควบคุมสติของตนเองให้มากที่สุด ก่อนจะจ้องผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเพื่อค้นหาคำตอบที่คาใจเธอมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา
“พี่เงียบทำไม? ทำไมไม่ตอบไนร่า”เธอถามย้ำเขาอีกรอบ
“ใช่! ไอ้ก้องมันท้าพี่”
“และพี่ก็เอาเงินสองพันบาทมาแลกกลับความรู้สึกไนร่าหรอ?”
“ตลอดเวลาพี่ยังแอบคุยกับคนอื่นอยู่เรื่อยๆ ใช่มั้ย”
“ไนร่าเห็นพี่ไปกับผู้หญิงขี่รถซ้อนท้ายกัน ใช่พี่หรือเปล่า?”
“ทั้งหมดที่ไนร่าพูดมามันไม่ใช่ความจริงใช่มั้ย พี่เถียงมาสิ”
“พี่ขอโทษ”
“ไม่คิดเลยนะว่าพี่จะเลวได้ขนาดนี้”
“พี่ไม่ได้ตั้งใจ”
“ใช่ พี่ไม่ได้ตั้งใจพี่ไม่ได้ตั้งใจรักไนร่าตั้งแรกเลยด้วยซ้ำ”
“ไนร่าพยายามตามหาพี่มาโดยตลอดผู้ชายที่ยื่นร่มให้ในวันที่ฝนตกหนัก ผู้ชายที่ไนร่าเชื่อมาตลอดว่าเป็รักแรกของไนร่า”
“เราเลิกกันเถอะ ไม่สิ! เราอาจจะไม่ได้คบกันั้แ่แรกเลยด้วยซ้ำ” เธอพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
“ไนร่า พี่อยากอธิบาย”
“ไม่ค่ะ พี่ไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้วไนร่าเข้าใจหมดแล้ว”
เด็กสาวเดินออกหากห้องปล่อยให้ชายหนุ่มยืนมองเธอจนพ้นสายตาตอนนี้แม้แต่น้ำตาสักหยดก็ไม่สามารถไหลออกมาได้ มันเจ็บจนเกินอธิบาย เพราะที่ผ่านมาเหมือนเธอโดนเขาหลอกมาตลอดผู้ชายที่เธอรักมากที่สุด เขากลับเป็ฝ่ายหักหลังเธอ ทำร้ายจิตใจเธอ
ความรู้สึกเธอตอนนี้แตกสลายไปหมดแล้ว
ไนร่าเดินผ่านผู้คนมากมาย เธอก็ไม่ได้แม้แต่จะสนใจ เดินไปเรื่อยๆจนมาถึงสวนสาธารณะที่เคยมานั่งกับเขา ผู้ชายที่ทำร้ายหัวใจเธอจนไม่มีชิ้นดี เธอนั่งทบทวนเื่ราวเกิดขึ้น ที่ผ่านมาทั้งหมดก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า เธอรู้สึกมีความสุขที่ได้อยู่กับเขามากแค่ไหน
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“ฮัลโหล อยู่ไหนตัวแสบ?”ตะวันนั่นเอง
“อยู่สวนสาธารณะข้างๆตลาดค่ะ ทำไมหรอคะ?”
“ก็เห็นเลยเวลาเลิกเรียนนานแล้วไม่ถึงบ้านซักที”
“แม่ให้โทรตามจะกลับตอนไหน”
“กำลังจะกลับแล้วค่ะ”
“ให้ไปรับป่าว”
“ไม่เป็ไรค่ะ ใกล้ๆเอง”
ไนร่าวางสายจากพี่ชายหยิบมือถือมาส่องดูหน้าตาตัวเอง ดวงตาที่ผ่านการร้องไห้มาแดงก่ำจนเห็นได้ชัดเธอลุกขึ้นจากโต๊ะก่อนที่จะคว้ากระเป๋าที่อยู่ข้างๆ แล้วเดินกลับบ้าน
“กลับมาแล้วค่ะ”
“อาบน้ำเสร็จแล้วลงมากินข้าวนะลูก”แม่พูดในขณะที่กำลังหั่นผัก
“ค่ะ”
ไนร่าเดินขึ้นมาบนบ้านอย่างเชื่องช้าเธอค่อยๆ หมุนลูกบิดประตู ก่อนจะพาตัวเองเข้าไปและปิดประตูห้องลงคนอกหักทำไมต้องรู้สึกเสียพลังงานเยอะแบบนี้นะ เธอถอนหายใจเสียงดังก่อนจะทิ้งตัวไปในเตียงนุ่มๆ
“ไนร่ากินข้าว”เสียงตะวันดังมาจากหลังประตูห้องน้องสาว
“หนูไม่ค่อยหิวอ่ะกินกันเลย”
“งั้นกินหมดไม่เหลือให้เลยนะ”
“ตามสบายเลย”
“ี้เีกินหรอให้ป้อนหรือป่าว เคี้ยวให้ด้วยนะ”
“หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะ”
พี่ชายที่พูดเสร็จส่งเสียงหัวเราะเสียงดังขึ้นทำให้น้องสาวที่ได้ยินถึงกลับหัวเราะตามกัน ความทะเล้นของพี่ชายทำให้น้องสาวลืมความเศร้าได้ชั่วขณะ ก่อนที่ความเงียบจะกลับมาหาเธออีกครั้ง
เธอเดินมานั่งเช็ดผมที่เก้าอี้ข้างหน้าต่างก่อนจะมองไปที่หน้าจอมือถือที่มืดสนิท ไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ เหมือนทุกๆวันที่ผ่านมา
“ลองโทรหาก่อนมั้ยไนร่าพี่สกายอาจจะไม่กล้าโทรมาก็ได้” ไนร่าฝ่ายสีขาวพูดขึ้น
“จะโทรไปทำไมกันจะโทรไปให้เค้าหลอกอีกหรอ?” ไนร่าฝ่ายสีดำทำหน้ามุ้ย
“ไม่ร้องไห้นะอย่างน้อยครั้งหนึ่งก็ได้มีความรู้สึกดีๆ ร่วมกัน” ไนร่าฝ่ายสีขาวที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ยังเข้าข้างเธอมาตลอด
“ไม่ต้องร้องผู้ชายแย่ๆ ไม่สมควรได้รับความรักที่ดีจากเธอเลยด้วยซ้ำ” ไนร่าฝ่ายสีดำพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
ไนร่าเงียบฟังบทสนทนาของไนร่าฝ่ายสีขาวและฝ่ายสีดำไม่มีการแสดงความคิดเห็นใดๆ เกิดขึ้น ตอนนี้ในหัวของเธอรู้สึกว่างเปล่าไปหมดเธอลุกขึ้นไปตากผ้าเช็ดตัว และกำลังจะปิดไฟที่หัวเตียง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
เธอหันไปมองที่หน้าจอมือถือก่อนที่จะหยิบมากดตัดสายและปิดเครื่องไปทันที น้ำตาหยดเล็กๆ หล่นบนพื้น เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตา ไม่รู้ว่ามันไหลั้แ่ตอนไหน ร้องไห้แค่วันนี้วันเดียวพอนะไนร่า พอแล้วต่างคนต่างอยู่ กลับสู่โลกความจริงกันได้สักทีเธอบอกกับตัวเองก่อนจะทิ้งตัวนอนบนที่นอนอันแสนนุ่มที่เป็ที่ปลอดภัยของเธอ..