บทที่สามสิบหก
ฮันนีมูน
“รอยเยอะจัง” นิรณาเอ่ยพูดขึ้นกับตัวเอง ดวงตากลมโตกวาดสายตามองเรือนร่างเปลือยเปล่าของตัวเองผ่านกระจก ใบหน้าสวยขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินอาย
เพราะตามเรือนกายงดงามนั้น มีร่องรอยสีกุหลาบที่สามีทิ้งเอาไว้จนเกือบทั่วทั้งตัว ไม่เว้นแม้กระทั่งต้นคอระหงที่อยู่นอกร่มผ้า หนักสุดก็คงจะเป็นสองเต้าอวบอิ่ม ร่องรอยการถูกจูบซับขึ้นสีชัดเจน เสียจนแทบจะมองไม่เห็นสีเนื้อที่แท้จริง
“หื่นกาม” ร่างเล็กยกมือขึ้นปิดใบหน้าของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยต่อว่าสามีของตัวเองขึ้นมาเบา ๆ
นิรณาจะทำอะไรไปได้มากกว่าคาดโทษอีกฝ่ายเอาไว้ในใจ เพราะถึงเวลาเข้าจริง ๆ ก็ยินยอมตามใจสามีเสียจนติดเป็นนิสัย ดึกดื่นค่อนคืนขนาดไหน ก็พร้อมที่จะฝืนสายตาขึ้นมาปรนนิบัติสามีด้วยความเต็มใจ
หลังจากผ่านพ้นงานแต่งงานมา นิรณาก็ต้องรับมือกับศึกหนักจากสามีอยู่เป็นประจำ ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนักหนา ทำงานก็หนักพอตัว หากแต่ก็ยังมีแรงมาสะกิดคนเป็นภรรยาได้ไม่เว้นวัน
นิรณารีบเร่งอาบน้ำชำระร่างกาย ก่อนสาวเท้าออกจากจากห้องน้ำเพื่อแต่งตัว ร่างเล็กกวาดสายตามองหาสามีไปทั่วห้องนอน ก่อนจะยู่หน้าออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ภายในห้องนอนแล้ว
“ไปไหนอีกแล้ว หายตัวเก่งจริงพ่อคนนี้” ร่างเล็กเอ่ยบ่นกระปอดกระแปด ตื่นมาในแต่ละวันก็มีโอกาสน้อยมาก ที่จะได้พบเจอกับสามีเป็นคนแรกของวัน เพราะเจ้าตัวมักจะออกไปจากบ้านตั้งแต่เช้าเสมอ
นิรณาพยายามที่จะทำเวลาแต่งตัวให้รวดเร็วที่สุด เพราะในวันนี้จะต้องเดินทางกลับไปที่เกาะวิมันสิตรา นัยหนึ่งก็เพื่อเดินทางไปฮันนีมูน แต่อีกนัยหนึ่งนั่นก็คือถึงเวลาที่สามีต้องกลับไปทำงานแล้ว
นิรณาเองไม่ได้มีปัญหาที่ชีวิตส่วนใหญ่หลังจากนี้ จะต้องใช้ชีวิตอยู่ที่เกาะวิมันสิตรา เพราะเข้าใจเป็นอย่างดีว่างานของสามีและครึ่งชีวิตของอีกฝ่ายอยู่ที่นั่น
ร่างเล็กสาวเท้าออกจากห้องนอนมาพร้อมกับกระเป๋าใบเล็กของตัวเอง เพราะกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว ซึ่งก็คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของสามีที่คนเอาไป
“หนูหิวหรือเปล่า จะทานข้าวก่อนไหม” สิงหราชที่นั่งรอภรรยาอยู่ที่โซฟาตัวยาวเอ่ยพูดขึ้น เมื่อหางตาเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังเดินเข้ามาใกล้
“เอิงยังไม่หิวค่ะ พี่สิงห์ทานมื้อเช้าแล้วใช่ไหมคะ” นิรณาส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะเอ่ยถามคนพี่กลับไป
“อื้อ พี่แวะเข้าไปหาแม่มาน่ะ ก็เลยถือโอกาสนั่งทานเป็นเพื่อนเธอ” ร่างหนาเอ่ยตอบรับกลับไป
“เอิงเสียมารยาทกับคุณแม่แล้วนะคะเนี่ย เป็นลูกสะใภ้แต่ไม่ค่อยได้เข้าไปหาท่านเลย” คนตัวเล็กเอ่ยพูดออกมาด้วยความรู้สึกผิดต่อแม่สามี
“คิดมาก คุณเพลินจิตเขาไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องแบบนี้หรอก” สิงหราชเอ่ยปลอบคนที่กำลังทำหน้าเศร้า
“พี่สิงห์จะไปเข้าใจอารมณ์ผู้หญิงได้ยังไงคะ” นิรณาบึนปากใส่สามีของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด
สิงหราชหลุดยิ้มกว้างออกมา เมื่อเห็นท่าทีของภรรยาคนสวย ร่างหนาไม่ได้เอ่ยต่อปากต่อคำอะไรกลับไป เพราะนับวันลูกสะใภ้บ้านนี้ ยิ่งมีนิสัยคล้ายคลึงกับแม่สามีของตัวเองไม่มีผิด อะไรนิดอะไรหน่อยก็ขอให้ได้โทษผัวโทษลูกชายของตัวเองเอาไว้ก่อน
“ไปกันเลยไหม แดดยังไม่ค่อยร้อน” ร่างหนาได้ทีเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง เพราะไม่อย่างนั้นคงจะได้หอบหิ้วกันไปที่บ้านใหญ่อีกครั้ง เพื่อให้ลูกสะใภ้และแม่สามีเขาได้พบหน้ากันก่อน
“ค่ะ” นิรณาพยักหน้ารับ ก่อนจะยื่นมือออกไปจับกับฝ่ามือหนาที่ยื่นมารอเอาไว้ก่อนแล้ว
สองสามีภรรยาที่พึ่งผ่านพ้นประตูวิวาห์มาได้ไม่กี่วัน เดินจับมือกันออกจากเรือนหอ เดินลัดเลาะไปตามทางเดินที่เชื่อมเข้าหากันระหว่างบ้านสองหลัง โดยมีจุดมุ่งหมายคือท่าเรือขนาดเล็กของบ้านใหญ่
คนตัวเล็กจับมือของสามีเอาไว้แน่น ในจังหวะที่ต้องฉีกขาก้าวลงเรือที่โคลงเคลงเพราะคลื่นลมทะเล ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยโล่งใจ เมื่อสามารถที่จะลงไปยืนอยู่ในเรือได้อย่างสวัสดิภาพ
“ออกเรือเลย” สิงหราชเอ่ยพูดขึ้น เมื่อจับภรรยาให้นั่งลงกับที่ได้เป็นที่เรียบร้อย
เสียงเครื่องยนต์เรือดังกระหึ่มขึ้น นิรณาทิ้งตัวเอนไปกับแผงอกแกร่งของสามี พร้อมกับจับมือหนามาเล่นเป็นการฆ่าเวลา เพราะเสียงคลื่นและเสียงเรือดังเกินกว่าที่จะต่อบทสนทนากันได้
สิงหราชและนิรณาใช้เวลาแค่เพียงครึ่งชั่วโมง ในการเดินทางมายังเกาะวิมันสิตรา คนทั้งคู่เดินจับมือกันไปตามทางเดิน มีบ้างที่จะหยุดทักทายและพูดคุยกับชาวบ้านบนเกาะ ที่ต่างก็เข้ามาแสดงความยินดีกับงานแต่งงานที่พึ่งผ่านมาของคนทั้งคู่
“บ่ายนี้พี่สิงห์จะออกไปไหนไหมคะ” ร่างเล็กหันไปเอ่ยถามคนพี่ ที่กำลังนั่งจดจ้องไปที่หน้าจอทีวี
“ทำไม จะชวนปั๊มลูกอีกหรือไง” สิงหราชละสายตาจากหน้าจอทีวี มาเอ่ยถามภรรยากลับไปด้วยท่าทีที่ยียวน
“เลอะเทอะ” นิรณาฟาดฝ่ามือลงบนไหล่แกร่งอย่างไม่ออมแรง ร่างเล็กตวัดสายตามองดุ คนที่พูดเรื่องทะลึ่งออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย
“หึหึ บ่ายนี้พี่ไม่ได้ติดงานอะไร เอิงอยากไปไหนหรือเปล่าล่ะ” สิงหราชหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยถามความคิดเห็นของภรรยา
“เอิงไปไหนก็ได้ แล้วแต่พี่สิงห์เลยค่ะ” ร่างเล็กหยุดคิดไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นไป เพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าบนเกาะนี้มีที่เที่ยวที่ไหนอีกบ้าง
“งั้นเข้าไปหาอาพี่ก่อนไหม” สิงหราชที่คิดขึ้นมาได้เอ่ยชวน
“ดีค่ะ แค่นี้เอิงเองก็รู้สึกว่าตัวเองเสียมารยาทกับท่านมากแล้ว มาอยู่ที่นี่สักพักแล้ว แต่ก็ยังไม่มีโอกาสเข้าสวัสดีท่านเลย ว่าแต่คุณอาไม่ได้ไปร่วมงานแต่งงานหรือคะ” นิรณารีบเอ่ยตกปากรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ ก่อนจะเอ่ยถามกลับไปด้วยความแปลกใจ
“อาอรเธอสุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงน่ะ” สิงหราชเอ่ยตอบกลับไป ก่อนจะผุดตัวลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง
“ไปกันเถอะ” มือหนายื่นออกรับมือเล็กมากอบกุมเอาไว้อย่างทุกครั้ง
นิรณาเดินตามสามีของตัวเองไปเงียบ ๆ เพราะสังเกตเห็นสีหน้าที่เงียบขรึมของอีกฝ่าย ร่างเล็กแม้จะแปลกใจหากแต่ก็ไม่ได้คิดจะเอ่ยถามออกไป เพราะไม่อยากที่จะก้าวล้ำเส้นของอีกฝ่ายมากเกินไป
สิงหราชเป็นคนพูดน้อย และไม่ค่อยชอบที่จะเอ่ยพูดอะไรยาว ๆ ซ้ำยังเป็นคนที่ขี้รำคาญ ไม่ชอบความเซ้าซี้และความยุ่งยากอุปนิสัยส่วนตัวในเรื่องพวกนี้ แม้จะพึ่งอยู่กินฉันสามีภรรยากันได้ไม่เท่าไหร่ หากแต่นิรณาก็เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
“น้องสิงห์!!” หลังจากที่เดินมาจนถึงกระท่อมหลังหนึ่ง ก็มีเสียงเอ่ยเรียกสิงหราชขึ้นด้วยความดีใจ
ก่อนที่จะผู้หญิงรูปร่างผอมเกร็งคนหนึ่ง จะเดินเข้ามาใกล้กับคนทั้งคู่ หากแต่ดวงตาของอีกฝ่ายไม่แม้ที่จะมองมาที่นิรณาเลยด้วยซ้ำ ยังคงจดจ้องและส่งยิ้มไปให้กับหลานชายของตัวเองแค่เพียงผู้เดียว
“กลับมาจากโรงเรียนแล้วหรือคะคนเก่ง” อิงอรเอ่ยถามหลานชายของตัวเองขึ้น เพราะเธอนั้นจำได้เพียงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะประสบเหตุเคราะห์ร้ายกับชีวิตแค่เพียงเท่านั้น
“ครับ วันนี้สิงห์พาใครบางคนมาให้อาอรรู้จักด้วยนะครับ” มือหนาปล่อยมือเล็กของภรรยาให้เป็นอิสระ และแปรเปลี่ยนมาจับมือของผู้เป็นอากอบกุมเอาไว้
นิรณาที่กำลังตกใจกับภาพตรงหน้า ได้แต่ยืนมองดูคนทั้งคู่เงียบ ๆ ไม่รู้ว่าจะต้องวางตัวอย่างไรกับสถานการณ์ในตอนนี้ เป็นเพราะเธอไม่ได้คาดคิดเอาไว้ ว่าจะต้องมาเจอผู้เป็นอาของสามีที่อยู่ในสภาพนี้
“ใครหรือ ใคร!” อิงอรเอ่ยถามออกมา ดวงตาปรายตามองไปข้างตัวของหลานชาย ก่อนจะยกยิ้มออกมาให้กับคนแปลกหน้า
“เอิงเอยครับ เป็นภรรยาของสิงห์” สิงหราชเอ่ยบอกกล่าวผู้เป็นอาขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
มือหนายังคงประคองอีกฝ่ายเอาไว้ เพราะกลัวว่าเจ้าตัวจะอาละวาดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อต้องพบเจอกับคนแปลกหน้า ดวงตาคมจดจ้องไปที่ภรรยา เพื่อสังเกตอากัปกิริยาที่อีกฝ่ายมาต่อผู้เป็นอาของตัวเอง
“สวัสดีค่ะคุณอา หนูชื่อเอิงเอยนะคะ” นิรณาที่ได้สติพนมมือขึ้นไหว้อีกฝ่ายด้วยความนอบน้อม ก่อนจะเอ่ยแนะนำตัวด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม
“เอิงเอย” อิงอรเอ่ยทวนชื่อของอีกฝ่าย ก่อนจะหันกลับไปให้ความสนใจกับหลานชายตัวเองอีกครั้ง
“เพื่อนที่โรงเรียนของสิงห์ใช่ไหมลูก” คนที่ยังยึดติดอยู่กับช่วงเวลาที่หลานชายเป็นเพียงแค่นักเรียนชั้นมัธยมปลายเอ่ยถามขึ้น
“ใช่ค่ะคุณอา คุณอาเป็นยังไงบ้างคะ สบายดีไหม” นิรณาที่เห็นความอึดอัดใจของสามี เป็นฝ่ายเอ่ยตอบเสียเอง ก่อนจะเอ่ยชวนอิงอรพูดคุยเพื่อให้ทั้งตัวเองและอีกฝ่ายลดความประหม่าต่อกัน
“สบายดี นี่! อากำลังศึกษาพันธุ์ปลาอยู่เลย” อิงอรแย้มยิ้มขึ้น แขนเล็กที่แทบจะไม่มีแรงชี้ไปทางกองใบไม้ที่ตัวเองนั่งจมอยู่กับมันมาตั้งแต่เช้า
นิรณาปรายตามองตาไป ก่อนจะต้องสะท้อนความรู้สึกสงสารอีกฝ่ายขึ้นมาจับใจ หากแต่ร่างเล็กก็ยังพยายามฉีกยิ้มกว้างส่งไปให้ คนที่จมอยู่กับจินตนาการของตัวเอง
“อาไปทำงานก่อนนะเด็ก ๆ อย่าดื้ออย่าซนกันนะลูก” อิงอรเอ่ยพูดขึ้น ก่อนจะสาวเท้ากลับไปที่กองใบไม้ของตัวเอง
สิงหราชและนิรณาจับจ้องไปที่อิงอรเป็นตาเดียวกัน ด้วยความรู้สึกที่ต่างกันออกไป ร่างหนาที่อยู่กับเหตุการณ์แบบนี้มาจนชิน รู้สึกโล่งใจที่ในวันนี้ผู้เป็นอาไม่ได้มีอาการคลุ้มคลั่ง หากแต่กับนิรณาที่พึ่งเคยได้มีโอกาสพบเจอกับอีกฝ่าย กลับรู้สึกเศร้าจนน้ำตาซึม
“เธอป่วยมาหลายปีแล้ว ทางการแพทย์เองก็ไม่สามารถที่จะรักษาให้หายขาดได้” สิงหราชเอ่ยพูดขึ้นมาเพื่อแก้ไขข้อข้องใจให้กับคนตัวเล็ก ที่กำลังยืนปาดน้ำตาของตัวเองอยู่
“แต่ในความโชคร้ายนั้น คุณอาก็โชคดีนะคะที่มีพี่สิงห์คอยดูแลอยู่แบบนี้” นิรณายกยิ้มให้กำลังใจสามีของตัวเอง ก่อนจะปรายตามองกลับไปที่อิงอรที่กำลังนั่งเล่นอยู่กับป้าพรอีกครั้ง
“สู้ ๆ นะคะคุณอา” คุณอาร่างเล็กโบกมือให้พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างส่งไปให้ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมามองตัวเอง ก่อนจะเอ่ยพูดให้กำลังใจออกไปด้วยความจริงใจ
สิงหราชยกยิ้มออกมากับตัวเอง เมื่อเห็นว่าภรรยาเอ่ยพูดออกไปแบบนั้น นานมากแล้วที่เขาไม่เคยพาใครมาพบกับผู้เป็นอา และการแสดงออกของนิรณาก็อดที่จะทำให้เขาซึ้งใจไม่ได้
ที่เจ้าตัวไม่แม้ที่จะแสดงท่าทีรังเกียจ หรือหวาดกลัวออกมาแม้แต่น้อย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอาของเขานั้นมีสภาพจิตใจที่ไม่ปกติ หากแต่ยังพยายามที่จะพูดคุย และวางตัวราวกับว่าอีกฝ่ายไม่ได้แตกต่างไปคนธรรมดา
………………………………………………….
นายหัวสิงห์ก็คิดแต่เรื่องจะจับเมียลงเตียง ว่าแต่มู้ดเรื่อย ๆ แบบนี้ ใกล้จบแล้วหรือ? คำตอบคือยังค่ะ แงงงงงงงงง
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็นแรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ