ก่อนเข้านอนสองแฝดคุยจ้อเรื่องน้องชายที่เพิ่งคลอดไม่หยุดหลิวซือซือได้แต่ยิ้มอ่อนโยนก่อนจะจัดการห่มผ้าให้พวกเขา
“ถ้าพวกลูกยังไม่นอนพรุ่งนี้ก็จะตื่นสาย แล้วก็จะมีเวลาอยู่กับน้องชายน้อยลงด้วยนะจ๊ะ”
เสี่ยวเหว่ยครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยก็เห็นว่าจริงตามคำพูดของคุณแม่“ถ้าผมกับเสี่ยวซือเย่ตื่นสายแม่ช่วยปลุกได้ไหมครับ”
“แน่นอนว่าแม่ช่วยปลุกลูกสองคนได้แต่จะดีกว่าไหมจ๊ะที่พวกลูกจะตื่นเอง”
เสี่ยวซือเย่กลิ้งตัวกลมๆของเธอเข้าหาผู้เป็นแม่จนผ้าห่มถูกเธอม้วนเอาไว้เพียงคนเดียว “แม่ขา หนูจะตื่นแต่เช้าเพื่อไปหาน้องชายถ้าพี่ใหญ่ไม่ตื่นหนูจะปลุกพี่ใหญ่เองค่ะ” เด็กน้อยเจื้อยแจ้วอย่างประจบเอาใจ และต้องการให้คุณแม่สบายใจ
หลิวซือซือยื่นมือออกไปบีบปลายจมูกรั้นของลูกสาวแผ่วเบาพร้อมกันนั้นก็ขยิบตาให้ลูกชายด้วย “เอาตามเสี่ยวซือเย่ของพวกเราว่าก็แล้วกันนะเสี่ยวเหว่ย”ใครกันแน่นะที่จะได้ปลุก ดูก็รู้ว่าซาลาเปาน้อยๆนี่ขี้เซายิ่งกว่าพี่ชายของเธอเสียอีก
เสี่ยวเหว่ยได้แต่กลอกตามองบนให้น้องสาวแต่เมื่อหันมาสบตากับคุณแม่เขาจำเป็นต้องยิ้มรับอย่างยินดี “ได้ครับแม่ผมง่วงนอนแล้วพรุ่งนี้จะตื่นแต่เช้าครับ”
“ดีจ้ะ เอาล่ะแม่จะดับตะเกียงแล้วนะ”เธอนำผ้าห่มออกมาอีกผืนเพื่อห่มให้ลูกชาย จากนั้นก็ก้าวลงจากเตียงเตาไปดับไฟตะเกียงเสร็จแล้วก็กลับขึ้นมานอนข้างๆลูกชายลูกสาว
แสงจากตะเกียงถูกดับลงไปแล้วผู้พันหวงจื่อหานจึงลดกล้องส่องกลางคืนลงด้วยสีหน้าผ่อนคลายวันนี้มีเรื่องราวตื่นเต้นเกิดขึ้นกับบ้านพี่ชายของเธอ น่าจะเป็นพี่สะใภ้สี่คนนั้นของเธอที่คลอดลูก
“จะว่าไปแล้วเสี่ยวเหว่ยก็มีใบหน้าที่คล้ายกับนายท่านตอนเป็นเด็กถึงแปดส่วนเลยนะครับหรือว่า...” หวงตงฉวนเอ่ยขึ้นมาเสียงแผ่ว
“เรื่องมันยังมีแต่ความคลุมเครือเกินไปถ้าไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดฉันก็ไม่อยากจะพูดเรื่องนี้กับเธอ”สำหรับเขาต้องบอกว่าเป็นเรื่องน่ายินดีแต่สำหรับเธอล่ะจะยังน่ายินดีอยู่หรือเปล่าล่ะ ผู้หญิงที่แต่งงานกับผู้ชายอีกคนแล้วมารับรู้ว่าพ่อที่แท้จริงของลูกๆกลับกลายเป็นผู้ชายคนอื่น แม้ว่าจิตวิญญาณของหลิวซือซือจะมาจากยุคเดียวกับเขาแต่ม่านประเพณีก็เป็นอะไรที่ต้องคำนึงถึงอยู่ดี
“เรื่องเมื่อเกือบสองปีที่แล้วเป็นพวกเราที่ผิดเองครับนายท่าน ทำให้นายท่านต้องถูกคนลึกลับจับตัวไปได้”
“ไม่ใช่ความผิดของนายหรอกอีกอย่างตัวตนของฉันในตอนนั้นก็ไม่ใช่รูปลักษณ์ที่แท้จริง”
“แต่มันก็มีความใกล้เคียงกับรูปลักษณ์ที่แท้จริงของนายท่านถึงห้าส่วนเลยนะครับเราไม่รู้ว่าใครที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวนี้”
ผู้พันหวงยกมือเพื่อปรามไม่ให้ตงฉวนพูดอะไรต่อไปเพราะความทรงจำในช่วงนั้นของเขามันไม่ชัดเจน และก็ยังไม่แน่ใจด้วยว่าตอนนั้นตัวเขาได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งจริงๆหรือเปล่าหรือเป็นแค่เกิดจากฤทธิ์ยาที่ได้รับเข้าสู่ร่างกาย
“ให้นายตามสืบต่อไปอย่างลับๆ”
“ครับนายท่าน!”
“อืมกลับไปคอยเฝ้าสังเกตการณ์ที่หมู่บ้านสกุลหลิวเถอะ อ้อถ้าไม่จำเป็นก็อย่าเผยตัวให้คนของท่านที่ปรึกษาเหอเห็นล่ะ”
“เข้าใจแล้วครับนายท่าน”หวงตงฉวนทำความเคารพนายท่านของเขาแล้วก็ล่าถอยเข้าสู่เงามืดของราตรีจากนั้นก็หายไปจากการรับรู้ของผู้เป็นนายทันที
เมื่ออยู่เพียงลำพังแล้วผู้พันหวงจื่อหานก็เดินไปที่หน้าผาที่มีสายลมกรรโชกแรงอยู่ตลอดเวลา“ถ้าผู้หญิงในค่ำคืนนั้นเป็นเธอจริงๆคงต้องเริ่มจับตาอดีตสามีของเธอสินะเสี่ยวซือซือ”
เช้าวันต่อมาเสี่ยวเหว่ยกับเสี่ยวซือเย่ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่หลิวซือซือให้พวกเขาล้างหน้าแปรงฟันและอาบน้ำอุ่น เปลี่ยนเสื้อผ้าตัวใหม่ที่สะอาดสะอ้าน
“ทารกแรกเกิดร่างกายยังอ่อนแออยู่มากลูกสองคนก็คอยระมัดระวังให้ดีนะจ๊ะ เดี๋ยวน้องชายจะไม่สบายเอาได้”
“ผมจะระวังให้มากครับแม่”เสี่ยวเหว่ยตบอกตัวเองพร้อมกับเชิดหน้าขึ้นท่าทางเช่นนี้เริ่มจะเหมือนคนเป็นแม่ขึ้นทุกวันแล้ว
“หนูจะนั่งดูเฉยๆไม่หอมแก้มน้องชายแน่นอนค่ะแม่แล้ววันนี้หนูก็อาบน้ำจนตัวหอมแล้วด้วย รับรองไม่มีเชื้อโรคแน่นอนค่ะ”เสี่ยวซือเย่ยิ้มแป้น มือของเธอก็กระชับสายกระเป๋าสะพายใบเล็กเอาไว้เตรียมพร้อมจะไปบ้านของลุงสี่และป้าสะใภ้สี่ตลอดเวลา
“อืม งั้นก็ไปกันเถอะ แม่จะไปส่งลูกสองคนที่บ้านของลุงสี่แล้วจะกลับมาทำอาหารเช้า อยู่บ้านลุงสี่ก็ทำตัวน่ารักนะจ๊ะ”แม้เธอจะมั่นใจว่าลูกทั้งสองคนจะเป็นเด็กดีไม่วุ่นวายแต่ไม่รู้ทำไมตั้งแต่มาโผล่ที่โลกนี้และรู้ว่าตัวเองมีลูก เธอก็มักจะคิดวุ่นวายเรื่องราวต่างๆเอาไว้ล่วงหน้าทั้งยังกลายเป็นคนที่รอบคอบกว่าเดิมอีกด้วย
สองแฝดมองหน้ากันแล้วก็ถอนหายใจแม่ของพวกเขาเริ่มเข้าสู่โหมดนี้อีกแล้ว
แต่ต้องมีคนหนึ่งคนใดรับคำไม่อย่างนั้นแม่ก็จะกำชับเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อย“ผมจะดูแลเสี่ยวซือเย่ไม่ให้ซนครับแม่”
เสี่ยวซือเย่คล้ายจะเดินสะดุดขาตัวเองไปหนึ่งจังหวะและกำลังจะหันไปเอาเรื่องกับพี่ใหญ่แต่พอเห็นพี่ชายส่งสัญญาณมาให้เธอก็ได้แต่แอบลอบมองคุณแม่ที่เริ่มพูดไปเรื่อยจึงได้เงียบเอาไว้ เฮ้อ!คุณแม่ของเธอยังสาวยังสวยแท้ๆ แต่นับวันก็เริ่มจะกลายเป็นคนขี้บ่น
“เด็กๆมากันแล้วเหรอ มาๆ เข้ามาในบ้านก่อนเร็ว”แม่หลิวที่เดินออกมาจากห้องครัว ร้องเรียกสองแฝดอย่างดีใจเมื่อวานพวกเขาเห่อน้องชายเป็นอย่างมาก ทั้งยังสัญญาว่าจะมาหาน้องชายตั้งแต่เช้าและพวกเขาก็ทำได้จริงๆ
หลิวซือซือพาลูกชายลูกสาวเข้ามาในห้องโถงใหญ่ของบ้าน“ฝากดูพวกเขาด้วยนะคะแม่ ฉันต้องกลับไปทำอาหารเช้าก่อน”
“อืมไปเถอะๆวันนี้แม่ลางานแล้วจะช่วยดูพวกเขาเอง”
“ความจริงแม่น่าจะหยุดพักได้แล้วนะคะฉันไม่อยากให้แม่ทำงานหนักเลย” เรื่องนี้ได้พูดคุยกันเอาไว้ก่อนหน้านานแล้วแต่พอถึงเวลาลงทะเบียนทำงานในแปลงนาแม่ของเธอก็ยังคงไปตามเดิม
“ได้ๆๆ แม่จะทำตามที่ลูกว่ามาเสี่ยวซือซือ”แม่หลิวเอ่ยกลั้วหัวเราะอย่างมีความสุข ตอนนี้เธอไม่ได้ลำบากอะไรแล้วต่อไปคงได้มีความสุขกับการเลี้ยงหลานๆ
“นั่นแหละค่ะที่แม่ต้องทำอีกหน่อยถ้าร่างกายของพี่สะใภ้สี่ดีขึ้นแล้วฉันจะพาพี่สะใภ้สี่ไปขายอาหารเช้าที่ตลาดนัดในตำบล ช่วยหารายได้เข้าบ้านอีกทางแม่ว่าดีไหมคะ”ว่าแล้วเธอก็ปล่อยให้สองแฝดเดินไปที่ห้องพักของพี่ชายซึ่งมีน้องชายตัวน้อยนอนอยู่ในนั้น
“ดีๆๆ ทุกคนร่วมแรงร่วมใจทำไมจะไม่ดีล่ะลูกก็รีบกลับบ้านไปทำอาหารเช้าให้ผู้พันเหอเถอะท่านอายุมากแล้วต้องกินข้าวให้ตรงเวลา”
“แน่นอนว่าผู้อาวุโสเหอต้องได้ทานข้าวตรงเวลาอยู่แล้วค่ะและอาหารก็ดีมีประโยชน์อีกด้วย ฉันไปล่ะค่ะ”
แม่หลิวมองตามแผ่นหลังบอบบางของลูกสาวยิ้มๆเด็กคนนี้นี่ชอบโอ้อวดนิสัยนี้ไม่รู้ได้ใครมา
หลายวันต่อมาบ่อเลี้ยงปลาของหลิวซือซือก็ขุดเสร็จแล้วเหลือแต่ผันน้ำเข้าบ่อก็สามารถนำปลามาเลี้ยงในบ่อได้
ต่อมาผู้อาวุโสเหอจึงสั่งให้พวกเขาสร้างคอกไก่และทำรั้วล้อมพื้นที่ทั้งห้าหมู่ให้เชื่อมกับกำแพงหลังบ้านของหลิวซือซือไปด้วยเลย
นั่นก็เพราะเห็นว่าหลิวฉุนเหลียงคงไม่มีเวลาว่างมาทำเรื่องพวกนี้เนื่องจากต้องคอยดูแลภรรยาที่เพิ่งคลอดและลูกชายตัวน้อยก็ต้องได้รับการเอาใจใส่
หลิวซือซือเมื่อเห็นเรื่องราวเป็นเช่นนี้ก็ปล่อยเลยตามเลยแม้จะสงสัยว่าพวกเขาไม่มีอะไรทำหรือไงนะ แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป
สองแฝดที่เดินตามผู้เป็นแม่มาดูคอกไก่ที่ถูกสร้างใกล้เสร็จแล้วก็ตื่นเต้นดีใจกันยกใหญ่เพราะมันเป็นคอกไก่ที่มั่นคงแข็งแรงและกว้างขวางมากทีเดียว
“แม่ขาเราไปซื้อไก่มาเลี้ยงวันนี้เลยดีไหมคะ”เสี่ยวซือเย่ใจร้อนอยากจะเห็นไก่ถูกนำมาเลี้ยงในคอกไก่แล้ว
“รออีกสักสองสามวันนะจ๊ะเสี่ยวซือเย่รอให้คอกไก่และรั้วเสร็จก่อน แล้วแม่จะไปหาซื้อแม่ไก่ที่พร้อมออกไข่มาเลี้ยงที่บ้านเรา”
“ซื้อมาหลายๆตัวเลยนะคะแม่หนูจะให้อาหารพวกมันเอง” เด็กน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้วออกมาอย่างมีความสุข
ผู้อาวุโสเหอที่ยืนดูลูกน้องสร้างคอกไก่อยู่ก็เดินมาหาหลิวซือซือและสองแฝด“เธอจะซื้อไก่กี่ตัวล่ะเสี่ยวซือซือ”
หลิวซือซือดูความกว้างยาวของคอกไก่แล้วก็คิดอยู่อึดใจจึงตอบคำถาม “สักสามสิบตัวก่อนค่ะผู้อาวุโสเหอ”
“อืม สามสิบตัวก็กำลังพอดีเลย ต่อไปก็ไม่ต้องซื้อไข่กินแล้ว”
“ผมจะช่วยเก็บไข่เอาไปขายที่ตลาดนัดครับคุณตา”เสี่ยวเหว่ยเอ่ยอาสาออกมาพร้อมกับตบอกตัวเองปุๆ
ผู้อาวุโสเหอเลิกคิ้วน้อยๆ“แค่เอามาทำอาหารให้พวกเรากินก็น่าจะหมดแล้วล่ะเสี่ยวเหว่ยแต่ไม่เป็นไรตาจะจ่ายค่าไข่ให้เธอดีไหม”
เด็กน้อยรีบส่ายหน้ารัวๆพร้อมกับโบกมือเป็นพัลวัน“ไม่คิดเงินคุณตาครับ”
“อ้าว!ก็ไหนบอกว่าจะเก็บไข่เอาไปขายไม่ใช่เหรอจะขายให้ฉันหรือขายที่ตลาดนัดก็เหมือนกันนั่นแหละ”
หลิวซือซือมองลูกชายคอยฟังว่าเขาจะอธิบายต่อว่าอย่างไรก็ได้ยินเขาตอบกลับผู้อาวุโสเหอว่า
“ผมไม่ขายให้คนในครอบครัวหรอกครับ”
นัยน์ตาของผู้อาวุโสเหอพราวระยับก่อนจะยิ้มพรายออกมาอย่างมีความสุข “จริงสินะ พวกเธอเรียกตาแก่คนนี้ว่าคุณตาพวกเราก็เหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกันแล้ว เอาเถอะถ้าอยากจะเก็บเอาไปขายที่ตลาดนัดก็เก็บเอาไว้”ว่าแล้วก็อุ้มทั้งเสี่ยวเหว่ยและเสี่ยวซือเย่ขึ้นมาแนบอก“ตาจะให้เสี่ยวหลี่กับเสี่ยวหวังไปหาซื้อแม่ไก่ที่พร้อมออกไข่มาให้พวกเธอดีไหม”
“ดีครับคุณตา”
เสี่ยวซือเย่กลอกตาให้พี่ชายตอนนั้นเรียกเธอเสียงเขียว มาคราวนี้พี่ใหญ่กลับบอกว่าคุณตาเป็นคนในครอบครัวใครกันแน่ที่จะเผลอหลุดก่อนกัน
แต่เมื่อเห็นคุณตามองมาที่เธอ เด็กน้อยก็ยื่นหน้าไปหอมแก้มคุณตาถึงสองฟอดใหญ่“คุณตาของหนูดีที่สุดเลยค่ะ”
“ดีๆๆ เด็กดีเธอก็ไปเตรียมทำอาหารเย็นเถอะเสี่ยวซือซือ ฉันจะดูแลเด็กๆเอง”
“ได้ค่ะผู้อาวุโส อ้อเมื่อเช้าย่าลากับพี่ใหญ่จินเกอเอาเนื้อวัวมาให้เยอะมากเย็นนี้ฉันจะทำซุปเนื้อวัวใส่หมั่นโถวนะคะ จะได้บำรุงร่างกายคนของผู้อาวุโสด้วย”
“อืมเธอทำอะไรให้พวกเขาก็กินทั้งนั้นแหละเสี่ยวซือซือ อย่าลืมทำเซ่าจื่อเมี่ยนด้วยนะ”
“ได้ค่ะ”หลิวซือซือหันไปกำชับลูกชายลูกสาวอีกสองประโยคก็เดินกลับเข้าบ้านทางประตูเล็กหลังบ้าน
พอคล้อยหลังหลิวซือซือไปแล้ว ผู้อาวุโสเหอก็อุ้มสองแฝดเดินไปหาลูกน้อง
พอมองไปเห็นพื้นที่ที่ได้รับการปรับหน้าดินเอาไว้แล้วเขาก็สั่งการลูกน้อง “เสี่ยวหลี่ทำคอกไก่นี่เสร็จแล้วนายกับเสี่ยวหวังไปหาซื้อแม่ไก่ที่พร้อมออกไข่มาสักสามสิบตัวนะ อ้อแล้วก็ช่วยกันทำแปลงปลูกผักเอาไว้ให้เสี่ยวซือซือด้วยนะ ผักที่เธอปลูกรสชาติดีมาก”
“ครับท่าน พรุ่งนี้ผมจะรีบจัดการทันที”เสี่ยวหลี่ของท่านที่ปรึกษาได้แต่คิดในใจว่าอีกไม่นานท่านที่ปรึกษาคงได้รับเสี่ยวซือซือคนนี้เป็นหลานสาวแน่ๆ แต่พอคิดดูดีๆเขาก็คิดว่าถ้าตัวเองเป็นท่านที่ปรึกษาก็คงจะทำเช่นเดียวกันเพราะเสี่ยวซือซือเป็นเด็กดีมากนั่นเอง
“ปลูกสตรอว์เบอร์รีด้วยค่ะคุณตาหนูชอบกิน” เสี่ยวซือเย่อ้อนคุณตาได้อย่างน่ารักน่าชังโดยไม่สนใจพี่ใหญ่ที่กำลังถลึงตาปรามเธออยู่อย่างลับๆ อะไรล่ะเมื่อกี้นี้ตัวเองยังพูดออกไปอยู่เลยนะเธอไม่สนแล้ว!
“ได้ๆๆ ได้ยินแล้วใช่ไหมทำแปลงสำหรับปลูกสตรอว์เบอร์รีด้วยนะขอหลายแปลงหน่อยเพราะเสี่ยวซือเย่ชอบกิน”
“ได้ครับท่าน!”
เย็นนั้นนายทหารทั้งสิบสี่นายรวมผู้อาวุโสเหออีกหนึ่งก็เป็นสิบห้าคน ก็ได้กินซุปเนื้อวัวใส่หมั่นโถว พวกเขากินมันอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็ต่อด้วยเซ่าจื่อเมี่ยนอีกคนละสองชาม
พอกินเสร็จก็แทบจะขยับตัวไม่ได้เพราะอิ่มจนแน่นท้องไปหมด
“เหอะๆ ดูเจ้าพวกตะกละนี่สิเสี่ยวซือซือกินจนหมดเกลี้ยงเลย” ผู้อาวุโสเหอพูดพลางก็ลูบพุงของตัวเองไปด้วยอย่างสบายใจนอกจากจะได้กินอาหารอร่อยๆในทุกวันแล้วผลประโยชน์ที่เขาได้รับก็คือร่างกายที่แข็งแรงและอาการป่วยเรื้อรังมานานหลายปีก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆเรื่องนี้จะบอกแค่คนที่สนิทกันเท่านั้นให้ตาแก่พวกนั้นมาช่วยปกป้องเสี่ยวซือซือและสองแฝด เธอจะได้มีที่พึ่งที่แข็งแกร่ง
“ยังมีเหลืออยู่ในห้องครัวนะคะมีใครจะเอาเพิ่มอีกไหมคะ”
“ไม่ล่ะเสี่ยวซือซือเธอดูพวกเราสิแต่ละคนขยับตัวไม่ได้แล้ว” นายพลหลี่เอ่ยกับหลิวซือซืออย่างเป็นกันเองถ้าเขามีลูกสาวแบบหลิวซือซือก็คงจะดีสินะ แต่เฮ้อ! เขาลืมไปว่าตัวเองยังไม่ยอมแต่งงานสักทีป่านนี้คู่หมั้นของเขาเธอจะยังรอเขาอยู่หรือเปล่านะถ้ามีลูกสาวแบบนี้และมีหลานๆแบบสองแฝดคงจะดีไม่น้อยเลย
นายพลหลี่คงไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้นิสัยของเขาเริ่มเหมือนคนปกติขึ้นเรื่อยๆแล้วแม้กระทั่งวิธีการจะเข้าหาสองแฝดเขาก็ยังไปแอบถามมาจากนายพลหวังสหายรัก
หลิวซือซือเห็นท่าทางของทุกคนแล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อตอนที่เจอผู้ยิ่งใหญ่ทุกคนในคราแรกนั้นเธอค่อนข้างเกร็งทีเดียวเพราะแต่ละคนแผ่กลิ่นอายฆ่าฟันออกมาอย่างชัดเจน แต่พออยู่นานไปกลับกลายเป็นเหมือนคนในครอบครัวไปเสียนี่
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะชงชาย่อยอาหารให้นะคะ”
“ไม่ต้องหรอกเสี่ยวซือซือเดี๋ยวออกปฏิบัติการคืนนี้พวกเขาก็ไม่มีเวลาให้อืดอาดแบบนี้แล้วล่ะ”
หลิวซือซือมองผู้อาวุโสเหอที่พูดเรื่องงานให้เธอฟังแล้วก็ต้องรีบเก็บปากเก็บคำนี่คืออีกหนึ่งบททดสอบหรือเปล่านะ
เช้าของสองวันต่อมานายพลหลี่กับนายพลหวังก็นำไก่สามสิบตัวขึ้นเขามา
สองแฝดที่เห็นแม่ไก่ที่พร้อมออกไข่แล้วก็กระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข
ยิ่งได้เห็นตอนที่พวกมันเข้าไปอยู่ในคอกและกินเศษผักและน้ำโดยไม่มีอาการเครียดเลยแม้แต่น้อยพวกเขาก็ยิ่งพอใจ
“แม่ขาดูสิไก่ตัวนั้นมันออกไข่ให้หนูแล้วค่ะ”เสี่ยวซือเย่ชี้ชวนให้คุณแม่ได้ดูอย่างตื่นเต้นแม่ไก่ตัวอ้วนเดินอาดๆอย่างสง่าผ่าเผยไปที่ตะกร้าสำหรับวางไข่แล้วก็ออกไข่ใบโตให้เธอแล้ว
หลิวซือซือเองก็เห็นเช่นกันไม่คิดเลยว่าน้ำและผักที่ให้พวกมันกิน จะทำให้ไก่ออกไข่อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ไม่ใช่ไข่ฟองเล็กๆเสียด้วยสิ นี่ถ้าเก็บเอาไปขายที่ตลาดนัดก็น่าจะได้ราคาดีทีเดียว
“รอให้พวกมันปรับตัวกับคอกใหม่อีกนิดนะจ๊ะเสี่ยวซือเย่แล้วแม่จะพาหนูกับพี่ใหญ่เข้าไปเก็บไข่ด้านใน”
“ได้ค่ะแม่”
“ผมว่าเราต้องปลูกผักเพิ่มเยอะๆนะครับแม่ดูไก่พวกนี้สิครับพวกมันกินเก่งมากเลย” เมื่อกี้นี้เขาโยนผักเข้าไปไม่น้อยเลยแต่ดูตอนนี้สิแทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว ไก่พวกนี้คงจะเป็นไก่จอมตะกละแน่ๆ
หลิวซือซือมองไก่จอมตะกละที่มองมายังเธอและลูกๆด้วยสายตาละห้อยแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า “เอาไว้ตอนเย็นพวกแกจะได้กินอาหารอีกรอบ”
เหมือนไก่จะเข้าใจที่เธอพูดพวกมันล้วนคอตกเดินไปที่ตะกร้าจากนั้นก็หย่อนตัวของพวกมันลง ไม่นานก็ออกไข่รัวๆราวกับจะบอกว่าพวกมันมีผลงานถึงเพียงนี้ ขอผักและน้ำเพิ่มอีกหน่อยเถอะ
“แม่ขา!ดูสิคะพวกมันออกไข่อีกแล้ว” พูดพลางเสี่ยวซือเย่ก็เริ่มนับนิ้วมือแล้วก็ร้องขึ้นมา “มีสองตัวที่ออกไข่สองครั้งแล้วค่ะแม่”
“หืม เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย”