เมื่อถึงยามเซิน[1]หลิงหลิวเหว่ยจึงเดินมาปลุกจอมมารให้ตื่นเพื่อไปตรวจขุมนรกแล้วให้สาวใช้นำของว่างมาให้มีทั้งขนมกะโหลกอบกรอบและลิ้นแห้งทอดรวมถึงน้ำชาโม่หลี่[2]เมื่อของว่างมาถึงจึงไล่สาวใช้ทั้งหมดออกไป
“เยี่ยนเยี่ยนตื่นได้แล้ว”
หลิงหลิวเหว่ยเขย่าคนตัวใหญ่กว่า ทว่าอีกฝ่ายกลับปัดป่ายแขนเล็กราวกับรำคาญอย่างนั้น หลิงหลิวเหว่ยจึงจำใจต้องใช้มาตรการเด็ดขาดโดยการเสกน้ำขึ้นมาหนึ่งถังแล้วสาดไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่หลับสนิทไม่รู้เื่
ซ่า
“เหว่ยตี้!” จอมมารขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างขึงขังพลางแยกเขี้ยวใส่หลิงหลิวเหว่ยที่ยิ้มได้ใจ
“เยี่ยนเยี่ยนหนอ เยี่ยนเยี่ยน ท่านโกรธข้าไม่ได้ ข้าปลุกท่านแล้วแต่ท่านมิยอมตื่นเอง”
“ยามใดแล้ว”
“ยามเซินแล้ว ข้าเตรียมของว่างมาให้ กินสิ”
จอมมารหนุ่มลงมือกินอาหารว่างให้เรียบร้อยก่อนที่จะแต่งตัวเสียใหม่สวมชุดดำทั้งชุดเพื่อไปตรวจขุมนรกโดยมีหลิงหลิวเหว่ยเดินติดตามมาด้วย
วันนี้ดูเหมือนทุกอย่างเป็ปกติดีเหลือแค่ไปตรวจเยี่ยมหนักโทษชั้นดีก็เป็อันเสร็จกิจประจำวันนี้แล้ว
“เอามีดมาหรือเปล่า”
มีดจันทราปลายด้ามถูกฝังอัญมณีสีม่วงปลายดาบโค้งงอคล้ายรูปพระจันทร์เสี้ยวถูกหยิบยื่นให้แก่จอมมารพร้อมกับแก้วทรงสูงสีทองอร่าม
“อย่าทำอะไรข้าเลย ฮึก”
เสียงเหล่านักโทษร้องโหยหวนระงมทั่วอาณาบริเวณ
จอมมารแสยะยิ้มไม่กล่าวคำใดให้มากความหยิบมีดจันทราปักลงที่ลำคอของผู้เคราะห์ร้ายและนำแก้วมารองเืยกขึ้นดื่มสดๆ ต่อหน้าเหล่านักโทษชั้นดีและหลิงหลิวเหว่ย
“ส่งิญญามันไปชำระความด้วย”
“ขอรับท่านจอมมาร”
หลังจากพ้นเขตคุกของนักโทษชั้นดีจึงเดินต่อไปยังคุกอีกหลังหนึ่ง สภาพของมันราวกับถูกทิ้งร้างมานานบันไดทางขึ้นเต็มไปด้วยเศษใบไม้แห้งและคราบน้ำฝนกระทั่งเศษซากเน่าของสัตว์บ่งบอกว่าไร้การเอาใจใส่จากเ้าของมานาน
จอมมารซ่อนบางคนไว้ในนี้ ผู้ซึ่งเป็หนึ่งในความเ็ปนับแสนปีของเขาเช่นกัน
“ข้าจะไปเยี่ยมสหายเก่าสักหน่อยเ้ารอข้าอยู่ที่นี่แหละ”
“ขอรับท่านจอมมาร”
หวังเยี่ยนเดินเข้าไปในคุกหลังนั้นโดยปล่อยให้หลิงหลิวเหว่ยยืนรออยู่ด้านนอกคอยอารักขาความปลอดภัย
กลิ่นน่าสะอิดสะเอียนลอยคลุ้งเข้ามาระหว่างเดินฝ่าเข้าไปเรื่อย ๆ คุกหลังนี้เดิมเอาไว้ขังพวกจอมมารรุ่นก่อนอาจเป็มารที่ทำความผิดบาปมหันต์หรือกระทำผิดพันธสัญญาระหว่างเผ่ามารและเซียน แน่นอนว่าเขามาพบสหายเก่าที่มีบุญคุณความแค้นกันอยู่
“เป็อย่างไรบ้างเผ่ยอวิ๋น่นี้ข้ามิได้เข้ามาเยี่ยมเ้าบ่อย ๆ เหมือนแต่ก่อน เหงาหรือไม่”
ก่อนนั้นเขากับเผ่ยอวิ๋นเป็สหายร่วมเป็ร่วมตายกันมาก่อนแต่เพราะการแก่งแย่งชิงดีภายในตระกูลจึงทำให้เขาต้องเสียบิดามารดาและคู่หมั้นไปอีกทั้งยังทำให้เขาและเผ่ยอวิ๋นสายสัมพันธ์ขาดสะบั้นไม่อาจกอปรขึ้นมาใหม่ได้
“เฮอะ! ทำไมไม่ปล่อยให้ข้าตาย ๆ ไปสักทีให้มันสาสมกับความแค้นของเ้า”
เผ่ยอวิ๋นกำมือแน่น
ถ้าหากวันใดเขาหลุดออกจากโซ่ตรวนนี้ได้เขาจะแก้แค้นและต่อให้มันกลายเป็การแก้แค้นไปชั่วกัปชั่วกัลป์เขาก็ไม่เสียใจ ทั้งที่เื่ในตอนนั้นเขาไม่ใช่คนผิดและท่านแม่ของเขาก็ไม่ใช่คนผิดเช่นกันแต่หวังเยี่ยนก็…
“ความตายมันง่ายไปหรือเปล่า ข้าจะไม่ฆ่าเ้าแต่จะทำให้ดวงิญญาของเ้าแตกซ่านไร้ตัวตน ฮ่า ๆ ๆ”
เสียงหัวเราะของหวังเยี่ยนดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาท ทุกครั้งที่หวังเยี่ยนมาเขามักจะเอ่ยประโยคนี้เสมอแต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่หวังเยี่ยนลงมือทำจริงดังคำกล่าวไว้
“นี่เ้า!!”
“ยังไงเ้าก็เป็สหายรักข้า ข้ากำลังจะมีงานมงคลในเร็ววันนี้ครั้งนี้ข้าจะได้เป็จักรพรรดิมารอย่างสมบูรณ์แล้ว สิ่งที่พ่อชั่วช้าของเ้าใฝ่ฝันสุดท้ายมันก็ตกมาเป็ของข้า”
หวังเยี่ยนจงใจยั่วโมโห
ทว่า
“เ้าทำไม่สำเร็จหรอก ไม่มีทางสำเร็จหรอกวันมงคลหรือวันนองเืกันนะ ฮ่า ๆ ๆ”
กวนประสาทนัก! น่าเสียดายที่เขาไม่รู้วิธีเปิดคุกนี้มิเช่นนั้นเขาคงได้ทรมานมันจนิญญาแตกซ่านไม่เหลือชิ้นดีในปรโลกแห่งนี้แล้ว
“หมายความว่าอย่างไร” จอมมารถามเสียงเหี้ยมดวงตาสีแดงทับทิมส่องแสงเข้มขึ้นแสดงถึงความโมโห
“จุ๊ๆๆ ถ้าบอกตอนนี้ก็ไม่สนุกสิ”เผ่ยอวิ๋นหลับตาลงและไม่พูดคำใดต่อ เพียงยิ้มตรงมุมปากเล็ก ๆ อย่างอารมณ์ดี
“บัดซบ!!” จอมมารได้แต่สบถออกมาอย่างเสียอารมณ์เขาไม่รู้ถึงความหมายของเผ่ยอวิ๋น
อะไรจะเกิดขึ้นในวันแต่งงานของเขา?
เ้าบ้านี่! วางแผนอะไรอยู่?
หวังเยี่ยนเดินกระทืบเท้าปึงปังอารมณ์ไม่ดีออกมาจากคุกหลังนั้นหลิงหลิวเหว่ยมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีใครก็นำผ้าขาวสะอาดมาซับเหงื่อให้แก่จอมมาร
“ไปโมโหอะไรมา”
“ในวันแต่งงานของข้าเพิ่มกำลังทหารอารักขาเป็เท่าตัวข้ามีลางสังหรณ์ไม่ดี”
“โถ่ เยี่ยนเยี่ยนหนอเยี่ยนเยี่ยน บัดนี้ยามซวี[3]แล้วกลับตำหนักก่อนดีหรือไม่เดี๋ยวข้าจักเตรียมน้ำไว้ให้อาบ”
หวังเยี่ยนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วจึงเดินนำหลิงหลิวเหว่ยเข้าไปในตำหนักนอนเอกเขนกอยู่บนตั่งทองคำพลางขบคิดถึงคำพูดของเผ่ยอวิ๋น เ้านั่นมันวางแผนอะไรอยู่หากมันยังอยู่ในคุกแต่ยังปากดีฉะนี้แสดงว่ามีคนหนุนหลังมัน
“เหว่ยตี้ข้ามีอะไรจะถามท่าน”
“หืม?”
หลิงหลิวเหว่ยกำลังจัดเตรียมน้ำอาบไว้ใกล้กับหน้าต่างเพื่อให้จอมมารอาบน้ำไปด้วยรับพลังจากแสงจันทร์ไปด้วย
“ข้าควรส่งจดหมายไปบอกกล่าวนางก่อนดีหรือไม่หากว่าข้าอยากจะพบนาง อืม ที่สระมรกตเหลียนไห่”
“ส่งกระเรียนทองไปสิเยี่ยนเยี่ยน”
หลิงหลิวเหว่ยแนะนำ วิธีนี้เป็ที่นิยมแต่จะอ้างอะไรดีล่ะระหว่างที่กำลังจะถอดอาภรณ์ออกกลับเหลือบไปเห็นถุงหอมลายวิหคฟื้นจากเถ้าธุลีของตนเลยแนบลงไปด้วยกับกระเรียนทองพร้อมกับเขียนข้อความด้วยลายมือหวัดๆ เป็เอกลักษณ์ว่า ชาโม่หลี่ของเขานางอาจยังไม่เคยลองหวังว่านางจะชอบเขาจะเอาให้นางชิมวันพรุ่งนี้ หลังจากส่งกระเรียนทองไปให้เซียนหญิงผู้นั้นเสร็จก็ลงแช่โลหิตที่หลิงหลิวเหว่ยเตรียมไว้ให้หลิงหลิวเหว่ยเองก็ช่วยตักโลหิตในอ่างชำระร่างกายให้แก่หวังเยี่ยน..
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าท่านจะเคยเป็เทพเซียนมาก่อนไม่รังเกียจโลหิตเหล่านี้หรือ”หลิงหลิวเหว่ยยิ้มอ่อนโยนส่งไปให้จอมมาร
“ข้าอยู่กับท่านมาหลายแสนปีแล้วเกิดเป็ความเคยชินหากรังเกียจคงไม่มาทำหน้าที่นี้ดอก ข้าเคยเป็เทพเซียนก็จริงแต่ก็แค่เคย” หลิงหลิวเหว่ยไม่เคยเสียใจที่มาอยู่กับจอมมารท่านนี้
หากตัดเื่ที่เขาต้องใช้โลหิตจากคนบาปทั้งหลายเขาก็เป็จอมมารที่มีคุณธรรมและเด็ดเดี่ยวมากคนหนึ่ง นิสัยตรงไปตรงมาไม่เสเเสร้ง ด้วยความเลื่อมใสจึงทำให้เขาตัดสินใจหันหลังให้โลกเซียนเพื่อรับใช้จอมมารท่านนี้
“ขอบใจมากนะเหว่ยตี้ หากไม่มีท่านข้าคงลำบากมาก” จอมมารถอนหายใจออกมาหลิงหลิวเหว่ยก็ได้แต่ส่งยิ้มให้พลางนวดผ่อนคลายให้แก่จอมมาร
เป็มารแล้วอย่างไร?
เป็เซียนแล้วอย่างไร?
ข้าก็คือข้า นั่นคือสิ่งที่หลิงหลิวเหว่ยคิด เมื่อเลือกภักดีต่อจอมมารแล้วมิมีวันทรยศ
[1] ยามเซิน คือ ่เวลา 15.00 – 16.59 น.
[2]น้ำชาจากดอกมะลิ
[3]ยามซวี คือ ่เวลา 19.00 – 20.59 น.