กู้ซื่อเหิงถูกแสงแดดที่ทิ่มแทงตาปลุกให้ตื่นขึ้น
เขาลืมตาขึ้นพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง มีผ้าห่มคลุมกายไว้ ม่านหน้าต่างถูกดึงปิดไว้เพียงครึ่งเดียว แสงแดดจึงส่องลงบนใบหน้าของเขาพอดี เขารู้สึกปวดหัวเล็กน้อย ในปากแห้งผาก อาการค้างคืนที่ชัดเจน
เขาจ้องมองเพดานอยู่นาน สมองว่างเปล่าขาวโพลน
เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ?
เขาพยายามนึกย้อนกลับไป ไลฟ์สด... ซ่อมคอมพิวเตอร์... ดื่มเหล้า... คุยเื่ดูดวง... แล้วยังไงต่อ?
ไม่มีแล้ว
ความทรงจำเหมือนฟิล์มที่ขาดไป ่ครึ่งหลังว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง
เขาหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะข้างหัวเตียงขึ้นมาดู สิบโมงยี่สิบสามนาที ในวีแชทมีข้อความอยู่หลายแถว ซึ่งล้วนมาจากแม่ของเขา
[ลูกรัก อยู่กับเสิ่นฟานิเป็ยังไงบ้าง?]
[ทำไมไม่ตอบข้อความล่ะ?]
[หรือว่าเมื่อคืนมีเื่อะไรเกิดขึ้นหรือเปล่านะ? (ยิ้มเ้าเล่ห์) ]
กู้ซื่อเหิงกลอกตาพลางเมินข้อความเ่าั้
เขาพลิกตัวลงจากเตียง เดินโซซัดโซเซออกมาจากห้องนอน
ในห้องนั่งเล่นว่างเปล่าไร้เงาคน โต๊ะน้ำชาถูกเก็บกวาดจนสะอาดสะอ้าน กล่องอาหารและกระป๋องเบียร์หายไปหมดแล้ว บนโต๊ะอาหารมีน้ำเปล่าวางอยู่หนึ่งแก้วและกล่องเก็บความร้อนหนึ่งใบ มีกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งวางทับไว้
กู้ซื่อเหิงหยิบขึ้นมาดู ลายมือของเสิ่นฟานิดูเฉียบคมและทรงพลัง
[ถ้าคุณตื่นแล้วอย่าลืมกินซุปแก้แฮงค์อยู่ในกล่องเก็บความร้อนนะครับ ผมออกไปข้างนอกสักพัก จะกลับมาตอนเย็น — เสิ่น]
กู้ซื่อเหิงจ้องมองกระดาษแผ่นนั้นอยู่นาน มักจะรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลก ๆ
เขาวางกระดาษลง หยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มไปอึกใหญ่ จากนั้นก็เปิดกล่องเก็บความร้อนดู ข้างในคือซุปแก้แฮงค์ที่ยังคงอุ่น ๆ กลิ่นเหมือนใส่กวาวเครือ [1] กับน้ำผึ้ง รสชาติหวานนำ
เขาจิบซุปพลางพยายามนึกถึงเื่เมื่อคืนอย่างหนัก
ดื่มซุป... คุยเื่ดูดวง... ดูเหมือนเขาจะพูดไปเยอะมาก พูดอะไรบ้างนะ? บอกว่าตัวเองคือบั๊กที่สืบทอดมาทางสายเื บอกว่าแม่มองเห็นเป็ภาพ บอกว่าเสิ่นฟานิยิ้มแล้วดูดี—
เดี๋ยวก่อน!
เสิ่นฟานิยิ้มแล้วดูดี?
เขาพูดคำนี้ออกไปจริง ๆ เหรอ?
มือของกู้ซื่อเหิงที่ถือถ้วยซุปค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ
แล้วยังไงต่อ? หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?
เขาพยายามนึกอย่างเอาเป็เอาตาย ในสมองดูเหมือนจะมีภาพลาง ๆ ปรากฏขึ้น ใบหน้าของเสิ่นฟานิที่อยู่ใกล้มาก ดวงตาของเสิ่นฟานิที่สว่างไสว แล้วเขาก็เหมือนจะ...
เป็ไปไม่ได้
ไม่มีทางเป็ไปไม่ได้เด็ดขาด
ถึงกู้ซื่อเหิงคนนี้ปกติจะทำตัวเหลวไหลแค่ไหน แต่เขาก็ไม่มีทางทำเื่แบบนั้นลงไปแน่ ต้องเป็ความทรงจำที่สับสนไปเองแน่ ๆ
เขาดื่มซุปจนหมด วางถ้วยลงในซิงก์ล้างจาน และตัดสินใจที่จะไม่คิดถึงเื่นี้อีก
หนึ่งทุ่มตรง เสิ่นฟานิกลับมาแล้ว
กู้ซื่อเหิงกำลังไลฟ์สดอยู่ เขาสวมหน้ากากสุนัขจิ้งจอกพลางพูดจาเลอะเทอะใส่กล้อง “เพื่อน ๆ ชาวราศีพิจิกโปรดระวัง สัปดาห์หน้าดาวพุธจะโคจรเข้าสู่เรือนที่แปด [2] ซึ่งเป็เรือนที่... ที่ซับซ้อนมาก แสดงถึง... เอ้อ ความลึกซึ้งและความลับ เพราะฉะนั้นพวกคุณอาจจะเจอเื่ราวที่ถูกซ่อนไว้ หรือค้นพบความลับที่คนอื่นไม่อยากให้รู้”
[เอาอีกแล้วใช่ไหม?]
[กู้ครึ่งเซียน พูดเื่ที่มันแม่น ๆ หน่อยได้ไหม?]
[อาทิตย์ก่อนคุณบอกว่าชาวราศีพิจิกจะมีโชคเื่ดอกท้อ ผมยังเป็หมาโสดอยู่เลยเนี่ย!]
กู้ซื่อเหิงทำเป็มองไม่เห็นและพูดต่อ “เรือนที่แปดยังแสดงถึงความเป็ความตายและมรดกด้วย ดังนั้นพวกคุณควรสังเกตคนรอบข้างดูว่าจะมี... อืม... โชคลาภที่คาดไม่ถึงไหม เช่น จู่ ๆ ก็ได้รับเงินก้อนโต”
สิ้นเสียงของเขา หางตาก็เหลือบไปเห็นเงาคนปรากฏขึ้นที่ประตู
เสิ่นฟานิยืนพิงกรอบประตู กอดอกมองเขาอยู่
เสียงของกู้ซื่อเหิงสะดุดกะทันหัน เขามองเสิ่นฟานิ ในสมองก็แวบภาพลาง ๆ เ่าั้ขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าของเสิ่นฟานิ ดวงตาของเสิ่นฟานิ แล้วก็ใบหน้าของเขาเองที่โน้มเข้าไป
เขาฟื้นคืนสติรีบดึงสายตากลับมา บังคับตัวเองให้ไลฟ์ต่อ
“เอ่อ... เรามาต่อกันที่ราศีธนูครับ เพื่อน ๆ ชาวราศีธนู สัปดาห์หน้าดาวพฤหัสบดีกับดาวเสาร์ทำมุมสัมพันธ์กันอย่างตึงเครียด มุมนี้หมายความว่าอะไร? หมายความว่าพวกคุณอาจจะเจออุปสรรคบางอย่าง แต่ก็เป็โอกาสที่จะได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง แนะนำให้หาเวลาออกกำลังกาย ออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้าง อย่ามัวแต่อุดอู้อยู่แต่ในบ้าน”
เขาพูดตะกุกตะกักจนแม้แต่ตัวเองยังไม่รู้เลยว่าพูดอะไรออกไป
ข้อความในห้องไลฟ์เริ่มหลั่งไหลมาไม่หยุด
[วันนี้กู้ครึ่งเซียนเป็อะไรไปน่ะ?]
[แอบไปดื่มเหล้ามาหรือเปล่า?]
[พูดจาไม่รู้เื่เลย ปิดไลฟ์ไปเถอะ ๆ]
กู้ซื่อเหิงเหลือบมองไปที่ประตูอีกครั้ง เสิ่นฟานิยังคงยืนอยู่ที่เดิม สายตาไม่ได้ละไปจากเขาเลยแม้แต่น้อย
เขาฉวยโอกาสสูดลมหายใจลึก ตัดสินใจจบหายนะครั้งนี้ล่วงหน้า
“เอาละครับเพื่อน ๆ วันนี้ขอจบการไลฟ์เพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุน เจอกันใหม่พรุ่งนี้ครับ!”
เขาปลดไลฟ์ทิ้งอย่างรวดเร็ว ถอดหน้ากากออกพลางระบายลมหายใจยาว
เสิ่นฟานิจึงเดินเข้ามา นั่งลงบนโซฟา
“วันนี้จบไลฟ์ไวดีนะครับ” เขาพูด น้ำเสียงปกติเหมือนทุกวัน
“ครับ วันนี้อารมณ์ไม่ค่อยดีน่ะครับ” กู้ซื่อเหิงนวดขมับ “คุณกลับมาตอนไหนครับ?”
“เพิ่งถึงครับ” เสิ่นฟานิชะงักไปครู่หนึ่ง “ยังปวดหัวอยู่ไหม?”
“ไม่ปวดแล้วครับ ขอบคุณสำหรับซุปแก้แฮงค์นะครับ” กู้ซื่อเหิงมองเขา ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ตัดสินใจถามออกมา “คือว่า... เมื่อคืนผมดื่มหนักไปหน่อย ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยไปใช่ไหมครับ?”
สีหน้าของเสิ่นฟานิไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
“ไม่มีครับ” เขาตอบ
กู้ซื่อเหิงถอนหายใจอย่างโล่งอก “ค่อยยังชั่วครับ ผมเป็พวกพอดื่มแล้วความจำมักจะขาดหายไป กลัวตัวเองจะพูดจาเลอะเทอะน่ะครับ”
เสิ่นฟานิพยักหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ทั้งคู่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง บรรยากาศเริ่มดูแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก
กู้ซื่อเหิงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติแต่ก็บอกไม่ได้ว่าคืออะไร ท่าทางของเสิ่นฟานิเหมือนเดิมทุกประการ ทั้งเ็า พูดน้อย ไม่เห็นความผิดปกติใด ๆ เลย แต่ทว่าความรู้สึกประหลาดในใจของเขากลับไม่จางหายไปเสียที
“เอ่อ” เขากระแอม “เมื่อคืนเราคุยเื่อะไรกันบ้างครับ? ผมจำได้แค่เื่ดูดวง หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลย”
เสิ่นฟานิมองเขา
“คุณบอกว่าแม่ของคุณมองเห็นเป็ภาพ บอกว่าคุณต้องรออายุสามสิบถึงจะเห็นอะไรชัดเจน บอกว่า...”
เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง
“บอกว่าอะไรครับ?” กู้ซื่อเหิงถามซ้ำ
“คุณบอกว่าผมยิ้มแล้วดูดีมากครับ”
ใบหน้าของกู้ซื่อเหิงแดงก่ำขึ้นมาทันที
“ผ... ผมพูดแบบนั้นไปเหรอครับ? จริงหรือเปล่าเนี่ย?”
“จริงครับ” น้ำเสียงของเสิ่นฟานิยังคงราบเรียบ “คุณยังถามผมด้วยว่าทำไมถึงไม่ค่อยยิ้ม”
กู้ซื่อเหิงยกมือกุมหน้า
จบกัน ๆ เขาพูดคำพูดแบบนั้นออกไปจริง ๆ ด้วย นี่มันน่าขายหน้ายิ่งกว่าตอนที่บอกว่าแม่ดูดวงไม่แม่นเสียอีก!
“คือ... ผมเมาน่ะครับ คุณอย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ” เขาพูดเสียงอู้อี้ “ผมมันพวกปากพล่อย พูดไปเรื่อยน่ะครับ”
เสิ่นฟานิมองเขา มุมปากดูเหมือนจะขยับเล็กน้อย
“ไม่ได้เก็บไปใส่ใจหรอกครับ” เขาพูด
กู้ซื่อเหิงแอบมองลอดช่องนิ้ว รู้สึกว่าคำว่า “ไม่ได้เก็บไปใส่ใจ” นี้มันฟังดูแปร่ง ๆ ชอบกล
แต่เสิ่นฟานิกลับลุกขึ้นยืนเดินไปทางห้องครัวแล้ว
“เย็นนี้ทานอะไรดีครับ?” เขาถาม
กู้ซื่อเหิงมองตามแผ่นหลังของเขา สมองสับสนวุ่นวายไปหมด
ดาวเนื้อคู่ขยับ?
เขานึกถึงคำพูดของแม่ จู่ ๆ ก็เริ่มสงสัยขึ้นมาว่า คำทำนายของแม่ จะแม่นขึ้นมาจริง ๆ สักครั้งหนึ่งหรือเปล่านะ?
แต่ท่าทางของเสิ่นฟานิก็ดูปกติมาก ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยสักนิด
บางทีเขาอาจจะคิดมากไปเอง
เขาสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านเ่าั้ทิ้งไป แล้วเดินตามเสิ่นฟานิเข้าไปในห้องครัว
“กินอะไรก็ได้ครับ” เขาพูด “คุณทำอะไรก็อร่อยทั้งนั้นแหละ”
เสิ่นฟานิหันกลับมามองเขา ครั้งนี้มุมปากของเขาโค้งขึ้นจริง ๆ
รอยยิ้มจาง ๆ ที่พริบตาเดียวก็หายไป แต่กู้ซื่อเหิงมองเห็นมันชัดเจน
เขาอึ้งอยู่กับที่ หัวใจกระตุกผิดจังหวะไปอีกครั้ง
จบแล้ว
เขาคิดในใจ
ดูเหมือนจะมีบางอย่าง... ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วจริง ๆ
เชิงอรรถ