บทที่ 8 สุดท้ายก็ทำเื่ผิดจนได้
หลังจากครุ่นคิดไปต่าง ๆ นานา ซวงเอ๋อร์ผู้ว่องไวก็ก้าวเท้ากลับที่พักอย่างเชื่องช้า นางคอยลูบท้องของตนเป็ระยะ
โดยปกตินางชอบสวมชุดรัดรูป แต่ตอนนี้ท้องของนางกลับป่องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทันทีที่นางกลับถึงที่พัก นางก็พบว่าดวงตาของน้องสาวทั้งสองจับจ้องมาที่ท้องของนาง
ซวงเอ๋อร์รู้สึกเขินอายอย่างยิ่ง ใบหน้าเ็าของนางหายไป นางเอ่ยปากโดยไม่ทันคิดว่า "คุณชายเป็คนทำให้เป็เช่นนี้"
เสวี่ยเอ๋อร์และเยว่เอ๋อร์ต่างตกตะลึง!
น้องสาวทั้งสองเอ่ยถามขึ้นพร้อมกันว่า "พี่ใหญ่ นี่มันเร็วเกินไปหรือไม่? พี่ไปหาคุณชายอย่างมากที่สุดก็แค่หนึ่งถึงสองชั่วยาม ท้องของท่านก็ถูกคุณชายทำให้ใหญ่ได้แล้วหรือ?"
ใจของซวงเอ๋อร์สั่นสะท้าน นางรีบกล่าวว่า "พวกเ้าคิดไปถึงไหนกัน? ข้าแค่กินเยอะไปหน่อย อย่าตื่นตูมไปเลย"
"พี่ใหญ่ แต่พี่บอกว่าเป็เพราะคุณชาย"
ใบหน้าอันงดงามของเยว่เอ๋อร์เต็มไปด้วยความสงสัย
"อย่าเข้าใจผิด เป็เพราะอาหารที่คุณชายทำมันหอมเกินไป ข้าเลยกินมากไปหน่อย"
ซวงเอ๋อร์เอ่ยเสียงเบา พลางลิ้มรสชาติความอร่อยของเห็ดหอมไม่หายปาก
"มิได้ ๆ! คุณชายจะทำอาหารเป็ได้เยี่ยงไร?"
สองพี่น้องส่ายหน้าพร้อมเพรียง
"ข้าเห็นกับตาเช่นไรเล่า คุณชายทำอาหารได้อร่อยนัก พวกข้าจึงอดใจไม่ไหว กินเสียจนแน่นท้อง ส่วนเื่ประลองยุทธ์นั้น ข้ายังมิได้ประลอง"
แม้ปากจะกล่าวเช่นนั้น แต่แววตาของนางกลับเจือความลังเล นางรู้สึกผิดนัก เพราะนางถูกเขาแกล้งเข้าเสียแล้ว แม้กระทั่ง… นิ้วของเขายัง...
"อ่า! ที่แท้ท่านพี่ก็มิได้ประลองกับคุณชาย ข้ายังนึกกังวลอยู่ว่า ท่านพี่จะถูกคุณชายโอบกอดจนล้ม แล้วก็ถูกกดเอาไว้ มิอาจลุกขึ้นได้ สุดท้ายก็..."
เยว่เอ๋อร์กล่าวพลางถอนหายใจ ทำเอาซวงเอ๋อร์เกือบหน้าทิ่ม
เยว่เอ๋อร์กล้าแม้แต่จะล้อเื่นี้! นางคิดจะดุสักหน่อย แต่ท้องกลับแน่นจนอึดอัด จึงได้แต่ปล่อยไป พลางกล่าวเสียงเบาว่า "ระหว่างทางกลับ ข้าคิดออกแล้วว่าควรทำเช่นไร เสวี่ยเอ๋อร์ ต่อไปเ้าอย่าได้ประลองยุทธ์กับคุณชายบนพื้นดินอีก ให้ฝึกฝนการขี่ม้า ยิงธนูให้คุณชายโดยตรง แม้คุณชาย้าประลอง ก็ให้ประลองบนหลังม้า เช่นนี้เล่ห์เหลี่ยมน่าอับอายของเขาก็มิอาจใช้ได้ผล"
"ท่านพี่ ท่านช่างหลักแหลม! พรุ่งนี้ข้าจะให้คุณชายไปที่ลานฝึกม้าหลังจวน ข้าจะใช้ทวนดอกเหมย ให้เขารู้เสียบ้างว่าข้ามิใช่คนที่ใครจะมาล่วงเกินได้ง่าย ๆ"
เสวี่ยเอ๋อร์กล่าวอย่างโมโห
ความอัปยศอดสูที่ถูกเขากดร่างไว้ใต้กาย นางยังมิอาจลืมเลือนได้ ยามใดที่นึกถึงภาพคุณชายรั้งขาของข้าไว้ ร่างกายนี้ก็พลันอ่อนยวบไปหมด น่าอายยิ่งนัก!
ขณะที่สามพี่น้องต่างพากันพูดคุยถึงเื่ของคุณชายฉู่เฟิง บรรยากาศภายในจวนโหวกลับคุกรุ่นไปด้วยโทสะ ฉู่ฮ่าวหยวนถึงกับสั่งบ่าวรับใช้คนสนิทให้ลงมือสังหารบ่าวผู้นั้นจนสิ้นใจ!
เืสาดกระเซ็น น่าสยดสยอง บรรดาหญิงรับใช้ต่างพากันใจนต้องรีบร้องเรียกฮูหยินให้มาดู
"ท่านพี่ เหตุใดจึงกริ้วโกรธเช่นนี้? บ่าวไพร่ผู้นี้มิสมควรได้รับโทษทัณฑ์รุนแรงถึงเพียงนี้"
แม้เห็นเืที่เปรอะเปื้อนพื้น ฮูหยินก็หาได้หวั่นไหว ยังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ท่าทางสง่างาม
"ข้าเหลืออดกับบ่าวชั่วช้าผู้นี้ยิ่งนัก มันคือไส้ศึกของอ๋องหนิง แอบส่งข่าวสารให้อ๋องหนิงล่วงรู้ว่าเฟิงเอ๋อร์ฟื้นแล้ว วันนี้ตอนเลิกท้องพระโรง อ๋องหนิงมาดักพบข้าแล้วเปิดโปงเื่นี้ต่อหน้าข้า เช่นนี้จะไม่ให้ข้าโกรธได้อย่างไร"
ฉู่ฮ่าวหยวนเอ่ยด้วยความขุ่นเคือง ยกเท้าเตะร่างไร้ิญญาของบ่าวผู้นั้นให้กระเด็นออกไป จึงค่อยคลายความโกรธลงได้บ้าง
"เช่นนั้นเอง แต่ข้ามีข่าวดีมาบอกกล่าวท่าน เสี่ยวซวงรายงานว่า ยามต่อสู้ประชิดตัว เฟิงเอ๋อร์สามารถเอาชนะเสี่ยวเสวี่ยได้แล้ว ดังนั้น หากหลี่ฮุยประมือกับเฟิงเอ๋อร์จริง ๆ ข้าคิดว่า เฟิงเอ๋อร์คงรักษาชีวิตตนเองไว้ได้ เพียงแต่น่าเสียดายที่เขาคงเอาชนะหลี่ฮุยไม่ได้"
ฮูหยินเอ่ยเบา ๆ ดูเหมือนนางมิได้ใส่ใจต่อชีวิตที่ต้องจบลงตรงหน้าแม้แต่น้อย
"เพียงเฟิงเอ๋อร์รอดชีวิตก็... "
"เอาอย่างนี้ เมื่อถึงเวลา ข้าจะเลือกมือดี ๆ มาล้อมไว้รอบ ๆ พอเห็นบุตรของเราาเ็ ก็ให้พวกเขาเข้าไปขัดขวาง หยุดการประลอง ยอมแพ้ไปเลย แค่องค์หญิงอะไรนั่นไม่เอาหรอก หรือพวกเรากลัวว่าจะหาภรรยาให้ลูกชายไม่ได้หรืออย่างไร"
ฉู่ฮ่าวหยวนกล่าวขึ้น สีหน้าไม่โกรธเท่าครู่ก่อน
ทันใดนั้น สาวใช้ก็เข้ามารายงานว่า หลิงเอ๋อร์บ่าวรับใช้คนสนิทของฉู่เฟิง ขอเข้ามาคารวะพวกเขาทั้งสองคน
ทั้งสองสบตากัน รู้ว่าเป็แผนของบุตรชาย จึงยิ้ม ๆ และออกไปที่ห้องโถงด้านข้าง
ไม่นาน หลิงเอ๋อร์ก็เดินเข้ามาในห้องโถงด้านข้าง นางถือตะกร้าปิ่นโตอย่างประณีต เมื่อเห็นนายท่านทั้งสอง นางก็รีบคารวะแล้วเอ่ยว่า "หลิงเอ๋อร์คารวะท่านทั้งสองเ้าค่ะ นี่เป็อาหารที่คุณชาย... เอ่อ... ที่หลิงเอ๋อร์ทำขึ้น ขอนำมาให้ท่านทั้งสองได้ลิ้มลองเ้าค่ะ"
"บุตรชายข้าสั่งให้เ้ามาสินะ ความหวังดีของเขา พวกเรารับรู้แล้ว เอาอาหารกลับไปให้เขากินเถิด เื่ที่บุตรชายข้าฟื้นแล้ว ไม่ต้องปิดบังแล้ว ข่าวแพร่ออกไปแล้ว บอกเขาด้วยว่า อีกสามวัน หลี่ฮุยจะมาประลองกับเขา"
ฮูหยินเอ่ยเสียงแ่
"ทว่าอาหารนี่ คุณชายเป็คนลงมือทำเองเพื่อท่านทั้งสองนะเ้าคะ หลิงเอ๋อร์มิกล้ารับความชอบนี้ไว้"
หลิงเอ๋อร์รีบกล่าวเสียงดัง
ทั้งสองมองตากันอีกครั้ง ดวงตาคู่สวยของฮูหยินเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง นางเอ่ยเสียงเบาว่า “หลิงเอ๋อร์ เ้าอย่าได้ยอคุณชายของเ้าเลย หากเขาทำอาหารเป็ พวกบ่าวไพร่ในจวนของเราก็คงเป็พ่อครัวแม่ครัวกันหมดแล้ว”
“ฮูหยิน คุณชายบอกว่า เมื่อตอนที่เขาสลบไปสามวัน ในฝันมีเทพเซียนชราองค์หนึ่ง สอนอะไรเขาตั้งมากมาย ท่านลองดูอาหารเหล่านี้สิเ้าคะ แม้แต่พ่อครัวใหญ่ในจวนของเราก็ทำไม่ได้เช่นนี้แน่”
หลิงเอ๋อร์กล่าวอย่างแน่วแน่ ยกตะกร้าหวายในมือขึ้น
ฉู่ฮ่าวหยวนเกิดสนใจขึ้นมาทันที กวักมือเอ่ยว่า “เร็วสิ นำมาให้ข้าดูเสียหน่อย”
หลิงเอ๋อร์ไม่รีรอ ก้าวเข้ามา ใบหน้างามแฝงแววภูมิใจ เปิดตะกร้าหวายออกอย่างคล่องแคล่ว
กลิ่นหอมอันเข้มข้นก็โชยฟุ้งออกมา
เนื้อแกะผัดต้นหอม หมูผัดพริกเผ็ด ไก่ผัดพริกเผ็ด ไข่เจียว และสุดท้ายคือซุปไก่ตุ๋นยาจีนชามโต
กลิ่นหอมอันเย้ายวนลอยฟุ้งกระจาย บ่าวไพร่ที่อยู่บริเวณนั้นต่างอดสูดดมไม่ได้
“คุณชายบอกว่า ตอนนี้ยังไม่มีน้ำตาลทราย รอเมื่อใดได้มาแล้ว จะทำหมูแดงที่อร่อยที่สุดให้กินเ้าค่ะ!”
หลิงเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ ขณะจัดอาหารใส่จานไปด้วย
กลิ่นหอมยิ่งอบอวล ฉู่ฮ่าวหยวนกับฮูหยินพลันอดใจไม่ไหวสูดดมเข้าไปหลายครั้ง
"นี่บุตรชายตัวแสบเป็คนทำรึ กลิ่นหอมช่างเข้มข้นยิ่งนัก ไม่รู้ว่ารสชาติจะเป็เช่นไร เ้าลองชิมฝีมือทำครัวของบุตรชายเราก่อนดีหรือไม่" ฉู่ฮ่าวหยวนยิ้มกล่าว
"ฮึ่ม! เ้าตัวแสบ เรียนอะไรก็ไม่ดี ดันไปเรียนทำครัว เสร็จเื่นี้ข้าจะให้ซวงเอ๋อร์สั่งสอนเขาให้หนัก! เมื่อครู่ข้าเห็นเื ไม่อยากอาหาร พวกเ้ากินกันเถิด" ฮูหยินแสร้งทำหน้าเข้มกล่าว แต่แท้จริงในใจมิได้โกรธเคืองแต่อย่างใด บุตรชายลงมือเข้าครัวแสดงความกตัญญูเช่นนี้ นับว่าหายากยิ่งนัก!
"ฮูหยินเ้าคะ หากไม่เจริญอาหาร ลองซดน้ำแกงไก่ที่คุณชายเคี่ยวดูสักหน่อย รสชาติอร่อยยิ่งนักเ้าค่ะ" หลิงเอ๋อร์กล่าวพลางตักน้ำแกงไก่สีขาวขุ่นใส่ถ้วยให้ฮูหยิน บนน้ำแกงยังมีเส้นเห็ดหอมลอยอยู่
ฮูหยินจิบน้ำแกงอย่างช้า ๆ ดวงตาเป็ประกาย ความจริงสตรีชั้นสูงอย่างพวกนาง สิ่งที่โปรดปรานที่สุดคือการดื่มน้ำแกงบำรุงร่างกาย
"หลิงเอ๋อร์ นี่บุตรชายข้าทำออกมาจริงหรือ รสชาติกลมกล่อม หอม หวาน ไร้ซึ่งรสขม! อร่อยยิ่งนัก!" ในที่สุดฮูหยินผู้มีสง่าราศีก็เอ่ยปากชม
ฉู่ฮ่าวหยวนในตอนนี้ ก็ก้มหน้าก้มตากินข้าว จ้วงอาหารคำโต จนมิได้เอ่ยวาจาใด ๆ ออกมา
ฮูหยินถือช้อนน้ำแกงในมือสั่นด้วยความโมโห ก่อนจะเอ่ยว่า "ท่านพี่ ท่านต้องระวังกิริยามารยาทหน่อย ไม่มีใครแย่งท่านกินเสียหน่อย"