เลอาปล่อยมือออกจากแขนรักจังเดินตีคู่ไปกับนิวตันในทางเท้ามองรถผ่านไปผ่านมาด้วยรอยยิ้มก่อนเหลียวหลังดูลาดเลาว่าไม่มีใครตามมา รักจังเอียงหน้ามองตามในขณะที่ถือน่องไก่คาไว้แล้วยื่นให้นิวตัวกินแทน
“ไหนลูกค้า นัดใกล้ออฟฟิศขนาดนี้ทำไมไม่นัดที่ออฟฟิศเสียเลยเล่า” รักจังมองซ้ายมองขวาพยายามมองหาร้านที่น่าจะเป็ที่นัดหมายอย่างงุนงง
“ลูกค้าเหรอ เลจัดการเรียบร้อยแล้ว ดื่มกาแฟกันหน่อยไหม” เลอายิ้มกว้างเดินนำไปร้านกาแฟสายนั่งเล่น นิวตันเคี้ยวน่องไก่ก่อนคว้าแขนรักจังที่ยืนงงให้เดินตามไปทันที
องศายืนอยู่หน้าประตูมองโชกุนลากโต๊ะซ้อนกันก่อนก้าวขึ้นเหยียบเพื่อเปลี่ยนหลอดเก่าออกอย่างทุลักทุเลจนองศาต้องเข้ามาจับโต๊ะอย่างเห็นใจ โชกุนหยุดนิ่งก้มลงมององศาจนมือเผลอไปปัดฝุ่นที่เกาะอยู่ตรงหลอดไฟทำให้ผงเข้าตาคนด้านล่าง
“อ่ะ ระวังหน่อยสิ” องศายกมือปิดตาข้างซ้ายก้มหน้าลง
“ขอโทษ ขอโทษ เป็ไงบ้าง ไหนขอดูหน่อย” โชกุนรีบก้าวลงมายืนอยู่ตรงหน้าองศาด้วยสีหน้าห่วงใย
“ไม่เป็ไรหรอกน่า” องศายกมือปัดมือโชกุนออกพร้อมเบี่ยงตัวหลีกหันหลัง
“ไม่เป็ไรได้ยังไง เดี๋ยวตาลืมไม่ขึ้น” โชกุนจับแขนองศาให้หันกลับมาแล้วจับหน้าพร้อมยื่นหน้าเข้าไปใกล้เป่าลมเบาๆ ไปที่ดวงตาขององศาที่คลายคิ้วค่อยๆ ลืมตามองคนที่ยังคงเป่าอยู่ก่อนชะงักเมื่อสบตากัน
“ไม่เป็อะไรแล้ว” องศาเอ่ยเสียงแ่เบาเลื่อนสายตาหนีก่อนถูกจับคางให้หันกลับมามองคนจับ
“ตาแดงขนาดนี้ไม่เป็อะไรได้ยังไง” เสียงตอบกลับฟังดูเรียบๆ แต่ชวนหวั่นไหว
“แล้วจะมาสนใจทำไมเล่า” องศาปัดมือโชกุนออกจนหลุดจากปลายคางเดินไปยืนกอดอกพิงโต๊ะที่ต่อขึ้นไป้า
“ก็เป็ซะแบบนี้ ไม่เคยเข้าใจคนที่รอบ้างเลยหรือไง ข่าวคราวก็ไม่ส่งมาทำร้ายจิตใจกันชัดๆ” โชกุนยืนกำมืออยู่ตรงหน้าองศาที่ค่อยๆ ชำเลืองมองมาทางเขา
“ต้องส่งด้วยหรือไง แค่ไปพักสมองพักใจ โดนทำร้ายมาเยอะนี่ เยียวยาตัวเองหน่อยไม่เห็นแปลกอะไร”
“นั่นพูดออกมาจากใจหรือเปล่า”
“ใช่ จากใจที่อยากจะพูดออกมา แบบนี้ก็ดีแล้วนี่ ความรักความลับผู้ใหญ่ที่ไหนจะรับได้” องศายกมือลูบต้นคออย่างข่มใจ
“ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ” โชกุนก้าวเข้ามาใกล้ๆ พร้อมจ้องคนที่ยืนพิงโต๊ะอยู่ก่อนที่องศาจะเบี่ยงหนีทำให้โชกุนรีบคว้าแขนลากตัวองศาไปที่เตียงนอนจับตัวคนที่ถูกลากมาอย่างไม่ทันตั้งตัวกดลงบนเตียงนอนแล้วล็อกแขนขึงตึงไม่ให้ชายที่อยู่ใต้ร่างดิ้นหลุด
“จะทำอะไร บ้าไปแล้วหรือไง” องศาขมวดคิ้วมองหน้าโชกุนอย่างไม่สบอารมณ์
“เราทั้งคู่เดินมาไกลเกินกว่าจะหยุดยั้งได้แล้วนะ จะปล่อยให้ความไม่เข้าใจ ไม่ปรับเข้าหากันมาทำลายความสัมพันธ์ง่ายๆ แบบนี้นะเหรอ มันง่ายไปหน่อยหรือเปล่า”
“แล้วคนที่บอกให้ยุติมันคือนายไม่ใช่หรือไง จะมาเรียกร้องอะไรอีก” องศาขยับขาที่ล็อกไว้แน่น
“ที่บอกแบบนั้นแค่อยากให้ไปหาคนที่ดีกว่า มีคนดีๆ เข้ามามากมายนายอาจไม่ต้องลังเล อยู่กับฉันมีแต่ความลำบาก มีแต่อุปสรรค” โชกุนปล่อยมือออกลงจากตัวองศาลุกขึ้นนั่งเท้าแขนผ่อนลมหายใจยาวก่อนที่องศาจะเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง
“บอกแล้วไงว่าเลือกแล้ว ใครบ้างไม่มีอุปสรรคหยุดผลักไสสักทีเถอะ”
“ต่อไปนี้จะไม่ทำอีกแล้ว” โชกุนเลื่อนมือมาจับมือองศาพร้อมขยับเข้าไปใกล้ๆยกมืออีกข้างประคองใบหน้าขององศาให้เชยขึ้นจนจมูกแตะกันใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
ติ๊งต๊องงง!
เสียงออดดังขึ้นขัดจังหวะทำให้ทั้งคู่ละตัวออกจากกันทันที องศายกมือจับต้นคอมองหน้าโชกุนที่ยิ้มกรุ้มกริ่มทำทีเดินไปหยิบหลอดไฟ
“ไปรับของก่อนนะ” องศามองเลิ่กลั่กพูดลอยๆ พร้อมก้าวขาเดินไปที่ประตู
“รีบขึ้นมาต่อนะ” เสียงโชกุนแทรกขึ้นทำองศาหยุดชะงักหันกลับมามองทันที
“ต่ออะไร เดี๋ยวนี้พูดทะเล้นแบบนี้ได้ด้วยหรือไง ไปติดใครมา”
“หมายถึงหลอดไฟ มันยังเปลี่ยนไม่เสร็จ” โชกุนชี้ไปที่หลอดไฟพลางมองหน้าองศาที่แบะปากหมุนตัวกลับรีบเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องลงบันไดไปรับของจากไปรษณีย์ โชกุนเดินมาเปิดม่านก้มมองคนรับของด้วยรอยยิ้ม
กรี๊ดดด
เสียงแปดหลอดแผดลั่นร้านจากวัยรุ่นสี่ห้าคนที่นั่งสุมหัวเปิดสัมภาษณ์ไอดอลที่ตนชื่นชอบ รักจังเลิกคิ้วนั่งเท้าคางดูดชาเขียวเย็นในแก้วเหล่มองช้าๆ แล้วหันกลับมาสนใจเลอาที่นั่งจิบกาแฟอย่างวางท่าพิงเก้าอี้โซฟาเอียงหน้ามองนิวตันที่นั่งกินบราวนี่คู่กับน้ำผลไม้ปั่นอย่างไม่สนใจใคร
“ลูกค้าก็ไม่ได้นัดแล้วออกมาทำไม” รักจังเริ่มเปิดบทถามขึ้นพร้อมขมวดคิ้วย่นยกมือเขี่ยหูที่ได้รับฟังเสียงกรี๊ดจากด้านหลังเข้าไปเต็มๆ
“เจ๊ เจ๊นี่ใสซื่อจริงๆ เลยไม่รู้แผนการของเลอา” นิวตันงับช้อนหลังตอบ
“แผนอะไร แล้วใครใสซื่อ ฉันไม่ใสนะแค่ฉันไม่ได้คิดเื่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานแค่นั้น” รักจังมองค้อนใส่นิวตันที่ยิ้มกลบเกลื่อนยกมือนวดไหล่ออดอ้อนงอนง้อหญิงที่นั่งข้างๆ
“ป่านนี้คงปรับความเข้าใจกันแล้ว” เลอายกถ้วยกาแฟร้อนจิบอย่างช้าๆ บ่งบอกความสบายใจ
“ปรับทั้งกายและใจ” นิวตันยิ้มกว้างแฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์ปนทะเล้นก่อนถูกรักจังแย่งบราวนี่ไปตักกินต่อหน้าต่อตา “ง่า เจ๊”
“เ้าเล่ห์กันทั้งหมดนั่นแหละ” รักจังยกจานบราวนี่หนีช้อนของนิวตันก่อนชะงักเมื่อหันไปสบตากับชายที่สวมแว่นดำนั่งอยู่อีกฝั่งก่อนที่เด็กเสิร์ฟจะยกกาแฟร้อนกับคุกกี้มาวางให้ที่โต๊ะ นิวตัวแย่งบราวนี่ไปจากรักจังสำเร็จแต่ดูเ้าตัวจะไม่ได้ใส่ใจหันกลับมาขมวดคิ้วจับหลอดคนชาในแก้วไปมา
“เลอา นิวตัน พิกัดสามนาฬิกาแกสองคนว่าคนบ้าที่ไหนสวมแว่นตานั่งดื่มกาแฟ” รักจังกัดฟันค่อยๆ เอ่ยพร้อมยกขาเขี่ยขาเลอาและนิวตันที่ใต้โต๊ะ เลอาขยับตัวมานั่งเท้าโต๊ะวางแก้วค่อยๆ หันมองไปตามทิศทางที่รักจังบอกแต่นิวตันไม่ใช่แบบนั้น เขาหันกลับทันทีจนคนที่สวมแว่นดำอีกฝั่งหันมาอย่างรู้ตัวก่อนลุกพรวดวางเงินเดินออกไปทันที
“มองแบบนั้นเขารู้ตัวพอดี” เลอาหันมามองหน้านิวตันที่มองตาปริบๆ
“ก็มองให้เขารู้ไปเลยสิ อาจจะเป็ดาราก็ได้นะเจ๊ รีบลุกไปขนาดนั้น คงจะดัง” นิวตันหันมากินบราวนี่ต่อ
“แล้วต้องไปซื้อโปสเตอร์ที่ไหนกลับไปเอารถก่อนไหม” รักจังหรี่ตามองนิวตันก่อนหันกลับสนทนากับเลอาอย่างจริงจัง
“ไม่ได้เจ๊ กลับไปขัดจังหวะคุณแม่กับโชกุนหรือไง” นิวตันเคี้ยวตุ่ยๆ ทำตาแป๋ว
“รถประจำทางแล้วกัน” เลอาตอบกลับก่อนจะลุกขึ้นไปชำระเงิน รักจังมองตามแล้วหันมามองนิวตันที่ดูดน้ำอย่างรื่นเริงสบายใจเต็มอิ่ม
“อิ่มจังเงินอยู่ครบ”
“แกนี่มันจริงๆ เลยนิวตัน” รักจังคว้าคอนิวตันลากออกไปนอกร้านเดินตามเลอาไปที่ป้ายรถประจำทางก่อนรีบขึ้นรถประจำทางเมื่อรถมาถึง
รถเปิดประทุนขับมาจอดรับคนที่ยืนห่างจากร้านกาแฟชายหนุ่มสวมแว่นดำเปิดประตูเข้ารถก่อนถอดแว่นเอียงมองคนขับที่ขับมารับตนด้วยความนิ่ง
“พี่โฮกับคนอื่นๆ ไปรอที่นั่นแล้ว” หลุยเทียนเปาขับรถเข้าสู่ท้องถนนพลางหันมองคนข้างๆ ที่ผ่อนลมหายใจ
“แล้วออกมาคนเดียวไม่กลัวโดนตามหรือไง” หวังโอชุนตอบกลับพร้อมปรับเบาะเลื่อนออกให้นั่งอย่างสบาย
“ถ่ายงานอยู่ใกล้ๆ พอดีเลยแวะมารับด้วย ถึงยังไงก็ไปที่เดียวกันอยู่แล้ว มันไม่ได้หนักหนาอะไรสักหน่อย” หลุยเทียนเปาหมุนพวงมาลัยเลี้ยวรถกลับอย่างใจเย็นเพื่อมุ่งหน้าไปสถานที่หนึ่ง