ท่ามกลางกองซากศพของปีศาจนับล้านๆตัวที่ถูกเผาไหม้เกียมจนมิอาจมองเห็นคราบโลหิตของพวกมันได้มีชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนถือดาบคาตานะอยู่ชายหนุ่มผู้นี้เขามีผมเผ้าขาวโพลนราวเทพเซียนคิ้วขาวสว่างไสวดุจหิมะทั้งยังมีั์ตาสีทองที่เปล่งประกายระยิบระยับจนผู้ที่ได้จ้องมองมันยังต้องยอมสยบในความสง่างามของมัน
รวมถึงใบหน้าอันหล่อเหลาและสง่างามไร้ที่ติจนยากหาใครเทียบเคียงได้อย่างไรก็ตามในตอนนี้มุมปากของชายหนุ่มได้ปรากฏคราบโลหิตสายหนึ่งที่ไม่น่าหวาดหวั่นแม้แต่น้อยทว่าลมหายใจของชายหนุ่มกลับค่อยๆแ่เบาลงเรื่อยๆ
“ ในที่สุดข้าก็สามารถจัดการเ้าปีศาจพวกนี้ได้สําเร็จแม้ข้าจะต้องตายข้าก็ไม่เสียใจอีกแล้ว ! ’’ชายหนุ่มกล่าวด้วยนํ้าเสียงแ่เบาก่อนที่จะล้มตัวลงนอนบนพื้นอันว่างเปล่าที่ถูกล้อมรอบไปด้วยซากศพของปีศาจนับล้านๆตัวพร้อมกับปล่อยดาบคาตานะที่อยู่ในมือออกไป
เคร้ง
แปะ แปะ แปะ
ราวกับฟ้าฝนเป็ใจนํ้าฝนสายหนึ่งได้หยดลงมาพร้อมกับตามมาด้วยนํ้าฝนสายที่สองชายหนุ่มทําเพียงแค่เหม่อมองไปยังท้องฟ้าที่มืดครึ้มพร้อมกับล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อและหยิบผลึกรูปทรงสามเหลี่ยมสีทองออกมา“ ผลึกแสงวิบัติจนถึงตอนนี้นับั้แ่ที่เ้าได้มอบพลังให้กับข้าเ้าก็ไม่ได้ตอบสนองอีกเลย ’’
“ รวมถึงครั้งนี้เองก็เช่นกันเมื่อข้าเผาผลาญพลังธาตุแห่งแสงจนหมดสิ้นเ้าก็ยังคงไม่ตอบสนองทั้งๆที่มันเป็พลังที่ข้าได้รับมาจากเ้าแท้ๆ ’’
“ เหตุใดเ้าถึงได้มอบพลังแห่งแสงให้กับข้าในตอนแรกกัน ? ’’
ชายหนุ่มมองด้วยความสงสัยไปยังผลึกสีทองที่เปล่งกระกายระยิบระยับจนไม่อาจสรรหาสิ่งอื่นใดมาเปรียบเทียบความงดงามของมันได้ในวินาทีต่อมาราวกับมันได้ยินคําพูดของชายหนุ่มมันพลันเปล่งแสงสว่างเจิดจ้าปกคลุมทั่วทั้งร่างกายของชายหนุ่ม
วูป
ิญญาของชายหนุ่มพลันถูกดึงออกจากร่างและถูกดูดเข้าไปยังผลึกแสงวิบัติอย่างรวดเร็วชายหนุ่มถึงกับตะลึง “นี่เ้าคงไม่คิดที่จะมาสําแดงพลังอะไรให้ข้าดูในตอนที่ข้าจะตายหรอกนะ ’’เขารู้สึกสงสัยและตะลึงเป็อย่างมากที่ผลึกแสงวิบัติได้กระชากิญญาของเขาออกมาและทําการดูดิญญาของเขาเข้าไปยังภายในของมัน
วูป
เมื่อิญญาถูกดูดเข้าไปในผลึกแสงวิบัติสติของชายหนุ่มพลันดับวูปลงอย่างรวดเร็วหลังจากที่สติของชายหนุ่มพลันดับวูปลงแล้วผลึกแสงวิบัติก็ได้เปล่งแสงสีทองประกายสว่างเจิดจ้าจนท้องฟ้าที่มืดครึ้มยังต้องกลับมาสว่างอีกครั้งฉับพลันผลึกแสงวิบัติได้หายไปในชั่วพริบตา !
…
ในอาณาจักรชะตาฟ้า ณ หุปเขาตงแสงแดดสาดส่องไปยังร่างของเด็กหนุ่มวัยเยาว์ที่มีผมยาวสีดําพริ้วไหวรวมถึงใบหน้าอันหล่อเหลายากที่จะหาผู้ใดเทียบเคียงได้อย่างไรก็ตามเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ได้มีลมหายใจอยู่อีกแล้วเนื่องจากหัวใจของเขาได้หยุดเต้นไปเมื่อครู่ด้วยเหตุผลบางอย่าง
หากสังเกตที่มุมปากของเด็กหนุ่มดีๆแล้วจะพบว่ามุมปากของเด็กหนุ่มนั้นมีคราบโลหิตเล็กน้อยอยู่ทว่าสิ่งที่แฝงเร้นอยู่ในคราบโลหิตนั้นคือคราบสีม่วงอันน่าหวาดกลัวที่แผร่อันตรายต่อชีวิตออกมาไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันคือคราบยาพิษที่ตกค้าง !
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
อยู่ดีๆหัวใจของเด็กหนุ่มก็ได้เต้นขึ้นมาอีกครั้งด้วยความเชื่องช้าและเริ่มค่อยๆเร็วขึ้นเรื่อยๆเป็จังหวะลมหายใจเริ่มเดิน เปลือกตาเริ่มขยับยกขึ้นทั้งสองข้างเมื่อเด็กหนุ่มลืมตาขึ้นมาแล้วพบเห็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีตรงหน้าเขาก็ต้องพึมพําออกมาด้วยความประหลาดใจ “ ที่นี่คือที่ไหนกัน ? ’’ ในวินาทีต่อมาเด็กหนุ่มก็ต้องะโขึ้นด้วยความไม่อยากเชื่อ“ เกิดอะไรขึ้นทําไมข้าถึงได้มาอยู่ในร่างของคนอื่นแบบนี้ได้ล่ะ ’’เขาพบว่าร่างที่เขาได้อยู่ในตอนนี้เป็ร่างของเด็กหนุ่มวัยเยาว์คนหนึ่งที่มีร่างกายอ่อนแอ
“ หรือว่าข้าเฟิงฉือจินคนนี้จะถูกผลึกแสงวิบัติพาเข้ามาภายในมิติของมัน ?’’
“ ไม่สินี่ไม่น่าจะเป็ไปได้เพราะว่าถ้าหากเป็เช่นนั้นแล้วข้าคงไม่รู้สึกถึงความทรงจําที่กําลังถูกส่งมาให้ข้าได้รับรู้ในตอนนี้หรอก’’
วูป
เฟิงฉือจินได้รับความทรงจําทั้งหมดจากร่างของเด็กหนุ่มวัยเยาว์ผ่านทางิญญาของเขาเขาได้รับรู้อย่างรวดเร็วว่าเมื่อไม่นานนี้เด็กหนุ่มได้สิ้นใจด้วยยาพิษที่มาจากเย่เหว่ยซวนซึ่งเย่เหว่ยซวนกับเด็กหนุ่มนั้นไม่ได้รู้จักกันหรือมีความแค้นต่อกันแต่อย่างใด
แต่ว่าสิ่งที่ทําให้เย่เหว่ยซวนใช้ยาพิษกับเด็กหนุ่มนั้นเป็เพราะว่าอยากทดลองประสิทธิภาพของยาพิษนั่นเองดังนั้นเด็กหนุ่มที่เป็เพียงคนรับใช้ของสํานักเทวาลัยจึงถูกเล็งเป้าจากมันเด็กหนุ่มผู้ที่รู้อยู่แล้วว่าชะตากรรมของตัวเองได้มาถึงจุดจบเขาจึงได้มุ่งหน้ามายังหุปเขาตงเพื่อที่จะให้มันเป็สถานที่ตายสุดท้ายของเขาจากนั้นเด็กหนุ่มก็ได้สิ้นใจลงและทําให้เฟิงฉือจินได้มาอยู่ในร่างนี้ด้วยเหตุผลลึกลับบางอย่าง
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทําให้เฟิงฉือจินใมากที่สุดไม่ใช่เื่การย้ายิญญาแต่เป็เื่ที่เด็กหนุ่มไม่มีมารดาและบิดาแถมยังมีนามเฟิงฉือจินเหมือนกับเขาทั้งนี้หน้าตาตอนเด็กและรูปลักษณ์ยังเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยนจนทําให้เขาต้องตะลึง“ หรือว่านี่คือโลกอีกใบที่มีตัวข้าอีกคนงั้นรึ ? ’’
ั้แ่เขาเกิดมาเขาก็ไม่ได้รับรู้ว่าบิดาและมารดาผู้ให้กําเนิดตนเองนั้นเป็ใครมาจากไหนทั้งนี้นามเฟิงฉือจินของเขายังมาพร้อมกับผลึกแสงวิบัติที่ติดตัวมาั้แ่เขายังเป็ทารกทว่าแม้ผลึกแสงวิบัติจะงดงามยากเทียบเคียงล่อตาล่อใจคนมากมายนักแต่เขาผู้ซึ่งเป็ทารกในตอนนั้นก็ได้ถูกปกป้องโดยคุณตาคนหนึ่งจนโตจึงทําให้ไม่ได้ถูกชิงผลึกแสงวิบัติไปดังนั้นเขาจึงรู้นามของเขามาจากตัวอักษรที่ถูกเขียนไว้บนผลึกแสงวิบัติ
อย่างไรก็ตามในตอนนี้นอกจากเื่ที่เขารู้ว่ามีเฟิงฉือจินอีกคนเขายังได้รับรู้อีกว่าบนโลกใบนี้นอกจากผู้บ่มเพาะลมปราณหรือที่เรียกว่าจอมยุทธ์ตัวตนของพวกมันถือได้ว่าเป็ผู้ที่แข็งแกร่งและมีอํานาจทั้งยังมั่งคั่งที่สุดแม้จะเป็เช่นนั้นเฟิงฉือจินยังพอรับได้ ทว่าสิ่งที่ทําให้เขารับไม่ได้ก็คือบนโลกใบนี้ไม่มีนักเล่นแร่แปรธาตุเช่นเขา!
โลกเดิมที่เขาได้ใช้ชีวิตนั้นไม่มีจอมยุทธ์แต่มีนักเล่นแร่แปรธาตุแทนนักเล่นแร่แปรธาตุจะเป็ตัวตนที่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งของทุกๆอย่างได้ทั้งยังหยิบยืมพลังธาตุจากพิภพธาตุได้นอกจากนี้ยังมีความสามารถที่เปลี่ยนแปลงร่างกายเป็สิ่งใดก็ได้ไม่ว่าจะเป็โลหะหรือไม้ก็ตาม
ส่วนจอมยุทธ์ที่บ่มเพาะลมปราณในโลกนี้จะไม่สามารถทําสิ่งอย่างที่นักเล่นแร่แปรธาตุทําได้แต่ความสามารถของจอมยุทธ์นั้นน่ากลัวและน่าอัศจรรย์พอๆกับนักเล่นแร่แปรธาตุไม่น้อยเลยจอมยุทธ์สามารถที่จะเหาะเหินเดินอากาศได้เพียงแค่ต้องมีระดับลมปราณเพียงพอนอกจากนี้จอมยุทธ์ยังสามารถสําแดงพลังเหนือธรรมชาติและมีพละกําลังเหนืุ์ทั้งยังได้รับอายุขัยมากมายในการเลื่อนระดับแต่ละครั้งแน่นอนว่าอายุขัยมากมายนี้เป็สิ่งที่นักเล่นแร่แปรธาตุไม่มี !
ดังนั้นแล้วเฟิงฉือจินเขาจึงรู้สึกสนใจเื่นี้ไม่ใช่น้อยเพราะว่าสิ่งที่ทําให้เขาต้องยอมสละชีวิตสู้กับปีศาจนับล้านๆตัวมันเป็เพราะเขาต้องยอมสูญเสียพลังชีวิตทั้งหมดเพื่อหยิบยืมพลังแห่งแสงสุดหยั่งถึงมาขจัดหมู่มารเช่นเหล่าปีศาจร้ายนับล้านๆตัวสุดท้ายแล้วเขาก็สามารถกําจัดพวกมันได้สําเร็จเพียงแต่สิ่งที่เขาต้องจ่ายมันเป็ถึงชีวิตของเขา!
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่ควรจะเป็กลับเปลี่ยนไปอย่างกระทันหันโดยผลึกแสงวิบัติที่ซึ่งเป็สมบัติวิเศษที่ติดตัวเขามาั้แ่ที่เขายังเป็ทารกและยังเป็สิ่งของเพียงสิ่งเดียวที่สามารถเป็เบาะแสในการตามหาต้นกําเนิดของเขาได้
สามารถบอกได้เลยว่าถ้าหากไม่มีผลึกแสงวิบัติแล้วเขาก็คงจะตายไปแล้วและไม่ได้มีสติอยู่ดั่งเช่นในตอนนี้แน่ๆ
นอกจากนี้เขายังได้รับรู้เื่ที่น่าใมากที่สุดอีกเื่ก็คือเื่ที่เด็กหนุ่มผู้ซึ่งเป็ร่างของเขาในโลกนี้นั้นมีร่างกายที่พิการไม่สามารถบ่มเพาะลมปราณจากระดับจุติขั้นหนึ่งไปยังขั้นสองได้แม้จะใช้วิธีใดๆก็ตามนี่นับว่าเป็เื่แปลกประหลาดที่ทําให้เด็กหนุ่มต้องทนทุกข์ทรมานจากการเหยียดหยามของผู้คนรอบข้างมาอย่างยาวนานจนในที่สุดเด็กหนุ่มถึงกลับต้องสาปแช่ง์ที่ทําให้เขาเกิดมามีร่างกายพิการเช่นนี้
ในโลกที่พลังลมปราณคือทุกสิ่งเด็กหนุ่มเช่นเขาผู้ไม่สามารถบ่มเพาะจากระดับจุติขั้นหนึ่งไปยังขั้นสองได้นี่นับว่าเป็เื่ที่โหดร้ายเป็อย่างมากต่อเด็กหนุ่มผู้คนมากมายต่างหัวเราะเยาะในชะตากรรมของเด็กหนุ่มทั้งยังเหยียดหยามิ่เกียรติจนเด็กหนุ่มชินชาไปในที่สุดในตอนนี้อาจเรียกได้ว่าเด็กหนุ่มจิตใจบอบบางได้กลายเป็เด็กหนุ่มที่มีจิตใจเข้มแข็งคนหนึ่งแล้วก็ว่าได้
เฟิงฉือจินรู้สึกสงสารตัวเขาบนโลกนี้เป็อย่างมากที่ได้รับชะตากรรมอันโหดร้ายเช่นนี้หากเขาไม่ได้เกิดในโลกนักเล่นแร่แปรธาตุชะตากรรมทั้งชีวิตของเขาก็คงจะไม่ต่างไปจากเด็กหนุ่มอย่างแน่นอนยังดีที่เขาได้เกิดในโลกนักเล่นแร่แปรธาตุทั้งนี้เขายังเป็อัจฉริยะสุดยากที่จะหาผู้ใดมาเทียบเคียงได้และการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเขาก็คือการล่อปีศาจนับล้านๆตัวที่เกิดมาจากจิตใจชั่วร้ายของมนุษย์ไปกําจัดทิ้งอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายป่านนี้ผู้คนในโลกนั้นคงจะโศรกเศร้าเสียใจกับการตายของเขาเป็แน่ !
“ เฮ้อ ในเมื่อเ้าคือข้า ข้าคือเ้าดังนั้นแล้วต่อจากนี้เ้าจงจากไปอย่างสบายได้เลยท่านพ่อและท่านแม่ของพวกเราข้าจะเป็คนตามหาให้เอง รวมทั้งศัตรูของเ้าข้าก็จะเป็คนจัดการมันให้เอง! ’’เฟิงฉือจินถอนหายใจออกมาก่อนที่จะกล่าวขึ้นด้วยนํ้าเสียงอันแน่วแน่ที่เมื่อใครได้ฟังจะต้องเชื่อมั่นอย่างแน่นอนว่าเด็กหนุ่มสามารถทําได้จริงอย่างที่พูด
เฟิงฉือจินลุกขึ้นยืนและยื่นมือขวาออกไปพร้อมกับจับความรู้สึกและความเข้าใจถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ“ สายฟ้าจงปรากฏ ! ’’ ทว่ากับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นแม้แต่น้อย “ แปลกมากกฎเกณฑ์แห่งการแปรธาตุบนโลกใบนี้มันแปลกประหลาดเกินไป’’เขาพบว่ากฎเกณฑ์การเล่นแร่แปรธาตุบนโลกใบนี้ต่างจากโลกที่เขาได้จากมาอย่างสิ้นเชิงไม่ว่าจะเป็การหยิบยืมพลังธาตุหรือการเปลี่ยนสสารต่างๆ
เฟิงฉือจินจึงทําเพียงแค่นั่งลงและเริ่มเข้าฌานตามวิธีของผู้บ่มเพาะการเข้าฌานมันจะสามารถทําให้เพิ่มระดับพลังลมปราณได้ดังนั้นเขาจึงลองเข้าฌานดูเผื่อว่ามันจะสามารถทําให้เขาได้เข้าใจกฎเกณฑ์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุบนโลกใบนี้ขึ้นมาบ้าง
ในระหว่างที่เข้าฌานเฟิงฉือจินเขาก็ได้พบเห็นผลึกแสงวิบัติอีกครั้งซึ่งมันในตอนนี้ได้หลอมรวมผสานเข้ากับหัวใจของเขาราวกับเป็ส่วนเดียวกันมาั้แ่เกิดไม่มีผิดแน่นอนว่าเฟิงฉือจินได้รับรู้อยู่แล้วว่าเฟิงฉือจินบนโลกใบนี้เองก็มีผลึกแสงวิบัติเช่นกันเพียงแต่ว่าการที่ผลึกแสงวิบัติได้เข้ามาหลอมรวมผสานเข้ากับหัวใจของเขานั้นเขาไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าเหตุใดถึงทําให้มันเป็แบบนี้ได้
ไม่นานหลังจากที่เข้าฌานเฟิงฉือจินก็ได้ถูกพามายังโลกอีกใบไม่สิมันเป็ห้วงมิติอันไร้ขอบเขตซะมากกว่าภายในห้วงมิติอันไร้ขอบเขตนี้มันเป็สถานที่ๆเรียกว่าพิภพธาตุที่เฟิงฉือจินคุ้นเคยเป็อย่างดี“ ในที่สุดข้าก็สามารถเข้ามายังพิภพธาตุได้ ’’พิภพธุาตนั้นเป็โลกที่แบ่งแยกออกจากทุกๆสิ่งและวิธีเข้ามายังที่นี่มีเพียงผู้ที่เข้าใจถึงกฎเกณฑ์ของโลกแต่ละใบเท่านั้น
ภายในพิภพธาตุนี้ได้มีธาตุทั้งเจ็ดสถิตอยู่ ธาตุดิน ธาตุนํ้า ธาตุลมธาตุไฟ ธาตุสายฟ้า ธาตุแสง ธาตุความมืด ทั้งเจ็ดธาตุนี้ล้วนเป็เพียงประตูเจ็ดบานซึ่งแต่ละประตูมันก็ได้มีสัญลักษณ์ของธาตุบ่งบอกเอาไว้ดังนั้นหาก้าที่จะหยิบยืมพลังธาตุหรือทําสัญญากับมันจําเป็ที่จะต้องเข้าไปในประตูที่้าทําสัญญากับธาตุนั้นๆ
เฟิงฉือจินไม่ลังเลที่จะเดินเข้าสู่ประตูธาตุแสงหลังจากที่ก้าวเข้าไปแล้วเขาก็ได้กลับมายังโลกปัจจุบันอีกครั้งต้องบอกไว้ก่อนที่ไปพิภพธาตุคือิญญาและที่กลับมาก็คือิญญาดังนั้นร่างกายของเขาจึงยังคงอยู่ที่เดิมตลอดและมีเพียงิญญาเท่านั้นที่ได้ไปและมา
เฟิงฉือจินลืมตาขึ้นพร้อมกับยืดฝ่ามือขวาออกไป “ พลังแห่งแสงจงปรากฏ! ’’ อย่างไรก็ตามมันยังคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เหตุใดข้าที่ทําสัญญากับธาตุแสงแล้วถึงไม่สามารถเรียกใช้พลังของมันออกมาได้ล่ะ ’’เขาไม่ลังเลที่จะเข้าฌานอีกครั้ง
ครั้งนี้หลังจากที่เข้าฌานแล้วเฟิงฉือจินถึงกับต้องประหลาดใจเนื่องจากภายในจุดตันเถียนที่ๆเป็จุดกักเก็บลมปราณเพื่อทะลวงระดับชั้นได้มีบอลทรงกลมขนาดเท่ากําปั้นสีทองลอยสง่าโดดเด่นอยู่“ นี่มันพลังธาตุแสง ! ’’ เขาเข้าใจแล้วว่าทําไมเขาถึงไม่สามารถเรียกใช้มันได้ มันเป็เพราะพลังธาตุแสงไม่ได้ถูกหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาแต่เป็ตันเถียนต่างหากล่ะแถมตอนนี้ยังดูเหมือนว่ามันจะยังไม่ได้หลอมรวมกันด้วยหากมันหลอมรวมกันแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกันนะ “ จงหลอมรวม ’’เฟิงฉือจินไม่ลังเลที่จะเคลื่อนย้ายบอลพลังธาตุแสงเข้าไปยังใจกลางจุดตันเถียนเพื่อทําการผสาน
วูป
ตูม
บอลพลังธาตุแสงหลังจากที่ได้เข้าไปข้างในแล้วมันพลันะเิรัศมีออร่าแห่งแสงออกมาปกคลุ่มทั่วทั้งตันเถียนจนเปล่งประกายระยิบระยับ“ จะเกิดอะไรขึ้นกันนะ ?’’ เฟิงฉือจินมีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดบางสิ่งบางอย่างที่น่าตื่นเต้นกับเขา
ตูม ตูม ตูม
ตันเถียนขนาดเล็กก็ได้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับส่งเสียงะเิดังลั่นถึงสามครั้งระดับลมปราณชั้นจุติขั้นหนึ่งก็ได้ถูกยกระดับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนถึงขั้นสี่หลังจากที่หยุดอยู่ในจุติขั้นสี่แล้วมันพลันหยุดการตอบสนองลง
เฟิงฉือจินรู้สึกประหลาดใจจึงกลับออกมายังโลกภายนอกอีกครั้ง “บอลแห่งแสงจงปรากฏ ! ’’ เขายื่นฝ่ามือออกไปฉับพลันได้ปรากฏวงเวทย์ขนาดเท่าฝ่ามือเปล่งแสงสว่างสีทองและตามมาด้วยบอลพลังงานสีทองสว่างไสวหลังจากนั้นเฟิงฉือจินจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ เยี่ยมข้าเริ่มที่จะเข้าใจกฎเกณฑ์การเล่นแร่แปรธาตุบนโลกนี้ขึ้นมาบ้างแล้ว ’’หลังจากนั้นเขาพลันสลายบอลแห่งแสงอย่างรวดเร็วทว่าในตอนนี้เองแหวนสีดําทมิฬที่ถูกสวมไว้บนนิ้วกลางของเขาก็ได้สั่นระรัวจนได้เปล่งแสงสว่างสีดําออกมาจากนั้นลําแสงๆหนึ่งก็ได้พุ่งออกมาจากมัน