เปลี่ยนองุ่นให้เป็นไวน์ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 38 คนไร้ลมหายใจ

            “ฉันกำลังจะไปถึง นายรออยู่ที่นั่นก่อนนะ” หลิงผูเถาโทรบอกคู่หมั้น

            วันนี้หลิงผูเถามีนัดกับเย่จื่อหานเพื่อจะไปดูแบบชุดแต่งงาน ถึงแม้อีกสองสัปดาห์จะถึงงานแต่งของหลิงซีฮันกับโจวต้าเหนิง แต่หลังจากที่คุณแม่หลิงกับคุณแม่เย่เอาเวลาตกฟากของเธอกับเย่จื่อหานไปให้ซินแสช่วยดูฤกษ์แต่งงานให้ ปรากฏว่าฤกษ์ดีที่สุดสำหรับคู่ของเธอคือเดือนหน้าที่กำลังจะมาถึงนี้ หากภายในเดือนหน้าไม่ได้แต่งงาน เธอกับคู่หมั้นก็ต้องรอไปอีกเจ็ดปีถึงจะมีฤกษ์ดีอีกครั้ง และไม่แน่ทั้งคู่อาจจะมีเหตุให้ได้พรากจากกันเหมือนในอดีต คุณแม่หลิงกับคุณแม่เย่ไม่เข้าใจกับคำว่าพรากจากกันเหมือนในอดีต พวกท่านรู้แค่ว่าหากไม่รีบจัดงานแต่งให้ลูกสาวกับลูกชาย พวกเขาต้องรอฤกษ์ครั้งต่อไปอีกนาน แต่หลิงผูเถากับเย่จื่อหานเข้าใจความนัยนั้นเป็นอย่างดี และพวกเขาก็ตอบตกลงที่จะรีบจัดงานแต่งเช่นกัน เป็นเพราะพวกเขาไม่อยากแยกจากกันเหมือนในอดีตอีกแล้ว

            ตระกูลหลิงกับตระกูลเย่ปรึกษากันอย่างเร่งรีบทันที และทุกคนก็มีความเห็นตรงกันที่ให้รีบจัดงานแต่งในเดือนหน้า แม้แต่คุณพ่อหลิงที่อยากให้ลูกสาวอยู่กับตัวเองอีกหลายปีก็ยังเห็นด้วย หากให้ลูกสาวกับว่าที่ลูกเขยรอฤกษ์ดีครั้งถัดไป กว่าเขาจะได้เป็นคุณตา ถึงตอนนั้นเขาคงอุ้มหลานไม่ไหวแล้ว การแต่งงานของหลิงผูเถากับเย่จื่อหานจึงถูกกำหนดขึ้นในวันที่สิบของเดือนหน้า เท่ากับว่าพวกเขามีเวลาเตรียมงานไม่ถึงหนึ่งเดือน

            หวงเหมยลี่ที่รู้กำหนดการอย่างกะทันหันก็รีบออกแบบชุดแต่งงานให้พี่สาวกับพี่เขยอย่างที่ตัวเองเคยสัญญาไว้ทันที และวันนี้เธอก็นัดให้พี่สาวกับพี่เขยมาดูแบบชุดแต่งงานที่เธอออกแบบไว้

            “ฉันรออยู่ที่ Sindy Design แล้ว เหนิงเหนิง ลี่ลี่ แล้วก็ซินดี้ก็อยู่กันครบ ว่าแต่เธอไม่ให้ฉันไปรับเธอจริงๆ เหรอ” เย่จื่อหานถามย้ำ

            “ไม่ต้องหรอก ฉันมองเห็นทางเข้าห้างอยู่ไม่ไกลแล้ว เพียงแต่ที่ไฟแดงข้างหน้ามีอุบัติเหตุนิดหน่อย รถถึงเคลื่อนตัวได้ช้า แต่ถ้าอีกสิบนาทีรถยังไม่เคลื่อน ฉันก็จะลงเดินเองแล้วล่ะ”

            “โอเคๆ ถ้ามีอะไรเธอก็โทรมาหาฉันนะ” เย่จื่อหานพูดเสร็จก็กดวางสาย

            สิบนาทีผ่านไป รถก็ยังไม่เคลื่อนตัวและดูเหมือนว่าจะหยุดนิ่งอีกนาน หลิงผูเถาจึงบอกคนขับรถว่าเธอจะเดินไปที่ห้างเอง ให้คนขับรถกลับบ้านได้เลย ขากลับเธอจะให้คู่หมั้นไปส่ง คนขับรถรับคำและโทรกลับไปรายงานหลิงซีฮัน ซึ่งหลิงซีฮันก็ได้สั่งให้ลูกน้องตามดูแลความปลอดภัยให้น้องสาวอยู่ห่างๆ

            หลิงผูเถารีบเดินเพราะกลัวคนรักจะรอนาน อีกทั้งหวงเหมยลี่ก็เริ่มมีลูกค้าประจำให้ช่วยออกแบบเสื้อผ้ามากขึ้นแล้ว เธอไม่อยากให้น้องสาวต้องมาผิดนัดกับลูกค้าเพราะเธอ 

            “โอ๊ย! ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษอีกครั้งนะคะ” หลิงผูเถาเดินไปชนใครบางคนเข้าเต็มแรง จนตัวเธอล้มลงไปนั่งกับพื้น

            “ทีหลังเธอก็เดินให้ระวังหน่อยสิ ยังซุ่มซ่ามเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ” ชายหนุ่มยื่นมือไปหาเพื่อที่จะฉุดให้หลิงผูเถาลุกขึ้น

            หลิงผูเถารีบเงยหน้าขึ้นเพราะเสียงที่คุ้นเคยอันน่ารังเกียจที่เธออยากลืมก็ลืมไม่ลง “เป็นคุณชายหานเองเหรอคะ ขอโทษด้วยนะคะ พอดีเมื่อกี้ฉันรีบ ก็เลยไม่ทันมองว่ามีคนยืนอยู่ตรงนี้”

            “ให้ฉันช่วยเถอะนะ” หานซ่งเฉวียนยิ้ม เมื่อก่อนเธอก็มักจะแกล้งงอนเขาอย่างนี้ประจำ ส่วนเขาก็จะง้อและพูดคำหวานกับเธอนิดหน่อย เท่านี้เธอก็จะหายโกรธแล้ว “ฉันผิดที่มายืนขวางทางเธอเอง ถ้าจะโทษก็ต้องโทษฉันเองนั่นล่ะ อย่าโกรธฉันเลยนะที่รัก”

            “คุณชายหาน! ใครเป็นที่รักของนายไม่ทราบ” หลิงผูเถาตอบกลับด้วยความโกรธ “ฉันมีคู่หมั้นแล้ว เรารักกันและอยากอยู่ด้วยกันมาก รักจนฉันต้องขอเลื่อนงานแต่งให้เร็วขึ้นเลยล่ะ เพราะฉะนั้นนายอย่ามาทำให้คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าฉันทำผิดกับคู่หมั้น”

            “เถาเถา เย่จื่อหานไม่ได้อยู่ที่นี่ เธอไม่จำเป็นต้องแสดงละครแล้ว เพราะตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าเธอยังรักฉันอยู่ ไม่งั้นของขวัญที่ฉันมอบให้ เธอก็ทิ้งมันไปแล้วสิ”

            “ของขวัญบ้าอะไร...” หลิงผูเถานึกไปถึงหยกที่เธอเอาไปให้หวงเหมยลี่ เธอเก็บคำอธิบายไว้ไม่พูดออกไป เพราะหวงเหมยลี่ชอบหยกชิ้นนั้นมาก หากหานซ่งเฉวียนรู้ว่าเธอไม่ได้เก็บหยกไว้เอง มีหวังผู้ชายคนนี้ต้องไปทวงของคืนจากหวงเหมยลี่แน่ “ก็เห็นว่ามันดูมีราคาดี เผื่อวันไหนขัดสนเรื่องเงินก็กะว่าจะเอามันไปขาย”

            หานซ่งเฉวียนอมยิ้ม “จะเหตุผลอะไรก็ช่างเถอะ แค่เธอเก็บมันไว้ เท่านี้ฉันก็ดีใจมากแล้ว ว่าแต่เธอกำลังจะไปไหนเหรอ ฉันเห็นเธอเดินแทบจะวิ่งอยู่แล้ว”

            “กำลังจะไปดูแบบชุดแต่งงาน ขอตัวก่อนนะ”

            “ป่านนี้แล้วพี่ใหญ่ซีฮันกับโจวต้าเหนิงยังไม่ตัดชุดอีกเหรอ”

            “ไม่ใช่ของพี่ใหญ่ แต่เป็นชุดแต่งงานของฉันกับจื่อหาน” หลิงผูเถามองดูนาฬิกาบนข้อมือ “นายอย่ามาทำให้ฉันเสียเวลา ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อน”

            หานซ่งเฉวียนไม่ได้เดินตาม แต่เขาเลือกที่จะเดินกลับไปที่รถ จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดพิกัดก็เห็นว่าหลิงผูเถาอยู่ที่ Sindy Design จริงๆ ในเมื่อเธอยังพกหยกของเขาไปไหนมาไหนด้วยตลอด แล้วทำไมเธอยังทำตัวห่างเหินกับเขาอยู่อีกล่ะ แล้วยังเรื่องที่เธอกำลังจะตัดชุดแต่งงานนั่นอีก เจ้าบ่าวของเธอควรเป็นเขาไม่ใช่เย่จื่อหาน

            หานซ่งเฉวียนปิดพิกัดติดตาม บางทีเธออาจจะยังรู้สึกว่าเขาง้อเธอไม่พอ เอาไว้เขาจะซื้อของขวัญชิ้นใหญ่ส่งไปให้เธออีกสักหลายชิ้น ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ชอบดอกไม้หรือไม่ก็เครื่องประดับกันทั้งนั้น ถ้าเธอได้รับของขวัญจากเขา เธอคงจะใจอ่อนและกลับมาคบกับเขาเหมือนเดิม เพียงแต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลา เพราะเจ้านายจะเดินทางเข้าประเทศก่อนกำหนด เอาไว้ให้เขาเสร็จงาน เขาค่อยเริ่มไปง้อเธอก็ยังทัน

     

            “Hi! ไม่ได้เจอกันนานเลยนะมิสเตอร์หาน เรื่องที่ให้ไปจัดการเป็นยังไงบ้าง”

            “กิจการขนส่งทางเรือของผมโชคดีที่มีสัมปทานเส้นทางเดินเรือครอบคลุมทุกประเทศในเอเชีย ก่อนหน้านี้ผมได้ทดลองส่งสินค้าล็อตเล็กๆ ออกไปบ้างแล้ว ไม่พบว่ามีปัญหาอะไรครับ” 

            “นายทำงานได้ดีมาก ไม่เสียแรงที่ฉันสนับสนุนให้นายขึ้นมาเป็นมือขวาของฉัน”

            “ทั้งหมดเป็นเพราะคุณให้โอกาสผมได้แสดงฝีมือครับ” หานซ่งเฉวียนยิ้ม “ว่าแต่ทำไมคุณโรเบิร์ตถึงเดินทางมาก่อนกำหนดล่ะครับ ผมต้องขอโทษด้วยที่ผมไม่ได้ไปรับคุณ”

            “ฉันรู้สึกว่าตำรวจสากลคงตามรอยฉันเจอแล้ว ฉันก็เลยอยากถามนายว่าที่นี่มีคนที่ไว้ใจได้พอที่จะมอบงานทั้งหมดให้เขาดูแลแทนนายได้ไหม”

            “ทำไมล่ะครับ หรือว่าผมทำงานผิดพลาดตรงไหน” หานซ่งเฉวียนพูดอย่างร้อนใจ “คุณโรเบิร์ตให้โอกาสผมได้แก้ตัวสักครั้งนะครับ ผมรับรองว่าต่อไปผมจะไม่ทำงานผิดพลาดอีกแล้วครับ”

            “ไม่ต้องตกใจไปหรอก นายไม่ได้ทำอะไรพลาด กลับกัน นายยังทำงานดีมากจนฉันจะให้นายติดตามฉันไปที่อื่นเท่านั้น เพราะถ้าตำรวจสากลตามรอยฉันเจอ ฉันคงอยู่ที่ประเทศ C ไม่ได้แล้ว”

            “แต่ตัวตนที่แท้จริงของคุณไม่มีใครรู้นี่ครับ คนส่วนใหญ่จะรู้จักคุณในฐานะนายแบบชื่อดังระดับโลก อีกอย่างที่คุณเดินทางมาประเทศ C ก็เพราะมีงานเปิดตัวสินค้าของแบรนด์ Sindy Design ถ้าอยู่ดีๆ คุณหายตัวไป มันจะไม่เป็นเรื่องใหญ่เอาเหรอครับ”

            โรเบิร์ตขมวดคิ้วเล็กน้อย “ปกติแล้วนายไม่เคยปฏิเสธคำสั่งของฉัน หรือว่าช่วงที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นถึงทำให้นายเปลี่ยนไป”

            “คุณอย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมแค่วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันให้คุณฟังเท่านั้นเอง ผมไม่เคยคิดที่จะขัดคำสั่งคุณ”

            “เอาล่ะ ในเมื่อนายบอกไม่มีอะไรฉันก็จะเชื่อ นายอย่าเก็บคำพูดของฉันไปใส่ใจเลย” โรเบิร์ตจ้องหานซ่งเฉวียน “ฉันจะชวนนายเดินทางไปยุโรป เพราะฉันซื้อเกาะเล็กๆ ที่ไม่เป็นที่รู้จักไว้ที่หนึ่ง ที่นั่นปลอดภัยมาก และเหมาะที่จะสร้างโรงงานผลิตสินค้าของเรามากที่สุด”

            “มีกำหนดการเดินทางที่แน่นอนแล้วเหรอครับ”

            “หลังจากงานเดินแบบของ Sindy Design นายแบบโรแบร์โตจะหายจากโลกนี้ไปตลอดกาล จะเหลือแต่มิสเตอร์โรเบิร์ต เจ้าพ่อค้ายาผู้ยิ่งใหญ่เพียงคนเดียวเท่านั้น” โรเบิร์ตยิ้ม “ฉันเบื่อที่ต้องเปลี่ยนตัวตนไปเรื่อยๆ และตอนนี้ฉันก็แต่งงานแล้ว ถ้าฉันยังเป็นนายแบบต่อไป ฉันก็จะควงภรรยาอย่างออกหน้าออกตาไม่ได้ อีกอย่างภรรยาของฉันเป็นคนรักสงบ ฉันก็เลยจะพาเธอไปใช้ชีวิตที่เกาะส่วนตัวที่เพิ่งซื้อไว้ ถ้านายสนใจ นายพาคนรักของนายไปอยู่ด้วยกันก็ได้นะ”

            หานซ่งเฉวียนนึกไปถึงหลิงผูเถา หากเขาแต่งงานและอยู่กับเธอที่ประเทศ C นอกจากเขาต้องต่อสู้กับตระกูลเย่แล้ว เขายังต้องต่อสู้กับตระกูลหลิง เขารู้ดีว่าตระกูลหลิงคงไม่ยอมรับเขาเป็นเขยง่ายๆ พาเถาเถาหนีไปใช้ชีวิตที่เกาะส่วนตัวด้วยกันจะไม่ง่ายกว่าหรือ

            “ว่ายังไง สนใจข้อเสนอของฉันไหม?”

            “ผมพาคนรักไปอยู่ที่นั่นด้วยได้จริงเหรอครับ”

            “แน่นอนสิ นายเป็นมือขวาของฉัน ไปอยู่ที่นั่น นายก็จะเป็นหัวหน้ารอง นอกจากฉัน นายก็ไม่จำเป็นต้องฟังคำสั่งของใคร”

            “ตกลงครับ ผมจะตามคุณไปอยู่ที่เกาะแห่งนั้นด้วยกัน”

            “ถ้างั้นนายก็ไปหาวันเหมาะๆ ที่เราจะออกเดินทาง ถ้าวันนั้นมีงานใหญ่จัดขึ้นด้วยก็จะดีมาก เพราะนายแบบโรแบร์โตจะประสบอุบัติเหตุแล้วเสียชีวิตในวันนั้นเหมือนกัน”

            “คุณต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของนักข่าวเหรอครับ”

            “จะว่าอย่างนั้นก็ได้ เอาให้ข่าวใหญ่ตีกันเอง จะได้ไม่มีคนมาสนใจความเคลื่อนไหวของเรา”

            “หลังงานเดินแบบจะมีงานแต่งงานของลูกชายเศรษฐีอันดับสามของประเทศเรา เป็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบสิบปีเลยก็ว่าได้ เราใช้วันนั้นเป็นวันเดินทางก็ได้นะครับ อีกอย่าง...” หานซ่งเฉวียนอมยิ้ม “ระบบรักษาความปลอดภัยของตระกูลหลิงคงดูแลผู้เข้าร่วมงานไม่ทั่วถึง ผมจะใช้โอกาสนั้นพาคนรักของผมหนีออกมา เท่านี้ก็จะไม่มีใครตามหาเราเจอแล้ว”

            “นายจะทำอะไรก็แล้วแต่นาย ฉันขอแค่อย่างเดียวว่าอย่าให้มีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นก็พอ นายรู้ใช่ไหมว่าฉันไม่เคยเก็บคนไร้ประโยชน์ไว้ใกล้ตัว”

            หานซ่งเฉวียนพยักหน้ารับ เขารู้ความหมายในคำพูดของเจ้านายเป็นอย่างดี คนไร้ประโยชน์ที่ว่าก็คือคนไร้ลมหายใจ

    คล้ายกับเรื่องเปลี่ยนองุ่นให้เป็นไวน์ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน