“ผมจะไปละนะ คงไม่ได้มาเยี่ยมคุณอีก อาการคุณปกติแล้ว หมอให้กลับบ้านวันนี้คุณก็โทรหาญาติหาเพื่อนให้มาดูแลและรับคุณกลับบ้าน คุณไม่ต้องตอบแทนอะไรผมแค่คุณปลอดภัยผมก็ดีใจแล้ว หรือคุณจะให้ผมไปส่งบ้านก็ได้คุณบอกมาได้เลย” ร่างบางบอกเขาเป็การร่ำลา หลายวันมานี้เขาโทรตามโทรกวนชนะชนม์ตลอด วันนี้ละ เป็วันที่สามารถจะตัดเขาออกไปจากชีวิตได้แล้ว หึ หึพอกันที!! วันนี้ร่างบางดูอารมณ์ดีผิดปกติเขากระตือรือร้นเป็พิเศษ ด้วยคิดว่า หลังจากนี้เขาจะได้ชีวิตเป็ปกติแล้วแต่แล้วอยู่ๆ อีกด้านของจิตใจก็รู้สึกเป็ห่วงและห่วงหาความรู้สึกที่ซ้อนทับมานี่คืออะไร หรือเขาไม่อยากให้คนร่างสูงตรงหน้าจากไป ทำไมละหลายวันมานี้เขาเหนื่อยกับคนร่างสูงตรงหน้ามากด้วยเพราะความเอาแต่ใจและเรียกร้องให้เขาทำนั่นนี่ โน่น ตลอดเวลา สองคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยความรู้สึกของตนเอง
“ผมไม่มีญาติ ผมตัวคนเดียว”ร่างสูงบอกพร้อมใบหน้าที่ดูเศร้าหมองลง หัวใจของร่างบางตกวูบ ‘ไม่ๆๆ’ห้ามสงสารเด็ดขาด ร่างบางได้แต่สั่งเตือนตัวเองว่าอย่าหลงกลอีก
“ถึงจะตัวคนเดียวคุณก็ไม่เป็ไรหรอก คุณมีเงิน คุณก็ทำทุกอย่างได้ คุณหมอบอกคุณดีขึ้นเยอะแล้วเดี๋ยวก็กลับบ้านได้” ร่างบางยังยืนยันว่าคนอย่างเขาดูแลตัวเองได้อย่างสบาย ชนะชนม์จะได้ไปใช้ชีวิตอย่างเดิมสักที
“ผมไม่มีบ้านให้กลับแล้ว”ร่างสูงหน้าเศร้า หลุบตาต่ำลง น้ำเสียงเศร้า เสียงเบาจนเกือบเป็กระซิบสายตาที่ซ่อนความรู้สึกเ็ปไม่มิดฉายให้เห็นความเ็ปของเขาในใจมองสบตาร่างบางนิ่ง เขากลัวทั้งความกลัวที่จะต้องจากร่างบางตรงหน้า ทั้งความกลัวศัตรูที่มาลอบทำร้ายเขายังคิดไม่ออกว่าหลังจากนี้จะทำยังไง ให้เขาไปหาโรงแรมอยู่ก็ได้หรือจะไปอยู่คอนโดเพื่อนหรือคอนโดหรูของสารวัตรเกรียงไกรเพื่อนของเขาก็ได้แต่ใจเขาอยากอยู่กับคนตรงหน้ามากกว่า เขารู้สึกดีกับคนตรงหน้าอย่างมากอยากอยู่ใกล้ๆ เขา ทำไงได้ในเมื่อหลายวันมานี้ความรู้สึกต่างๆ ถาโถมเข้ามาในใจไม่เห็นหน้าหวานๆ นั้นเขาก็คิดถึง ต้องรบกวนพยาบาลโทรตาม เขาอยากได้ฟังร่างบางเล่าเื่ราวต่างๆชนะชนม์คุยเก่ง ยิ้มเก่ง ช่างพูด ช่างเจรจาเขารู้สึกเพลิดเพลินและมีความสุขทุกครั้งที่มีเขาอยู่ด้วย เกิดมาจนอายุ 23 ก็เพิ่งรู้สึกแบบนี้เป็ครั้งแรกเขารู้สึกใจหายเมื่อคิดว่าต้องจากร่างบางนี้ไปแล้วเขาจะหาเวลาไหนไปใกล้ชิดเพื่อสร้างความสนิทสนมได้อีกหากต้องจากกันตอนนี้ ครั้งหน้าที่เจอกันก็คงเป็แค่คนเคยรู้จักเท่านั้น
“สภาพคุณ เสื้อผ้าคุณ กระเป๋าคุณแบรนด์เนมทั้งตัว ไม่น่าจะใช่คนไม่มีบ้านนะ”ชนะชนม์ยังยืนยันและไม่เชื่อในสิ่งที่ร่างสูงบอก ถึงแม้ว่าตอนนี้หัวใจของเขาจะตกวูบเพราะรู้สึกทั้งสงสารและเห็นใจและความเป็ห่วงเป็ใยที่มีเพิ่มขึ้นมาอย่างไม่อยากจะยอมรับ
“คนพวกนั้นมาฆ่าผมเพราะญาติคนเดียวของผมจ้างมาคงเพราะเื่มรดก”วัชรพลพูดเสียงเครียด สายตาคมมองใบหน้าหวานนิ่ง
“พวกนั้นไม่ใช่อันธพาลเหรอ”ร่างบางได้ฟังก็ตาโตอย่างไม่เชื่อหู นี่มันละครหลังข่าวชัดๆ
“ไม่ใช่ ถึงจะดูเป็แค่อันธพาลแต่พวกนั้นมืออาชีพมีทั้งมีด ทั้งปืน มีคนจ้างมาแน่นอน คุณก็เห็นว่ามันมาตามหาผมตั้งสองรอบพวกนักเลงตีคนแล้วจบถ้าไม่ได้มีเื่บาดหมางรุนแรงกันมาก่อน แต่พวกมันมาตามหาผมพวกมันกำลังไล่ล่าผมเป้าหมายคงต้องฆ่าผมให้ตายให้ได้”ร่างสูงยืนยันเสียงหนักแน่นพร้อมมองจ้องอีกฝ่ายเพื่อดูท่าที
“แล้ว”ร่างบางถามเพื่อหาข้อยุติว่าสรุปเขาจะเอายังไง เพราะเขาต้องไปแล้ว เขายังต้องเรียนต้องทำงาน ที่ทำอยู่ก็มากเกินพอแล้ว
“ให้ผมไปอยู่กับคุณได้ไหมมันคงตามหาผมไม่ถูกแน่” สิ้นเสียงร่างสูง ร่างบางก็อ้าปากค้าง ตาโตอย่างใอีกครั้ง ปากบางเริ่มเม้มเข้าหากันอย่างกำลังใช้ความคิด
“เดี๋ยว แล้วถ้ามันหาตัวคุณเจอผมไม่ซวยไปด้วยเหรอ ผมเป็แค่นักศึกษา อนาคตยังอีกไกลนะคุณ อีกอย่างวันก่อนคุณบอกคุณมีเพื่อน ไปหาเพื่อนคุณสิ ” ร่างบางยืนยัน ยังไม่ยอมเขาง่ายๆ
“ผมมีค่าตอบแทนให้” วัชรพลยื่นข้อเสนอ
“ไม่คุ้มกับชีวิตผมหรอกผมไม่ใช่คนเห็นแก่เงิน” ชนะชนม์ยังยืนยันไม่รับข้อเสนอ
“สองหมื่นต่อเดือน” วัชรพลยังไม่ลดละในการยื่นเงื่อนไขให้อีกฝ่ายตาโตและเหมือนจะได้ผลเมื่อเห็นสีหน้าอีกฝ่ายดูเริ่มลังเล
“เดี๋ยวนะ ถ้าคุณมีเงินขนาดนี้ ไปอยู่โรงแรมหรูๆ ดีกว่าไหม ห้องผมมันเล็ก แคบ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกคุณอยู่ไม่ได้หรอก” ชนะชนม์เริ่มตาโตเมื่อได้ยินจำนวนเงินที่อีกฝ่ายเสนอมาแต่ก็ยังร้องห้าม ไม่ยอมง่ายๆ
“โรงแรมคนพลุกพล่าน ทำอะไรไม่สะดวกและพวกมันก็ต้องหาผมตามโรงแรมอยู่แล้ว แต่คุณบอกว่า ที่พักคุณอยู่ใกล้มหาลัยมันคงเป็พื้นที่ที่พวกมันคิดไม่ถึงและผมสามารถทำอะไรได้สะดวก” ร่างสูงยังคิดหาเหตุผลมาค้านได้
“แต่ที่พักผม ที่ทำงานผมที่เรียนผมและที่ที่คุณโดนทำร้ายมันเป็ที่ที่ใกล้กันนะถ้าพวกมันกลับมาหาคุณแถวที่ผับอีกละ ไม่จ๊ะเอ๋กันเหรอ” ชนะชนม์ยังไม่ยอมง่ายๆเพราะไม่อยากเข้าไปยุ่งกับเื่อันตรายนี้
“เค้าถึงบอกไงที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด”ร่างสูงยังจะแถไปให้ได้ถึงที่สุดจนร่างบางเริ่มอ่อนใจได้ค่าเช่าฟรีเดือนละสองหมื่น เขาเองก็รักในเงื่อนไขนี้ มันคงทำให้เขาใช้ชีวิตได้ราบรื่นขึ้น
“สองหมื่นไม่รวมค่ากินอยู่ของผม ผมให้คุณต่างหากและรวมถึงการกินอยู่ของคุณด้วย”ร่างสูงเสนอเงื่อนไขเพิ่มเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มลังเลสีหน้าเขาเริ่มแสดงความพอใจเมื่อเห็นท่าทางของร่างบางริมฝีปากหนายกยิ้มแต่เพียงชั่วครู่ก่อนจะปรับสีหน้าให้เศร้าดังเดิม
“ทำไมต้องอยากอยู่กับผม”ร่างบางถามอย่างอดสงสัยไม่ได้
“ผมรู้สึกอุ่นใจเมื่อมีคุณอยู่ด้วยเหมือนผมมีเพื่อน มีพวก มีคนคอยให้คำปรึกษาและที่สำคัญผมฝากชีวิตไว้กับคุณได้”
“แต่ผมไม่อุ่นใจเลยหากมีคุณอยู่ด้วย” ชนะชนม์บอกอย่างเซ็งๆ
“น่า นะ ผมขอร้อง คุณเป็คนดีมากคุณไม่รู้จักผมเลย แต่หลายวันนี้ ผมเห็นว่าคุณทั้งไปเรียน มาโรงพยาบาล โทรลาเรียน ลางาน จนหัวหน้าคุณบ่น คุณเสียสละเพื่อผมมากมายดังนั้น คุณเป็คนเดียวที่ผมไว้ใจตอนนี้”วัชรพลยังพูดต่อเพราะกลัวคนหน้าหวานจะปฏิเสธเขา
“คุณไปเคลียเื่ค่าใช้จ่ายรับยาและพาผมกลับบ้านคุณเถอะ คุณหมอบอกผมแล้วว่า วันนี้กลับบ้านได้”เขารีบให้ร่างบางไปจัดการเคลียค่าใช้จ่ายก่อนที่อีกฝ่ายจะแย้งเขาต่อร่างบางได้แต่ถอนหายใจเบาๆ สงสัยว่าคนเจ็บสะกดคำว่า
‘เกรงใจ’ ไม่เป็จริงๆ ใช่ไหมเขาคิดแล้วก็โมโหแต่ก็ทำตามที่ร่างสูงสั่งทุกอย่าง เห้อ ทำไงได้ เขาปฏิเสธใครไม่ค่อยจะเป็สุดท้ายก็ต้องทำตามคุณหนูเค้าสั่งทุกอย่างแล้วสรุปว่าเขายอมให้คนเจ็บไปพักกับเขาแล้วเหรอ ตอนไหนนะ ยิ่งคิดยิ่งงง
อพาร์ทเม้นท์ย่านมหาวิทยาลัย
หลังจากคนเจ็บกลับมาอพาร์ทเม้นท์ที่พักของชนะชนม์เขาก็เดินไปนั่งที่เตียงอย่างถือวิสาสะ สายตามองสำรวจตรวจตราห้องอย่างเต็มที่ ทุกซอกทุกมุม ห้องสีขาวสะอาดตามีเตียงนอนขนาดห้าฟุต โต๊ะเขียนหนังสือ ตู้ใส่เสื้อผ้าแบบไม้อัด แอร์เก่าๆและโซฟาสีดำที่สีจืดจางบ่งบอกว่าผ่านการใช้งานมานานปี ตู้เย็นสีฟ้า และเตาไมโครเวฟที่ผ่านมาชีวิตของวัชรพลไม่เคยได้อยู่ห้องแบบนี้มาก่อน ตอนไปเรียนต่างประเทศก็มีที่พักหรูหราไม่เคยต้องลำบากนอนในห้องแคบๆเก่าๆและไม่ต้องทำงานหาเงินเรียนเนื่องจากที่บ้านจัดได้ว่าเป็เศรษฐีพันล้านเหมือนกันหลังจากเขากลับมาจากต่างประเทศเพราะเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีและกลับมาเพื่อสืบทอดธุรกิจของครอบครัว หลังจากพ่อ แม่ พี่ชายผมเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ทั้งหมดตอนนี้เขาเหลือญาติคนเดียวที่ดูแลกิจการให้ครอบครัวอยู่คือลุงของเขาเอง มันคงง่ายในการกำจัดเขาอีกคนและธุรกิจทั้งหมดก็เป็ของลุงเขาเองก็ไม่เข้าใจ ตอนที่ทนายความเปิดพินัยกรรมพ่อของเขาก็ยกทรัพย์สมบัติให้คุณลุงไปมากมายจนชาตินี้ก็ใช้ไม่หมดไม่นับรวมที่เคยให้ก่อนพ่อเขาเสียชีวิตแต่เขายังไม่เข้าใจว่า คุณลุงยัง้าอะไรอีก แต่ก็อย่างว่าความโลภมันทำให้คนเราทำได้ทุกอย่าง ตอนแรกเขาก็ไม่เคยสงสัย เพราะคิดว่าคงเป็อุบัติเหตุจริงๆ แต่พอพี่ชายก็เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เหมือนกันกับพ่อแม่ เขาและพี่กรสนิทกันมากเพราะมีกันแค่สองพี่น้อง ทั้งสองโทรศัพท์คุยกันตลอด ก่อนวันเกิดเหตุพี่กรยังเล่าเื่ต่างๆให้เขาฟังอย่างร่าเริง แถมยังบอกว่า พบรักใหม่แล้ว เป็ลูกสาวคู่ค้าธุรกิจของเรา คบกันมาได้จะครบสองเดือนแล้ว รู้สึกคลิกกันมากในหลายๆเื่แถมยังบอกว่า ผมอาจจะมีพี่สะใภ้เร็วๆ นี้รีบเรียนให้จบแล้วรีบกลับมา กรจะโทรคุยกับเขาแทบทุกวัน สองพี่น้องรักกันอย่างเหนียวแน่น กรสอนเื่ธุรกิจให้เขาบ้างพยายามถ่ายทอดวิชาให้เพื่อที่เมื่อกลับมาแล้วจะได้ไม่ต้องเรียนรู้เยอะหรือไม่เขาอาจจะเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองอาจอยู่ได้ไม่นาน หลังจากพี่กรเกิดอุบัติเหตุ วัชรพลบอกตัวเองเลยว่า เขาจะไม่ไว้ใจใครและต้องสืบหาความจริงให้ได้ จึงขอร้องสารวัตรเกรียงไกรเพื่อนสนิทของเขาให้ช่วยสืบและให้หมอชันสูตรศพให้ละเอียดที่สุดเขาไม่เชื่อว่านี่เป็คดีอุบัติเหตุธรรมดา มันต้องเป็การฆาตรกรรมอำพรางคดี แต่ตำรวจกลับสรุปและปิดคดีอย่างรวดเร็ว
“แคบดีนะ” ดูพูดเข้า แล้วใครถามชนะชนม์ได้แต่คิดในใจอย่างเหลืออด
“ก็บอกแล้วไง ว่าแคบ จะไปโรงแรมไหมล่ะจะไปส่ง” ชนะชนม์บอกเขาด้วยน้ำเสียงยินดีแกมหมั่นไส้คนตรงหน้า
“ไม่ อยู่ที่นี่ละ ขออยู่สักพักละกันขอนอนก่อนนะ ผมเหนื่อย” เขาบอกก่อนจะก้มลงนอนเพื่อพักผ่อนแล้วหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน
ชนะชนม์ยืนมองคนร่างสูงตรงหน้าด้วยสายตาเหลือเชื่อเขาบอกว่าเขาเหนื่อย คุณพระ คนเหนื่อยต้องเป็เขาไหมล่ะ อะไรๆ ก็เรียกใช้เขา คนเจ็บเองเดินยังไม่ค่อยรอดต้องให้เขาพยุงเดินหลายวันมานี้เขาไปไหนมาไหนก็ให้ร่างบางพยุงตลอดยังกล้าบ่นเหนื่อยว่าแต่หมอบอกว่าเขาหายแล้ว ทำไมต้องให้เขาพยุงเดินตลอดอีกนะชนะชนม์มองบนก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ เพราะเหนื่อยเหมือนกัน ของีบเอาแรงแบบนานๆเลยทีนี้ หลังจากออกจากห้องน้ำก็เดินไปนอนที่โซฟาสีดำตัวเก่า ทำไงได้ล่ะก็เตียงถูกคนร่างสูงยึดไปแล้ว
"อย่าทิ้งผมไป อย่าทิ้งผมไป"เสียงะโดังทำให้ชนะชนม์ซึ่งหลับด้วยความอ่อนเพลียตื่นขึ้นมา มองไปยังต้นเสียง มองนาฬิกานี่ก็ตีสองแล้ว เห็นคนร่างสูงที่เขาเก็บได้แถวถังขยะกำลังยกมือยกไม้ปากก็พร่ำร้อง 'อย่าทิ้งผมไป' ดูแล้วช่างน่าสงสาร ดูเหมือนฝันร้ายอีกแล้ว ลุกไปดูหน่อยละกัน ตัดสินใจเดินไปหาอีกฝ่ายที่กำลังร้องมือก็ส่ายไปส่ายมามองหน้าเขาสักพักก่อนเอามือไปลูบหัว คลายรอยย่นระหว่างคิ้วหนาที่ขมวดเข้าหากันให้และปลอบเบาๆว่า ‘ผมอยู่นี่แล้ว ไม่ทิ้งไปไหน’ จับมือร่างสูงไว้ในอุ้มมือบาง สักพักคนร่างสูงก็หลับลงไปเหมือนเดิม ชนะชนม์มองคนตรงหน้าอย่างรู้สึกสงสาร ตอนอยู่โรงพยาบาลวันที่เขาไปดูคนเจ็บก็เป็แบบนี้บ่อยๆ เขาคงเจอเื่หนักหนามาซึ่งคงมีสักวันที่ร่างสูงตรงหน้าจะบอกเล่าให้เขาฟัง
แสงอรุณยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้อง ชนะชนม์ที่เมื่อยคอเมื่อยตัวไปหมดเพราะไม่ได้นอนบนเตียงให้สบายเหมือนที่ผ่านมา เพราะไอ้คนเจ็บที่นอนหลับสบายบนเตียงของเขา นี่แหละหนาดังสุภาษิตที่ว่า เอ็นดูเขา เอ็นเราขาด นอนเมื่อยจนเอ็นจะขาดเป็ท่อนๆ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำให้ชนะชนม์รีบลุกไปเปิดประตู
“มีไรเพื่อน”
“มาหาแกนะดิ เอาชีทมาให้ เมื่อวันศุกร์ทำไมไม่ไปเรียนวะ วันจันทร์มีเทสย่อย แกรู้ยัง”ชาติเพื่อนสนิทที่สุดในมหาวิทยาลัย เป็เพื่อนสนิทั้แ่มัธยม ติดสอยห้อยตามกันไปทุกที่จนเข้ามหาวิทยาลัย
“อ่ะ สรุปที่เรียนให้แกแล้ว แต่จริงๆแกอ่านแปบเดียวก็เข้าใจได้เร็วกว่าพวกเราเรียนทั้งอาทิตย์อีก” ชาติพูดขำๆพลางส่งชีทให้เพื่อนหนุ่ม
“แกก็เวอร์ไป”
“นั่นใครอ่ะ รูมเมทใหม่เหรอไหนบอกชอบอยู่คนเดียว แกนี่มันหลายมาตรฐานนี่หว่า”เขาแซวเพื่อนเพราะรู้ว่าเพื่อนชอบอยู่คนเดียวเป็ที่สุด
“เก็บได้แถวที่ทิ้งขยะน่ะ”
“เอาอีกแล้ว แกนี่ไม่เก็บหมาแมวาเ็ก็คนาเ็นะระวังจะเดือดร้อนสักวัน” ชาติเตือนเพื่อนหนุ่มด้วยความหวังดี
“คิดว่างั้นเหมือนกัน”ชนะชนม์บอกอย่างปลงกับนิสัยชอบยุ่งเื่คนอื่น
“หน้าตาผิวพรรณดูดีเชียวเป็ใครมาจากไหนแกรู้ป่าว”
“ไม่รู้ดิ”ชนะชนม์เห็นด้วยกับเื่หน้าตาหล่อคมสันและผิวพรรณขาวเนียนละเอียด ถึงเขาจะดูซีดเซียวไปบ้างจาก
การถูกทำร้าย แต่ก็ยังดูดีมากปากรูปกระจับเริ่มมีสีชมพูอ่อนๆ คุยกันสักพักชาติก็กลับไปห้องตัวเอง ห้องของสองหนุ่มอยู่ใกล้กัน ปกติวันหยุดเพื่อนๆ เขาจะมาอยู่ห้องนี้ไม่ติวหนังสือก็ชวนเพื่อนๆ มาเล่นไพ่ตาละบาทบ้าง หรือก็ใครแพ้ดื่มเหล้าเฮฮาไปตามประสาวัยรุ่น
“ตื่นแล้วเหรอ” ร่างบางถามคนเจ็บเมื่อเวลาผ่านไปจนถึงห้าโมงเย็น นอนจนตะวันคล้อยนี่คงจะเพลียหรือเพราะฤทธิ์ยาทำให้หลับได้นานขนาดนี้
“นอนกินบ้านกินเมืองหายไปเป็ทวีปแล้วคุณตื่นมากินข้าว กินยา เดี๋ยวผมไปอุ่นให้”
“ขอบคุณมากครับ” ร่างสูงบอกเขาเบาๆ อย่างเกรงใจ
“อ่ะ กินซะ ตอนคุณหลับผมลงไปหาไรกินเลยซื้อติดมือมาเลย” ชนะชนม์พูดพร้อมส่งจานข้าวให้เขาบนเตียงและวางน้ำดื่มไว้ข้างเตียงเขาเหมือนจะรู้ว่าอีกสักเดี๋ยวคนตรงหน้าต้องรีบดื่มน้ำทันทีแน่นอน
“ผมได้ยินเสียงคนคุยกัน” ไม่ได้หลับหรอกหรือ ชนะชนม์อดคิดในใจไม่ได้
“ เพื่อนผมมาห้องน่ะเอาชีทเรียนมาให้ เมื่อวันศุกร์ผมขาดเรียนไปดูคุณเพราะพยาบาลโทรมาว่าคุณเรียกหาผมผมจึงรีบไปนึกว่ามีเื่อะไร” ชนะชนม์เห็นเขายิ้มกวน แต่จริงๆเขาโกรธมากเพราะเมื่อวันศุกร์เขารีบไปโรงพยาบาลแทบตายแต่คุณหนูแค่อยากกินน้ำให้ชนะชนม์ถ่อสังขารไปตั้งไกลเพื่อรินน้ำให้ หาอาหารที่อยากกินให้ มันน่านัก คิดแล้วยังเจ็บใจไม่หาย ร่างบางมองค้อนคนตรงหน้าอย่างหมั่นไส้
“เผ็ดจัง ขอน้ำหน่อย”ร่างสูงสูดปากอย่างรู้สึกเผ็ดร้อน เหงื่อเม็ดโป้งๆ ผุดขึ้นเต็มหน้าผาก ปากจากชมพูอ่อนๆ ตอนนี้สีแดงจัด ชนะชนม์รู้สึกสะใจเล็กๆอย่างน้อยก็ได้เอาคืนบ้าง เขารู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ถึงได้วางน้ำไว้ใกล้ตัวคนเจ็บนี่เขาเอื้ออาทรสุดแล้วนะร่างบางหันหน้าไปทางอื่นพยายามปกปิดรอยยิ้มกว้างที่ปิดแทบไม่มิดก่อนจะบังคับตัวเองได้และหันกลับมาบอกเขาว่า
“ นี่ผมบอกเจ๊เขาแล้วนะ ว่าไม่เผ็ด”ร่างบางแกล้งพูดหน้าตายแต่พยายามฝืนไม่ให้มุมปากยกยิ้มเต็มที่
“เผ็ดนิดหน่อย พอกินได้” ร่างสูงรู้ดีว่าโดนคนข้างๆ เอาคืน จึงแกล้งทำเป็ไม่เผ็ดมากแต่กินไปสูดปากไป กินข้าวคำ น้ำคำ จนรู้สึกแน่นท้องเลยเลิกกินและกินยา ก่อนจะล้มตัวลงนอนแทน แต่ปากก็ยังแสบร้อนไม่หยุดเขาปาดเหงื่อตรงหน้าผาก ได้แต่บ่นในใจว่า ‘ฝากเอาไว้ก่อนเ้ากระต่ายน้อยทีใครทีมัน’
“กินเสร็จแล้วนอนเดี๋ยวก็กรดไหลย้อนหรอก”ร่างบางเดินไปที่เตียงที่ร่างสูงนอนอยู่ แล้วเอาหมอนมารองต่อกันให้สูงจัดท่านอนให้เขาใหม่ ให้แบบกึ่งนอนกึ่งนั่ง แบบนี้จะได้ไม่เป็กรดไหลย้อนสองมือของร่างบางประคองคนร่างสูงเพื่อให้เป็ไปตามท่าที่้า ระหว่างกำลังวุ่นกับการจัดท่าให้ สายตาพลันหันไปสบตากับสายตาคมกริบของเขาเขามองร่างบางไม่วางตา สายตาที่ถ่ายทอดมาดูอบอุ่น วาบหวามพาลทำให้ใจคนที่กำลังจัดท่าอย่างกุลีกุจอเต้นไม่เป็จังหวะ
“ นายพักท่านี้ไปก่อนนะอีกสักชั่วโมงค่อยนอน ให้กระเพาะอาหารย่อยก่อน”พูดเสร็จร่างบางก็กลับไปนั่งที่โซฟาเห็นเขาเริ่มนั่งเล่นโทรศัพท์ ชนะชนม์จึงหาหนังสือเรียนมาอ่านบ้าง แต่สุดท้ายหนังสือก็อ่านเขาแทน