ตอนที่ 2 เ้าดูให้ข้าหน่อย (2)
หลังเคาะประตูอย่างระวังก็ได้ยินเสียงเ้านายเอ่ยอนุญาต หลินถงประคองถ้วยยาเดินเข้าไป วางถ้วยลงบนโต๊ะแล้วรีบไปอยู่ข้างกายอีกฝ่าย ช่วยจัดแจงเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เขาอย่างเรียบร้อย “นายท่าน ถึงเวลาต้องดื่มยาแล้วขอรับ”
จิ้งเยี่ยส่งเสียงอืม ดวงตาหรี่ปรือคล้ายว่ายังไม่ตื่นดี โบกมือให้เขาพลางพูด “เ้าไม่ต้องอยู่ปรนนิบัติตรงนี้แล้ว”
“ขอรับ” หลินถงถอยออกไปเงียบๆ แล้วยืนอยู่นอกห้อง ยามนี้สีของท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง ขณะที่ลมพัดแรงขึ้น
จิ้งเยี่ยหยิบถ้วยยาน้ำสีน้ำตาลบนโต๊ะขึ้นมาจรดริมฝีปาก จิบลงไปอึกหนึ่ง ยานั้นร้อนกำลังดี มีรสขมเล็กน้อย นับั้แ่ฟื้นขึ้นมาเมื่อครึ่งปีก่อน หมอหลวงที่มาตรวจบอกว่าตนร่างกายอ่อนแอ ต้องบำรุงรักษาระยะยาว เสด็จพ่อจึงให้หมอหลวงจัดยาบำรุง และต้องดื่มทุกวันอย่างต่อเนื่อง
จิ้งเยี่ยกำลังจะดื่มอีกคำ ทว่าไม่รู้คิดอันใดขึ้น มุมปากพลันยกยิ้ม ออกแรงที่นิ้วมือจนถ้วยกระเบื้องแตกเป็เสี่ยงๆ ยาไหลเปรอะเต็มฝ่ามือ เสียงชิ้นส่วนกระเบื้องแตกที่หล่นลงพื้นไม่ดังนัก หลินถงซึ่งอยู่นอกห้องจึงไม่ทันสังเกต
ชั่วพริบตาเดียวในห้องก็มีคนเพิ่มขึ้นมาผู้หนึ่ง เขาคุกเข่าลงข้างเดียวขณะกล่าว “ท่านอ๋องได้รับาเ็หรือขอรับ”
ั์ตาจิ้งเยี่ยฉายรอยยิ้ม มองไปทางผู้คุกเข่าด้วยความสนใจ ยื่นมือที่บีบถ้วยแตกไปทางเขา พลางเอ่ยน้ำเสียงเจือแววเกียจคร้าน เนื่องจากเพิ่งตื่นจึงแหบพร่าเล็กน้อย “อ้านจิ่ว มิสู้เ้าดูให้ข้าหน่อย มือเป็แผลแล้ว ข้ารู้สึกเจ็บเล็กน้อย”
คนผู้นั้นคลานเข่าไปข้างหน้าจนถึงข้างขาจิ้งเยี่ย มิได้สนใจเศษกระเบื้องใต้เข่าตนแม้แต่นิด ท่านอ๋องหรี่ดวงตาดำขลับลง ไม่นานเศษกระเบื้องขาวบนพื้นก็ย้อมด้วยสีแดงสดบางๆ ปะปนอยู่ในยาน้ำสีน้ำตาล
อ้านจิ่วเงยหน้าเล็กน้อย จับมือเ้านายอย่างนุ่มนวล เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวของอีกฝ่ายที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา
“ช้าก่อน” จิ้งเยี่ยเอ่ยยับยั้ง “บนตัวเ้าไม่มีผ้าเช็ดหน้าหรือ ผ้าผืนนี้เป็ของรักข้า ย่อมรับไม่ได้ที่จะทำให้มันสกปรก”
ได้ยินดังนั้นเขาก็รีบวางผ้าไหมสีขาวลง ก่อนล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าเนื้อหยาบผืนหนึ่งจากอกเสื้อ “ผ้าของผู้น้อยเนื้อหยาบ ท่านอ๋องโปรดทนใช้ไปก่อน” ชายหนุ่มพูดพลางเช็ดยาน้ำบนมือจิ้งเยี่ยเบาๆ รอยแผลที่ไม่ลึกแต่ค่อนข้างยาวเส้นหนึ่งปรากฏตรงตำแหน่งใต้นิ้วหัวแม่มือ “ท่านอ๋องประทานน้ำสะอาดกับยารักษาแผลให้ผู้น้อยได้หรือไม่”
แผลนี้หากอยู่บนตัวอ้านจิ่ว นั่นไม่นับเป็เพียงาแ เหมือนยุงกัดไม่จำเป็ต้องใส่ใจ ทว่าร่างกายท่านอ๋องบอบบาง ย่อมต้องจัดการให้ดี
“ข้าไม่มีของพวกนั้น” น้ำเสียงเขาราบเรียบราวกับาแไม่ได้อยู่บนตัว ทั้งยังใช้เท้าเตะเข่าอ้านจิ่ว “เ้าไม่มียารักษาแผลหรือ ปกติองครักษ์ลับจะพกของพวกนั้นมิใช่หรือ ทำไมกัน เ้าขี้เหนียวไม่อยากให้ข้าใช้หรืออย่างไร”
“ยารักษาแผลของผู้น้อยคุณภาพต่ำ เกรงว่าจะทำร้ายท่านอ๋อง” เขาหยิบขวดกระเบื้องสีเขียวใบเล็กจากในอกเสื้อ นี่เป็รางวัลที่ได้รับจากผู้บัญชาการองครักษ์ลับตอนเขาทำภารกิจใหญ่สำเร็จอย่างโดดเด่น นับเป็ยารักษาแผลดีที่สุดของตน จึงตัดใจใช้ไม่ลงมาตลอด ดูท่าพกติดตัวไว้เช่นนี้คงถูกต้องแล้ว
“ใช้ของเ้าเถอะ” จิ้งเยี่ยยกยิ้มมุมปาก เหลือบมองหัวเข่าอ้านจิ่วที่ตนเตะเมื่อครู่ อีกฝ่ายยังคงคุกเข่าอยู่บนเศษกระเบื้องอย่างมั่นคง ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
เห็นอ้านจิ่วคิดจะเปิดขวดยาทายาให้ จิ้งเยี่ยจึงขมวดคิ้ว “เ้าไม่ล้างแผลให้ข้าก็จะใส่ยาแล้วหรือ”
ผู้เป็องครักษ์เงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นประคองมืออีกฝ่ายขึ้นมาข้างริมฝีปากตน ก่อนจะแลบลิ้นเลียยาน้ำบนฝ่ามือที่ยังเช็ดไม่สะอาดทีละน้อยกระทั่งเลียไปรอบาแ สุดท้ายค่อยเลียบนแผลยาวนั้นอย่างระมัดระวัง
จิ้งเยี่ยมือสั่นเล็กน้อย ทว่าไม่ใช่เพราะเจ็บ เป็เพราะรู้สึกจักจี้จากกลางฝ่ามือแผ่ลามไปทั้งตัว
อ้านจิ่วชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นเลียแผลบนฝ่ามือเ้านายด้วยความอ่อนโยนยิ่งกว่าเดิม กระทั่งขาวสะอาดเหมือนตอนแรก ไม่เหลือยาน้ำสักหยด ถึงเปิดขวดกระเบื้องแล้วเทยาผงบริเวณแผลที่ฝ่ามือทีละนิด ครั้นไม่มีผ้าเช็ดหน้าผืนสะอาดแล้ว เขาจึงใช้แถบผ้าที่ฉีกมาจากเสื้อชั้นในตนพันไปบนฝ่ามือจิ้งเยี่ย
ซู่ชิงอ๋องเห็นฝ่ามือถูกพันผ้าไว้เรียบร้อย ก็กวาดตามองคนที่คุกเข่าบนพื้นแวบหนึ่ง ยามนี้ยาน้ำบนพื้นมีของเหลวสีแดงเจือปนมากกว่าเดิม เขาพลันโบกมือข้างที่ได้รับาเ็ “จำไว้ว่าต้องมาใส่ยาให้ข้าตรงเวลา ไปเถอะ”
อ้านจิ่วขยับถอยหลังขณะยังคงคุกเข่า ก่อนะโออกไปทางหน้าต่างอย่างไร้สุ้มเสียง
จิ้งเยี่ยหันมองทางหน้าต่างด้วยรอยยิ้ม มือที่ได้รับาเ็กำแน่นแล้วคลายออกทีละนิด ของเหลวสีแดงค่อยๆ ซึมออกมาจากผ้าขาว