[จบ] การกลับมาของสุดยอดนักฆ่าในตำนาน

    บทที่ 56 ฉันคือแม่ของเขา

    บทที่ 56 ฉันคือแม่ของเขา


            [ลู่เฉิงเฟิง แกคอยดูเถอะ!]


            เหยียนเจี้ยนตงคำรามอย่างเกรี้ยวกราด เขาปาโทรศัพท์มือถือกระแทกกับผนังอย่างแรง จนมันแตกเป็นเสี่ยง ๆ


            เดิมทีเขาคิดว่าเมื่อฆ่าครอบครัวของลั่วเจิ้งเต๋อไปแล้ว ลู่เฉิงเฟิงจะต้องเสียใจอย่างหนัก แต่กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวตลก


            [ลู่เฉิงเฟิง ฉันจะฆ่าแก ฉันจะหั่นศพแกเป็นชิ้น ๆ!]


            เหยียนเจี้ยนตงคลั่งไปแล้ว เขาเฝ้ารอมาทั้งคืน เพื่อที่จะได้เห็นปฏิกิริยาเสียใจอย่างถึงที่สุดของลู่เฉิงเฟิงหลังจากรู้ข่าวร้าย แต่เขากลับต้องผิดหวัง


            เหยียนเจี้ยนตงทำลายข้าวของบนโต๊ะทำงานจนเกลี้ยงราวกับคนเสียสติ เขาทำลายคอมพิวเตอร์จนแหลกละเอียด และพยายามจะพลิกโต๊ะทำงานลงกับพื้นจนใบหน้าแดงก่ำ สีหน้าเหมือนคนท้องผูก แต่โต๊ะทำงานกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย


            โต๊ะทำงานตัวนี้ทำจากไม้เนื้อแข็ง มีขนาดใหญ่และหนักมาก เขาไม่สามารถพลิกได้ไหว


            แต่เหยียนเจี้ยนตงก็ยังเป็นคนใหญ่คนโต แม้ว่าเขาจะโกรธจนแทบจะระเบิด แต่เขาก็ยังบังคับตัวเองให้สงบลงได้ในที่สุด


            ตอนนี้ดูเหมือนว่า ความสัมพันธ์ระหว่างลู่เฉิงเฟิง กับอดีตพ่อตาของเขาไม่ได้ดีอย่างที่คิด เขาเดินหมากผิดพลาดไปแล้ว 


            สิ่งสำคัญที่สุดคือลู่เฉิงเฟิงเป็นมือสังหาร เลือดเย็น โหดเหี้ยม ไร้หัวใจ คงต้องเริ่มจากคนที่เขาให้ความสำคัญ ถึงจะส่งผลต่อเขาได้


            เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดก็เปล่งประกายเย็นเยียบ เอ่ยขึ้นช้า ๆ “ซูอี้จวิน”


            “เฮ่าจง!!!” 


            หลวนเฮ่าจงผลักประตูเข้ามา “นายท่านมีอะไรให้รับใช้ครับ”


            “ไปเพิ่มค่าหัวซูอี้จวินให้ฉันเป็นสองร้อยล้าน” 


            หลวนเฮ่าจงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วรีบพยักหน้ารับ “ครับ”



            อีกด้านหนึ่ง ลู่เฉิงเฟิงกำลังแย่งปาท่องโก๋ตัวสุดท้ายกับสาวน้อยตาโต


            “ให้ฉัน ฉันยังไม่ได้กินสักชิ้นเลยนะ” 


            สาวน้อยตาโตรีบเอื้อมมือคว้า ปาท่องโก๋ใกล้จะขาดออกจากกัน ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปที่ปาท่องโก๋ บนใบหน้ากลมมีแต่ความตึงเครียดราวกับจะบอกว่า ‘ถ้าแกกล้าแย่งปาท่องโก๋ ฉันจะสู้ตายกับแก’


            ลู่เฉิงเฟิง มุมปากกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ “ปาท่องโก๋ตัวนี้ให้ฉันกิน แล้วฉันจะให้เธอกินไส้กรอก”


            สาวน้อยตาโตหน้าแดงก่ำ เธอทำหน้าใสซื่อแล้วถามขึ้นมาว่า “ต้องกัดกินเหรอ?”


            ลู่เฉิงเฟิงสะดุ้งโหยง “ไม่ใช่ ต้องเลียกิน ดูดกินก็ได้ แต่อย่ากัด” 


            พยัคฆ์โลหิตและอาชาล่าวิญญาณต่างมองลู่เฉิงเฟิงด้วยสายตาเหยียดหยัน พวกมันคิดว่าเจ้าหมอนี่ช่างไร้ยางอายยิ่งกว่าเฒ่าลั่วเสียอีก


            ทันใดนั้น เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น


            ลู่เฉิงเฟิงมองไปที่สาวน้อยตาโต “เธอไปเปิดประตูหน่อยสิ”


            “ไม่ไปหรอก คุณจะหลอกกินปาท่องโก๋ของฉัน ฉันไม่โง่ให้หลอกง่าย ๆ หรอก” 


            “ฉันจะมองเธออยู่ รับรองว่าไม่กิน”


            สาวน้อยตาโตจู่ ๆ ก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ปาท่องโก๋ จากนั้นก็… “ถุ้ย! ถุ้ย! ถุ้ย!”


            ลู่เฉิงเฟิงถึงกับหน้ามืด


            “เอาล่ะ ๆ ฉันไปเปิดประตูก็ได้!” 



            สาวน้อยตาใสปล่อยมือแล้ววิ่งดุ๊กดิ๊กไปเปิดประตู


            ลู่เฉิงเฟิงมุมปากกระตุกเล็กน้อย วางปาท่องโก๋ลงในจานของกระต่ายนักล่า


            “ลู่เฉิงเฟิง มีพี่สาวสวยมาก ๆ มาหา” 


            สาวน้อยตาโตมองหญิงสาวในชุดแดงเพลิงงามเลิศที่ยืนอยู่หน้าประตู ดวงตากลมโตฉายแววอิจฉา ‘ผู้หญิงคนนั้นสูงจัง สูงกว่าฉันตั้งเยอะเลย แถมขายังยาวเกือบถึงอกฉันแหนะ แต่นมของเธอดูเหมือนจะเล็กกว่าของฉันนะ’ กระต่ายนักล่ารู้สึกว่าอย่างน้อยตัวเองก็ยังมีข้อดีอยู่บ้าง


            หลินเจี้ยนหลูมองสาวน้อยตาใสตรงหน้า ดวงตาสวยหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะก้มมองเธอด้วยท่าทางสูงส่ง “เธอเป็นใคร”


            สาวน้อยตาโตรู้สึกได้ถึงความเป็นศัตรูจากอีกฝ่าย เธอจึงครางในใจด้วยความไม่พอใจ ‘สวยแล้วไง สูงแล้วไง’ เธอเขย่งปลายเท้าขึ้นแล้วถามกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ “แล้วเธอเป็นใครล่ะ”


            หลินเจี้ยนหลูยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ฉันเป็นแม่ของลู่เฉิงเฟิง”


            “หา?” 


            สาวน้อยตาโตตกตะลึง มองหลินเจี้ยนหลูด้วยสีหน้ามึนงง


            ‘เอ๊ะ! ไม่ใช่สิ เธออายุน้อยขนาดนี้จะเป็นแม่ของลู่เฉิงเฟิงได้ยังไง หรือว่าจะเป็นแม่เลี้ยง?’ 


            “ลู่เฉิงเฟิง แม่คุณมา” 


            มุมปากของลู่เฉิงเฟิงกระตุกสองสามที เขาได้ยินเสียงของหลินเจี้ยนหลูมานานแล้ว จึงพูดด้วยสีหน้าเอือมระอาว่า “ให้เธอเข้ามาเถอะ” 


            สาวน้อยตากลมโตให้หลินเจี้ยนหลูเข้ามา จากนั้นก็วิ่งตึงตังกลับโต๊ะกินข้าว พอเห็นว่าปาท่องโก๋ของตัวยังอยู่ก็ดีใจจนหน้าบาน ก่อนจะถามด้วยความสงสัยว่า “เธอเป็นแม่คุณจริง ๆ เหรอ” 


            ลู่เฉิงเฟิงพยักหน้ารับอย่างจริงจัง 


            สีหน้าของพยัคฆ์โลหิตแข็งค้าง จ้องมองลู่เฉิงเฟิงด้วยความตกตะลึง 


            หลินเจี้ยนหลูเดินเข้ามา ได้ยินลู่เฉิงเฟิงยอมรับ ก็อดไม่ได้ที่จะนิ่งอึ้งไป 


            สาวน้อยตากลมโตพูดเบา ๆ ว่า “แม่คุณดูเด็กจัง ไม่ใช่แม่แท้ ๆ ใช่ไหม”


            “แน่นอนว่าไม่ใช่” ลู่เฉิงเฟิงหันไปมองหลินเจี้ยนหลู เหลือบมองหน้าอกอวบอิ่มของเธอสองครั้ง ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ว่า “เธอเป็นแม่นมของฉัน”


            ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับชะงักไปพร้อมกัน มองลู่เฉิงเฟิงด้วยความตกตะลึง 


            พยัคฆ์โลหิตรู้สึกนับถือเขาจากใจจริง ๆ ‘สมกับเป็นลู่เฉิงเฟิง เรื่องความหน้าด้าน ถ้าแกบอกว่าตัวเองเป็นที่สอง คงไม่มีใครกล้าเป็นที่หนึ่ง’ 


            หลินเจี้ยนหลูหน้าแดงก่ำ ดวงตาแสดงความอายและโกรธ “ลู่เฉิงเฟิง นายอยากตายหรือไง?”


            ลู่เฉิงเฟิงหัวเราะยกใหญ่ แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง “กินอาหารเช้าหรือยัง?”


            “ยังไม่ได้กิน ตื่นมาเห็นข้อความของนายก็รีบมาเลย ฉันนึกว่านายเป็นอะไรไปซะอีก”


            ลู่เฉิงเฟิงมีจุด ๆ เต็มหน้าผาก “มานั่งกินด้วยกันสิ”


            “อ้อ! เกือบลืมแนะนำให้รู้จัก นี่อาชาล่าวิญญาณกับกระต่ายนักล่า”


            หลินเจี้ยนหลูตาโตด้วยความตื่นตะลึง ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ


            ลู่เฉิงเฟิงยิ้มแล้วมองไปที่หลินเจี้ยนหลู “สาวสวยที่งดงามไร้เทียมทานท่านนี้ก็คือ งูแบล็กแมมบา”


            อาชาล่าวิญญาณอ้าปากค้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ


            สาวน้อยตาโตก็มองหลินเจี้ยนหลูด้วยความฉงนเช่นกัน “งูแบล็กแมมบาเป็นพี่สาวสวยเหรอเนี่ย?”


            หลินเจี้ยนหลูมองสำรวจทั้งสองคน ใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะได้สติ “พวกเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”


            อาชาล่าวิญญาณเล่าเรื่องราวคร่าว ๆ ให้ฟัง!


            “ไอ้คนเลวนี่มันร้ายจริง หลอกลวงบอกว่าตัวเองเป็นพยัคฆ์โลหิต พวกเราก็หลงกลไปซะได้” 


            สาวน้อยตาแป๋วฉวยโอกาสฟ้องร้องความชั่วของลู่เฉิงเฟิง


            หลินเจี้ยนหลูมองลู่เฉิงเฟิง แววตาเริ่มดูน่ากลัว “คนเลว?  มันรังแกเธอเหรอ?”


            “ใช่” 


            สาวน้อยตาแป๋วพยักหน้าหงึก ๆ เหมือนลูกเจี๊ยบจิกข้าวสาร


            ลู่เฉิงเฟิงมุมปากกระตุก “ฉันไปรังแกเธอตอนไหน?”


            “ก็คุณบีบแก้มฉัน บีบแรงด้วย” 


            สาวน้อยตาแป๋วฟ้องด้วยสีหน้าเจ็บใจ


            หลินเจี้ยนหลูได้ยินแล้วก็มีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด “แค่เนี้ย?” 


            กระต่ายนักล่าดูน่าสงสารมากขึ้นไปอีก เธอบอกว่า “นี่มันยังไม่ชัดอีกเหรอ? เขายังบอกอีกว่า บีบแก้มฉันน่ะ สบายมือกว่าตีก้นคุณซะอีก”


            ลู่เฉิงเฟิงเอามือปิดหน้า ‘เด็กคนนี้ช่างใสซื่อบริสุทธิ์เสียจริง เรื่องแบบนี้พูดออกมาได้ยังไงนะ พูดไปก็ขายหน้าเปล่า ๆ ยังดีที่เธอไม่ได้เล่าเรื่องที่ฉันหลอกให้เข้านอนด้วยกัน’


            หลินเจี้ยนหลูจ้องเขม็งไปที่ลู่เฉิงเฟิงอย่างเอาเรื่อง ทันใดนั้นเธอก็หันกลับไปบีบแก้มของสาวน้อยตาโต ดึงเบา ๆ นวดคลึงเบา ๆ แล้วลูบ ๆ “ฮ่า ๆ ๆ ๆ น่ารักจริง ๆ เลย บีบแก้มกลม ๆ นี่มันสบายจริง ๆ เลยน้า”


            ลู่เฉิงเฟิงและคนอื่น ๆ ถึงกับเหงื่อตกกันเป็นแถว


            สาวน้อยตาโตตีมือของหลินเจี้ยนหลู “อย่านวด พอแล้ว ๆ ๆ แก้มฉันก็กลมอยู่แล้ว ถ้านวดอีกก็กลายเป็นขนมแป้งทอดพอดี”


            หลินเจี้ยนหลูปล่อยมือออกแล้วลูบหัวเล็ก ๆ ของเธอเบา ๆ “ฉันนึกว่า กระต่ายนักล่าจะเป็นผู้ชายหยาบกระด้างเหมือนกับพยัคฆ์โลหิตซะอีก ไม่คิดเลยว่าจะเป็นสาวน้อยน่ารักแบบนี้”

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] การกลับมาของสุดยอดนักฆ่าในตำนาน ที่คุณอ่าน