เสวียนเทียนชิงยิ้มเย็นมองดูคนของกลุ่มอี้สิงพุ่งเข้ามาอย่างไม่ทุกไม่ร้อนชายหนุ่มจ้องมองไปยังปรมาจารย์อู่ด้วยสายตาเ็าปราดหนึ่งก็พยักหน้าให้กับชิงเหนียวทั้งสองรู้ใจกันอย่างยิ่งแค่เห็นสายตาของเสวียนเทียนชิงนางก็รู้แล้วว่านายน้อย้าให้ปรมาจารย์อู่ท่านนี้สิ้นชีพลงที่นี่!
“เ้าก็คือชิงเหนียวกระมัง? สาวใช้ข้างกายคุณชายจรัสฟ้าทั้งสองอายุยังน้อยก็ขึ้นสู่ระดับปรมาจารย์แล้วมีคนกล่าวว่าพวกเ้าก็คือปีกทั้งสองที่โอบอุ้มดาราจรัสฟ้าข้าใคร่รู้นักว่าหากไม่มีปีกอย่างพวกเ้าโอบอุ้มวันนี้ดาราจรัสฟ้าจะยังลอยเด่นเหนือหล้าได้เช่นใด!”
ปรมาจารย์อู่มองชิงเหนียวอย่างเ็าครั้งหนึ่งตอนนี้กลุ่มอี้สิงสิบกว่าคนเริ่มลงมือแล้วเสวียนเทียนชิงกับชิงเหนียวยังไม่ก้าวออกจากหน้าห้องพักแต่เลือกที่จะยืนรออยู่เช่นนั้นจนกระทั่งขั้นเบิกิญญาคนหนึ่งฟาดกระบี่ลงมาจนร่างของเสวียนเทียนชิงถูกกระแทกกลับเข้าไปในห้องชิงเหนียวเห็นนายน้อยถูกโจมตีก็ไม่รอช้าแทงกระบี่สวนออกไปเช่นกันเพียงแต่มีปรมาจารย์อู่อยู่ที่นี่จะปล่อยให้นางลงมือง่ายๆได้อย่างไร?
“ฮึ่ม! คำพูดของข้าเ้าไม่เข้าใจหรือ?มีข้าอยู่วันนี้เ้าทำได้เพียงมองดูนายน้อยของเ้าตายไปเท่านั้น!”
ปรมาจารย์ขั้นหนึ่งถึงสามก็คือขั้นญาณทิพย์ทั้งสามระดับปรมาจารย์อู๋คือญาณทิพย์ขั้นกลางก็หมายถึงฝึกฝนจากเบิกิญญาจนสามารถใช้พลังจิตผสานกับฟ้าดินออกมาได้แล้วเพลงหมัดอี้สิงของเขาขึ้นชื่อเื่ความรุนแรงแม้ตัวจะอยู่ห่างไปสิบก้าวแต่หมัดที่ต่อยออกมาก็ราวกับค้อนใหญ่ด้ามยาวทุบลงมาทางชิงเหนียว
เคร้ง!
ชิงเหนียวขมวดคิ้วเล้กน้อยตวัดกระบี่ขึ้นรับหมัดของปรมาจารย์อู่ถึงกระนั้นไม่ว่าจะเป็ชิงเหนียวหรือลู่หยาก็ล้วนเป็ปรมาจารย์ขั้นที่หนึ่งทั้งคู่ต้องมาเจอกับปรมาจารย์ขั้นสองที่สูงกว่าระดับหนึ่งย่อมต้องเสียเปรียบสุดท้ายทั้งนายทั้งบ่าวเพียงกระบวนท่าแรกก็ถูกบีบจนต้องถอยกลับเข้าไปในห้อง
“ข้าจะหยุดสตรีผู้นี้ไว้เองเ้าเข้าไปข้างในคอยระวังสาวใช้อีกคนของเขาให้ดีอาศัยแค่ขั้นเบิกิญญาสามคนและคนที่เหลือก็เพียงพอที่จะสังหารเขาแล้ว อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามจนเกิดเื่ผิดพลาดเด็ดขาด!”
ปรมาจารย์อู่หันมากล่าวกับคนข้างกายอย่างเคร่งขรึมน้องสามของเขาหรือก็คือปรมาจารย์เฝิ่นผู้นี้เป็คนเย่อหยิ่งทั้งยังทะเยอทะยานอย่างยิ่งเขามาวันนี้สิ่งที่้ามากที่สุดก็คืออาศัยการสังหารเสวียนเทียนชิงสร้างชื่อแม้อีกฝ่ายจะมีพลังยุทธ์ด้อยกว่าแต่ก็ยังเป็คนหนุ่มอันดับหนึ่งของยุคนี้!
“ท่านวางใจเถอะพี่ใหญ่กำชับมาแล้วหากเขาไม่รนหาที่ตายเองข้าย่อมไม่ลงมือบุ่มบ่ามแน่”
ปรมาจารย์เฝิ่นกล่าวเสียงเย็นขณะที่ดวงตาจดจ้องเข้าไปในห้องเขม็งตึงเื่ครั้งนี้ใหญ่เกินไปจริงๆ หากมีโอกาสเขาย่อมไม่ยอมพลาดแน่แต่เป้าหมายคือบุตรชายตระกูลเสวียน!หากสำเร็จคนที่อยู่เื้ัพวกเขาย่อมออกหน้าปกป้องกลุ่มอี้สิงแต่หากล้มเหลวขึ้นมาเกรงว่าโทสะของตระกูลเสวียนพวกเขาก็แบกรับไม่ไหวเช่นกัน
ปรมาจารย์เฝิ่นไม่เหมือนกับปรมาจารย์อู่ที่สืบทอดวิชายุทธ์ดั้งเดิมของกลุ่มสิงอี้เขาฝึกดาบเป็หลักและมีข่าวลือว่ากราบเข้าตำหนักเวิ่นชิงของตระกูลฉินตังแต่เยาว์วัยแม้วรยุทธ์จะไม่ได้ล้ำเลิศอะไรมากนักแต่ปรมาจารย์ฝึกดาบท่านหนึ่งจะมากจะน้อยก็ยังอันตรายคนอ่อนแอจับอาวุธก็เพื่อดิ้นรนหาทางรอดแล้วคนแข็งแกร่งที่จับอาวุธเล่า?
พวกเขาปารถนาจะเข่นฆ่าสังหาร!
ปรมาจารย์เฝิ่นมองดูเสวียนเทียนชิงถูกขั้นเบิกิญญาทั้งสามล้อมโจมตีด้วยสายตาเ็าขณะเดียวกันเขาก็ก้าวเดินเข้าไปในห้องอย่างเชื่องช้าแน่นอนว่าในมือย่อมกุมดาบเหล็กสีเงินส่องคมประกายคนที่เขาต้องระวังก็คือสาวใช้อีกคนหนึ่งของเสวียนเทียนชิงอย่างลู่หยาปรมาจารย์สองท่านสู้กันยากจะวัดผลแต่หากประมาทแม้เพียงนิดก็หมายถึงชีวิตเช่นกัน
“สามปีก่อนตอนที่ข้าตัดหัวคนพวกนั้นยังเคยประมือกับฉินเจวียนจงอยู่ครั้งหนึ่งเพลงดาบัครามได้ยินว่าเป็มรดกของราชวงษ์เก่าเมื่อหมื่นปีก่อน ท่านกราบเข้าตำหนักเวิ่นชิงจะมากจะน้อยก็คงได้เรียนมาบ้างกระมัง?”
มองดูปรมาจารย์เฝิ่นเดินเข้ามาสายตาของเสวียนเทียนชิงยังสงบเช่นเดิมเขากวาดตามองอีกฝ่ายขยับขึ้นลงทั้งคนทั้งดาบยังเผยรอยยิ้มหยันออกมาเล็กน้อยด้วยซ้ำขั้นเบิกิญญาสามคนของกลุ่มสิงอี้ลงมือมาหลายกระบวนแล้วตอนนี้นอกจากครั้งแรกที่ผลักเสวียนเทียนชิงกระเด็นเข้ามาในห้องก็ยังไม่อาจแตะชายเสื้อของเขาได้เลยด้วยซ้ำขั้นเบิกิญญาเหมือนกันย่อมมีแบ่งสูงต่ำตอนนี้พวกเขาถึงได้เข้าใจว่าที่แท้เสวียนเทียนชิงก็ออมมือมาตลอด
“เ้ารอให้ข้าเข้ามาในนี้หรือว่าจะสาวใช้ของเ้าเตรียมจะลงมือแล้ว?”
ปรมาจารย์เฝิ่นยิ้มเย็นไม่สนใจคำพูดก่อนหน้านี้ของชายหนุ่มแม้ขั้นเบิกิญญาสามคนจะยังไม่อาจเอาชนะเสวียนเทียนชิงได้แต่กลุ่มอี้สิงจะไม่เตรียมการมาเลยหรือ?เสวียนเทียนชิงคืออันดับหนึ่งของรุ่นนี้ในแดนเบญจภพกระทั่งฝีมือของเขาที่ลับคมมาตลอดสามปีนี้ก็เหนือกว่าอัจฉริยะรุ่นก่อนบางคนแล้วด้วยซ้ำเสวียนเทียนชิงอยู่ในขั้นเบิกิญญาแม้จะยังมีคนรู้ไม่มากแต่กลุ่มอี้สิงก็ไม่คิดว่าจะจัดการเขาได้ด้วยขั้นเบิกิญญาสามคนอยู่แล้ว!
“ขั้นเบิกิญญาสามคนยังไม่พอจัดการเ้าแล้วหากเพิ่มเข้าไปอีกเล่า?”
ปรมาจารย์เฝิ่นหัวเราะเสียงเย็นโบกมือครั้งหนึ่งเบาๆตอนที่ขึ้นมาบนชั้นที่สองนอกจากสองปรมาจารย์และสามขั้นเบิกิญญาแล้วยังมีคนของกลุ่มอี้สิงอีกสิบคนรวมทั้งหมดแล้วการล้อมสังหารครั้งนี้กลุ่มอี้สิงใช้คนทั้งหมดสิบห้าคนกระนั้นก่อนหน้านี้นอกจากขั้นเบิกิญญาสามคนที่สู้กับเสวียนเทียนชิงแล้วคนที่เหลือกลับไม่ได้ลงมือแต่ยืนล้อมปิดทางหนีของเสวียนเทียนชิงไว้เท่านั้น
ยามนี้คนอีกสิบคนได้รับสัญญาณก็ะเิพลังยุทธ์ที่ปิดซ่อนไว้ออกมาปรากฏว่าแท้จริงแล้วขั้นเบิกิญญาที่มาคราวนี้ไม่ใช่สามคนแต่เป็เจ็ดคนแล้วยังมีขั้นหลอมจิต่ท้ายอีกหกคนด้วยเสวียนเทียนสีหน้าขรึมลงเล็กน้อยกวาดตาสำรวจกองกำลังของศัตรูด้วยคนระดับนี้เกรงว่าจะไม่ใช่แค่กลุ่มอี้สิงกลุ่มเดียวที่ลงมือคราวนี้แล้วปรมาจารย์สามารถก่อตั้งสำนักได้ส่วนขั้นเบิกิญญาแม้แต่ในสำนักใหญ่ก็ยังได้รับเกียรติให้เป็ผู้าุโกลุ่มสิงอี้มีปรมาจารย์สามท่านคุมสำนักยังไม่นับเป็สำนักระดับกลางด้วยซ้ำไม่มีทางที่พวกเขาจะมีขั้นเบิกิญญามากขนาดนี้
อย่างไรก็ตามเสวียนเทียนชิงแม้สีหน้าเข้มลงแต่กลับไม่ได้ขมวดคิ้วแม้แต่น้อยดวงตาที่เย็นเยียบสงบนิ่งของเขาจ้องมองไปยังปรมาจารย์เฝิ่นก่อนจะแย้มยิ้มออกมา
“เบิกิญญาเจ็ดคน หลอมจิต่ท้ายหกคนแค่นี้ท่านก็คิดว่าจะชนะแล้วหรือ?”
“ฮ่าๆคุณชายเสวียนแม้เย้ยฟ้าขนาดไหนก็คงไม่ถึงขั้นหลงตัวเองจนมองความจริงไม่ออกกระมัง?ด้วยพลังระดับนี้ต่อให้เป็ระดับปรมาจารย์ก็ยังยากจะต้านรับตัวเ้าต่อให้ล้ำเลิศแค่ไหนก็ยังเป็ขั้นเบิกิญญาคนหนึ่งทั้งพลังจิตและพลังปราณล้วนมีจำกัดแล้วเ้าจะทนได้นานสักแค่ไหน?”
ปรมาจารย์เฝิ่นกล่าวออกมาอย่างเย้ยหยันพลางชี้คมดาบไปทางเสวียนเทียนชิงในดวงตาของเขาแทบจะไม่ปกปิดจิตสังหารที่มีเลยสักนิดทว่าเสวียนเทียนชิงอยู่รอดมาสามปีจะไม่เคยถูกล้อมโจมตีเช่นนี้ได้อย่างไร? ที่เขารอดมาได้ทุกว่านี้ย่อมต้องมีเหตุผลั้แ่เริ่มแรกที่เดินเข้าโรงจำนำแห่งนี้มาเขากับสาวใช้ทั้งสองก็เตรียมแผนการรับมือเอาไว้หมดแล้ว
“แน่นอนว่าหากเป็ข้าก็คงต้องลำบากจริงๆแต่หากเป็นางเื่ก็เปลี่ยนไปแล้ว ท่านคิดว่าคนกลุ่มนี้จะทนได้นานสักแค่ไหนกันล่ะ?”
สิ้นเสียงของเสวียนเทียนชิงก็ปรากฏเงาดำสายหนึ่งยืดออกมาจากเงาของตะเกียงริมห้องเงาดำสายนี้ดูแล้วไม่สะดุดตาเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบนักแต่สำหรับปรมาจารย์เฝิ่นที่ระวังตัวไปก่อนแล้วย่อมสังเกตุเห็นในเวลาถัดมาแม้จะช้าไปบ้างแต่ก็ยังไม่สายเกินไป
ฮึ่ม!ปรมาจารย์เฝิ่นเดิมทีก็ชี้ดาบไปทางเสวียนทียนชิงอยู่แล้ว อย่ามองว่านี่จะทำให้เขาได้เปรียบแต่กลับกันนี่เป็เสวียนเทียนชิงและลู่หยาเลือกเวลาลงมือได้ยอดเยี่ยมยิ่งนักดาบจะทรงพลังก็ต้องฟันหรือแทงออกไปดังนั้นดาบที่อยู่ในท่ายื่นปลายชี้ออกเช่นนี้จะสามารถรวมพลังได้อย่างไร? หากจะโจมตีสิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการชักดาบกลับมาแล้วออกกระบวนท่าอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสามถึงสี่ลมหายใจ!
กว่าดาบของปรมาจารย์เฝิ่นจะได้ออกกระบวนท่าอีกครั้งเงาดำสายนั้นก็พุ่งไปถึงด้านหลังของขั้นเบิกิญญาคนหนึ่งแล้วร่างเล็กอรชรในชุดดำไม่รู้ว่าปรากฏขึ้นมาั้แ่เมื่อใหญ่มองเห็นเพียงมือเล็กขาวเนียนกำมีดสั้นสีเงินคมกริบเอาไว้แทงไปยังยังลำคอของขั้นเบิกิญญาคนนั้นอย่างรวดเร็ว
ปรมาจารย์เฝิ่นแม้สีหน้าไม่เปลี่ยนไปแต่ก็ยังโกรธอยู่บ้างต่อหน้าเขาอีกฝ่ายกลับสามารถสังหารคนของกลุ่มอี้สิงต่อหน้าต่อตานี่มันหยามกันชัดๆทว่าปรมาจารย์เฝิ่นผู้นี้จิตใจเหี้ยมโหดเป็ทุนเดิมอยู่แล้วแน่นอนว่าเขาก็แค่รู้สึกเสียหน้าไม่ได้สนใจชีวิตของขั้นเบิกิญญาคนนั้นสักนิดดาบที่เขาชักกลับมาแล้วฟันออกไปก็ไม่ได้เพื่อช่วยชีวิตขั้นเบิกวิญาณคนนั้นแต่ฟันไปยังหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังต่างหาก!
เสียงมีดสั้นแทงทะลุลำคอจนเืสายกระจายมาถึงตอนนี้คนที่เหลือถึงได้รู้ว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปสายตาของพวกเขาหันมองไปทางลู่หยาด้วยความหวาดกลัวแต่เมื่อััได้ถึงพลังดาบอันบ้าคลั่งที่กำลังฟันออกมาก็ทำให้พวกเขาได้สติรีบถอยกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
ทว่าเสวียนเทียนชิงจะปล่อยให้เื่เป็ไปอย่างที่พวกเขาคิดได้อย่างไร?พริบตาเดียวที่กับที่ดาบของปรมาจารย์เฝิ่นฟันออกมาเขาก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้วแน่นอนว่าเป้าหมายของเขาไม่ใช่ขั้นเบิกิญญาพวกนั้นแต่เป็ปรมาจารย์เฝิ่นต่างหาก!ปลายกระบี่เงินรวมแสงคล้ายดวงดาวแทงออกกระทบกับใบดาบด้านของของปรมาจารย์เฝิ่นผลักให้ทิศทางดาบของเข้าเคลื่อนไปเล้กน้อยจนสุดท้ายไอดาบสายนั้นที่ฟันออกไปก็ผ่าร่างของขั้นเบิกิญญาที่ถูกลู่หยาสังหารไปแทนส่วนตัวนางร่างกายก็เริ่มพล่าเลือนอีกครั้งไม่ใช่เพราะว่าหายไปแต่เป็เพราะว่าฝีเท้าของนางรวดเร็วจนยากจะมองตามทันเพียงพริบตาเดียวมีดสั้นในมือก็แทงทะลุหัวใจของขั้นหลอมจิตช่างท้ายตายไปอีกคนหนึ่ง
เสวียนเทียนชิงไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นเื้ัแต่ยิ้มออกมาขณะมองไปยังปรมาจารย์เฝิ่น
“มิใช่ข้าพูดไปแล้วหรือว่าอยากจะลองประมือกับเพลงดาบัครามอีกครั้งท่านเป็ถึงปรมาจารย์คนหนึ่งของตำหนักเวิ่นชิง พวกเขาคงไม่ใจดำจนไม่ให้ท่านเรียนรู้สักท่าสองท่าหรอกกระมัง?”