ไรเดน ธอร์น

    ตอนที่ 9 สะพานหินโบราณ

    ไรเดนกับเซราฟิน่าเดินเลียบผ่านแนวเสาแกะสลักหินเวทมนตร์ที่ทอดตัวยาวออกไปทางด้านหนึ่งของลาน พวกเขาไม่แน่ใจนักว่าจะต้องไปทางไหนต่อ — หอคอยที่ว่าอยู่ตรงไหนกันแน่?


    “เธอรู้ทางไหม?” ไรเดนเอียงคอถามเบา ๆ


    เซราฟิน่าเพียงปรายตามอง ก่อนส่ายหัวช้า ๆ ไม่พูดอะไร ไรเดนหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ทั้งคู่จึงเดินไปตามเส้นทางหินโดยอาศัยสัญชาตญาณ


    ทันใดนั้นเอง พวกเขาเห็นเงาหนึ่งปรากฏขึ้น —

    ชายหนุ่มในชุดคลุมเรียบง่ายสีหม่น ๞ั๶๞์ตาสีเทาอมฟ้าเปล่งประกายราวกับรู้เท่าทันทุกสิ่ง


    “หลงทางกันหรือไง เด็กๆ?”

    เวเรน ไคลน์เอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวล เจือรอยยิ้มบาง ๆ


    ไรเดนกะพริบตาปริบ ๆ แล้วรีบตอบอย่างมีมารยาท “ครับ...เราแค่...หาทางไปหอคอยของตัวเองน่ะครับ สายออร์ร่าเอเธอเรียลน่ะ”


    เวเรนหัวเราะเบา ๆ ดวงตาคมกริบไล่มองพวกเขาสองคนอย่างพินิจ ก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ


    “อืม...หอคอยของพวกเธอไม่ใช่ที่ไหนใกล้ ๆ หรอกนะ ต้องข้ามสะพานหินเก่า ผ่านอุโมงค์ต้นเอล์มโบราณไป ถึงจะเจอ...อย่าหลงทางล่ะ เด็ก ๆ”


    ไรเดนขยับตัวเข้าใกล้ “แล้ว...มีใครอยู่หอนั้นด้วยไหมครับ?”


    เวเรนยักไหล่ “สายออร์ร่าเอเธอเรียลมีน้อย...น้อยมาก บางปีไม่มีเลยด้วยซ้ำ ปีนี้ก็มีแค่พวกเธอสองคนล่ะนะ” เขาหรี่ตาเล็กน้อย “แต่ไม่ต้องห่วง ที่นั่นปลอดภัย...ถ้าไม่ซนจนเกินไป”


    ไรเดนหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะเกาศีรษะพลางถามต่อ “แล้วอาจารย์เวเรนล่ะครับ ได้ยินว่าเป็๲เ๽้าของร้านหนังสือที่เจ๋งที่สุดในเมือง?”


    เวเรนหัวเราะหึ ๆ อย่างอารมณ์ดี “เจ๋งที่สุดเหรอ...ใครเป็๲คนพูดน่ะ? เอาไว้มีเวลาค่อยมาที่ร้านข้าสิ ข้างในมีหนังสือที่แม้แต่หอคอยของอาจารย์ใหญ่ก็หาไม่ได้”


    “จริงเหรอครับ?” ไรเดนตาโต


    เซราฟิน่ายืนกอดอกอยู่เงียบ ๆ แต่แววตาก็ดูเหมือนจะสนใจเล็กน้อยเช่นกัน


    เวเรนพยักหน้า ก่อนจะชี้ไปทางสะพานหินที่ดูเก่าแก่และมีเถาวัลย์เลื้อยพัน “ไปเถอะ...ข้ามสะพานนั่น แล้วเดินตามแสงไฟสีน้ำเงินพริบพราย พวกมันจะพาพวกเธอไปเอง”


    เขาหันมากระซิบเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มเ๽้าเล่ห์


    “...แต่อย่าเดินออกนอกเส้นทางล่ะ ออร์ร่าเอเธอเรียลที่หลงทาง...บางทีก็ไม่เคยได้กลับมาอีกเลยนะ”


    ก่อนที่ไรเดนจะทันถาม เวเรนก็ยกมือขึ้นกึ่งบอกลาแล้วหายลับไปท่ามกลางสายลมและเงาไม้ที่พลิ้วไหว


    ไรเดนกลืนน้ำลายเบา ๆ หันไปมองเซราฟิน่า

    เซราฟิน่าไม่แสดงสีหน้าอะไร นอกจากหันหลังเดินไปยังสะพานหินเงียบ ๆ ราวกับเสียงกระซิบเมื่อครู่เป็๞เพียงลมผ่าน


    “อืม...ฟังดูน่าเดินตามไปชะมัด” ไรเดนพึมพำ ก่อนจะรีบวิ่งตามเธอไป


    สะพานหินโบราณทอดยาวไปในม่านหมอกบางเบา เสาโคมไฟเวทมนตร์ตั้งเรียงรายสองข้าง ลุกโชนด้วยแสงสีฟ้าอมเงินวูบไหวเหมือนเปลวเทียน
    ไรเดนยกมือขึ้นแตะหนึ่งในโคมไฟ มันอุ่นมืออย่างประหลาด...ราวกับมีหัวใจที่ยังเต้นอยู่
    "พวกมันพาเราไป..." เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนหันไปยิ้มทะเล้นให้เซราฟิน่า "อย่าทำไฟดับนะ ไม่งั้นเราคงได้เดินหลงอยู่ในหมอกแน่"
    เซราฟิน่าไม่ตอบอะไร เธอเดินไปข้างหน้าโดยไม่แสดงความลังเลแม้แต่น้อย เงาของเธอยาวเหยียดบนสะพานหินเก่าเหมือนเจ้าหญิงในนิทานลึกลับ
    ไรเดนเดินตามไปในจังหวะเรื่อย ๆ ดวงตาคู่สีอำพันของเขากวาดมองสองข้างทางอย่างไม่วางตา
    สองข้างสะพานเป็นหุบเหวลึก มีเงาเงียบสงัดของป่าเวทมนตร์ทอดตัวอยู่เบื้องล่าง เสียงสายลมหวีดหวิวเหมือนเสียงกระซิบจากโลกที่หลับใหล
    บางครั้ง เงาบางอย่างเหมือนจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ขอบสายตา...
    แต่เมื่อไรเดนหันขวับไปมอง ก็พบเพียงหมอกและความว่างเปล่าเท่านั้น
    "หรือว่า..." ไรเดนหัวเราะเบา ๆ "ที่อาจารย์เวเรนบอกเรื่องหลงหอนั่น...เขาไม่ได้ล้อเล่นแฮะ"
    ในที่สุด เมื่อเดินข้ามสะพานจนสุด พวกเขาก็มาถึงปลายทาง
    เบื้องหน้า คือหอคอยสูงตระหง่านกลางไพรลึก —หอคอยทำจากหินสีดำสนิทที่สะท้อนแสงเพียงแผ่วเบา ลวดลายเวทมนตร์เรืองแสงจาง ๆ ไต่ขึ้นตามแนวผนังเหมือนเถาวัลย์มีชีวิต
    ประตูไม้บานใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ไม่มีมือจับ ไม่มีสลัก
    ไรเดนเงยหน้าขึ้นสำรวจ ก่อนจะเอ่ยขำ ๆ
    "ไม่มีใครบอกว่าต้องเคาะประตูสินะ?"
    ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดทำอะไร ประตูไม้ก็ค่อย ๆ เปิดออกเองเสียงบานพับเก่าแก่เอี๊ยดอ๊าดเบา ๆ เหมือนเสียงหาวตื่นจากการหลับใหลยาวนาน
    ภายในโถงทางเข้ามีบันไดหินวนสูงขึ้นไป และ—
    "ยินดีต้อนรับ!"เสียงใส ๆ ดังขึ้นจากทางบันได
    หญิงสาวผมยาวสีน้ำตาลอ่อนในชุดคลุมนักเรียนเวทมนตร์โบกมือให้พวกเขาอย่างร่าเริง ใบหน้าของเธอเปี่ยมไปด้วยพลังและเสน่ห์ของคนที่เป็นผู้นำโดยธรรมชาติ
    "ฉันชื่อ คาเลนเซีย ลูเมริน เป็นหัวหน้าชั้นปีสองของที่นี่!" เธอแนะนำตัวอย่างสดใส
    "ยินดีต้อนรับเข้าสู่ 'เงา' ของอคาเดเมียธอร์น — หอคอยของพวกเรา"
    "ไรเดน ธอร์นครับ!"ไรเดนจับมือเธอเบา ๆ รู้สึกได้ถึงพลังเวทมนตร์บางอย่างที่แผ่วไหลอยู่ใต้ผิวหนัง
    ส่วนเซราฟิน่า...เธอเพียงพยักหน้าเบา ๆ อย่างสุภาพ แต่ไม่ยื่นมือออกไป
    "ชั้นจะพาพวกเธอแนะนำสถานที่เอง ไม่ต้องกลัวหายตัวกลางทางหรอกน่า~"คาเลนเซียพูดติดตลกแต่ภายในใจพรางครุ่นคิดถึงบางสิ่ง ก่อนจะพาทั้งสองคนเดินเข้าไปด้านใน
    ข้าง ๆ คาเลนเซีย ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งผมสีบลอนด์หม่น กำลังทำทีเหมือนจะช่วยถือของให้เธอแต่ก็เก้ ๆ กัง ๆ อยู่ไม่ห่าง
    "แล้วก็...นั่น ลูเธียน ครอสเวลล์ น่ะ อย่าไปสนใจมาก เดี๋ยวก็ชินเอง" คาเลนเซียกระซิบขำ ๆ พร้อมกลอกตา
    ลูเธียนหันมาเห็นเข้าก็รีบโบกมือใส่ไรเดนกับเซราฟิน่าอย่างกระตือรือร้นเกินเหตุ
    "อะแฮ่ม! เอาล่ะ มาเถอะ เดี๋ยวฉันจะพาไปแนะนำสถานที่ต่าง ๆ ในหอคอย!" คาเลนเซียยิ้มกว้าง ก่อนจะหมุนตัวนำทางเข้าไปในโถง
    ไรเดนเหลือบมองเซราฟิน่า เห็นเธอไหวไหล่เบา ๆ เหมือนจะบอกว่า "ตามใจ"เขาเลยยักไหล่ตอบ และก้าวตามไปด้วยรอยยิ้มที่อดไม่ได้